ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 927 เดือนร้อนทั้งตระกูล / ตอนที่ 928 ตัวเหม็นแล้วสินะ
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 927 เดือนร้อนทั้งตระกูล / ตอนที่ 928 ตัวเหม็นแล้วสินะ
ตอนที่ 927 เดือนร้อนทั้งตระกูล / ตอนที่ 928 ตัวเหม็นแล้วสินะ
ตอนที่ 927 เดือนร้อนทั้งตระกูล
เซี่ยเฉียวรู้สึกอายเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับเซียวอวี้หรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นท่าทางเคารพนบนอบของเขา นางก็รู้สึกผิดอยู่บ้าง
น้ำเสียงของนางอ่อนลงเล็กน้อย “ข้าแค่รู้สึกว่าเมื่อคืนศิษย์น้องห้าไม่ได้นอนเลย เมื่อครู่เขาก็เพิ่งได้รับความสะเทือนใจอย่างหนัก ประเดี๋ยวเขาไม่น่าจะหลับได้ลง ไม่สู้เขาเป็นลมไปเลยจะได้สะดวกหน่อย มันก็เป็นสิ่งที่ศิษย์พี่อย่างข้าควรทำน่ะ”
“…” เซียวอวี้หรงมีสีหน้าตกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า
เขาไม่ได้โต้แย้งอะไร
เขามักจะสุขุมอยู่เสมอและรู้สึกว่าศิษย์พี่ใหญ่ก็ควรจะเหมือนกันกับเขา แต่ตอนนี้เขากลับพบว่าศิษย์พี่ใหญ่นั้นซุกซนมาก แม้แต่วิธีการแก้แค้นก็เหมือนเด็กๆ
“ตอนนี้เขาเป็นลมไปแล้ว หากจะต้องหามไปก็ต้องเสียกำลังคนไปอีก หรือว่าเราทิ้งเขาไว้ที่นี่เสียเลย” จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบมองเจียงจิ้นลู่ ท่าทางไม่เกรงใจเลยสักนิด
“หากเผื่อเหมิงเซี่ยนเต๋อคลุ้มคลั่งขึ้นมาแล้วตัดคอเขาตายล่ะ” สีหน้าเซี่ยเฉียวจริงจัง
“ก็จริง” จ้าวเสวียนจิ่งแค่นเสียงออกมาเล็กน้อยก่อนจะสั่งให้คนเข้ามาแบกเขาขึ้นรถม้า
นี่หากเขาเป็นน้องชายแท้ๆ ของเซี่ยเฉียว นางก็คงจะให้วางเขาลงกับพื้นแล้วลากไปเพื่อให้เขารู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของนาง น่าเสียดายที่เจียงจิ้นลู่เป็นพวกหน้าบาง
การจัดการกับพวกบัณฑิตแบบนี้เปลืองแรงจริงๆ
หากเทียบกันแล้ว พี่ชายกับน้องชายของนางยังดีกว่าหน่อย แม้ว่าพวกเขาจะชอบก่อเรื่องและมีปัญหามากมาย แต่…พวกเขาก็ทนให้นางทรมานได้ มีพลังอยู่ตลอดเวลา
เซี่ยเฉียวเองก็ขึ้นนั่งบนรถม้าเพื่อเดินทาง
ที่พักใหม่อยู่ไม่ไกลนัก พวกเขาใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึง กว่าจะจัดแจงทุกอย่างลงตัวก็ดึกเสียแล้ว
วันถัดมาข่าวการย้ายออกไปของหลีซื่อเหยี่ยนก็แพร่กระจายออกไปเช่นกัน
ป้อมเหมิงจยาช่วงนี้มีบัณฑิตมากหน้าหลายตาเข้ามา มีหนุ่มสาวนักเรียนนักศึกษาจำนวนมากจากบริเวณโดยรอบมาลองเสี่ยงดวง แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับการยอมรับเป็นศิษย์ แต่หากได้รับการชี้แนะบ้างก็ยังดี
แม้ว่าหลีซื่อเหยี่ยนจะเป็นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่มารยาทบางอย่างก็ไม่สามารถยกเว้นได้
ตัวอย่างเช่น ตอนที่เขาเพิ่งมาถึงป้อมเหมิงจยา เขาก็จะต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงของบัณฑิตบางคนเพื่อเป็นการให้เกียรติขุนนางและตระกูลใหญ่ของที่นี่ เลือกผู้ที่โดดเด่นและให้คำชี้แนะ หลังจากให้คำชี้แนะแล้ว หากว่าเขาไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ เขาก็สามารถปิดประตูไม่รับแขกได้แล้ว
แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีผู้คนจำนวนมากที่ให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวของเขา
ตอนนี้เมื่อเขาจากไป หลายคนก็เลยเกิดความสงสัย
เขาอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลเหมิงมานาน หากคิดจะย้ายก็ควรจะย้ายไปตั้งนานแล้ว ทำไมต้องรอจนถึงตอนนี้
อีกทั้งพวกเขายังได้ยินมาว่าศิษย์ของอาจารย์ผู้เฒ่าคนหนึ่งล้มป่วย เขาก็ไม่ควรที่จะเคลื่อนย้ายในตอนนี้สิ?
สมาชิกคนอื่นๆ ของตระกูลเหมิงก็ได้รับข่าวเช่นกัน พวกเขาไปพบนายท่านสิบสามเพื่อสอบถามเรื่องราว แต่เมื่อพวกเขามาถึงบ้านของนายท่านสิบสามก็พบว่าเขากำลังจัดงานศพที่บ้าน
ไม่เพียงแค่นั้นเหมิงเซี่ยนเต๋อเองก็มีสีหน้าเคียดแค้นไม่พอใจ แค่ดูก็รู้ว่าเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น
เรื่องนี้ไม่เป็นความลับอีกต่อไป บ่าวรับใช้ทุกคนในตระกูลเหมิงก็พอรู้อะไรอยู่บ้าง
ดังนั้นพวกเขาจึงสอบถามจากคนเหล่านี้ และหลังจากการสอบถามสิ้นสุดลง สมาชิกของตระกูลเหมิงก็ตกตะลึงไปเช่นกัน!
“เหมิงเซี่ยนเต๋อ! ตระกูลเหมิงทำเวรกรรมอะไรไว้ถึงได้มีคนอย่างเจ้า! หลานชายของเจ้าไม่มีบุญวาสนา! แต่เจ้ากลับมีความคิดที่จะทำร้ายไปถึงอาจารย์หลีผู้เฒ่า คิดว่าคนผู้นั้นเจ้าสามารถหาเรื่องได้หรือ! ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า! เจ้าทำให้พวกเราทั้งตระกูลเดือดร้อนกันหมดแล้ว!”
นั่นมันความแค้นที่จำไปจนตายเชียวนะ!
ศิษย์ก็เหมือนลูก บางครั้งศิษย์ยังใกล้ชิดกว่าลูกอีก เหมิงเซี่ยนเต๋อจะเอาชีวิตลูกศิษย์เขา เขาจะหายแค้นได้หรือ!
“แย่แล้ว ท่านผู้นำตระกูล อาจารย์หลีผู้เฒ่าได้รับเชิญจากนายอำเภอให้ไปงานเลี้ยงในวันนี้ และได้พบกับบัณฑิตหลายคน ด้วยเหตุผลบางอย่าง พอพูดถึงตระกูลเหมิงของเรา เขาก็พูดอะไรบางอย่างออกไป ต่อไปนี้…เขามีความแค้นกับตระกูลเหมิง จะไม่ชี้แนะสั่งสอนคนตระกูลเหมิงคนไหนอีก…”
“ผู้นำตระกูล พวกเราจะทำอย่างไรดีเล่า!”
อาจารย์ผู้เฒ่าไม่ได้พูดถึงเรื่องวิชาตัวตายตัวแทนเพื่อไม่ให้คนนอกรู้วิชานี้และให้ความสนใจมันมากขึ้น
แต่มันไม่ได้เป็นอุปสรรคให้เขาต้องปิดบังเรื่องที่เหมิงเซี่ยนเต๋อวางแผนทำร้ายลูกศิษย์ของเขา
ตอนที่ 928 ตัวเหม็นแล้วสินะ
เหมิงเซี่ยนเต๋อในเวลานี้หรือจะสนใจคนอื่น
หลานชายของเขาตายไปแล้ว เขาไม่มีทายาทแล้ว!
ในสายตาเหมิงเซี่ยนเต๋อ เขาไม่ได้เห็นหลานสาวทั้งหลายเป็นตัวเลือก เมื่อเห็นคนในตระกูลกำลังมา เขาเพียงรู้สึกว่าคนเหล่านี้พยายามขโมยทรัพย์สินของครอบครัวเขา และสายตาที่มองพวกเขาก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาไม่ฟังว่าคนเหล่านี้กำลังพูดอะไร และสั่งให้บ่าวรับใช้ขับไล่ทุกคนออกไปทันที
“บ้าไปแล้ว! เขาบ้าไปแล้วจริงๆ! เวลาเขายังคิดแต่เรื่องทรัพย์สินของครอบครัวเท่านั้น! ตระกูลเหมิงของเราขาดอะไรก็ได้แต่ไม่ใช่เงิน!” ผู้เฒ่าผู้นำตระกูลเองก็โกรธมากเช่นกัน
เขาสะบัดแขนเสื้อจากไปทันที
เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าครอบครัวมีเงินมากก็รีบสั่งให้คนไปจัดการเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่เพื่อส่งไปให้อาจารย์ผู้เฒ่าที่ที่พำนักใหม่ทันที
แต่หลีซื่อเหยี่ยนพูดคำไหนคำนั้น ของขวัญขอโทษที่ตระกูลเหมิงส่งมาทั้งหมดถูกส่งกลับไปโดยไม่ได้รับไว้แม้แต่ชิ้นเดียว
คนตระกูลเหมิงเองก็ไม่กล้าที่จะเซ้าซี้มากด้วยกลัวว่าจะเป็นการทำให้หลีซื่อเหยี่ยนโมโหขึ้นมา แล้วผลลัพธ์จะยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก
วันที่พวกเขาย้ายออกไป ซังโหยวฟื้นขึ้นมาพักหนึ่ง หลังจากที่ป้อนอะไรให้เขากินไปเล็กน้อย เขาก็หลับไปอีก เซี่ยเฉียวให้คนไปตามหมอมาดูอาการเขา แล้วสั่งยาเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย
ค่อยๆ บำรุงไปเช่นนั้นจนอาการของซังโหยวดีขึ้นตามลำดับ
เจ็ดวันผ่านไปเขาก็ฟื้นขึ้นมาอีก คราวนี้เขามีสติสัมปชัญญะครบถ้วน
ซังโหยวผู้นี้นอนอยู่บนเตียงมาตลอดหลายเดือน กินดื่มได้น้อยจนตอนนี้ร่างกายของเขาผ่ายผอมลงไปมาก
ทันทีที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาก็ถามถึงวันเวลาก่อนสิ่งอื่นใด เมื่อเขาได้รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหน เขาก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“ศิษย์น้องเจียง ช่วยหยิบกระจกให้ข้าหน่อย” น้ำเสียงซังโหยวแหบแห้ง เขาอดจะขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงของตนเอง
หลายวันมานี้เจียงจิ้นลู่อยู่ด้วยความหวาดผวา
หลังจากที่เขาเป็นลมไปในวันนั้น เขาได้สติขึ้นมาก็รีบไปขอขมาศิษย์พี่ใหญ่ทันที แต่ศิษย์พี่ใหญ่ปิดประตูและไม่ยอมพบเขา วันแล้ววันเล่าผ่านไป มันทำให้เขารู้สึกทรมานมาก
วันนี้เมื่อเห็นว่าศิษย์พี่สามเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
เขารีบไปหยิบกระจกมาส่งให้ทันที
เขามองศิษย์พี่ของเขาด้วยความเคารพ
ซังโหยวรับมันมาด้วยมืออันสั่นเทา จากนั้นเขาก็มองเงาสะท้องของตนเองในกระจก รูม่านตาของเขาหดเล็กลงด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา “ข้า… ข้ากลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร…”
ใบหน้าของเขามีแต่หนังหุ้มกระดูก ดวงตาทั้งคู่ของไร้แวว ผิวขาวซีดออกเหลือง โดยสรุปคือดูเหมือนคนป่วยหนักปางตาย!
รูปลักษณ์เช่นนี้…
อัปลักษณ์เหลือทน
“ศิษย์พี่ซัง นี่ก็ไม่แย่แล้ว นายท่านผู้เฒ่าเหมิงนั่นใช้ท่านเป็นตัวตายตัวแทนให้กับหลานชายของเขา จึงได้ทำร้ายท่าน แต่ท่านวางใจได้ อาจารย์ได้แก้แค้นแทนท่านแล้ว ตอนนี้เหมิงเซี่ยนเต๋อนั่นกำลังตกที่นั่งลำบาก ไม่มีจุดจบที่ดี” เจียงจิ้นลู่รีบบอกเขา
เขาไปสอบถามเรื่องนี้มาเป็นพิเศษ ช่วงนี้เหมิงเซี่ยนเต๋อกำลังทุกข์ทรมานจากปัญหาภายในและภายนอกที่รุมเร้า
ภายนอกคนตระกูลเหมิงตำหนิเขา ส่วนที่บ้านลูกชายของเขาก็ไม่ได้อยู่เฉย เขาเริ่มติดต่อกับสมาชิกคนอื่นๆ ของตระกูลเหมิงและบอกว่าบิดาของเขาบ้าไปแล้ว และวางแผนที่จะขึ้นมาแทนที่
หากเขาทำสำเร็จ บิดาที่ทำให้เขาขาหักและบังคับให้เขาแต่งงานมีลูกผู้นี้ก็อาจจะไม่ได้เห็นแสงสว่างอีกเลยในอนาคต!
“เป็นนายท่านผู้เฒ่าเหมิงคนนั้น? สมควรตายจริงๆ” ซังโหยวขมวดคิ้วมุ่น “จริงสิ มีช่วงที่ข้าเหมือนจะได้ยินเสียงของศิษย์พี่ใหญ่ตอนที่ยังไม่ได้สติดี?”
“ใช่แล้ว…ข้าจะไปตามอาจารย์กับศิษย์พี่ใหญ่มา” เจียงจิ้นลู่รีบยืนขึ้นทันที ท่าทางเอาใจใส่อย่างยิ่ง
ท่าทางของเขาทำให้ซังโหยวรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“เดี๋ยวก่อน…รบกวนศิษย์น้อง…ไปหาเครื่องประทินโฉมของผู้หญิงมาให้ข้าก่อน อีกอย่าง…ต้องซื้อเสื้อผ้ามาเพิ่มอีกสักหน่อย เอาที่วัสดุดีกว่านี้ ข้ารู้สึกว่าเสื้อผ้าจะเสียดสีกับผิวหนังของข้า ทั้งคันและสกปรก” ซังโหยวแทบอยากจะถอดเสื้อผ้าออกทันที “ข้ายังอยากอาบน้ำด้วย”
เขานอนนานขนาดนี้จะต้องตัวเหม็นแน่ๆ เลยสินะ? สภาพเขาตอนนี้จะพบศิษย์พี่ใหญ่ได้อย่างไร
จิ๊ กลิ่นนี่ยิ่งคิดถึงมันก็ยิ่งรู้สึกว่าแรง
จนแทบจะหายใจไม่ออก