ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 923 เป็นคนใช้ไม่ได้ / ตอนที่ 924 โตมาอย่างไร้ประโยชน์
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 923 เป็นคนใช้ไม่ได้ / ตอนที่ 924 โตมาอย่างไร้ประโยชน์
ตอนที่ 923 เป็นคนใช้ไม่ได้ / ตอนที่ 924 โตมาอย่างไร้ประโยชน์
ตอนที่ 923 เป็นคนใช้ไม่ได้
ในเวลานี้ดวงตาของเจียงจิ้นลู่บวมแดง
เมื่อรวมกับใบหน้าที่ดูเด็กของเขาแล้ว มันทำให้เซี่ยเฉียวนึกถึง…หนุ่มรูปงามที่แต่งชุดสตรี
หากศิษย์น้องของนางเปลี่ยนชุดเป็นชุดสตรี ไม่แน่เขาอาจทำให้ผู้ชายชมชอบได้มากมาย จริงสิ เมื่อสวมเสื้อผ้าผู้หญิง แล้วก็ให้เพิ่มอุปกรณ์ประกอบฉากโดยถือขนมไหว้พระจันทร์สักสองสามกล่องไว้ในมือด้วย ดวงตาที่ไร้เดียงสาเหมือนหนูตัวน้อยเบิกโต หากปัดแก้มอีกนิดก็จะดูน่ารักหน่อยๆ
โดยสรุปก็คือ จะดูน่าสนใจกว่าตอนนี้มาก
“ศิษย์พี่ของเจ้าไม่เป็นไรแล้ว ตอนนี้เขายังคงหลับอยู่ก็จริง แต่ร่างกายของเขาไม่เย็นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และลมหายใจของเขาก็สงบลงมาก” เมื่ออาจารย์ผู้ชราเห็นว่าเขาเป็นห่วงซังโหยวก็ไม่ได้ปิดบังอาการป่วยแต่อย่างใด
เจียงจิ้นลู่ได้ยินเช่นนั้นก็ประหลาดใจยิ่งนัก “จริงหรืออาจารย์! แต่หมอเทวดาฟันธง…”
ในระหว่างที่พูด จู่ๆ เขาก็จำฉากที่เหมิงเซี่ยนเต๋อถูกลากไปเมื่อวานนี้ได้ แล้วเขาก็สงสัยเล็กน้อย “อาจารย์ หรือว่า… เหมิงเซี่ยนเต๋อหลอกพวกเรา หรือว่าศิษย์พี่ของข้าถูกยาพิษ เหมิงเซี่ยนเต๋อทำหรือ หมอเทวดานั่นเขาก็หามาหลอกข้าด้วย?! แต่พวกเราไม่มีความแค้นอะไรต่อกันนี่ เหตุใดต้องทำอย่างนั้นด้วย!”
“เหมิงเซี่ยนเต๋อมีหลานชายคนหนึ่งที่ติดอยู่ในห้องน้ำแข็งใต้ดินและเกือบเสียชีวิตจากความหนาวก่อนหน้านี้ เหมิงเซี่ยนเต๋อหานักพรตคนหนึ่งมาเพื่อยื้อชีวิตให้เขามาเป็นเวลาหลายปี ก่อนหน้านี้พวกเขาได้พบซังโหยวศิษย์พี่ของเจ้า บังเอิญที่พวกเขาทั้งสองเกิดวันเดือนปีเดียวกันและมีนิสัยคล้ายกัน ดังนั้น…พวกเขาก็เลยให้ศิษย์พี่ของเจ้าเป็นตัวตายตัวแทน หรือก็คือหุ่นตายแทน” หลี่ซื่อเหยี่ยนอธิบายด้วยน้ำเสียงดีๆ
“…” เจียงจิ้นลู่ราวกับได้ฟังโองการสวรรค์กระนั้น
หุ่นตายแทน?
โรค โรคไข้หนาวสั่นนี้…เป็นแทนกันได้ด้วย?!
สีหน้าของเขาสับสนไปหมด แล้วเขาก็เอ่ยขึ้นกับหลีซื่อเหยี่ยน “เหมิงเซี่ยนเต๋อรอเวลามานานขนาดนี้ก็เพื่อให้วิชาตัวตายตัวแทนราบรื่นขึ้นมาหน่อย แต่เขานึกไม่ถึงว่าศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าจะมาจัดวางตะเกียงเจ็ดดาว และทำลายแผนของเขา เมื่อวานเขาจึงได้จงใจใช้ชื่อหมอเทวดามาอ้างพาตัวพวกเจ้าไป”
“ที่เขาพยายามหาวิธีทำลายตะเกียงเจ็ดดาวตลอดทางนี้ก็เพื่อให้วิชาตัวตายตัวแทนสำเร็จ”
“โชคดีที่เมื่อวานตะเกียงดวงดาวยังเหลืออยู่อีกดวงหนึ่ง ไม่เช่นนั้นก็คงไม่มีเทพเซียนองค์ไหนจะช่วยศิษย์พี่ของเจ้าได้จริงๆ แล้ว”
“นักพรตผู้นั้นถูกวิชาสะท้อนกลับตายไปแล้ว เหมิงหยินนั้นก็ตายเพราะวิชายื้อชีวิตไม่สำเร็จ ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าลำบากลำบนท่องคาถาจนสามารถทำลายวิชาตัวตายตัวแทนนั้นได้สิ้นซาก อีกไม่นานซังโหยวก็ฟื้นแล้ว”
หลีซื่อเหยี่ยนอธิบายอย่างชัดเจน
เจียงจิ้นลู่อึ้งงันไปทันที
คำพูดของคนอื่นเขาไม่เชื่อ แต่คำพูดของอาจารย์…เขาไม่เชื่อไม่ได้!
แต่หากเขาเชื่อคำพูดของอาจารย์นั่นก็เท่ากับว่าความดื้อรั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมาของเขาต้องพังทลายลงเป็นผุยผง!
“ตอนนี้อาจารย์ก็ได้เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้เจ้าฟังอย่างชัดเจนแล้ว ตอนนี้เจ้ารู้หรือยังเจ้าทำอะไรผิด” หลีซื่อเหยี่ยนถามขึ้นมาอีกหลังจากผ่านไปสักพัก
ริมฝีปากเจียงจิ้นลู่สั่นเล็กน้อย “ผิด…ผิดที่ข้าไม่เชื่อศิษย์พี่ใหญ่…”
“เจ้าเด็กนี่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี” หลีซื่อเหยี่ยนส่ายหน้า “เจ้าติดตามข้ามาตั้งหลายปี ความสามารถในการเรียนของเจ้าไม่เคยทำให้ข้าผู้เป็นอาจารย์ผิดหวังเลย เส้นทางสู่การสอบก็ราบรื่น แต่สุดท้ายก็พบว่าข้าบกพร่องในเรื่องการสอนให้เจ้าเป็นคนที่ใช้ได้คนหนึ่งไปเสียแล้ว”
เจียงจิ้นลู่ได้ยินเช่นนั้นก็หน้าซีดทันที
เขายอมให้อาจารย์พูดว่าทำการบ้านได้ไม่เก่ง เกิดมาโง่ มากกว่าฟังการวิจารณ์แบบนี้!
เขา…เป็นคนใช้ไม่ได้?
เจียงจิ้นลู่ได้รับความสะเทือนใจมากจนสมองของเขามึนงงไปหมด เขาคุกเข่าลงบนพื้น สั่นสะท้านไปทั้งตัว
“อาจารย์ขอถามเจ้าหน่อยว่า เมื่อวานตอนที่เจ้าไป ในเรือนมีใครอยู่บ้าง” หลีซื่อเหยี่ยนเอ่ยถาม
“มี…มีองครักษ์สองคน เด็กรับใช้ตระกูลเหมิง แล้วก็…” เจียงจิ้นลู่พูดมาถึงตรงนี้แล้วก็รู้สึกหมดแรงไปทันที เขาเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว “ยังมีอาจารย์…”
ตอนที่ 924 โตมาอย่างไร้ประโยชน์
เจียงจิ้นลู่เหงื่อไหลลงมาทันที เมื่อเขานึกถึงการกระทำของเขาเมื่อวานนี้ เขาก็รู้สึกได้ในทันทีว่าตนเองนั้นไร้สาระจริงๆ
“เจ้าก็รู้หรือว่าข้าอยู่ในเรือนนี้ด้วย” น้ำเสียงหลีซื่อเหยี่ยนสงบราบเรียบ แต่กลับรู้สึกได้ถึงการป้องปราม “คนตระกูลเหมิงจะเอาตัวศิษย์พี่ของเจ้าไป เจ้ายังไม่มาถามข้าสักคำก็ออกไปทันที หากจะพูดให้เบาก็คือเจ้าประมาทเลินเล่อ หรือจะพูดให้ดูรุนแรงหน่อยก็คือเจ้าอกตัญญูไม่ให้เกียรติข้า”
เจียงจิ้นลู่ก้มหน้างุด
อกตัญญูไม่ให้เกียรติ…เขาเก่งแต่ในหนังสือ…
“ศิษย์พี่ของเจ้าสั่งไว้อย่างเคร่งครัดแล้วว่าไม่ให้เคลื่อนย้ายตะเกียงดวงดาวเหล่านี้ เจ้าไม่เพียงย้ายมันเท่านั้น แต่ยังจงใจหลบเลี่ยงนางกับรัชทายาท ไม่ได้ให้ใครไปแจ้งให้พวกเขาทราบ เป็นการผิดคำสัญญาซึ่งไม่ถูกต้อง”
“รัชทายาททรงรับสั่งให้ทหารคุ้มครองตะเกียงด้วยตนเอง นั่นคือคำสั่งของเจ้านาย ซึ่งไม่อาจขัดได้ แต่เจ้ากลับขัด ซึ่งก็คือเป็นการไม่จงรักภักดี!”
“ไม่ผิดที่เจ้าจะไปขอให้หมอเทวดารักษาให้ และไม่ผิดที่เจ้าจะไม่เชื่อศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า แต่ความผิดของเจ้าอยู่ที่การทำตามใจตัวเอง ไม่ถาม ไม่พยายามเข้าใจ และไม่สนใจผู้อื่น”
“เจ้าเคารพศิษย์พี่ใหญ่แค่เพียงเปลือกนอก แต่ลับหลังทำตัวแบบนี้ มันทำให้เห็นได้ว่าในใจเจ้าดูถูกดูแคลนนาง และหยิ่งยโส และในฐานะอาจารย์ข้าผิดหวังใจตัวเจ้ามาก!”
“…”
แต่ละคำของหลีซื่อเหยี่ยนราวกับคมมีดที่บาดร่างกายของเจียงจิ้นลู่
ถึงอย่างไรหลีซื่อเหยี่ยนก็เป็นอาจารย์ของเขา จึงเข้าใจความคิดของเขาได้ดีกว่าตัวเขาเองเสียอีก
ตอนนี้อย่าว่าแต่เจียงจิ้นลู่ที่ถูกดุจนถึงขั้นร้องไห้เลย แม้แต่เซียวอวี้หรงและเซี่ยเฉียวเองก็ทำตัวดีๆ ก้มหน้านิ่งไม่กล้าพูดอะไรมากเมื่อเห็นว่าหลีซื่อเหยียนจริงจังและโกรธมาก
เซียวอวี้หรงยิ่งกลัวมากขึ้นไปอีก…
โชคดีที่แม้เขาจะไม่เชื่อเรื่องว่าวิญญาณมีอยู่จริง แต่เขาก็ยังเคารพการตัดสินใจของศิษย์พี่ใหญ่
ไม่เช่นนั้นตอนนี้เขาเองก็คงต้องรับการอบรมร่วมกันกับศิษย์น้องแล้ว…
ศิษย์น้องห้า…
คุกเข่าต่อไปเถอะ…ยุติธรรมดีแล้ว…
เซี่ยเฉียวไม่ต้องการทำให้ตัวเองโดดเด่นเกินไป บรรยากาศในตอนนี้ดูหนักหน่วงมาก นางต้องลดความมีตัวตนของนางลงไป เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้สึกว่านางมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น
ทุกคนเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันทั้งนั้น นางยังต้องรักษามิตรภาพระหว่างกันเอาไว้บ้าง…
ศิษย์น้องห้าผู้นี้ไม่เหมือนกับน้องชายผู้โง่เขลาของนางคนนั้น พวกบัณฑิตมีจิตใจสูงส่งแต่หน้าบาง ไม่สามารถจะถูกตีหรือถูกหัวเราะเยาะได้ ไม่เช่นนั้นหากพวกเขาคิดไม่ตกก็อาจฆ่าตัวตายได้…
ส่วนเรื่องที่เขาแตะต้องเคลื่อนย้ายของของนาง นางจะต้องคิดบัญชีกับเขาแน่
ค่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อน
น้ำเสียงของหลีซื่อเหยี่ยนสงบราบเรียบมาตลอด แต่ตอนนี้เขาเหมือนกับพระพุทธเจ้าที่นั่งนิ่งๆ อยู่ที่เดิม ทำให้บรรดาศิษย์ทั้งหลายแทบไม่กล้าหายใจแรงๆ
“เจ้าจะยอมรับคำพูดของข้าหรือไม่” หลีซื่อเหยี่ยนเอ่ยถาม
“อาจารย์! ศิษย์สำนึกผิดแล้ว! เป็นศิษย์ที่เอาแต่ใจ ไม่รู้ความ อาจารย์อย่าได้โกรธข้าเลย โทสะไม่ดีต่อสุขภาพท่าน ศิษย์ยินดีรับโทษ! ขอแค่อาจารย์อย่าได้ขับไล่ศิษย์ไปเลย…” เจียงจิ้นลู่คุกเข่าร้องไห้
เขาทำผิดพลาดครั้งใหญ่
ไม่ให้เกียรติ อกตัญญู ไม่จงรักภักดี และไม่มีคุณธรรม!
เจียงจิ้นลู่รู้สึกเพียงว่าสิบปีแรกของชีวิตที่เขาอยู่มานั้นสูญเปล่า เขาโตมาอย่างไร้ประโยชน์…คนที่ไม่รู้จักแยกแยะถูกผิด วู่วามขาดความรอบคอบ และไร้ความสามารถเช่นเขายังอยากจะไปรับราชการอีกหรือ
เขายังหัวเราะเยาะตัวเองที่โง่!
“เจ้าไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ยังเอาแต่ร้องไห้ ไร้อนาคตจริงๆ” หลีซื่อเหยี่ยนเอ่ยเรียบๆ
เขาดูเด็ก แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ใช่เด็กอายุสิบห้าสิบหกปีแล้ว
เจียงจิ้นลู่ปาดน้ำตา “ใช่ ศิษย์…ศิษย์ไร้ประโยชน์…”
“เมื่อเจ้าไร้ประโยชน์ หากอย่างนั้นก็แปลว่าตอนนั้นข้ามองคนผิด” น้ำเสียงของหลีซื่อเหยี่ยนดังขึ้นเล็กน้อย “ในเมื่อเจ้ารู้ตัวแล้วว่าผิดก็ชดเชย ลูกผู้ชายเมื่อรู้ว่าผิดก็ต้องแก้ไข เจ้ากลัวอะไร ลนลานทำไม ต่อให้วันนี้อาจารย์ไล่เจ้าออกจากสำนัก มันก็เป็นความผิดของเจ้าเอง เจ้าก็ควรจะเผชิญหน้ากับตัวเองแทนที่จะมานั่งเสียใจภายหลัง เจ้าเข้าใจหรือไม่”