ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 921 คำพูดจริงใจของคนใกล้ตาย / ตอนที่ 922 ไม่มีวาสนากับเขา
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 921 คำพูดจริงใจของคนใกล้ตาย / ตอนที่ 922 ไม่มีวาสนากับเขา
ตอนที่ 921 คำพูดจริงใจของคนใกล้ตาย / ตอนที่ 922 ไม่มีวาสนากับเขา
ตอนที่ 921 คำพูดจริงใจของคนใกล้ตาย
เดิมทีเซี่ยเฉียวไม่ได้คิดไปถึงเหมิงเซี่ยนเต๋อเลย นางคิดแค่ว่าเขาน่าจะกังวลเรื่องหลานชายเท่านั้น
แต่ตอนนี้…
เห็นได้ชัดว่าเหมิงเซี่ยนเต๋อสนใจแต่ความพยายามหลายปีของตัวเองและความคิดเห็นของคนอื่นมากกว่า คนเช่นนี้เจอนักพรตที่ใช้วิชาตัวตายตัวแทนได้ มีหรือจะไม่ขออะไรเลย
คนธรรมดาทั่วไปพบนักพรตที่เก่งกาจและยังอยากขอให้เขาช่วยทำนายดวงชะตาและโชคลาภเล็กๆ น้อยๆ เลย…
“เจ้าฉลาดมาก ฉลาดพอๆ กับโม่หลิงจื่อที่น่ารังเกียจในตอนนั้น!” นักพรตหูตัวสั่นเทาเล็กน้อยและเอ่ยกับเซี่ยเฉียวด้วยท่าทางรังเกียจ
นักพรตหญิงที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนผู้นี้พูดถูก เหมิงเซี่ยนเต๋อรับเด็กคนนั้นเป็นลูกบุญธรรมก็เพราะเขามีดวงเศรษฐี มีแปดอักษรที่ดี เลี้ยงดูเขาไว้มีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษ
เด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้หรอก แต่เป็นเด็กที่เขาซื้อมาจากชาวนาครอบครัวหนึ่ง
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเด็กผู้ชาย อันที่จริงแล้วครอบครัวชาวนานั้นก็ไม่ได้เต็มใจจะขายเด็กให้เขา
อย่างไรก็ตามตระกูลเหมิงก็เป็นตระกูลใหญ่แห่งยุคนี้ ชาวนาครอบครัวนั้นจึงไม่กล้าปฏิเสธ
เด็กชายคนนั้นอายุสี่ห้าขวบและเริ่มเข้าใจคำพูดมากแล้ว เหมิงเซี่ยนเต๋อสร้างเรื่องโกหกเป็นเวลานานเข้า เมื่อเด็กชายคนนั้นโตขึ้น คำโกหกจะกลายเป็นจริงไปเอง สำหรับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด เขาก็คงลืมมันไปและนึกไม่ออกอีก
นักพรตหูเองก็รู้ว่าตนเองคงจะไม่มีจุดจบที่ดี ดังนั้นในเวลาใกล้ตายเช่นนี้เขาจึงพูดความจริงจากใจ
พอเขาพูดจบ เซี่ยเฉียวก็มองเขาก่อนจะเอ่ย “ข้ากับท่านก็ได้ประมือกันไปแล้ว แต่ข้ากลับลืมบอกเจ้าไปว่าข้าเป็นใคร”
“ข้าโม่ชูเซิงเป็นผู้สืบทอดของวัดสุ่ยเย่ว์เช่นกัน โม่หลิงจื่อที่เจ้าว่า…เป็นคนสำนักเดียวกันกับข้า” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ
สำนักเดียวกันเพียงแต่ไม่ใช่ศิษย์พี่ศิษย์น้องอย่างที่เห็นภายนอก แต่เป็นศิษย์กับอาจารย์
นักพรตหูได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตาโต แล้วก็กระอักเลือดออกมาทันที!
เขาชี้ไปที่เซี่ยเฉียวด้วยร่างอันสั่นเทา
ปากของเขาสั่น ธาตุไฟแทรกเข้าหัวใจจนหายใจไม่ออก หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ล้มลงทันที!
ตึง เสียงกระแทกพื้นทำให้คนรู้สึกชาไปทั้งตัวอย่างไม่น่าเชื่อ
แม้แต่หลีซื่อเหยี่ยนก็ไม่ได้คาดหวังว่านักพรตคนหนึ่งจะ…โกรธลูกศิษย์ของเขาจนตาย!
แต่ไม่ใช่โกรธจนตายได้อย่างไร ดวงตาของเขาจ้องเขม็ง ทั้งร่างไม่มีร่องรอยความเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย!
“อย่าได้โทษข้า เขาถึงฆาตแล้วต่างหาก” เซี่ยเฉียวเองก็ตกใจ จากนั้นนางก็เหลือบมองอาจารย์ของตัวเองด้วยสายตาลำบากใจ “จริงๆ นะ วิชาตัวตายตัวแทนของเขาล้มเหลว แถมเมื่อก่อนก็ยังเคยทำความชั่วมาแล้วด้วย บุญของเขาบกพร่องไปมาก พอวิชาสะท้อนกลับร่างกายจึงรับไม่ไหว…”
พอธาตุไฟเข้าแทรก เขาก็เลยตายเร็วหน่อย
นางจะปล่อยให้เขาตายด้วยความไม่รู้ได้อย่างไร
เพราะเขาทำเรื่องชั่วๆ มาก่อนนี่ ก็สมควรแล้ว
แม้ว่าสีหน้าของเซี่ยเฉียวจะดูลำบากใจ แต่สายตาของนางกลับมั่นคง
หลีซื่อเหยี่ยนขมวดคิ้ว “ลากออกไปก่อน อย่าให้ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าตกใจ…”
“…” จู่ๆ เซียวอวี้หรงก็รู้สึกขี้ขลาดขึ้นมาก
อาจารย์…เขาเองก็กลัวนะ
สีหน้าของจ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ส่วนเหล่าองครักษ์ก็กำลังยุ่งมาก
ส่วนนายท่านผู้เฒ่าเหมิงก็ตกใจกับฉากที่เห็นไม่น้อย นอกจากความเกลียดชังแล้ว สายตาที่เขามองเซี่ยเฉียวยังมีความหวาดกลัวอีกด้วย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เชื่อว่าคำพูดง่ายๆ ของเซี่ยเฉียวจะสามารถฆ่าคนให้ตายเพราะความโกรธได้ ในความคิดของเขา มันจะต้องเป็นเพราะนักพรตผู้นี้มีวิชาที่ยอดเยี่ยม นางใช้เวทมนตร์คาถาที่ทรงพลังบางอย่างเพื่อฆ่าคนผู้นั้นให้ตาย!
“อาจารย์หลี! ข้าแซ่เหมิงผู้ดูแลท่านเป็นอย่างดีในช่วงเวลานี้ ท่านพอจะเห็นแก่ความดีของข้าในอดีต…” เหมิงเซี่ยนเต๋อเองก็ฉลาด เมื่อเขาเห็นว่านักพรตหูตายแล้ว เขาก็คลานออกจากความเจ็บปวดจากการสูญเสียหลานชายไปทันที และเริ่มร้องขอความเมตตา
หลีซื่อเหยี่ยนถอนหายใจ “ข้าจะไม่ทำอะไรท่านหรอก”
เพราะเวรกรรมตามทันแล้ว
ตอนที่ 922 ไม่มีวาสนากับเขา
หลานชายของเหมิงเซี่ยนเต๋อตายไปแล้ว เขาไม่มีทายาทสืบทอด อายุขนาดนี้เขาก็คงจะมีลูกไม่ได้อีก ส่วนลูกชายของเขาก็พิการไปแล้ว หากว่าเขามีลูกได้อีกก็คงมีไปนานแล้ว ดังนั้นเรื่องทายาทสืบทอดนี้ก็น่าจะไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว
ตระกูลเหมิงใหญ่โต ต่อไปจะต้องมีคนในตระกูลคนอื่นๆ บีบเหมิงเซี่ยนเต๋อให้รับเด็กสักคนเป็นผู้สืบทอดกิจการเป็นแน่
ที่เขาสนใจมากที่สุดคือกิจการของครอบครัวจะกลายเป็นของคนอื่น
และนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลีซื่อเหยี่ยนก็จะบอกกับบุคคลภายนอกว่าตระกูลเมิงทำร้ายลูกศิษย์ของเขา จากนี้ไป ลูกหลานของตระกูลเหมิงทุกคนจะไม่มีวาสนากับเขา
คำว่าไม่มีวาสนานี้ฟังดูเรียบง่าย
เขามีชีวิตอยู่มานานขนาดนี้และมีลูกศิษย์เพียงหกคนเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายคน…ที่ได้รับการชี้แนะสั่งสอนและมีความสัมพันธ์คล้ายศิษย์อาจารย์กันอยู่บ้าง
บางคนอยู่ในราชสำนัก บางคนอยู่ในสำนักศึกษาใหญ่ๆ แต่ละแห่ง
เขาสามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่า ต่อไปนี้คงจะไม่มีอาจารย์ที่มีชื่อเสียงคนใดในใต้หล้านี้ที่จะสั่งสอนพวกเขา เว้นแต่ลูกหลานตระกูลเหมิงผู้นั้นจะมีความสามารถและมีคุณสมบัติสูงจริงๆ
การล่วงเกินบัณฑิตไม่ใช่ทางเลือกที่ดี
การทำให้บัณฑิตที่มีอายุและพอจะมีความสามารถอย่างเขา…
เขามีเหตุผลมากก็จริง แต่เขาก็ให้ท้ายลูกศิษย์มากด้วย
แม้ว่าตระกูลเหมิงจะมีทรัพย์สินเงินทอง แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสมาชิกตระกูลส่วนใหญ่พยายามที่จะออกจากวงการการค้าขายและเข้ารับราชการ แต่ต่อไปคนส่วนนี้จะเกลียดเหมิงเซี่ยนเต๋อมาก เกียรติศักดิ์ศรีที่เขาให้ความสำคัญก็จะหมดไปด้วยโดยธรรมชาติ
เมื่อเหมิงเซี่ยนเต๋อเห็นท่าทางไม่แยแสของหลีซื่อเหยี่ยน เขาก็รู้สึกตื่นตระหนกจริงๆ
อย่าได้เห็นว่ากิจการของครอบครัวเขาใหญ่โต ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นเพียงพ่อค้า ต่อหน้าผู้มีอำนาจแล้ว พวกเขาก็ไร้อำนาจจริงๆ!
พวกเขาได้แต่ต้องหดหัวอยู่ในป้อมเหมิงจยาและรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกลืนโดยผู้อื่น
หลีซื่อเหยี่ยนไม่ให้โอกาสเหมิงเซี่ยนเต๋ออีกและเชิญเขาออกไป “พรุ่งนี้เช้า ข้าและลูกศิษย์ของข้าจะย้ายออกจากที่นี่ หวังว่าท่านจะทบทวนตัวเอง”
เหมิงเซี่ยนเต๋อแทบจะถูกลากออกไป
เวลานี้เจียงจิ้นลู่ผู้กำลังคุกเข่าอยู่ในเรือนอกสั่นขวัญแขวน
ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้…
มีคนสวมชุดคลุมเต๋าคนหนึ่งผ่านหน้าเขาไป เขาผู้นั้นไม่มีลมหายใจแล้ว นายท่านผู้เฒ่าเหมิงก็มาผ่านหน้าเขาไปอีกเช่นกัน แม้ว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ท่าทางเช่นนั้น…ยังน่ากลัวกว่าคนตายเสียอีก…
เจียงจิ้นลู่กำลังคิดๆ อยู่ ก็มีคนอีกคนถูกหามออกมา
เขาไม่รู้จัก
คนผู้นี้มีบางอย่างคล้ายกับศิษย์พี่สาม…
แล้วเขามาอยู่ในเรือนนี้ได้อย่างไร ดูเหมือน…จะตายแล้วด้วย…
เจียงจิ้นลู่รู้สึกอึดอัดไปหมด เขารู้สึกว่าหายนะกำลังใกล้เข้ามา เขายิ่งคุกเข่าอย่างระมัดระวังมากขึ้น หดตัวเล็กลง ดูท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างยิ่ง
คนที่เหลืออยู่ในห้องมีแต่คนกันเองทั้งนั้นแล้ว
พวกเขาออกมาจากห้อง ปล่อยให้ซังโหยวพักผ่อน ส่วนเซี่ยเฉียวซึ่งเหนื่อยล้ามากแล้วในเวลานี้ก็ตรงกลับห้องไปทันทีโดยไม่มองเจียงจิ้นลู่เลยแม้แต่น้อย
ศิษย์พี่ใหญ่ไม่มองเขา เซียวอวี้หรงและจ้าวเสวียนจิ่งย่อมอยู่ข้างเดียวกับนาง พวกเขาออกไปโดยอย่างสงบเรียบร้อย
แม้แต่หลีซื่อเหยี่ยนเองก็กลับห้องของตนเองไปโดยไม่พูดอะไรกับเขาสักคำ
เจียงจิ้นลู่คุกเข่านิ่งๆ อยู่ในเรือนเป็นเวลาหนึ่งคืนเต็มๆ
ลมพัดมาทำให้เขารู้สึกเย็น จามออกมาหลายครั้ง
แต่ที่เย็นกว่าร่างกายคือหัวใจ ความกลัว ความกังวล และความสับสน
ตั้งแต่เขากราบอาจารย์มา หลายปีมานี้ชีวิตเขาดำเนินไปอย่างราบรื่น และไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลมานานแล้ว แต่เขาคิดถึงการตัดสินใจของเขาอย่างพินิจพิจารณา แต่เขาก็ไม่เคยเสียใจภายหลังเลย
ฟ้าสว่างแล้ว
ศิษย์และอาจารย์ทั้งหลายกินข้าวเสร็จแล้ว ก่อนที่พวกเขาจะออกจากบ้านตระกูลเหมิงก็ได้เรียกเจียงจิ้นลู่เข้าไป
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนเองทำอะไรผิด” หลีซื่อเหยี่ยนเอ่ยถาม
เจียงจิ้นลู่คุกเข่าอยู่บนพื้นในห้องโถง เขารู้สึกว่าขาทั้งสองข้างแทบจะไร้ความรู้สึกแล้ว หลังจากงุนงงอยู่พักใหญ่ “อาจารย์ ศิษย์ไม่ควรพาศิษย์พี่สามออกไปเองโดยพลการ แต่ว่า…ศิษย์พี่สามป่วย จะต้องไปหาหมอ นายท่านผู้เฒ่าบอกว่าหมอเทวดาผู้นั้นเก่งมาก หากพวกเราชักช้าก็อาจจะพลาดโอกาสได้ ศิษย์…นึกไม่ถึงว่า หมอเทวดาผู้นั้นก็ช่วยศิษย์พี่ไม่ได้…อาจารย์ ศิษย์พี่เป็นอย่างไรบ้าง…”
หมอเทวดาบอกว่าศิษย์พี่จะอยู่ได้อีกไม่นาน อากาศเมื่อคืนก็เย็นเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าศิษย์พี่ก็…
นิยายเรื่องนี้เกือบทันล่าสุดแล้วเวลาลางจะปรับเป็นช่วง15-17.00น วันละ1-2ตอนคะ