ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 911 ใจมีเจ้าของแล้ว / ตอนที่ 912 ผิดจารีต
ตอนที่ 911 ใจมีเจ้าของแล้ว / ตอนที่ 912 ผิดจารีต
ตอนที่ 911 ใจมีเจ้าของแล้ว
หลีซื่อเหยี่ยนสีหน้าไม่ค่อยดีนัก เขารู้สึกโกรธเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะโกรธเขาก็ยังดูเป็นชายชราที่สง่างามอยู่ดี
“จัดการสองคนนี้ก่อน” หลีซื่อเหยี่ยนเอ่ย จากนั้นเขาก็เดินค้อมหลังกลับไปที่ห้องโถง แล้วนั่งลงตรงตำแหน่งประธาน ก่อนจะยกแก้วชาขึ้นมาดื่มเพื่อระงับโทสะ
เซี่ยเฉียวและคนอื่นๆ ก็ติดตามเขาเข้ามา แล้วนั่งลงอย่างเรียบร้อย
“หากขยับตะเกียงแล้วแบบนี้ ชีวิตของศิษย์น้องสามเจ้าจะยังปลอดภัยอยู่หรือ” หลีซื่อเหยียนเอ่ยถาม
“ก็ต้องแล้วแต่โชคชะตาของเขา” เซี่ยเฉียวครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “เมื่อดึงยันต์ออกแล้ว และไฟตะเกียงดับหมด อย่างนั้นก็จะเหมือนกับตอนที่ข้ายังไม่ได้มาที่นี่ เขาจะหมดลมหายใจเมื่อไรก็ต้องขึ้นอยู่กับว่านักพรตหูจะเอาชีวิตเขาไปเมื่อไร ตอนที่ข้าไปพบนักพรตหูเมื่อครู่นี้ พิธีกรรมของเขาก็ดำเนินไปพอสมควรแล้ว ดังนั้นศิษย์น้องสามจะเป็นอย่างไร ศิษย์เองก็ไม่อาจคาดเดาได้”
หากไฟตะเกียงยังเหลืออยู่แม้เพียงสักดวง ต่อให้พิธีกรรมจะเสร็จสิ้นไปแล้ว มันก็ยังสามารถยืดเวลาชีวิตเขาออกไปได้อีกเล็กน้อย
สีหน้าของหลีซื่อเหยี่ยนตึงเครียดเล็กน้อย
เมื่อเซี่ยเฉียวเห็นว่าสีหน้าของหลีซื่อเหยี่ยนไม่ค่อยดีนัก นางจึงรีบเอ่ยทันที “อาจารย์ ศิษย์น้องก็เหมือนครึ่งหนึ่งของท่าน ศิษย์เห็นว่าสีหน้าของท่านไม่เลวเลย ดังนั้นศิษย์น้องสามอาจจะไม่ถึงตายก็ได้”
“ข้าก็หวังให้เป็นอย่างที่เจ้าพูด” หลีซื่อเหยี่ยนถอนหายใจ “ศิษย์น้องสามของเจ้าคนนี้มีนิสัยแปลกเล็กน้อย แต่เขาก็มีความกตัญญูต่ออาจารย์มาก และตัวเขาเองก็มีพรสวรรค์และมีความสามารถมากทีเดียว เขาเป็นนักดีดพิณที่ดี อายุก็ยังน้อย หากต้องมาตายเร็วอย่างนี้…ข้าผู้เป็นอาจารย์คงจะต้องเสียใจมาก”
“ท่านอาจารย์ไม่ต้องกังวล ศิษย์น้องสามจะต้องไม่เป็นไรแน่” เซียวอวี้หรงรีบปลอบทันทีเมื่อเห็นว่าอาจารย์อายุปูนนี้แล้ว แต่ก็ยังโศกเศร้าเสียใจขนาดนี้
หลีซื่อเหยี่ยนไม่กล้าคิดอะไรมาก
ปีนี้ซังโหยวเพิ่งจะอายุยี่สิบกว่าปีเท่านั้น หลายปีมานี้เขาติดตามตนไปทุกหนทุกแห่งจนไม่มีเวลาได้สร้างครอบครัว
“หลายปีมานี้อาจารย์เคี่ยวเข็ญให้พวกเจ้าอ่านหนังสือและหาประสบการณ์ แต่กลับไม่ได้ใส่ใจเรื่องการแต่งงานของพวกเจ้า ตอนนี้พอมาคิดดูให้ดีก็รู้สึกเสียใจเมื่อสาย หลังจากช่วยชีวิตศิษย์น้องสามของพวกเจ้ากลับมาได้แล้ว พวกเจ้าจะต้องจัดการเรื่องงานแต่งนี้ให้เรียบร้อย หาคนที่พวกเจ้าพึงพอใจ มีลูกสาวลูกชาย จะได้มีคนทำบุญไปให้เมื่อตายไปแล้ว” หลีซื่อเหยี่ยนเอ่ยอีก
เขารู้สึกเสียใจภายหลังจริงๆ
เขาสั่งสอนลูกศิษย์พวกนี้อะไรก็ดีไปหมด ดีเกินไปจนกระทั่งนิสัยของพวกเขาหัวสูง เมื่อพวกเขาเห็นผู้หญิงเหล่านั้นก็จะคิดว่าพวกนางอ่านหนังสือไม่มากหรือไม่สำคัญ ช่างเลือกนัก
สายตาของหลีซื่อเหยี่ยนมองไปที่เซียวอวี้หรง
เซียวอวี้หรงประหม่ามาก ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที “อาจารย์…ศิษย์ ศิษย์…ใจมีเจ้าของแล้ว!”
“…” มุมปากเซี่ยเฉียวกระตุกเล็กน้อย
มือของจ้าวเสวียนจิ่งหยุดชะงักไปเล็กน้อย เขามองเซียวอวี้หรงอย่างเย็นชา “ศิษย์พี่เซียวอ่านหนังสือมากพอแล้วหรือ ถึงได้กล้าพูดแบบนี้ต่อหน้าอาจารย์”
เซียวอวี้หรงเพียงแต่กลัวว่าศิษย์น้องจะคิดว่าเขาไม่กล้าแต่งงานมีครอบครัว!
ไม่ว่าอาจารย์จะพูดอะไร เขาก็ต้องรีบเออออตามไปสิจึงจะถูก…
“อ้อ? เป็นหญิงสาวบ้านไหนล่ะ นิสัยใจคอเป็นอย่างไร เฮ้อ วัยอย่างเจ้า หากเป็นคนทั่วไปตอนนี้คงมีลูกเข้าสอบราชการได้แล้ว ล่าช้าไปมากจริงๆ” หลีซื่อเหยี่ยนทอดถอนใจ
หลีซื่อเหยี่ยนคาดหวังกับเซียวอวี้หรงมาก
แม้ว่าเซี่ยเฉียวจะเป็นศิษย์คนโต แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลีซื่อเหยี่ยนเห็นนางเป็นลูกสาวหลานสาว เวลาที่เขาปฏิบัติกับศิษย์น้องคนอื่นๆ ของนางจึงแตกต่างกับนางชัดเจน
ดังนั้นตอนที่เขาเรียกเซี่ยเชียว น้ำเสียงจึงสนิทสนม หากเป็นเมื่อก่อนคำสองคำก็ต้องเรียกว่านังหนูน้อย
จากนั้นก็มีศิษย์น้องคนโต ศิษย์น้องคนรอง เจ้าสาม เจ้าสี่ เจ้าห้า…ตามลำดับเช่นนี้
ในฐานะที่เป็นศิษย์น้องคนโตของเซี่ยเฉียวเซียวอวี้หรงจะต้องเป็นแบบอย่างให้กับศิษย์น้องคนอื่นๆ ดังนั้นเขาจึงมีประสบการณ์การเรียนที่เข้มงวดที่สุด
ตอนที่ 912 ผิดจารีต
วันๆ เซียวอวี้หรงเอาแต่หมกตัวอยู่กับหนังสือไม่กินไม่นอนเป็นเวลาหลายปีจนมีผลลัพธ์อย่างวันนี้ได้
แล้วเขาจะเอาเวลาจากไหนมาหาคู่ครอง?
วาสนาคู่ครองของรัชทายาทไม่ใช่เรื่องที่หลีซื่อเหยี่ยนจะยุ่งได้ แต่เดิมทีรัชทายาทเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว ในเรื่องแขนของเขาที่ทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง เรื่องการแต่งงานของเขาจึงเป็นที่สนใจของราชสำนักมาโดยตลอด ในฐานะอาจารย์เขาเองก็หวังว่ารัชทายาทจะได้ผ่อนคลายเรื่องนี้หน่อย เขาจึงไม่ได้เร่งเร้าเซ้าซี้เรื่องนี้
จากนั้นก็เป็นซังโหยว
เด็กคนนี้…ได้รับอิทธิพลมาจากเซียวอวี้หรงค่อนข้างมาก
เขาหมกมุ่นอยู่กับความสะอาด รักดอกไม้ใบหญ้า อารมณ์อ่อนไหว พิถีพิถันเลือกมากเกินไป ชักช้าลังเลจนผ่านมานานหลายปีขนาดนี้
สถานการณ์ของเจ้าสี่เจ้าห้า…ก็ไม่ต่างกันเท่าไรนัก
พอเห็นอย่างนี้แล้ว นอกจากนางหนูน้อยและรัชทายาทที่ไม่เหมือนคนอื่นแล้ว ทำไมเด็กๆ ที่เขาเลี้ยงดูขึ้นมาถึงได้มีปัญหาใหญ่โตขนาดนี้กันทุกคนเลยนะ
หลีซื่อเหยี่ยนยิ่งคิด คิ้วของเขาก็ยิ่งขมวดอย่างเห็นได้ชัด
แต่เซียวอวี้หรงคิดว่าอาจารย์ไม่พอใจเขา ดังนั้นตอนนี้อย่าว่าแต่เขาจะต้องทำตัวเรียบร้อยเลย แม้แต่จะปิดบังเขาก็ไม่กล้า เขารีบคุกเข่าลงทันที “อาจารย์! ศิษย์ชื่นชมศิษย์พี่ใหญ่…แต่ศิษย์ก็รู้ว่าตนเองนั้นยังห่างชั้นกับศิษย์พี่ใหญ่มากนัก ดังนั้นข้าจึงไม่ขอให้ท่านอาจารย์กำหนดการแต่งงานให้ รอให้ข้าพยายามมากกว่านี้อีกหน่อย แล้วค่อย…พูดกัน…”
“…” หลีซื่อเหยี่ยนมีสีหน้าตกตะลึง
“ศิษย์ล่วงเกินศิษย์พี่ใหญ่ ไม่รู้จักขอบเขตจริงๆ แต่ศิษย์จะขยันให้มากขึ้น…” เซียวอวี้หรงเอ่ยทันที
เซี่ยเฉียวไม่รู้จะพูดอะไรดีแล้ว
ครั้งก่อนเขาล้มเลิกความคิดไปแล้วไม่ใช่หรือ
ทำไมคราวนี้ยังจะแสดงความจริงใจต่อหน้าอาจารย์อีก!
“ศิษย์น้อง เจ้าทำแบบนี้ไม่ถูก ข้าจะไม่ขอปิดบังเจ้า ข้ามีคนในใจแล้ว…ดังนั้นไม่ว่าเข้าจะทำอะไร ข้าก็จะไม่พอใจหรอก ข้า…เห็นเจ้าเป็นน้องชาย เจ้าอย่าได้มีความคิดอะไรผิดจารีตเช่นนี้อีก!” เซี่ยเฉียวรีบยืนขึ้นทันที
ผิดจารีต?
ใบหน้าของจ้าวเสวียนจิ่งร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
เซี่ยเฉียวคิดว่าเซียวอวี้หรงไม่ได้ชื่นชมนางจริงๆ
เขาแค่ได้ยินคำชมมากมายจากอาจารย์ จึงรู้สึกว่าศิษย์พี่ใหญ่ของเขาเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลก เขาจึงเกิดความรู้สึกดีๆ ขึ้นในใจตามธรรมชาติเท่านั้น
“ศิษย์พี่ของเจ้าพูดถูก พวกเจ้าทั้งสองไม่เหมาะสมกัน ต่อไปเจ้าก็สำรวมใจหน่อย” หลีซื่อเหยี่ยนได้สติกลับมาแล้ว เขาจึงรีบเตือนสติเซียวอวี้หรงทันที “ในเมืองหลวงมีสตรีสูงศักดิ์มากมาย และยังมีอีกหลายคนที่รู้หนังสือและมีเหตุมีผล หลังจากกลับเมืองหลวงแล้ว ข้าจะให้แม่สื่อหาคู่มาให้เจ้าดูตัว”
“ขออาจารย์ล้มเลิกความตั้งใจ” เซียวอวี้หรงได้ยินเช่นนั้นก็รีบคุกเข่าคำนับทันที
เขาหน้าแดงด้วยความเขินอายอย่างมาก และเอ่ยทันที “หากไม่ใช่ศิษย์พี่ใหญ่…ศิษย์ก็ไม่แต่ง แค่อยู่กับหนังสือก็พอแล้วในชีวิตนี้ ข้าไม่สนใจพวกเรื่องนั้นเลย”
เขาแค่รู้สึกว่าคนที่รักหนังสือมากอย่างเขาจะไม่มีพลังมากพอในการดูแลครอบครัวและให้ความรักฉันท์สามีภรรยาอีกแล้วในชีวิตนี้
เหตุที่เขาขอศิษย์พี่ใหญ่แต่งงานก็เพราะอาจารย์คิดว่าศิษย์พี่ใหญ่เป็นคนดี
“กลับไปแล้วค่อยว่ากันอีกที เจ้าอายุยังน้อย หนทางยังอีกยาวไกล” หลีซื่อเหยี่ยนไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายในทันที
หลังจากที่พูดจบเขาก็เหลือบมองไปที่เซี่ยเฉียวและจ้าวเสวียนจิ่ง
เขาไม่ต้องเหนื่อยกับเด็กสองคนนี้มากนัก ไม่ว่าจะไม่แต่งงานหรือจะแต่งงาน…พวกเขาก็ไปด้วยกันแล้ว
ระหว่างที่คุยกันเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และกว่าจะรู้ตัวก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว
ไป๋อู้เฟิง
เจียงจิ้นลู่ถือตะเกียงดวงดาวไว้ดวงหนึ่ง สีหน้าเขาประหม่าเล็กน้อย
เขาพาคนออกมาโดยพลการ เมื่อกลับไปเขาต้องถูกลงโทษแน่ ดังนั้นตะเกียงดวงจะดับไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นศิษย์พี่จะต้องฆ่าเขาแน่
แม้ว่าเขาจะไม่เชื่อใจศิษย์พี่ใหญ่คนนี้ แต่…เขาก็ไม่กล้าที่จะล่วงเกินนางอย่างอธิบายไม่ได้
“ทำไมไฟดับอีกดวงแล้ว! ข้าไม่ได้บอกให้พวกเจ้าระวังมากๆ หรือ!” เมื่อเจียงจิ้นลู่เห็นว่ามีเพียงดวงไฟสองดวงที่อยู่ในมือของตนเองและองครักษ์ซย่าเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่ เขาก็โกรธจนหน้าแทบจะเป็นรอยย่น