ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 907 ห้ามแตะต้องของของข้า / ตอนที่ 908 ต้องโทษโม่หลิงจือสมควรตายคนนั้น
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 907 ห้ามแตะต้องของของข้า / ตอนที่ 908 ต้องโทษโม่หลิงจือสมควรตายคนนั้น
ตอนที่ 907 ห้ามแตะต้องของของข้า / ตอนที่ 908 ต้องโทษโม่หลิงจือสมควรตายคนนั้น
ตอนที่ 907 ห้ามแตะต้องของของข้า
ทันทีที่พวกเขาเดินเข้าไปในป่าแค่ไม่กี่ก้าว จ้าวเสวียนจิ่งและคนอื่นๆ ก็มองทางไม่ชัดแล้ว
ด้านหน้าและด้านหลังแทบจะเหมือนกันไปหมด ต้นไม้เหล่านี้ไม่มีอะไรพิเศษ และแยกแยะได้ยาก
แต่เซี่ยเฉียวถือเข็มทิศอยู่ในมือ และเดินไปตามคำแนะนำของเข็มทิศ ฝีเท้าของนางผ่อนคลาย ประเดี๋ยวก็เลี้ยว ประเดี๋ยวก็เดินเป็นวงกลม
การจะเดินตรงไปนั้นเป็นไม่ได้เลย
เนื่องจากมันคือค่ายกล ดังนั้นตำแหน่งทางออกนี้จึงต้องเฉพาะเจาะจงและจะต้องเดินไปตามทิศทาง จ้าวเสวียนจิ่งและคนอื่นๆ มองไม่เห็นความแตกต่างระหว่างต้นไม้เหล่านี้ แต่เซี่ยเฉียวไม่เหมือนกัน นางสามารถเห็นมันได้อย่างชัดเจน
ค่ายกลประเภทนี้ค่อนข้างสับสน และแม้แต่คนที่สร้างค่ายกลขึ้นมาเองก็ติดกับดักได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องมีวิธีให้นักพรตสามารถจำทิศทางได้ มันไม่มีอะไรมากไปกว่าค่ายกลตามตำราหรือตามแบบแผนที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ
ขณะนี้เป็นเวลากลางวันและมองไม่เห็นดวงดาว แต่ก็เป็นแค่ดาวทั่วไปเพียงไม่กี่ดวงเท่านั้น
นางแค่ต้องก้าวไปทีละก้าวตามทิศทางก็พอแล้ว
คนที่อยู่เบื้องหลังเซี่ยเฉียวไม่ได้พูดคุยกันมากนัก พวกเขาเงียบมากในเวลานี้
หลังจากเดินมาเกือบชั่วยาม ในขณะที่ทุกคนรู้สึกว่ากำลังจะอาเจียนเพราะกลิ่นดอกไม้ ในที่สุดพวกเขาก็เห็นทางออก!
“ดอกหอมหมื่นลี้นี้…” เซียวอวี้หรงรู้สึกว่ายาวิเศษของศิษย์พี่ใหญ่เกือบจะใช้ไม่ได้ผลแล้ว
กลิ่นหอมก็จริง แต่หอมฉุนเกินไป มีดอกไม้มากเกินไปจริงๆ
“เสียงกระดิ่งไม่ดัง คนข้างในก็ไม่ควรจะรู้ตัว รีบลงมือหน่อย อย่าปล่อยให้คนหนีไปได้” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
เหล่าองครักษ์พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
จะต้องเป็นอย่างนั้น!
ความผิดนี้อภัยไม่ได้!
ทันทีที่พวกเขาออกมาจากป่าดอกไม้ก็เห็นเรือนหลังน้อยโล่งๆ สบายๆ ที่มีสาวใช้อยู่จำนวนหนึ่ง พอพวกนางเห็นว่ามีคนมาก็ตกใจมาก แต่เหล่าองครักษ์ก็บุกเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วในทันที
เซี่ยเฉียวเห็นสถานที่นี้แล้วก็แทบไม่อยากไปไหนแล้ว
ฮวงจุ้ยที่นี่ดีมากจริงๆ ล้อมรอบด้วยเขาวงกตดอกหอมหมื่นลี้ ในเรือนหลังน้อยมีน้ำไหลริน เป็นสวรรค์สำหรับผู้วิเศษที่ต้องการปลีกวิเวกจริงๆ
“ใคร!” เสียงอุทานดังมาจากในห้อง
เซี่ยเฉียวได้ยินเสียงอะไรบางอย่างแตกดังมาเบาๆ และก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร
นางรีบสาวเท้าเข้าไปดูทันที
เซี่ยเฉียวเห็นองครักษ์สองสามคนกำลังกดคุมตัวชายชราอายุราวๆ ห้าสิบหกสิบปีเอาไว้ ชายชราผู้นี้ดูไม่เหมือนผู้วิเศษแต่อย่างใด สีผิวของเขาเข้มเล็กน้อย สีหน้าไม่ดี ร่างกายโค้งงอเล็กน้อย แข้งขาดูเหมือนจะเดินไม่สะดวก
นี่คือนักพรตผู้ทำความชั่วและจะได้รับผลกรรม
ภายในห้องดูเหมือนว่าการเปิดแท่นทำพิธีจะเริ่มขึ้นแล้ว
และมีใครบางคนนอนอยู่
คนผู้นี้ดู…หล่อเหลามาก รูปร่างหน้าตาของเขาค่อนข้างคล้ายกับซังโหยวจริงๆ พวกเขาน่าจะอายุพอๆ ใบหน้าของเขาซีดเซียวราวกับเขาได้ตายไปแล้วกระนั้น
เขาน่าจะเป็นเหมิงหยินที่เคยโด่งดังในสมัยหนุ่มๆ
เซี่ยเฉียวก้าวเข้าไปทันที นางมองคนที่อยู่บนพื้นแล้วหยิบหุ่นไม้ตัวเล็กๆ ขึ้นมา
ยันต์สีเหลืองแปะอยู่บนหุ่นไม้ ซึ่งมันเป็นยันต์ตัวตายตัวแทน และหุ่นไม้นั้นก็เป็นตัวแทนของซังโหยวศิษย์น้องสามของนาง
“ห้ามแตะต้อง ห้ามแตะต้องของของข้า!” นักพรตหูท่าทางคลุ้มคลั่ง สายตาที่มองของในมือของเซี่ยเฉียวมีความหลงใหล
“ชัยภูมิที่เจ้าทำพิธีใช้ไม่ได้” เซี่ยเฉียวแกะยันต์สีเหลืองออกและเผามัน นางเอ่ยขึ้นช้าๆ “แปดทิศและธาตุทั้งห้าจะต้องเพียงพอ ที่นี่มีน้ำ ดิน และไม้เพียงพอ แต่ยังขาดธาตุไฟและทอง แต่ให้เจ้าแย่งชีวิตคนอื่นมาได้ แต่ต่อไปเขาก็จะต้องอ่อนแอ”
ไฟหนักเบาล้วนมีผล ไฟมากความโกรธก็มากตาม ไฟน้อยเกินไปพลังชีวิตก็น้อยตาม
ธาตุทองนั้นเป็นรากฐาน ทองมากยิ่งแข็งมาก ทองน้อยไปก็ไม่สงบอ่อนแอ
จะต้องสมดุลเท่านั้น
เดิมทีเซี่ยเฉียวคิดว่านักพรตคนนี้น่าจะมีความเก่งกาจมาก บางทีเขาอาจมีส่วนร่วมกับเรื่องที่นางเคยพบเจอมาก่อนหน้านี้ แต่พอนางได้เห็นชัยภูมิของการทำตัวตายตัวแทนนี้และโหงวเฮ้งของเขานางก็รู้แล้ว
เขาไม่น่าจะเป็นนักพรตชั่วคนที่นางคิด
ตอนที่ 908 ต้องโทษโม่หลิงจือสมควรตายคนนั้น
นักพรตหูผู้นั้นได้ยินที่เซี่ยเฉียวพูดก็โกรธจนควันออกหู
“เจ้าเป็นใคร! ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้ากำลังทำพิธีตัวตายตัวแทน แล้วยังกล้ามารบกวนอีกหรือ…ฮึ!” เขาพูดยังไม่ทันจบ เซี่ยเฉียวก็ดึงยันต์ออกมาเผาทิ้ง ทันใดนั้นชายผู้นั้นก็กระอักเลือดออกมาเต็มปาก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมนต์คาถาสะท้อนกลับหรือความโกรธกันแน่
หลังจากกระอักเลือดออกมาชายผู้นั้นก็นอนลงไปกับพื้น เบิกตาโพลง และไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นมาได้
เขาดูเหมือนขอทานแก่ๆ คนหนึ่ง
“ชุดของเจ้าดูสูงส่งมั่งมีมากทีเดียว แต่เจ้ากลับไม่รู้เลยสักนิดว่าทำอะไรผิดไป ความมั่งมีที่เจ้าฝืนธรรมชาติให้ได้มาจะต้องแลกด้วยชีวิต” เซี่ยเฉียวยิ้มเย็น
ทรัพย์สมบัติที่ได้มาโดยมิชอบนั้นไม่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สามารถ ‘ล่วงรู้ความลับของสวรรค์’ ได้อย่างพวกนาง มันจะมีผลกรรมติดตัว จึงไม่ควรทำกรรมชั่ว ไม่ควรโลภในทรัพย์ ต่อให้มีความโลภก็ต้องมีคุณธรรม
มิฉะนั้นก็จะถูกสวรรค์ลงโทษและมีชะตากรรมเลวร้าย
“เจ้า…เจ้าจะรู้อะไร…” นักพรตเอ่ยขึ้นอย่างดื้อรั้นทั้งเลือดอาบเต็มปาก “ข้า เมื่อก่อนข้าก็เคยทำความดีมาแล้วไม่น้อย…แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีชะตาชีวิตที่ดีอะไรขึ้นมาเลย…”
ตอนนี้เขาแค่ขอในสิ่งที่เขาต้องการเท่านั้น
เซี่ยเฉียวไม่ได้สนใจเขา แต่นางหันไปมองเหมิงหยินผู้นั้น
เขายังมีลมหายใจ…
ดวงของเขาแข็งเหลือเกิน
“เขาป่วยมาหลายปีแล้ว แต่ดูสินี่เขากลับได้รับการดูแลอย่างดี ขาวๆ อ้วนท้วนสมบูรณ์ทีเดียว” เซี่ยเฉียวยื่นมือออกไปหยิกแก้มเหมิงหยิน
หลังจากที่เซี่ยเฉียวหยิกแล้ว นางก็นึกขึ้นได้ว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร แล้วนางก็ดึงมือกลับมาอย่างเมตตาโดยแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คนผู้นี้…ขาวมากจริงๆ
เขาอยู่แต่ในบ้าน และยังป่วย ใบหน้าน้อยๆ เย็นเฉียบไปหมด ทั้งเนื้อทั้งตัวของเขาก็เหมือนขนมไหว้พระจันทร์ผิวหิมะ ช่างน่าลงไม้ลงมือจริงๆ
“เกือบเก้าปีแล้ว…” เสียงของนักพรตหูแหบแห้ง “เขาถึงที่ตายแล้ว แต่เป็นข้าเองที่ยื้อชีวิตเขามาจนถึงตอนนี้…เจ้ายังบอกว่าการทำพิธีตัวตายตัวแทนของข้าไม่ดี…มีตรงไหนไม่ดี หลายปีมานี้ข้าทุ่มเทไปมาก เจ้ามันก็ดีแต่พูดเท่านั้น!”
“พูดมาให้ละเอียด” เวลานี้เซี่ยเฉียวไม่รีบร้อนอีกต่อไป
นางมีเวลาฟังนิทาน
นักพรตหูเหลือบมองจ้าวเสวียนจิ่ง และหลังจากเห็นใบหน้านั้น เขาก็หัวเราะออกมาและดูเหมือนจะรู้ว่าชะตากรรมของเขากำลังจะจบลงแล้ว
“เจ้าคิดว่าข้าทำร้ายชีวิตคนอื่นนั่นน่ารังเกียจใช่หรือไม่ แต่ชายชราผู้นี้ไม่มีทางเลือกนี่!”
“จะมีใครเอามีดมาจ่อคอบังคับให้เจ้าทำร้ายคนได้หรือ” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวเรียบๆ “ด้วยความสามารถของเจ้า หากคนที่จะมาข่มขู่เจ้าไม่มีความสามารถสักหน่อยก็คงทำอะไรเจ้าไม่ได้หรอก”
นักพรตบางคนก็สามารถท่องมนต์คาถาได้ ปลุกเสกได้ธรรมดาทั่วไป แต่ก็มีนักพรตบางคนที่ทำได้หลายอย่างๆ เช่น จับวิญญาณ ทำนายดวงชะตาได้เหมือนนาง
แม้ว่าคนตรงหน้านี้จะไม่เก่งเท่านาง แต่ก็ไม่ได้แย่
เขาหรือจะถูกคนอื่นข่มขู่ เป็นไปไม่ได้หรอก
“เจ้าจะรู้อะไรเล่า! ตอนนั้นข้าก็ฮึกเหิมเหมือนกับเจ้า อุตส่าห์เดินทางไกลไปถึงเมืองหลวงเพื่อถกเรื่องเต๋า แต่ใครจะรู้ว่า…” นักพรตหูนึกถึงอะไรบางอย่าง แล้วสีหน้าของเขาก็ย่ำแย่ลง “ข้าเองก็ถูกคนทำร้ายจนต้องตกต่ำจนถึงจุดนี้ ข้าทำนายไม่แม่น จิตใจของข้าไม่มั่นคง ตอนนั้นข้าก็แค่ทำผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่กลับถูกขับไล่ออกมาจากเมืองหลวง ข้ายากจน ญาติมิตรก็ตัดขาด มีชีวิตแย่ยิ่งกว่าสุนัขตัวหนึ่งเสียอีก! หากเจ้าไม่มาพึ่งพาตระกูลเหมิง ข้าคงไม่มีแม้แต่ข้าวจะกิน!”
ริมฝีปากของนักพรตหูสั่นเทา ดูค่อนข้างน่าสงสาร
“ที่แท้เจ้าก็ทำความผิด เจ้าก็ควรได้รับผลกรรม มันก็ถูกแล้วนี่” เซี่ยเฉียวกลับสงบนิ่งมาก นางไม่มีความเห็นอกเห็นใจใดๆ
“เจ้าเองก็เป็นคนในวงการเดียวกับข้า! เจ้าก็น่าจะรู้ว่าพวกเราทำผิดได้ง่ายแค่ไหน! ต้องโทษโม่หลิงจื่อสมควรตายคนนั้น หากไม่ใช่เพราะคำพูดของเขา ข้าก็คงไม่ทำเรื่องชั่วๆ เพื่อเอาชนะเขาหรอก เป็นเขาที่ทำลายตบะของข้า! ชีวิตนี้ของข้านับว่าถูกเขาทำลายไปแล้ว ตอนนี้ข้าแค่ไม่อยากระหกระเหเร่ร่อนอีกแล้ว แค่คิดจะอาศัยข้าวบ้านตระกูลเหมิงเลี้ยงดูไปจนตายเท่านั้น!”