ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 881 อาจารย์ / ตอนที่ 882 ไอเย็นเข้าร่าง
ตอนที่ 881 อาจารย์ / ตอนที่ 882 ไอเย็นเข้าร่าง
ตอนที่ 881 อาจารย์
เซียวอวี้หรงรู้สึกประหม่าอย่างยิ่ง เขาหันไปมองเซี่ยเฉียวและรัชทายาทก่อนจะหันไปถาม “คนที่ป่วย…เป็นศิษย์คนไหนของอาจารย์”
บ่าวรับใช้ผู้นั้นก็ตอบกลับอย่างรวดเร็ว “เป็นคุณชายซังขอรับ”
เซียวอวี้หรงรู้สึกบีบหัวใจขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
เซี่ยเฉียวรู้เรื่องเกี่ยวกับศิษย์น้องสามคนนี้ค่อนข้างน้อย ศิษย์น้องสามชื่อซังโหยว ตอนนี้เขาจะอายุยี่สิบสี่แล้ว ซึ่งมากกว่าจ้าวเสวียนจิ่งเล็กน้อย แต่เนื่องจากเขาเข้าสำนักมาทีหลังจึงได้เป็นศิษย์น้องสาม
ครอบครัวของเขาไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง และเขาก็เล่าเรียนอยู่ที่เมืองหลวงตั้งแต่ยังเล็ก ตอนนี้นอกจากจะติดตามอาจารย์ไปทั่วแล้ว เขายังเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สำนักศึกษาหลวงด้วย
ซังโหยวเชี่ยวชาญการดีดพิณ เขาจึงสอนดนตรีและศิลปะการจัดดอกไม้ที่สำนักศึกษาด้วย
คนผู้นี้…
อาจารย์ยังเคยเขียนจดหมายมาเล่าให้นางแล้วว่า ตอนที่รับเขาเป็นศิษย์ท่านก็คิดว่าศิษย์น้องสามเป็นหนุ่มน้อยผู้สง่างาม แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเขาจะมีนิสัยเสียมากมาย!
เขาเป็นคนหลงตัวเองคนหนึ่ง!
“ไม่มีประโยชน์ที่จะกังวลอะไรตอนนี้ เราไปดูกันก่อนเถอะ” จ้าวเสวียนจิ่งนั้นเอ่ยอย่างใจเย็นเมื่อเห็นเซียวอวี้หรงมีสีหน้าไม่ดี
เซียวอวี้หรงพยักหน้าและก้าวเท้าเร็วขึ้น
ไม่นานพวกเขาก็มาถึง
บ่าวผู้นั้นพาพวกเขาตรงไปยังเรือนรับแขกที่อาจารย์พำนัก ทิวทัศน์ในเรือนหลังนั้นไม่เลวเลย ซึ่งแสดงให้เห็นได้ว่าอาจารย์น่าจะอยู่อย่างสุขสบายในบ้านตระกูลเหมิงนี้
เซี่ยเฉียวมองเห็นหลีซื่อเหยี่ยนทันทีที่ก้าวเข้าประตูไป
เขาสวมเสื้อคลุมสีเทา ย่อตัวนั่งอยู่บนพื้น และถือจอบปลูกดอกไม้อยู่ในมือ กำลังดูแลดอกไม้และต้นไม้ในลานบ้าน ใบหน้าของเขาเป็นกังวลเล็กน้อย ดูออกว่าอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้เจออาจารย์มานานแล้ว
หลายปีก่อนอาจารย์พำนักอาศัยอยู่วัดสุ่ยเย่ว์เป็นเวลาเกือบสองสามปีแล้ว หลังจากที่อาจารย์จากไป ก็ไม่เคยกลับไปพำนักอยู่ที่นั่นอีกเลย คราวหลังนางจึงได้พบอาจารย์น้อยมากจนนับครั้งได้เลย แต่ท่านกลับไม่ลืมขอให้พ่อค้านักเดินทางส่งหนังสือตำราบางเล่มมาให้นาง นอกจากนี้ระหว่างพวกเขาก็มีจดหมายส่งหากันไม่เคยขาด
ทันทีที่พวกเขาเข้าไปข้างใน เซียวอวี้หรงก็รีบเดินเข้าไปและคุกเข่าลงก่อนใคร ส่วนจ้าวเสวียนจิ่งมีสถานะพิเศษ เขาจึงเพียงแต่ประสานมือโค้งคำนับเท่านั้น
เซี่ยเฉียวตกตะลึงไปทันทีเมื่อเห็นว่าพวกเขารวดเร็วขนาดนี้
แต่นางเองก็ไม่รอช้ารีบคุกเข่าลงทันที “ศิษย์อกตัญญูโม่ชูเซิงคารวะอาจารย์!”
หลีซื่อเหยี่ยนมองเห็นนางแล้ว
ชายชราผู้นั้นกลับลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินเข้ามาด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจขึ้นมาก “เสี่ยว…เซิงเอ๋อร์!”
“…” เซี่ยเฉียวโล่งอกก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา “อาจารย์”
“ดี ดีมาก! ไม่พบกันตั้งนาน เจ้าสูงขึ้นและโตขึ้นแล้ว กลายเป็นสาวแล้ว! เฮ้อ! เดินทางมาเหนื่อยหรือไม่ รีบเข้าไปพักในเรือนรับรองก่อนเถอะ ประเดี๋ยวข้าค่อยพูดกับเจ้าเรื่องเจ้าสาม” หลีซื่อเหยี่ยนท่าทางตามใจ
ส่วนเซียวอวี้หรงและโจวเว่ยจงที่ติดตามมาด้วยมีท่าทางสับสน
อาจารย์ผู้เฒ่าพูดถึงนักพรตอายุสี่สิบปีคนหนึ่งเช่นนี้ไม่แปลกไปหน่อยหรือ
อย่างไรก็ตาม ความสงสัยของเซียวอวี้หรงนั้นหายวับไปในทันที
อาจารย์รักและเอ็นดูศิษย์พี่เสมอมา แม้แต่ตอนที่รับพวกเขาเข้าสำนัก อาจารย์ก็กำชับเป็นร้อยเป็นพันครั้งว่าจะต้องให้ความเคารพศิษย์พี่ จะรังแกศิษย์พี่ไม่ได้ กระทั่งเคยพูดว่า หากท่านไม่กังวลว่าศิษย์พี่จะดูแลสำนักคนเดียวไม่ได้ ไม่มีที่พึ่งในภายหลัง ท่านก็คงจะไม่รับศิษย์คนอื่นเพิ่มอีก!
คำพูดเหล่านี้เขาได้ยินมามากแล้ว
ตอนนั้นอาจารย์ยังบอกอีกว่าศิษย์พี่ยังเด็ก…
ในสายตาของอาจารย์ แม้ว่าศิษย์พี่จะอายุเจ็ดแปดสิบปีแล้ว นางก็ยังเป็นเด็กคนหนึ่งอยู่เท่านั้น!
“อาจารย์ ข้าไม่เหนื่อย” เซี่ยเฉียวค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับอาการของศิษย์น้องของตน นางจึงเอ่ยถามขึ้นทันที “เกิดอะไรขึ้นกับศิษย์น้องสาม ทำไมเขาถึงได้ป่วย หรือว่าเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง”
“ใช่แล้วอาจารย์ ในจดหมายก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรผิดปกติ…” เซียวอวี้หรงยิ่งกังวลมากขึ้นไปอีก
ตอนที่ 882 ไอเย็นเข้าร่าง
ในบรรดาศิษย์น้องทั้งหมด เซียวอวี้หรงสนิทสนมกับซังโหยวที่สุดแล้ว ถึงอย่างไรทั้งสองก็มีอายุอานามไล่เลี่ยกัน ความชอบของพวกเขาทั้งสองก็คล้ายกันมากด้วย
แม้ว่าซังโหยวจะมาจากตระกูลสูงศักดิ์ แต่เขาก็ไม่มีญาติในเมืองหลวง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์พี่ศิษย์น้อง
แน่นอนว่ารัชทายาทเองก็ดีเหมือนกัน แต่รัชทายาทฉลาดและมีฐานะสูงส่ง ระหว่างศิษย์พี่ศิษย์น้องก็ยังปฏิบัติตัวตามมารยาท ปกติแล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงไม่ได้ใกล้ชิดกันมากนัก
อาจารย์หลี่ผู้เฒ่าเช็ดไม้เช็ดมือแล้วให้ทั้งสามคนนั่งลงพูดคุยกัน
“เกรงว่าศิษย์น้องสามของเจ้าน่าจะไม่ไหวแล้ว” อาจารย์หลีผู้เฒ่าถอนหายใจ “ตอนแรกเขาแค่รู้สึกไม่สบายเล็กน้อย ข้าก็คิดว่าเขาเป็นแค่ไข้หนาวสั่นทั่วไป ใครจะไปรู้ว่าโรคนี้รักษาอย่างไรก็ไม่หาย ยาดีอะไรก็ลองใช้หมดแล้ว แต่ก็ไม่ดีขึ้น หมอดีๆ ที่ป้อมเหมิงจยานี้ก็มีไม่น้อย แต่ก็ยังช่วยอะไรไม่ได้ หมอบอกว่าไอเย็นเข้าร่าง อวัยวะภายในไร้พลังชีวิต”
“ศิษย์น้องสามได้ไปที่ที่หนาวเย็นมากๆ ที่ไหนมาบ้างหรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกสงสัยแปลกใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น
อาจารย์ผู้เฒ่าถอนหายใจ “ในช่วงสองปีที่ผ่านมาข้าพาพวกเขาเดินทางไปทั่ว เดินทางไปที่ต่างๆ มาแล้วไม่น้อยจริงๆ ที่ๆ หนาวมากๆ…ก็เคยไป แต่ตอนนั้นพวกเราสวมเสื้อผ้าจำนวนมาก และร่างกายของพวกเราไม่ได้สัมผัสกับน้ำแข็งโดยตรง นอกจากนี้ มันก็เป็นเรื่องที่ผ่านมาเป็นปีแล้ว หากจะป่วยไข้เพราะความหนาวโจมตีก็ไม่น่าจะต้องรอให้ผ่านไปนานขนาดนี้เลยนี่?”
อาจารย์ผู้เฒ่าไม่สามารถเข้าใจเรื่องนี้ได้จริงๆ
“หากอย่างนั้นระหว่างการเดินทางนี้มีอะไรพิเศษเกิดขึ้นบ้างหรือไม่” เซี่ยเฉียวครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะถามออกมา
เขาส่ายหน้า “หลังจากซังเอ๋อร์ป่วย ข้าก็ครุ่นคิดอยู่ตลอด ในหัวของข้าคิดถึงแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมากลับไปกลับมาหลายครั้งมาก แต่กลับไม่พบเรื่องไหนเลยที่จะทำให้เขาล้มป่วยลงอย่างนี้ได้”
เซี่ยเฉียวเองก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
อาจารย์ผู้เฒ่าของนางเป็นอาจารย์มาหลายสิบปีและก็รุ่งโรจน์มานานหลายสิบปีเช่นกัน
เขามีความสามารถที่เห็นอะไรแล้วก็จะไม่มีวันลืมมาตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก ดังนั้นในเมื่อเขาบอกว่าไม่มีอันตรายอะไรในการเดินทางครั้งนี้ มันก็ต้องเป็นความจริง
“ข้าไม่เคยได้ยินว่าในท้องของศิษย์น้องสามจะมีจุดอ่อนอะไร…” เซียวอวี้หรงก็ช่วยไม่ได้เช่นกัน “อาจารย์ ตอนนี้ศิษย์น้องสามอยู่ที่ไหน ศิษย์อยากจะไปดูเขาหน่อย”
“ฝ่าบาทพาหมอหลวงมาด้วยหรือไม่” อาจารย์หลีผู้เฒ่าถามจ้าวเสวียนจิ่งก่อน
“พามาด้วย” จ้าวเสวียนจิ่งพยักหน้า
เขามาที่นี่เพื่อรับชายชรา มันคงจะปลอดภัยกว่าหากเขาพาหมอหลวงมาด้วย เพราะถึงอย่างไรเขาก็แก่แล้ว
“ดีมาก เจ้ารีบไปเชิญเขามาดูศิษย์น้องของเจ้าหน่อย” อาจารย์หลีผู้เฒ่าดูสนใจขึ้นเล็กน้อยและเริ่มจัดแจงทันที
โจวเว่ยจงได้ยินเช่นนั้นก็รีบสั่งให้ใครไปตามหมอหลวงมาทันที
สิ่งของที่พวกเขานำมาด้วยยังอยู่บนรถม้าในตอนนี้ เพราะถึงอย่างไรที่นี่ไม่ใช่บ้านของพวกเขาเอง อาจารย์หลีผู้เฒ่าสามารถอาศัยอยู่ที่นี่ได้ แต่พวกเขามาถึงที่นี่อย่างกะทันหัน จึงไม่สามารถที่จะอาศัยอยู่ได้โดยไม่ทักทายเจ้าของบ้านก่อน นอกจากนี้ประเดี๋ยวพวกเขายังต้องเข้าพบเพื่อเยี่ยมเจ้าของบ้านที่นี่ก่อนด้วย
หากไม่สะดวก พวกเขาก็จะเช่าบ้านหลังหนึ่งใกล้ๆ นี้ แล้วค่อยพาศิษย์น้องไปลองรักษาตัวดู
หลังจากนั้นไม่นานหมอหลวงก็เข้ามาด้วยท่าทางเคารพนอบน้อม
จากนั้นอาจารย์หลีผู้เฒ่าก็พาพวกเขาไปที่ห้องนอน
ประตูนั้นปิดสนิท และเมื่อเปิดออกคลื่นความร้อนสายหนึ่งก็พุ่งออกมาปะทะใบหน้าพวกเขาทันที
“เขามักจะบอกว่าหนาว คลุมผ้าห่มหลายชั้นก็ไม่ช่วย ข้าจึงได้ใช้อ่างเผาถ่านให้เขาเพื่อให้อุ่นขึ้นหน่อย” อาจารย์หลีผู้เฒ่าอธิบาย
ภายในเรือนหลังนี้เงียบมาก มีเพียงแค่บ่าวรับใช้ยืนอยู่ที่ประตูคนหนึ่งเท่านั้น
“เจ้าห้าไปไหนหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบมองและเอ่ยถาม
“เขาไปตลาด ที่ป้อมเหมิงจยานี้มีพ่อค้าไปมามากมาย ทุกวันจะมีพ่อค้าบางคนนำสินค้าแปลกใหม่จากทั่วสารทิศ เจ้าห้าไปร้านขายยาเพื่อดูว่ามียารักษาโรคไข้หวัดหรือไม่จะได้ซื้อมาได้ทันที น่าเสียดายที่แม้จะซื้อยาพวกนั้นมาแล้วไม่น้อย แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่พบอะไรที่เป็นประโยชน์เลย”