ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 877 ดวงไม่แข็ง / ตอนที่ 878 ฆ่าเจ้าสักสามร้อยรอบ
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 877 ดวงไม่แข็ง / ตอนที่ 878 ฆ่าเจ้าสักสามร้อยรอบ
ตอนที่ 877 ดวงไม่แข็ง / ตอนที่ 878 ฆ่าเจ้าสักสามร้อยรอบ
ตอนที่ 877 ดวงไม่แข็ง
ใต้เท้าของเซียวอวี้หรงราวกับถูกตะกั่วถ่วงอยู่จนเขาไม่สามารถก้าวขาไปไหนได้
หลังจากที่เซี่ยเฉียวทำธุระของนางเสร็จ นางก็ขึ้นรถม้าไปทันทีและรีบเดินทางต่อไป เซียวอวี้หรงที่อยู่ข้างหลังชักช้าอืดอาด เขาเพียงรู้สึกว่าด้านหลังเขาเย็นยะเยือกและดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างกำลังเฝ้าดูเขาอยู่กระนั้น
เขารู้สึกอึดอัดไปหมดทั้งร่าง
แต่สิ่งที่จะทำให้เขารู้สึกแย่จริงๆ นั้นยังรออยู่ข้างหน้า
บนถนนสายหลักของทางการก็ยังมีวิญญาณอยู่อีก
บางทีพวกเขาก็ลอยออกมาจากป่าบ้าง บางตนก็ไม่อยากไปเกิดใหม่ ชอบเป็นวิญญาณลอยไปลอยมาอยู่อย่างนี้ เซี่ยเฉียวก็ไม่สนใจ แต่ก็มีบางตนนางดูโหงวเฮ้งแล้วก็รู้ว่าคงไม่เต็มใจและยังมีความปรารถนาสุดท้ายอยู่ เซี่ยเฉียวเห็นก็จะเรียกเข้ามาถามเรื่องราวอย่างละเอียด
ความปรารถนาของวิญญาณเหล่านี้นับว่าไม่ใช่เรื่องยาก
หากสามารถจัดการได้ เซี่ยเฉียวก็จะรับไว้
และจดบันทึกลงทะเบียนไว้ทีละเรื่อง
คนของจ้าวเสวียนจิ่งนั้นพฤติกรรมแปลกๆ สำหรับนางไม่รู้สึกแปลกใจ แต่เซียวอวี้หรงนั้นต่างออกไป
เมื่อก่อนถึงแม้ว่าศิษย์พี่จะเป็นนางในดวงใจของเขา แต่พวกเขากลับไม่ค่อยได้พบเจอกันมากเท่าไรนัก ไม่ได้คบหากันลึกซึ้ง และไม่ได้รู้จักกันดี แต่ตอนนี้พวกเขาเดินทางร่วมกันกินข้าวด้วยกัน จึงได้รู้จักกันมากขึ้น
ที่แท้ศิษย์พี่ก็ไม่เพียงแต่วาดยันต์ได้เท่านั้น…
นางยังพึมพำกับตัวเองท่ามกลางอากาศที่ว่างเปล่า บางครั้งนางจะนำเครื่องยันต์สีเหลืองออกมาสองสามแผ่น และสะบัดมันออกไปเบาๆ บางแผ่นก็ติดไฟกลางอากาศขึ้นมาเอง มันออกมาเหมือนกับที่นักเล่นปาหี่ข้างถนนพวกนั้นทำเลย วิเศษจริงๆ!
หากเขาเห็นสิ่งนี้บนถนน เขาอาจจะปรบมือให้กับเงินจำนวนหนึ่ง แต่ตอนนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับศิษย์พี่ของตนเอง จิตใจของเขากลับยุ่งเหยิง ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
เขารู้สึกตื่นตระหนกลนลานเล็กน้อย
ไม่กี่วันต่อมาวันสารทก็มาถึง
สีหน้าของเซียเฉียวดูเคร่งขรึมกว่าเมื่อก่อนมาก ตลอดเดือนเจ็ดนี้จะมีวิญญาณมากกว่าเดือนอื่นๆ และในวันสารทก็จะเป็นวันที่มีวิญญาณมากที่สุด
บนท้องฟ้าเมฆดำก่อตัวเป็นกลุ่ม พลังหยินโดยรอบก็เข้มข้น แต่มีเพียงเซี่ยเฉียวเท่านั้นที่มองเห็นฉากนี้
“ศิษย์พี่โม่ วันนี้พวกเราไม่รีบเดินทางหรือ” เซียวอวี้หรงค่อนข้างกังวล
ตอนนี้พวกเขาอยู่ในโรงเตี๊ยมและเดินทางมาได้ประมาณครึ่งทางแล้ว โรงเตี๊ยมนี้ดูทรุดโทรมหน่อย และนอกจากเจ้าของโรงเตี๊ยมแล้วก็มีแต่พวกเขานี่แหละ
“วันนี้เป็นวันพิเศษ ไม่ควรรีบเดินทาง หากมีคนไหนในขบวนดวงไม่แข็ง ข้าเกรงว่าพวกเขาจะชงเอาได้” เซี่ยเฉียวอธิบายอย่างจริงจัง
“…” เซียวอวี้หรงยิ้มกระอักกระอ่วน
เขาเริ่มฟังคำพูดของศิษย์พี่ไม่เข้าใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาโตมาขนาดนี้ก็ยังไม่เคยเห็นวิญญาณมาก่อนจริงๆ เมื่อก่อนเขาเคยแต่ได้ยินคนอื่นพูดเรื่องสิ่งชั่วร้าย แต่เขากลับไม่เคยคิดพิจารณาถึงมันอย่างละเอียด ดังนั้นตอนนี้เขาจึงไม่กล้าที่จะเชื่อจริงๆ
แต่หากเขาไม่เชื่อก็เท่ากับว่าเขาสงสัยว่าศิษย์พี่หลอกลวงมาตลอด?
พอนึกถึงยันต์ที่ศิษย์พี่วาด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นผลทางจิตใจของเขาหรือเปล่า ทุกครั้งที่ใช้ยันต์ศิลปะวิชาการ เขาจะรู้สึกเหมือนความคิดพรั่งพรู ตั้งสมาธิง่ายขึ้น…
เซียวอวี้หรงไม่ต้องการพูดเรื่องเหล่านี้ต่อหน้าศิษย์พี่โม่ เขาจึงไปหารัชทายาทแทน
“ศิษย์พี่หมกมุ่นอยู่กับการจับวิญญาณมากขนาดนี้ หากอาจารย์เห็นเข้าจะไม่แย่หรือ อีกอย่าง ศิษย์น้องสามของเราก็ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ และน้องชายยังมีศิษย์น้องห้า หากรู้ว่านางทำเรื่องเหล่านี้ ข้าเกรงว่าเขาจะมีอคติ” เซียวอวี้หรงกังวลใจเล็กน้อย
ศิษย์น้องสามค่อนข้างหลงใหลความสะอาด เขาชอบดอกไม้และต้นไม้ ไม่เชื่อเรื่องผีสางเทวดาอะไรที่มองไม่เห็น แต่เชื่อในตัวเองเท่านั้น เป็นคนหยิ่งทะนงในตนเองคนหนึ่ง
ศิษย์น้องห้ายิ่งยุ่งยากเข้าไปใหญ่…
และไม่ได้มีชาติกำเนิดที่ดี
เขาเป็นศิษย์ที่อาจารย์รับไว้ตอนที่ออกเดินทางพเนจร มารดาของเขาล้มป่วยและตายจากการรักษาของแม่หมอ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นพุทธหรือเต๋าใครก็ตามที่พูดคำว่า ‘ของชั่วร้าย’ และ “สิ่งสกปรก” ต่อหน้าเขา เขาจะไม่ยอมไว้หน้าอีกฝ่ายแต่น้อย
ตอนที่ 878 ฆ่าเจ้าสักสามร้อยรอบ
ศิษย์น้องของนางทุกคนรู้มาโดยตลอดว่าศิษย์พี่โตมาในวัดเต๋า แต่ก็รู้เพียงว่านางอยู่ที่นั่นเพื่อบำเพ็ญเพียรเท่านั้น
นักพรตในใต้หล้ามีจำนวนมากมายขนาดนั้นก็จริง แต่คนที่จะออกไปจับวิญญาณจับพวกสัตว์ประหลาดได้ก็มีแค่ไม่กี่คน
ดังนั้นศิษย์น้องห้าจึงให้ความเคารพศิษย์พี่ใหญ่มาก แต่หากเขารู้ว่านาง…เป็นอย่างนี้ เกรงว่าเขาจะมีท่าทีเปลี่ยนไป
“แม้ว่าน้องห้าจะไม่รู้ความ แต่หากมีอาจารย์และข้าอยู่ด้วย เขาคงจะไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามหรอก” จ้าวเสวียนจิ่งกลับไม่ได้สนเรื่องนี้เท่าไรนัก
ขอแค่พวกเขาใช้เวลากับเซี่ยเฉียวมากขึ้น พวกเขาก็จะเข้าใจได้เองว่าความสามารถของเซี่ยเฉียวนั้นเป็นของจริงทั้งหมด ไม่เหมือนกับพวกที่ต้มตุ๋นหลอกลวงคนอื่นพวกนั้น
เซียวอวี้หรงถอนหายใจ “เมื่อครู่นี้ข้าเห็นศิษย์พี่ทำท่าเหมือนจะเปิดแท่นทำพิธี ไม่รู้ว่านางต้องการจะทำอะไร…”
“หากเจ้าสงสัยก็ไปแอบดูสิ” สายตาของจ้าวเสวียนจิ่งแฝงความหมายมากขึ้น
เซียวอวี้หรงยังคิดจะอยากดูจริงๆ
ศิษย์พี่เหมาโรงเตี๊ยมทั้งหมดแล้ว แม้แต่เจ้าของก็ยังถูกจัดให้อยู่ตรงเรือนด้านหน้า และไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวเข้าไปในเรือนด้านหลัง ไม่เพียงเท่านั้น ตั้งแต่เช้านางก็เดินไปรอบๆ เรือนและแปะยันต์สีเหลืองไว้เต็มไปหมด
และวันนี้นางไม่ใส่ชุดขาวแล้ว แต่ใส่ชุดสีฟ้าเก่าๆ สีหน้านางก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไร ดูเหมือน…
ไม่ได้สดใสพราวตามาก สีผิวก็เข้มขึ้นและหมองคล้ำ จู่ๆ ก็ดูธรรมดามากขึ้น ท่าทางเหมือนนางเซียนสูงส่งลึกลับไม่อาจเข้าใจได้ดูเหมือนจะหายไปหมด
วันนี้เกิดอะไรขึ้น
เซียวอวี้หรงยืนอยู่ตรงหน้าต่างบนชั้นสอง เขาจับตามองไปที่ลานด้านล่างตลอดเวลา
หลังจากที่เซี่ยเฉียวเตรียมตัวพร้อมแล้ว นางก็ล้างมือและเผาเครื่องหอมเพื่อเปิดแท่นทำพิธี
นางพึมพำอะไรบางอย่าง เขาอยู่ห่างไกลจึงได้ยินไม่ถนัด แต่กลับมองเห็นฉากนั้นได้อย่างชัดเจน มันจึงดึงดูดความสนใจของเขายิ่งขึ้นไปอีก
เซียวอวี้หรงเห็นว่าศิษย์พี่ของเขาดูเหมือนจะร่ายรำอยู่กับที่ ฝีเท้าของนางก็ดูลึกลับและแปลกประหลาด มันทำให้เขาอดละสายตาไม่ได้
ทันใดนั้นในลานบ้านส่วนหลังก็เหมือนจะมีลมกระโชกแรง เขารู้สึกได้ถึงความมืดมนที่ทำให้รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกและไม่ค่อยสบายนัก แต่ศิษย์พี่กลับอยู่ท่ามกลางลมนั้นเหมือนเดินเล่นในลานบ้านโดยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ดวงตาของนางแน่วแน่ และสะบัดยันต์ขึ้นทีละแผ่นๆ ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่านางกำลังทำอะไรอยู่
เซี่ยเฉียวเหนื่อยมากจริงๆ
หากนางไม่ได้เตรียมพร้อมไว้อย่างดีก่อนหน้านี้ นางก็คงไม่กล้าออกเดินทางในช่วงเดือนเจ็ดอย่างนี้
ระหว่างทางมีวิญญาณเยอะมากเหลือเกิน แล้วยังรวมถึงวิญญาณที่นางนำมาจากหอส่องชะตาด้วย…
นางต้องส่งไปทั้งหมด
ตอนนี้ประตูสู่เมืองแห่งคนตายเปิดกว้าง วิญญาณที่ขึ้นมาจากเบื้องล่างเหล่านั้นสามารถกลับไปได้หากพวกเขาคุ้นเคยกับประตูและถนนหนทาง ส่วนวิญญาณที่อยู่ในมือของเซี่ยเฉียวตอนนี้น่าจะไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อจึงไม่ง่ายหากคิดจะลงไปเบื้องล่าง
สิ่งที่เซี่ยเฉียวต้องทำคือใช้พลังหยินในตอนนี้ดึงวิญญาณเหล่านี้ออกไป
การส่งพวกเขาไปเกิดใหม่ในวันนี้ หากไม่ใช่เพราะจำนวนที่มากเกินไป อันที่จริงแล้วก็ค่อนข้างง่าย
ดีกว่าตอนที่ไม่ใช่ช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้ซึ่งคาดว่าขั้นตอนเบื้องล่างจะเข้มงวดกว่า แม้คิดจะต่อแถวก็ยังทำไม่ได้ หากต้องการจะส่งพวกเขาลงไปก็จะต้องสวดท่องคัมภีร์เป็นเวลาหลายวันและใช้ความพยายามอย่างมาก
ครั้งนี้เซี่ยเฉียวใช้เวลานานมาก
นางอยู่ที่ลานบ้านส่วนหลังตลอดเวลา ปากของนางก็ร่ายคาถาจนแห่งผาก จนตกบ่ายนางจึงส่งวิญญาณตนสุดท้ายลงไปเบื้องล่างเรียบร้อย
ลมหยุดแล้ว คาถาก็เช่นกัน
เหงื่อออกเต็มหน้าผากของเซี่ยเฉียว เรี่ยวแรงของนางก็หมดไม่มีเหลือแม้แต่น้อย
แต่นางไม่กล้าที่จะพักผ่อน นางถึงขนาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวังเพราะกลัวว่าจะมีวิญญาณคิดจะสิงร่างนางโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ
แม้ว่าร่างกายของนางจะดีขึ้นแล้ว และไม่ควรกังวลกับเรื่องแบบนี้อีก แต่ตอนนี้นางเหนื่อยมาก จึงกล้วว่าจะมีวิญญาณที่มีพลังมากหน่อยเข้ามา แล้วนางจะรับมือไม่ไหว
“ศิษยพี่ทำธุระเสร็จแล้วก็มาเดินหมากเป็นเพื่อนข้าหน่อยเถอะ” เซี่ยเฉียวนังขัดสมาธิเพื่อบำเพ็ญตน แต่แล้วจ้าวเสวียนจิ่งก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน
เซี่ยเฉียวหันไปมองเขา
เซี่ยเฉียวตาเป็นประกาย “ก็ดี เดินหมากกันก็ดี ข้าจะฆ่าเจ้าสักสามร้อยรอบ…”