ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 875 ฉากเล็กๆ / ตอนที่ 876 ศิษย์น้องอย่าได้กลัว
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 875 ฉากเล็กๆ / ตอนที่ 876 ศิษย์น้องอย่าได้กลัว
ตอนที่ 875 ฉากเล็กๆ / ตอนที่ 876 ศิษย์น้องอย่าได้กลัว
ตอนที่ 875 ฉากเล็กๆ
เซี่ยเฉียวมองนางอย่างตกตะลึง นางเกือบจะคิดว่าตนเองฟังความปรารถนาสุดท้ายของวิญญาณผิดไปแล้ว
วิญญาณตนนี้ถูกคนฆ่าตายอย่างไม่เป็นธรรมยิ่งนัก ตอนที่นางยังมีชีวิตอยู่ก็ถูกหลอกลวง ปกติแล้วถึงอย่างไรความแค้นนี้ก็น่าที่จะ…ยับยั้งไว้ไม่ได้ จะต้องอยากแก้แค้นไม่ใช่หรือ
เมื่อนางได้โอกาสกลับเลือกที่จะดื่มเหล้า?
วิญญาณตนนี้คงไม่ได้หยอกนางเล่นหรอกใช่ไหม
แววตาของเซี่ยเฉียวซับซ้อนและเต็มไปด้วยความสงสัย “เจ้าแน่ใจนะ? ข้าไม่ใช่คนพูดยากอะไร ข้าไม่กลัวว่าความปรารถนาของเจ้าจะยุ่งยาก”
“ปรมาจารย์ โรงเตี๊ยมแห่งนี้เก่าแล้ว…ตอนที่ข้ามาที่นี่ มันยังใหม่อยู่เลย…” วิญญาณเองก็จนใจ
เซี่ยเฉียวอึ้งไปครู่หนึ่ง
ตอนที่เซี่ยเฉียวเดินทางมาเมืองหลวง นางก็เคยพักที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้มาก่อน ตอนนั้นนางยังเคยได้ยินว่า โรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นโรงเตี๊ยมเก่าแก่อยู่มาเป็นร้อยปีแล้ว หากเป็นอย่างที่วิญญาณพูด เกรงว่าเวลาคงผ่านไปนานหลายสิบปีแล้ว สามีของนางและชายชั่วผู้นั้นก็เป็นไปได้มากว่าจะตายไปแล้ว
หากนางไม่ได้มีลูกๆ หรือทายาทใดๆ ก็ไม่แปลกที่นางจะมีความคิดเช่นนี้
“ก็ได้ พรุ่งนี้ข้าจะให้เสี่ยวเอ้อส่งเหล้ามาเซ่นไหว้เจ้า” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
งานนี้ไม่ค่อยยาก
แค่นางต้องใช้เงิน แต่นางก็ชินเสียแล้ว ความปรารถนาของวิญญาณจำนวนมากจะต้องใช้เงินไม่น้อย
เพียงแต่ตอนนี้เซี่ยเฉียวไม่อยากกลับไปนอนที่เตียงเดิมแล้ว นางจึงเรียกเสี่ยวเอ้อมาเปลี่ยนห้อง
เช้าตรู่วันถัดมาเซี่ยเฉียวก็ทักทายเสี่ยวเอ้อเพื่อซื้อเหล้าจำนวนห้าไหแล้วห่อกลับเรือนที่พักด้านหลัง เมื่อถามชื่อเสียงเรียงนามของวิญญาณแล้วก็นำเหล้าเทลงบนพื้นที่ละไห
“ศิษย์พี่ นี่ท่านกำลังทำอะไรหรือ” เซียวอวี้หรงงุนงง ขอรอให้เซี่ยเฉียวเทเหล้าไหสุดท้ายเสร็จแล้วจึงได้เอ่ยถาม
“อธิษฐานขอให้พวกเราเดินทางปลอดภัย” เซี่ยเฉียวตอบด้วยท่าทางจริงจัง
และในเวลานั้นวิญญาณก็ได้ดื่มเหล้าแล้ว สีหน้าของนางพึงพอใจมาก
เซี่ยอวี้หรงรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง
ท่าทางพึมๆ พำๆ ของศิษย์พี่เมื่อครู่นี้คล้ายกับการเซ่นไหว้…ก็จริง อีกไม่นานก็จะถึงวันสารทแล้ว พวกเขาออกเดินทางเช่นนี้อธิษฐานบอกกล่าวหน่อยก็ดี
“เหตุใดศิษย์พี่ต้องโกหกศิษย์พี่รองด้วย ตอนนี้พวกเราออกมาข้างนอกด้วยกัน ไม่รู้ว่าเราจะเจออะไรสกปรกระหว่างทางมากแค่ไหน อีกอย่างก็ยังตรงกับวันสารทอีกด้วย พอถึงตอนนั้นศิษย์พี่ใหญ่พึมพำอะไรแปลกๆ ศิษย์พี่เซียวจะหวาดกลัวเอาได้” จ้าวเสวียนจิ่งที่อยู่ข้างๆ พัดวีเอาลมเล็กน้อย ตอนนี้เขาดูไม่เหมือนเจ้าชายรัชทายาท แต่ดูเหมือนคุณชายสำรวยจอมเสเพลมากกว่า
“แบบนั้นไม่ดีหรอกกระมัง” เซี่ยเฉียวลังเล
ถึงอย่างไรเซียวอวี้หรงก็เป็นบัณฑิต เขาใจไม่กล้าหรอก…
“ศิษย์น้องหมายความว่าอย่างไร” เซียวอวี้หรงดูท่าทางไร้เดียงสา
ส่วนบรรดาองครักษ์ที่อยู่ในลุดลำลองเวลานี้ก็มองเซียวอวี้หรงด้วยแววตาเห็นอกเห็นใจ
ขอให้อาจารย์เซียวผู้นี้อย่าได้ถึงกับตกใจจนเสียสติไปในระหว่างทางเลย
พวกเขาเคยได้ยินปรมาจารย์กล่าวมานานแล้วว่าในโลกนี้มีหยินและหยาง แต่คนที่มีชีวิตอยู่ไม่สามารถมองเห็นวิญญาณได้จึงไม่ได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของวิญญาณเท่านั้น ความจริงแล้วไม่ใช่แค่มีวิญญาณอยู่เท่านั้น แต่ยังมีจำนวนมากอีกด้วย!
ตั้งแต่ได้พบกับปรมาจารย์โม่พวกเขาก็ได้เรียนรู้อะไรมากมาย
ตอนที่พวกเขาเห็นการเซ่นไหว้ของปรมาจารย์โม่ พวกเขาไม่ต้องเดาก็รู้ว่าในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ย่อมไม่สะอาดแน่นอน
แต่โรงเตี๊ยมนี้ก็แค่…ฉากเล็กๆ
พวกเขาเคยเห็นฉากที่น่ากลัวกว่านี้มาก่อนแล้ว ตอนนี้เมื่อเห็นสีหน้าของปรมาจารย์โม่พวกเขาก็รู้ว่าจะต้องเป็นแค่วิญญาณตัวเล็กๆ ไม่มีอะไรต้องกังวล!
“ศิษย์พี่เซียว ท่านคิดว่าศิษย์พี่โม่ของเราทำอะไร” จ้าวเสวียนจิ่งโบกพัดของเขาอย่างเนิบช้า คำพูดของเขาก็พูดช้าเช่นกัน
“ศิษย์พี่เป็นผู้บรรลุเต๋า สามารถวาดยันต์ได้ ขับไล่วิญญาณชั่วร้าย ทำนายโชคชะตาได้ เหมือนกับราชครูของเราตอนนี้อย่างไรอย่างนั้น ซึ่งต่างก็เป็นผู้วิเศษ” เซียวอวี้หรงพูดจาน่ารัก
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ประเมินได้ไม่เลวเลย”
ตอนที่ 876 ศิษย์น้องอย่าได้กลัว
เดิมทีนางก็เป็นผู้วิเศษอยู่แล้ว นางเป็นปรมาจารย์คนหนึ่ง ไม่มีอะไรดีแต่ปากหวาน คำพูดคำจาเช่นนี้นางชอบฟังนัก!
“ศิษย์พี่เซียวข่าวลือข้างนอกคงได้ยินมาไม่น้อยสินะ” จ้าวเสวียนจิ่งเหมือนจะยิ้มก็ไม่เชิงจนทำให้เซียวอวี้หรงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
“ไม่มีอะไรมากไปกว่าที่ศิษย์พี่รู้แจ้งหยินหยาง ข้ารู้แล้ว” เซียวอวี้หรงยังคงไร้เดียงสา
ก็แค่รู้แจ้งหยินหยางเท่านั้น นักพรตคนไหนก็เป็นเช่นนี้กันทั้งนั้น
จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มเล็กน้อย “วันนี้ศิษย์พี่ใหญ่ของเราน่าจะเอาเหล้าให้วิญญาณดื่ม วิญญาณตนนี้…ก็น่าจะยืนอยู่ใกล้ๆ กับศิษย์พี่เซียวในระยะไม่เกินสามก้าว”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร” เซี่ยเฉียวค่อนข้างประหลาดใจ
“เมื่อครู่ท่านมองไปที่ตรงนั้นตลอด”
เซี่ยเฉียวรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย นางนึกว่ารัชทายาทเองก็สามารถมองเห็นได้แล้วเสียอีก
“วิญญาณ?” เซี่ยวอวี้หรงหัวเราะออกมาทันที “พวกเจ้านี่ล้อเล่นเก่งจริงๆ วิญญาณจะมาอยู่ข้างๆ ข้าได้อย่างไร ข้าไม่ได้ทำอะไรไม่ดีย่อมไม่ต้องกลัวผีสาง ข้าไม่เคยทำเรื่องที่ต้องละอายใจ…”
เซียวอวี้หรงยืนหยัดในศักดิ์ศรีของตัวเอง เขาดูสงบนิ่งมาก
ในความคิดของเซี่ยเฉียวพวกบัณฑิตมักจะไม่ค่อยใจกล้า ตัวอย่างเช่นเวินหลันเฉิงผู้นั้น ตอนที่พวกเขาพบเจอเรื่องนี้ที่ชานเมืองเมื่อไม่กี่วันก่อน จ้าวเสวียนจิ่งและพี่ชายใหญ่ของนางมีสีหน้าสงบปกติดี จะมีก็แต่เวินหลันเฉิงนี่แหละที่หน้าซีดเซียวดูไม่ค่อยดีนัก
เซียวอวี้หรงก็น่าจะเหมือนกันสิ
นึกถึงว่าเขาจะสงบสติอารมณ์ได้ ความกล้าหาญของเขาไม่เลวเลยจริงๆ?
“ความคิดของศิษย์น้องเซียวนั้นถูกต้องอย่างยิ่ง หากเจ้ามีคุณธรรมในใจ พวกลัทธิมารอะไรก็ไม่กล้ารุกราน วิญญาณที่ข้าส่งไปวันนี้มีชีวิตก่อนตายที่น่าสงสาร ตอนตายก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม นางคิดอยากดื่มเหล้าสักหน่อยเท่านั้น ดังนั้นเมื่อคืนนางจึงอยู่ใต้เตียงข้า และคอยเอาเล็บครูดกับแผ่นกระดานอยู่ตลอดเวลา เสียงดังจนข้านอนไม่หลับ…”เซี่ยเฉียวยังอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับวิญญาณตนนั้น
ในบรรดาวิญญาณทั้งหมดที่นางเคยเห็นมา วิญญาณตนนี้ถือว่าหน้าตาดีแล้ว
ผิวของนางยังเป็นแดงเรื่อ มีแต่ผมเผ้าที่กระจายยุ่งเหยิงเท่านั้นที่ยังไม่ดี
เซียวอวี้หรงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับ สีหน้าของเขาแข็งทื่อเล็กน้อย
จ้าวเสวียนจิ่งยกยิ้มมุมปาก
เซียวอวี้หรงเชื่อว่าศิษย์พี่โม่จะไม่โกหกเขา
ดังนั้น…
ตรงนี้มีวิญญาณอยู่ด้วย?
ตอนนี้เขาควรจะทำอย่างไรดี จะ…ยืน นั่ง หรือขยับตัวดี?
มือของเขาขยับดิ้นรนเล็กน้อย ในที่สุดเขาก็คิดว่าในเมื่อศิษย์น้องและศิษย์พี่ต่างก็ไม่ขยับ เขาก็เลยระงับความรู้สึกตกใจกลัวนั้นเอาไว้ แต่ก็อดที่จะหายใจเข้าลึกๆ ไม่ได้ ผ่านไปครู่หนึ่ง เหงื่อเย็นๆ นั้นก็ไหลลงมา
ส่วนเซี่ยเฉียวก็ไม่ได้สนใจเขาอีกต่อไป นางรอให้วิญญาณดื่มเหล้าจนเสร็จ และหลังจากที่ยืนยันแล้วนางก็เก็บวิญญาณไปทันที
เนื่องจากใกล้เทศกาลไหว้พระจันทร์ วิญญาณจึงมีจำนวนมาก และนางเองก็กำลังเดินทางไปยังป้อมเหมิงจยาด้วย เมื่อระหว่างทางไม่ปลอดภัย นางก็เลยเอาของดีติดตัวมาด้วยไม่น้อย ขวดกระเบื้องที่เอาไว้บรรจุวิญญาณก็พร้อมพรัก กระทั่งของที่ต้องใช้ในการเปิดแท่นทำพิธีก็ยังนำมาด้วย พอถึงเวลานางจะได้ส่งวิญญาณผ่านประตูสู่ปรโลกได้เลยทันที
พอถึงเวลานั้นนางคงจะไม่สามารถปกปิดฉากนี้ได้อย่างแน่นอน การพูดคุยกับเซียวอวี้หรงล่วงหน้าไว้ก่อนจะสามารถช่วยให้เขาเตรียมใจได้บ้าง
การกระทำเก็บวิญญาณของเซี่ยเฉียวยิ่งทำให้สีหน้าของเซียวอวี้หรงแย่ลงไปอีก
“ศิษย์น้องอย่าได้กลัวไปเลย คนเราทุกคนก็ต้องตายกันทั้งนั้น คนตายก็ไม่ได้ต่างอะไรกับคนเป็น แค่เบาและลอยเหมือนปุยนุ่นเท่านั้น ข้ามีความสามารถเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน ต่อไปหากศิษย์น้องตายไปและมีความปรารถนาสุดท้าย เจ้าก็สามารถมาหาข้าได้ พอถึงเวลานั้นข้าจะต้องจัดการให้เจ้าสมความปรารถนาให้ได้ จะไม่ปล่อยให้เจ้าจากไปโดยที่ยังมีเรื่องค้างคาใจอยู่แน่ๆ” เซี่ยเฉียวเอ่ย
จ้าวเสวียนจิ่งอดรู้สึกสนุกขึ้นมาไม่ได้
คำพูดเช่นนี้ไม่พูดออกมาจะดีกว่า หากพูดออกมาชัดเจนขนาดนี้แล้วเซียวอวี้หรงยังรับได้อีกสิจึงจะแปลก
ใบหน้าของเซียวอวี้หรงประเดี๋ยวก็เขียวประเดี๋ยวก็ขาว แต่เขาก็ยังคงกัดฟันและฝืนยิ้มน่าเกลียดออกมา “ขอบ ขอบคุณศิษย์พี่…”