ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 853 มันคือของล้ำค่า / ตอนที่ 854 ลงสุสาน
ตอนที่ 853 มันคือของล้ำค่า / ตอนที่ 854 ลงสุสาน
ตอนที่ 853 มันคือของล้ำค่า
เซี่ยเฉียวเก็บกระบี่ แล้วเดินกลับมารวมกับคนอื่น
จากนั้นนางก็ถอนหายใจ “เช็ดไม่สะอาดก็ไม่เป็นไร กระจกทองแดงนี้ใช้ไม่ได้แล้ว”
โจวเว่ยจงและคนอื่นๆ ต่างก็โล่งอกกันเป็นแถว
“ตอนนี้ท่านมีเรื่องอะไรให้ข้ากับขุนนางเซี่ยช่วยอีกหรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกว่าตนเองและเซี่ยผิงกั่งเหมือนกับเสาไม้สองต้นที่ไม่ต่างอะไรกับต้นไม้ใบหญ้ารอบๆ
“นี่ยังแค่เริ่มต้นเท่านั้น ภายหลัง…” เซี่ยเฉียวยิ้มให้จ้าวเสวียนจิ่งอย่างประจบสอพลอเล็กน้อย “น่าจะต้องได้รบกวนเจ้า”
“ศิษย์พี่สั่งมาได้เลย” จ้าวเสวียนจิ่งค่อนข้างพอใจ จากนั้นก็เหลือบมองเซี่ยผิงกั่งอย่างช้าๆ “ขุนนางเซี่ยเองก็อย่าได้ทำตัวว่าง ยืนเป็นยักษ์ปักหลั่นแบบนี้ขวางทางคนอื่นเขาทำงานเปล่าๆ ประเดี๋ยวหากมีเรื่องให้เจ้าต้องออกแรง ก็อย่าได้ชักช้าไม่ใส่ใจ”
“…” วันนี้รัชทายาทช่างจู้จี้จุกจิกเป็นพิเศษ
เขาจับวิญญาณไม่เป็นเสียหน่อย…
“พ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยผิงกั่งตอบรับด้วยความยินดีทีเดียว
“ตอนนี้คุณชายเซี่ยก็สามารถออกแรงได้แล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยปากพลางชี้ไปตรงบริเวณดินดำนั้น “ขุด!”
“เฮ้!” เซี่ยผิงกั่งรีบก้าวเข้าไปและเรียกให้เหล่าสหายลงมือทันที
เมื่อครู่นี้พวกเขายังไม่สามารถขุดดินตรงนั้นได้ทันที แต่ตอนนี้สามารถทำได้แล้ว อย่างไรก็ตามที่ตรงนี้ก็ยังไม่เรียบร้อยอย่างแน่นอน พลังชั่วร้ายที่เพิ่งแพร่กระจายออกเมื่อครู่นี้ก็นับว่าไม่ได้มากมายอะไร นางคาดว่าใต้ดินจะเป็นสุสาน
“ตรงนี้มีไม้ผุชิ้นหนึ่ง” เซี่ยผิงกั่งขุดไปได้ไม่เท่าไรก็ดึงบางสิ่งออกมา “เอาผ้าห่อไว้ด้วย”
เซี่ยเฉียวเหลือบดูและเห็นว่าไม่มีคลื่นพลังงานอะไร “มันคือเห็ดหลินจือเลือดชิ้นหนึ่ง ตอนนี้ไม่มีอะไรในนั้นเลย แต่… มันควรจะเป็นของที่ท่านเซียนคนนั้นพกติดตัวไปไหนมาไหนในยามปกติ”
“เห็ดหลินจือเลือดเป็นวัตถุดิบยาไม่ใช่หรือ” จ้าวเสวียนจิ่งเองก็ตกตะลึงและงุนงง
“เป็นตัวยา แต่เห็ดหลินจือเลือดนี้ต่างออกไป มันคือสาลี่บนหลุมศพซึ่งก็หมายความตามชื่อ เพราะมันเติบโตขึ้นจากโลงศพ สาลี่บนหลุมศพทั่วไปก็สามารถนำไปทำยาได้ แต่อันนี้ไม่ได้ เพราะมันมีพลังชั่วร้ายและไอเลือด โลงที่มันเกาะอาศัยอยู่ก็ฝังอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดี ชั่วร้ายเกินไปจนทำให้สิ่งที่งอกออกมาแย่ไปด้วย และเพราะมันมีพลังชั่วร้ายเข้มข้น ดังนั้นจึงถูกวิญญาณใช้อาศัยชั่วคราว”
“เมื่อวิญญาณบางตนจะติดอยู่ในที่ใดที่หนึ่งและไม่สามารถไปไหนได้ หากพวกเขาเข้าไปอยู่ในเห็ดหลินจือเลือดนี้และมีคนนำพาไป ก็จะสามารถไปได้ทุกที่ที่ต้องการ” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสริม
วิญญาณบางตนก็มีลักษณะเหมือนกาฝากที่ติดอยู่กับสิ่งของ อย่างเช่นกรรไกรที่บ้านตระกูลเหยียนก่อนหน้านี้
แต่วิญญาณประเภทนี้จะสามารถอาศัยอยู่ในวัตถุได้เพียงชิ้นเดียว ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับวิญญาณตอนที่ยังมีชีวิต
แต่เห็ดหลินจือสีเลือดนี้กลับสามารถให้วิญญาณมาเกาะอาศัยได้ ทั้งยังสามารถบำรุงหล่อเลี้ยงพลังชั่วร้ายของวิญญาณได้ด้วย และทำให้วิญญาณมีพลังมากขึ้น
จ้าวเสวียนจิ่งเข้าใจแล้ว
“จะให้ขุดต่อหรือไม่” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยถาม
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ขุด”
ชายฉกรรจ์หลายคนยังคงทำงานต่อไปและโยนเห็ดหลินจือเลือดไปไว้ข้างๆ เซี่ยเฉียวก้าวเข้าไปก่อนจะหยิบยันต์สีเหลืองออกมาแล้วแปะไว้ข้างบน แล้วใส่มันลงในตะกร้าไม้ไผ่
“ของสิ่งนี้ยังมีประโยชน์อย่างอื่น?” จ้าวเสวียนจิ่งด้วยรอยยิ้มในดวงตา
มือของเซี่ยเฉียวแข็งค้าง จากนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นอย่างว่างเปล่า “อันนี้หรือ…เอากลับไปตุ๋นไก่”
“?” ใบหน้าของจ้าวเสวียนจิ่งชะงักค้าง
“ให้ไก่น่ะ ข้าพูดผิดไป” เซี่ยเฉียวยิ้ม “ของดี แม้ว่าจะมีพลังชั่วร้ายอยู่บ้าง แต่ข้าเป็นใครเล่า…ข้าเอามันกลับไปจัดการเล็กน้อย แล้วค่อยเอาให้ไก่ที่ข้าเลี้ยงไว้เคี้ยวเล่น”
“ไก่ของท่านมีฟันด้วยหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งฟังเรื่องเหลวไหลที่จริงจังของนาง
เซี่ยเฉียวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเลือกตอบตามความจริง “ของสิ่งนี้มีพลังหยินเข้มข้น ข้าจะกลับไปปรุงมันหน่อยก็จะทำให้สามารถ…เข้าเมืองแห่งคนตายและเรียกวิญญาณได้ แต่จะพูดออกไปไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรมันก็…เป็นของล้ำค่า หากมีคนรู้มากๆ แล้วมาแย่งกับข้า…ก็จะไม่ดี ใช่ไหม”
ตอนที่ 854 ลงสุสาน
เซี่ยเฉียวยัดของสิ่งนั้นลงก้นตะกร้าและคอยมองเป็นระยะๆ
จากสายตาที่จริงจังของนางจ้าวเสวียนจิ่งสามารถเดาได้ว่าของที่ดูเหมือนไม้เน่าผุชิ้นนี้จะต้องมีมูลค่าสูงอย่างแน่นอน
“ศิษย์พี่เคยไปเมืองแห่งคนตายมาแล้วหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งสงสัยคำพูดของนางมากกว่า
เซี่ยเฉียวส่ายหน้า “ไม่เคย”
ด้วยร่างของนางนี้ เกรงว่าหากนางเข้าไปในเมืองแห่งคนตายก็คงจะไม่สามารถกลับออกมาได้หรอก สถานที่เช่นนั้นยังลึกลับอยู่มาก หากไม่ใช่วิญญาณ ไม่ได้มีของที่มีพลังหยินมากพอ ก็จะไม่สามารถเข้าไปได้เลย
เห็ดหลินจือเลือดนี้มีประโยชน์เยอะมากมาย
จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้สนใจเรื่องเมืองแห่งคนตาย สถานที่นั้นเป็นอย่างไรเขาก็จะได้รู้เองเมื่อตายไปแล้ว และเขาก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร
“ช่วงนี้ศิษย์พี่มีเวลาว่างบ้างหรือไม่” น้ำเสียงของจ้าวเสวียนจิ่งเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
เซี่ยเฉียวมองเขาอย่างสงสัย แต่จ้าวเสวียนจิ่งก็แค่เอ่ยขึ้นว่า “ตอนนี้อาจารย์อยู่ที่ป้อมเหมิงจยาและส่งจดหมายมาบอกว่าท่านไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้ ข้าคิดว่าหากศิษย์พี่พอจะมีเวลา ข้าก็จะชวนศิษย์พี่ไปรับอาจารย์กลับเมืองหลวงด้วยกัน”
“เจ้าเคารพอาจารย์มากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร” เซี่ยเฉียวมองเขาด้วยความประหลาดใจ
“…” จ้าวเสวียนจิ่งหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
เซี่ยเฉียวเองก็รู้ว่าคำพูดของนางไม่ค่อยน่าฟัง นางจึงรีบเปลี่ยนคำพูดทันที “ก่อนหน้านี้อาจารย์เคยส่งจดหมายมาหาข้า มักจะบอกว่า…ห่างคัมภีร์ ต่อต้านเต๋า ไม่ค่อยเชื่อฟัง เวลาหนังสือและเรียนรู้ก็มักจะพึ่งพาแต่ความเข้าใจของตนเอง ไม่เหมือนกับศิษย์น้องเซียวที่เชื่อฟังและตั้งใจ”
คำพูดเดิมของอาจารย์ผู้เฒ่าก็คือรัชทายาทมีสถานะสูงส่ง การชี้แนะเขาจึงเปลืองแรงมาก!
และบอกว่าตอนที่เขามากราบขอเป็นลูกศิษย์ เขาก็รู้ความมากแล้ว ไม่เหมือนกับเด็กน้อยที่สามารถหลอกล่อได้ง่ายๆ นิสัยของเขาก็ไม่ค่อยสนุกสนาน ต่างกับศิษย์พี่อย่างนางลิบลับ!
อาจารย์บอกว่า หากท่านรู้ว่าเขาเป็นคนจริงจังและน่าเบื่อขนาดนี้ ตอนนั้นก็คงจะไม่ถูกรูปลักษณ์หน้าตาของเขาดึงดูดและรับเขาเป็นศิษย์ในทันที ผิดพลาดจริงๆ…
นางเองก็ไม่รู้ว่าอาจารย์ต้องทนทุกข์ทรมานมากแค่ไหนในเวลานั้นถึงได้เขียนจดหมายมาเล่าแต่เรื่องไม่ดีของจ้าวเสวียนจิ่งตั้งหลายหน้า!
“ตอนนั้นหลังจากที่ข้ากราบอาจารย์แล้ว เนื่องจากข้าเป็นรัชทายาท อาจารย์จึงถูกบังคับให้อยู่ในวังเป็นระยะเวลาหนึ่ง กฎก็ระเบียบเคร่งครัดไปหมดจนเลี่ยงไม่ได้ที่จะอารมณ์ไม่ดี” จ้าวเสวียนจิ่งอธิบาย
ต่อให้เป็นตอนที่เขาย้ายออกไปอยู่ที่สำนักศึกษาหลวงแล้ว แต่ข้างกายเขาก็ยังมีเจ้าหน้าที่จากวังตะวันออกคอยอารักขาไม่น้อย อาจารย์จะต้องคอยรักษาท่าทีของอาจารย์อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นในใจจึง…
รู้สึกอึดอัดอย่างมาก
“อาจารย์อยู่ที่ป้อมเหมิงจยาเพื่ออะไรหรือ มีเรื่องสำคัญอะไรจึงได้ล่าช้ามาจนถึงตอนนี้” เซี่ยเฉียวรู้แค่ว่าป้อมเหมิงจยานี้อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง แต่เรื่องอื่นๆ นางไม่รู้เท่าไรนัก
“ในจดหมายไม่ได้เขียนอะไรมาก เพียงแต่บอกว่าปลีกตัวออกมาไม่ได้ และให้ข้านำองครักษ์ไปที่นั่นด้วย ก็น่าจะมีเรื่องอะไรเป็นพิเศษ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ย
ตั้งแต่ที่อาจารย์ผู้เฒ่าส่งจดหมายว่ากลับมาจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาหลายวันแล้ว
ตามหลักท่านก็ควรจะมาถึงตั้งนานแล้ว
แต่ท่านกลับล่าช้าอยู่ที่ป้อมเหมิงจยา เขาจึงกังวลว่าจะเกิดเรื่องอะไรหรือไม่
เซี่ยเฉียวยังคงให้ความเคารพอาจารย์อย่างยิ่ง เวลานี้นางจึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล “ตกลง ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”
ไม่นานหลังจากที่เซี่ยเฉียวพูดจบ เซี่ยผิงกั่งและคนอื่นๆ ก็ขุดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จริงๆ
กลับกลายเป็นประตูทางเข้าสุสาน ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้มีแต่ต้องเข้าไปดูเท่านั้น
“หลุมฝังศพนี้ไม่น่าจะใหญ่มาก ขนาดของมันก็ไม่น่าจะเกินตำแหน่งของต้นไม้หยินทั้งห้า” หลังจากที่เซี่ยเฉียวพูดจบ เซี่ยผิงกั่งก็เป็นคนเดินนำคนอื่นๆ ลงไป
จ้าวเสวียนจิ่งเตรียมจะขยับตัว ส่วนโจวเว่ยจงที่อยู่ข้างๆ ก็มองเขาตาปริบๆ
“ฝ่าบาท ท่านรออยู่ข้างบนเถอะ?” ข้างล่างไม่ปลอดภัยนะ!
“ศิษย์พี่ก็พูดถึงขอบเขตของสุสานนี้แล้ว ที่นี่ก็น่าจะเป็นแค่สุสานศพธรรรมดาทั่วไป ทำไมข้าจะลงไปไม่ได้?” จ้าวเสวียนจิ่งยืนกราน
tom110
อ่านแล้วมีกลิ่นอายของ บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน the lost tomb