ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 795 สืบคดี / ตอนที่ 796 ปกป้องใคร
ตอนที่ 795 สืบคดี / ตอนที่ 796 ปกป้องใคร
ตอนที่ 795 สืบคดี
หยวนฉังจื่อเองก็ตกใจมากเช่นกัน ถึงอย่างไรคนที่ได้รับผลกระทบจากวิญญาณก็เป็นแค่แม่นางน้อยที่ยังไม่ออกเรือน คนหนึ่ง เภทภัยใหญ่โตเช่นนี้จะมาเกิดขึ้นกับคนอายุน้อยเช่นนี้ได้อย่างไร
“นั่นเป็นน้องสาวแท้ๆ ของนางที่ต้องมาตายด้วยน้ำมือของนางเอง ที่มาติดตามตอแยนางก็พอเข้าใจได้ แม้ว่าข้าอยากจะเก็บวิญญาณตนนั้นไป แต่ข้าจะปล่อยนางต้องให้ทุกข์ทรมานเสียเปล่าได้อย่างไร ให้นางได้ระบายโทสะออกมาเสียบ้าง ตอนที่ข้าลงมือจะได้สะดวกขึ้นหน่อย” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นอีก
หยวนฉังจื่อได้เยินเช่นนั้นก็ยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก
น้องสาวแท้ๆ?
นี่มัน…ค่อนข้างน่ากลัวจริงๆ
หากแม่นางคนนั้นเป็นคนฆ่าจริงๆ นางสมควรได้รับมันแล้ว
นักพรตอย่างพวกเขาจับวิญญาณก็จริง แต่ก็พิจารณาตามกฎแห่งกรรมด้วย พวกเขาจะไม่สนใจวิญญาณโดยทั่วไปเพราะถึงอย่างไรก็มีวิญญาณเต็มไปหมดจนไม่สามารถจะสนใจได้หมดอยู่แล้ว ส่วนที่พวกเขาสนใจก็จะเป็นพวกวิญญาณที่ก่อกรรมทำชั่วจนสร้างความเดือนร้อนให้กับคนเป็นๆ เหล่านั้น
บางส่วนก็ไม่ได้ชั่วร้ายอะไรมาก บ้างก็สามารถสวดส่งวิญญาณได้ สวดส่งวิญญาณไม่ได้บ้าง…ก็ต้องจัดการปราบพยศเสียหน่อยจนถึงวันที่สามารถสวดส่งวิญญาณได้
ส่วนพวกที่ชั่วร้ายมากก็จะต้องใช้วิธีการที่รุนแรงมากหน่อย
การสวดส่งวิญญาณของเซี่ยเฉียวมีสองประเภท ประเภทแรกก็คือพวกที่จะต้องสวดท่องพระคัมภีร์แล้วไปเกิดใหม่ได้เลย แต่ก็จะต้องใช้เวลาและเปลืองพลังมาก เช่น พระภิกษุบางรูปที่ต้องสวดกันนานถึงสี่สิบเก้าวัน…
ยากลำบากจริงๆ
อีกประเภทหนึ่งก็คือต้องรอจนกว่าประตูปรโลกจะเปิดกว้าง แล้วยัดวิญญาณเข้าไปทันที แต่แบบนี้ก็ยากเช่นกัน และต้องใช้ยันต์ที่นักพรตทั่วไปวาดออกมาไม่ได้
เวลานั้นเมื่อเซี่ยเฉียวได้ฟังคำของหยวนฉังจื่อแล้ว นางก็รู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย “ข้าก็ไม่รู้ว่าต่งซีอวิ๋นนั่นทำอะไรลงไปอีก ราวกับนางกลัวว่าตนเองจะมีชีวิตอยู่นานเกินไปกระนั้น จึงจะต้องบีบตัวเองให้ไปสู่ทางตันให้ได้…เมื่อวานข้าเพิ่งจะได้พบนาง อันที่จริงวิญญาณของน้องสาวของนางก็ยังสงบดีอยู่ เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายขนาดนี้ภายในเวลาวันเดียว เกรงว่า…นางคงจะได้รับความสะเทือนใจเป็นอย่างมากอีกแล้ว”
ความเกลียดชังของต่งอีอวิ๋นนั้นมีสาเหตุมาจากต่งซีอวิ๋น ขอแค่คนผู้นี้ไม่ได้อยู่ดี ไอแค้นก็จะเบาบางลงได้บ้าง
และต่งซีอวิ๋นก็ถูกยกเลิกงานแต่งไปแล้ว
ทั้งที่ไอแค้นของต่งอีอวิ๋นน่าจะลดลงได้บ้าง แต่ดันกลับกลายเป็นมากขึ้น…
เห็นท่าคดีนี้จะต้องได้รับการสอบสวนโดยเร็วที่สุดแล้ว นางหวังว่าจะทันการณ์….
แน่นอนว่านางย่อมสามารถใช้กำลังเก็บวิญญาณของต่งอีอวิ๋นได้ และคงจะเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดอีกครั้งหนึ่ง แต่นางเองก็ถือว่าเป็นคนที่มีประสบการณ์การต่อสู้มามากมาย คงจะไม่ถึงกับพ่ายแพ้ อย่างไรก็ตามตระกูลต่งก็เป็นครอบครัวขุนนาง หากนางคิดจะบุกเข้าไปก็มีแต่คำเดียวเท่านั้น ‘ไม่มีทาง!’
กำแพงสูงเกินไปจึงไม่ง่ายที่จะลงมือ
นั่นเป็นเหตุผลที่นางต้องการรอให้คดีจบลงไปก่อน เมื่อต่งซีอวิ๋นถูกจับ นางก็จะมีโอกาสได้ลงมือ
เซี่ยเฉียวเตรียมที่จะไปถามพี่ชายใหญ่เรื่องความคืบหน้าของคดีที่ศาลตัดสินคดี
หากมันจำเป็นจริงๆ นางก็จะใช้กำลังของพวกวิญญาณเข้ามาช่วยเพื่อดูว่าพอจะเร่งการสืบสวนได้บ้างหรือไม่
หยวนฉังจื่อบอกเรื่องที่เขามอบยันต์ไว้ให้ต่งซีอวิ๋นแก่เซี่ยเฉียวด้วย
เซี่ยเฉียวเพียงพยักหน้าและไม่แสดงความคิดเห็นอื่นใด
ก็แค่สามารถรักษาชีวิตของนางให้อยู่รอดปลอดภัยได้เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย
อันที่จริงหยวนฉังจื่อยังอยากที่จะสนทนากับนางเรื่องเกี่ยวกับเต๋ากับนางอีกหน่อย แต่เซี่ยเฉียวยุ่งมาก นางพูดอะไรอีกแค่ไม่กี่ประโยคก็ขอตัวออกจากหอส่องชะตาไปอีกแล้ว หยวนฉังจื่อจึงได้แต่ถอนหายใจด้วยความเสียดาย
แค่เห็นยันต์เหลืองที่อยู่ที่นี่เขาก็มองออกแล้วว่าความสามารถของปรมาจารย์ผู้นี้ไม่ใช่ธรรมดาเลย
เขาจึงอยากแลกเปลี่ยนความรู้กับนางสักหน่อยจริงๆ…
เซี่ยเฉียวรีบรุดไปที่ศาลตัดสินคดีทันที
ความสามารถของเจ้าหน้าที่ของศาลตัดสินคดีนั้นไม่มีอะไรต้องสงสัยอีก อันที่จริงตอนนี้พวกเขาก็สามารถสืบรู้อะไรมามากมายแล้ว
เมื่อเซี่ยผิงกั่งเห็นว่านางมา เขาก็จัดที่นั่งให้นางเป็นพิเศษ “ท่านปรมาจารย์คงได้ยินเรื่องนี้จากน้องสาวของข้าแล้วสินะ ตอนนี้คดีนี้ก็สืบมาได้พอสมควรแล้ว วันนี้ก็มีการจับกุมคนมาจำนวนหนึ่ง กำลังสอบปากคำกันอยู่ หลังจากการสอบปากคำเสร็จแล้วก็คาดว่าจะเป็นที่กระจ่างเสียที”
“เร็วขนาดนั้นเลย?” เซี่ยเฉียวเองถึงกับตกใจ
ตอนที่ 796 ปกป้องใคร
เซี่ยเฉียวคิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะใช้เวลาสักสิบวันครึ่งเดือนสำหรับการใช้กำลังคนวิ่งไปไหนมาไหน ดังนั้นมันจึงเรียกว่าค่อนข้างเร็ว…
“คดีนี้สืบไม่ยาก” เซี่ยผิงกั่งตรงไปตรงมา “โชคดีที่นางใช้ผงแหวนเงิน หากเป็นอย่างอื่นก็คงต้องใช้เวลาพอสมควร”
“ผงแหวนเงินไม่มีจำหน่ายในท้องถิ่น มีแต่พ่อค้าจากต่างประเทศเท่านั้นที่จะนำยานี้หรือวัตถุดิบสำหรับทำยานี้เข้ามา หลิ่งหนานอยู่ไกล พ่อค้าที่มาจากที่นั่นก็มีไม่มาก แค่สอบถามนิดหน่อยก็รู้แล้ว อีกอย่างของแบบนี้ก็มีขายในตลาดมืด พอแอบไปจับก็จับเข้าถูกตัวเป็นพ่อค้าคนหนึ่งพอดี ก็เลยสามารถหาที่มาของสินค้าได้ เมื่อวานข้าก็ยกมาหม้อหนึ่ง พอสืบไปสืบมาก็สืบไปถึงพ่อค้าชาคนหนึ่ง แต่เบื้องหลังของพ่อค้ารายใหญ่แบบนี้ล้วนแต่มีอำนาจของครอบครัวหนุนหลัง…”
พอสาวไปเรื่อยก็พบตัวคนที่เกี่ยวข้องมากขึ้น
พอได้คนมามากขึ้น คดีก็คืบหน้าไปไว
“ท่านลองเดาดูสิว่าใครเป็นคนนำของสิ่งนี้เข้ามาในเมืองหลวง” เซี่ยผิงกั่งทำหน้าลึกลับ
เซี่ยเฉียวงุนงงไปเล็กน้อย นางเป็นครึ่งเซียน ไม่ใช่เทพเซียนที่มีชีวิต นางจะรู้ไปหมดทุกอย่างได้อย่างไร!
“คนตระกูลนี้แซ่ชี!”
“พวกเขายังมอบผลประโยชน์ให้น้องชายของข้า! หลายวันก่อนหน้านี้มีคนมาฟ้องที่ศาลตัดสินคดีว่า พ่อค้าแซ่ชีผู้นั้นขโมยตัวคน เพียงแต่ไม่มีพยานหลักฐาน แม้จะมีการเจรจากับพ่อค้าชาหลายครั้งก็จริง แต่กลับไม่พบเบาะแสใดๆ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยขึ้นมาอีก
“ขโมยคน? หมายความว่าอย่างไร” เซี่ยเฉียวไม่เข้าใจ
“คนที่มาฟ้องร้องก็ไม่ใช่คนในท้องถิ่นนี้หรอก แต่เป็นหญิงมีสามีแล้วจากที่อื่นซึ่งเดิมทีเดินทางมาเมืองหลวงเพื่อหลบลี้หนีภัย นางบอกว่าได้พบกับพ่อค้าชาผู้นี้ระหว่างทาง ต่อมาบุตรสาวของนางก็หายตัวไป นางสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของพ่อค้าชา จึงได้ติดตามพวกเขาไปจนถึงเมืองหลวง นางบอกว่าได้เห็นพ่อค้าชานำตัวบุตรสาวของนางส่งไปที่จวนของสายหลักของตระกูล แต่น่าเสียดายที่พอไปตรวจก็พบว่าคนที่ถูกส่งตัวไปเป็นทาสหญิงทั่วไปจำนวนหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่มีบุตรสาวของนาง คดีนี้จึงไม่ง่ายเลย…”
เมื่อเซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้น ในสมองของนางก็เต็มไปด้วยความคิดมากมาย นางคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ย “ชีไหวสายตรงของตระกูลชีมีความสัมพันธ์อันดีกับแม่นางต่ง”
“มีเรื่องอย่างนั้นด้วย?” เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้ว
เขาเตรียมที่จะกลับไปที่บ้านตระกูลชีแล้วจับชีไหวผู้นั้นมาถามอีกครั้ง
หากเขาเคยพูดเรื่องผงแหวนเงินนี้ให้ต่งซีอวิ๋นได้ยินมาก่อน บางทีต่งซีอวิ๋นผู้นี้ก็อาจจะเกิดความคิดและสั่งให้คนไปหาซื้อมาก็เป็นได้!
เซี่ยผิงกั่งรีบกลับไปที่ห้องขังอีกครั้ง
เซี่ยเฉียวไม่ชอบไปที่นั่นเนื่องจากมีวิญญาณมากเกินไป ดังนั้นนางจึงนั่งรอในห้องโถงด้านข้าง
วันนี้มีคนถูกจับตัวมาที่นี่มากมาย บางคนเป็นพ่อบ้านที่ดูแลกิจการร้านชา พวกเขายังไม่ถูกลงทัณฑ์ทรมาน แต่ก็รู้สึกกังวลไม่น้อยเช่นกัน
“ที่พวกเราพูดได้พวกเราก็พูดไปหมดแล้วจริงๆ มีคนจากตระกูลต่งมาหาพวกเราจริงๆ แต่พวกเขาไม่ได้ซื้อผงแหวนเงิน จริงๆ พวกเขามาซื้อวัตถุดิบยาบำรุงความงามและชาใหม่ๆ จากหลิ่งหนานต่างหาก”
ถึงจะซื้อไปแล้ว พวกเขาก็ไม่กล้าพูดอยู่ดี!
ผงแหวนเงินที่กระจัดกระจายอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้เป็นเรื่องที่ไม่อาจให้คนอื่นรู้ได้ หากเปิดเผยชื่อลูกค้าออกมา แล้วต่อไปใครจะกล้าทำการค้ากับครอบครัวของพวกเขาอีกเล่า?
หลังจากกลับไปแล้ว พวกเขาก็จะโดนนายท่านตำหนิด้วย!
“ข้าว่าพวกเจ้าไม่เห็นโลงศพก็คงจะไม่หลั่งน้ำตา!” เซี่ยผิงกั่งพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อย “ดูท่าแล้วข้าไปจับนายน้อยของเจ้ามาถามเสียหน่อยน่าจะดีกว่า เจ้าเด็กนั่นถึงกับกล้าส่งของขวัญมาให้บ้านข้าได้ เขาคงรู้อะไรไม่น้อยเลยทีเดียว!”
เซี่ยผิงกั่งเพิ่งคิดที่จะใช้ชีเจิ้นมาข่มขู่พวกเขาได้ในตอนนั้นเอง
ทันทีที่เหล่าพ่อบ้านได้ยินเช่นนั้นก็พากันเบิกตากว้าง
“การลงทัณฑ์ทรมานพวกเจ้าคงจะทำไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรข้าก็ไม่มีพยานหลักฐาน แต่ไม่เหมือนกับนายน้อยของพวกเจ้า เจ้าเด็กนั่นให้สินบนเป็นการละเมิดกฎหมายบ้านเมือง ข้าสามารถถลกหนังเขาได้ทันที! แน่นอนว่า เพราะเห็นแก่ที่เขาอายุยังน้อย ข้าจะเริ่มจากเบาๆ ก่อนก็ได้ แต่ต้องดูพวกเจ้าด้วย…ว่าจะเลือกปกป้องคนอื่นหรือปกป้องเขา”