ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 711 ลัทธิเหลวไหล / ตอนที่ 712 ปีกกล้าขาแข็ง
ตอนที่ 711 ลัทธิเหลวไหล / ตอนที่ 712 ปีกกล้าขาแข็ง
ตอนที่ 711 ลัทธิเหลวไหล
พ่อบ้านเพียงแต่ส่งต่อคำพูดของเซี่ยเฉียวเท่านั้น
เซี่ยเฉียวทำงานจะให้ไม่รับเงินย่อมเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่สถานการณ์ของตระกูลเหยียนเป็นอย่างไรนางก็ยังไม่รู้ ดังนั้นหากเรียกเก็บเงินมากเกินไปก็คงไม่ดี อีกทั้งนางยังติดค้างน้ำใจแม่นางเหยียนตั้งขนาดนั้น นางจึงเรียกเงินแค่หนึ่งตำลึงเท่านั้น
ต้องพึงรู้ว่าทางฝั่งหนิงเป่ยอ๋องให้ค่าตอบแทนนางถึงห้าพันตำลึง ยังมีตระกูลหลี่ที่ให้นางมากกว่านั้นเพราะปัญหาที่ยุ่งยากขึ้นไปอีก
ตระกูลหลี่ไม่ได้ร่ำรวยเท่ากับหนิงเป่ยอ๋องแต่ก็ยังให้เงินนางมากขนาดนั้น
ตระกูลหลี่เป็นตระกูลขุนนางมือสะอาด ตระกูลที่อยู่เบื้องหลังก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไร ทรัพย์สมบัติของพวกเขาก็คงไม่ได้มีมากไปกว่าของตระกูลเซี่ยเท่าไรนัก ดังนั้นราคาที่เซี่ยเฉียวเรียกเท่านี้ก็นับว่าเห็นอกเห็นใจพวกเขามากแล้ว
ใต้เท้าเหยียนรู้สึกแปลกๆ “ข้าทำอะไรด้วยความใสสะอาด ไม่เชื่อในลัทธิเหลวไหลพวกนั้นหรอก!”
“คุณหนูใหญ่ของข้าบอกว่า ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ ใต้เท้าเองก็สงสัยใครรู้เกี่ยวกับหอส่องชะตาอยู่ไม่ใช่หรือ ท่านสามารถใช้แผ่นป้ายนี้เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองได้นะขอรับ” พ่อบ้านเอ่ยตรงไปตรงมา
เมื่อใต้เท้าเหยียนได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกว่าที่เขาพูดมาก็มีเหตุผล
เขาจึงได้ให้พ่อบ้านจากไป
ไม่นานนักแม่นางเหยียนก็มาถึงที่ห้องโถงใหญ่ นางเห็นสีหน้าเป็นกังวลของบิดาแล้วก็เอ่ย “ท่านพ่อ เมื่อวานที่ข้าเข้าวังไปนั้น มันทำให้ข้ารู้สึกเลื่อมใสในตัวแม่นางเซี่ยนัก”
“พ่อเองก็รู้ว่า แม่นางเซี่ยผู้นั้นไม่เหมือนเซี่ยหนิวซาน นางเป็นคนมีความรู้ ที่สำนักศึกษานางก็มีชื่อเสียงที่ดี แต่…สุขภาพร่างกายไม่ดี ทั้งยังลือกันว่าเป็นคนมีดวงชะตาพิฆาต คนเช่นนี้ครองคู่กับรัชทายาท แล้วจะดีได้อย่างไร” ใต้เท้าเหยียนทอดถอนใจ
“ท่านพ่อ เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินว่า ท่านพูดกับพ่อบ้านตระกูลเซี่ยว่าท่านไม่เชื่อในลัทธิเหลวไหลพวกนั้น เหตุใดตอนนี้ท่านจึงได้เชื่อเรื่องที่แม่นางเซี่ยมีดวงพิฆาตนั่นอย่างไม่สงสัยอะไรเลยเล่า” แม่นางเหยียนแย้มยิ้ม “สุขภาพร่างกายของแม่นางเซี่ยไม่ดีจริงๆ แต่สง่าราศีของนางไม่ธรรมดา อย่างน้อยที่สุด…ก็ไม่ใช่อะไรที่แม่นางต่งผู้นั้นจะเทียบได้”
“อีกอย่าง เมื่อวานข้าเห็นเมิ่งกุ้ยเฟยและองค์ชายสี่มีท่าทีเคารพต่อฮองเฮาและรัชทายาทอย่างยิ่ง…องค์ชายสี่ไม่เหมือนคนที่จะยึดอำนาจได้เลย ข้าจำได้ว่าท่านเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า ส่วนใหญ่แล้วเป็นตระกูลเมิ่งที่เป็นคนลากท่านเข้าเป็นพวก…เรื่องนี้ ข้ารู้สึกว่าไม่ถูกต้อง ตระกูลเมิ่งทำอะไรเกินหน้าเจ้านายของตัวเอง เดิมทีก็ถือว่าเสียมารยาทอยู่แล้ว” แม่นางเหยียนเอ่ยอีก
“เจ้าคิดว่าพ่อไม่รู้หรือ แต่รัชทายาทมาเป็นอย่างนั้นเสียได้…” ใต้เท้าเหยียนรู้ดีกว่าใครที่สุด!
องค์ชายสี่เป็นคนรักสงบ เขาชอบศึกษาบทกวีบทประพันธ์ต่างๆ แต่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องการปกครองเลย
องค์ชายสี่ถึงขนาดไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประชาชนเลย เรียกได้ว่าเป็นคนที่เกิดมาบนสวรรค์จริงๆ เท้ายังไม่เคยสัมผัสดินด้วยซ้ำ!
ไม่เหมือนกับรัชทายาทที่รู้จักเข้าใจผู้คนตั้งแต่ยังเด็ก ต่อให้เป็นตอนที่พระองค์ยังศึกษาอยู่ที่สำนักศึกษาหลวงก็มักจะให้ความสนใจกับเรื่องน้อยใหญ่ต่างๆ ฉลาดเฉลียวมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย!
หากจะพูดอย่างคนเนรคุณก็คือ เมื่อฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเสด็จสวรรคต แล้วรัชทายาทขึ้นครองบัลลังก์ต่อไปทันที ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้ก็สามารถจัดการเรื่องการปกครองได้อย่างอยู่หมัดโดยที่ราชสำนักไม่ต้องเป็นกังวลอะไรเลยด้วยซ้ำ!
รัชทายาทเป็นรัชทายาทที่ดีคนหนึ่ง!
“ท่านพ่อ ก็แค่แขนข้างหนึ่งเท่านั้น มันสำคัญขนาดเลยหรือ ข้าเห็นว่ามือข้างนั้นของรัชทายาทก็ยังสามารถใช้ดื่มน้ำได้ตามปกติ ตราบใดที่ไม่ต้องใช้กำลังก็ไม่น่าที่จะมองความผิดปกติไม่ออกนี่?” แม่นางเหยียนเอ่ยถาม
ใต้เท้าเหยียนครุ่นคิดเล็กน้อย “ตอนนั้นเสือตัวใหญ่นั้นกัดเข้าที่แขนของเขาจนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว ไม่รู้ว่ามีหมอหลวงกี่คนที่ต้องกลัดกลุ้มกังวล ส่วนผลที่ตามมาหลังจากเรื่องนี้…ลูกเอ๋ย เจ้าต้องรู้ด้วยว่าอาการบาดเจ็บจนถึงเอ็นกระดูกทั้งยังมีเลือดออกมากขนาดนั้นจะไม่ทำอายุขัยสั้นลงได้อย่างไร อีกอย่างข้ายังได้ยินมาว่า มือข้างนั้นของรัชทายาทจะเจ็บปวดอย่างรุนแรงขึ้นมาในบางครั้ง ดังนั้นแม้ว่าปกติแล้วจะไม่ได้เป็นอะไร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพระองค์จะเหมือนกับคนปกตินี่ นอกจากนั้น…หลายปีมานี้ก็มักจะเกิดเหตุกับรัชทายาทอยู่เสมอๆ เกรงว่าพระองค์คงจะอยู่ได้ไม่นาน”
ตอนที่ 712 ปีกกล้าขาแข็ง
ผู้ปกครองประเทศจะมีร่างกายที่บาดเจ็บไม่ได้
มิฉะนั้นคนจากแคว้นอื่นก็จะดูถูกและคิดโจมตีเอาได้ ซึ่งสำหรับเฉียนหยวนแล้วไม่ใช่เรื่องดีเลย
“ลูกเพียงแค่รู้สึกว่า ท่านพ่อไม่จำเป็นจะต้องดื้อดึงกับฮ่องเต้ตลอดเวลา ถึงอย่างไรก็ต้องเป็นรัชทายาทพระองค์นี้ ท่านไม่เท่ากับล่วงเกินพระองค์ไปเสียเปล่าหรือ อีกอย่าง…ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แม่นางต่งว่าที่พระชายาองค์ชายคนนี้มีจิตใจชั่วร้าย ลูกไม่ชอบนางเลยจริงๆ…”
เมื่อแม่นางเหยียนนึกถึงว่าองค์ชายสี่ที่รักสงบเช่นนั้นจะต้องมาครองคู่กับคนที่มีจิตใจทะเยอะทะยานขนาดนี้ นางก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจแล้ว
เพียงแต่นางไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องพวกนี้หรอก
สายตาของนางจับไปที่แผ่นป้ายไม้นั้น “ท่านพ่อ ท่านว่า…แม่นางเซี่ยกำลังต้องการให้พวกเราไปเชิญปรมาจารย์โม่มาดูท่านแม่หรือเปล่า”
สีหน้าใต้เท้าเหยียนเปลี่ยนไปทันควัน
“ท่านลองคิดดูสิ ข้าช่วยคุณหนูรองตระกูลเซี่ยเอาไว้ น้ำใจนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย ทั้งๆ ที่แม่นางเซี่ยรู้ว่าท่านไม่ชอบปรมาจารย์โม่ นางคงจะไม่ส่งของที่จะท่านให้ท่านรู้สึกไม่สบายใจมาอย่างนี้หรอก ข้าคิดว่า บางทีนางอาจจะลองสอบถามเรื่องราวของพวกเรามาบ้างและรู้สถานการณ์ของพวกเราแล้ว ดังนั้นนางจึงได้นึกถึงปรมาจารย์โม่ขึ้นมา และอยากให้พวกเรา…ลองดู?” แม่นางเหยียนเอ่ยขึ้นอีก
ใต้เท้าเหยียนเคร่งขรึมขึ้นมาทันที “จะไปเชื่อนักพรตปีศาจนั่นได้อย่างไรเล่า หากเชิญนางมา หน้าตาของตระกูลเหยียนเรา…”
“ท่านพ่อคิดว่าหน้าตานั้นสำคัญกว่าท่านแม่หรือ” แม่นางเหยียนเอ่ยถามทันที
สีหน้าของใต้เท้าเหยียนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
“พ่อ…หลายวันมานี้พ่อด่าว่านางไม่น้อยเลย ว่าคนผู้นั้นเป็นปีศาจล่อลวงใจคน ต่อให้เป็นต่อหน้าฮ่องเต้ พ่อก็ไม่กลัวไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย หากพ่อไปหานักพรตปีศาจนั่น ต่อให้คนผู้นั้นจะช่วยท่านแม่ของเจ้าได้จริงๆ แต่นึกถึงท่าทีของพ่อก่อนหน้านี้ เขาจะช่วยเราจริงๆ หรือ แทนที่จะเผยจุดอ่อนให้คนอื่นรู้ ไม่สู้พวกเราอยู่อย่างนี้ แล้วยอมรับชะตากรรมไปไม่ดีกว่าหรือ” ใต้เท้าเหยียนเอ่ยขึ้นอีก
เขารู้ว่านักพรตปีศาจผู้นั้นน่าจะพอมีความสามารถอะไรอยู่บ้าง
อาจเป็นการแพทย์หรือไม่ก็การหลอกลวงผู้คน
มิฉะนั้นรัชทายาทและคนอื่นๆ คงจะไม่เคารพและยกย่องนางขนาดนั้น
แต่ก็เพราะเหตุนี้นั่นแหละที่ทำให้เขาไม่กล้ารับ
“ในเมื่อแม่นางเซี่ยเป็นคนให้สิ่งนี้มา นางก็น่าจะรู้ว่าปรมาจารย์โม่ผู้นั้นจะต้องไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นเช่นนั้นแน่ หากท่านพ่อรู้สึกว่าไม่เหมาะสม เช่นนั้นให้ลูกไปพบเองเถอะ” แม่นางเหยียนรีบคว้าของสิ่งนั้นเข้ามาไว้ในอกเสื้อทันที
“…” ใต้เท้าเหยียนขึงตาใส่นางทันที “คืนพ่อมานะ”
“ไม่ได้หรอก ท่านพ่อสอนพวกเรามาตั้งแต่ยังเล็ก ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามจะต้องมีความคิดเป็นของตัวเอง จะต้องไม่ไหลไปตามกระแส วันนี้ลูกจะออกหน้าจัดการเอง หากคนผู้นั้นมีความสามารถรักษาท่านแม่ได้จริง ต่อให้ลูกจะต้องไปคุกเข่าสามครั้งโขกศีรษะสักเก้าครั้ง ลูกก็ยอม ลูกไม่สนใจบุญคุณความแค้นอะไรแต่เก่าก่อนหรอก” พอแม่นางเหยียนพูดจบ นางก็ยืนขึ้นอย่างกล้าหาญ
“…” ลูกสาวของเขาปีกกล้าขาแข็งแล้ว!
ใต้เท้าเหยียนมีสีหน้าจนปัญญา จะให้ตามไปด้วย เขาก็ไม่มีหน้าจะทำอย่างนั้น แต่จะให้เขาดุว่า เขาก็ทำไม่ลง
ขณะที่เขากำลังรู้สึกอึดอัดใจอยู่นั้น ลูกสาวของเขาก็เดินไปไกลแล้ว
เหยียนหรูจวงกลัวว่าบิดาของนางจะห้ามไว้ นางจึงให้คนเตรียมรถม้าแล้วรีบออกไปทันที
ตรงดิ่งไปยังหอส่องชะตา
เซี่ยเฉียวได้ส่งจดหมายไปบอกผู้ดูแลหอส่องชะตาเอาไว้ก่อนแล้วว่า หากมีคนเอาแผ่นป้ายไม้มาขอพบ แล้วนางไม่อยู่ ก็ให้นัดแนะเวลากับเขาได้เลย พอถึงเวลานั้นนางก็จะตรงไปที่บ้านตระกูลเหยียนทันที
เพียงแต่เซี่ยเฉียวนึกไม่ถึงว่าคนตระกูลเหยียนจะรวดเร็วเช่นนี้ พวกเขามากันทันทีในวันนั้นเลย!
นางยังนึกว่า หากคิดจะทำให้ใต้เท้าเหยียนหวั่นไหวได้ นางคงต้องรอไปสักระยะเสียอีก!
เช่นว่ารอให้อาจารย์ของนางกลับเมืองหลวงมาก่อน แม้ว่านางจะเก็บตัวอย่างไร แต่ชื่อเสียงในฐานะศิษย์คนแรกของหลีซื่อเหยี่ยนนี้ก็คงจะรั่วไหลออกไป พอถึงเวลานั้นความคิดของใต้เท้าเหยียนจะต้องเปลี่ยนไปแน่
แน่นอนว่า ตอนนี้ก็มีบางคนที่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างโม่ชูเซิงกับหลีซื่อเหยี่ยนแล้ว แต่ก็มีไม่มากนัก กระทั่งว่ามีคนอีกมากที่รู้แล้วก็ไม่เชื่อ
ตอนนี้เหยียนหรูจวงก็มาที่นี่ด้วยตนเองแล้ว และบังเอิญที่นางมีเวลาว่างพอดี…
เซี่ยเฉียวต้อนรับนางอย่างสุภาพและเชิญนางเข้าไปในห้องแยก