ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 709 หายนะ / ตอนที่ 710 ดูดวงโหงวเฮ้งและฮวงจุ้ย
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 709 หายนะ / ตอนที่ 710 ดูดวงโหงวเฮ้งและฮวงจุ้ย
ตอนที่ 709 หายนะ / ตอนที่ 710 ดูดวงโหงวเฮ้งและฮวงจุ้ย
ตอนที่ 709 หายนะ
ฟังมู่เสวี่ยชื่นชมในความสามารถของเซี่ยเฉียวอย่างจริงใจและเชื่อมั่นในตัวเซี่ยเฉียวอย่างยิ่ง
น่าเสียดายที่ฉินหลิวไม่อยู่ มิฉะนั้นนางจะต้องส่องเสียงโห่ร้องปรบมือด้วยความยินดีเป็นแน่ที่ได้เห็นต่งซีอวิ๋นต้องมาอึดอัดคับข้องใจเช่นนี้
“น้องหญิงเซี่ย…ข้าไม่เคยคิดจะถามเจ้าเลย…” ฟังมู่เสวี่ยเดินไปก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “เจ้าอายุน้อยกว่าข้าเสียอีก…เหตุใดจึงรู้อะไรๆ มากกว่าข้านัก หรือว่าเจ้ามีอาจารย์ที่ยอดเยี่ยมร้ายกาจแอบสอนวิชาให้เจ้า”
ฟังมู่เสวี่ยอยากจะถามนางตั้งนานแล้ว
นางคบหากับเซี่ยเฉียวนานๆ เข้าก็ยิ่งพบว่าคนคนนี้ลึกล้ำเหลือประมาณ
นางไม่เคยอ่านหนังสือจำพวกอภิปรายเหล่านั้นมาก่อน แต่ทุกครั้งที่ได้อ่าน ไม่เพียงแต่นางจะจดจำได้เร็วกว่าพวกนาง แต่ยังสามารถเข้าใจความหมายของมันได้เป็นอย่างดี หากมีตรงไหนที่ไม่เข้าใจ เพียงนางเอ่ยถามอะไรกับอาจารย์เล็กน้อยก็สามารถเข้าใจได้อย่างปรุโปร่งแล้ว
และเรื่องอื่นๆ เซี่ยเฉียวก็ยังรู้มากกว่าเสียอีก!
ก็ไม่รู้จริงๆ ว่าภายในสมองเล็กๆ ของนางสามารถบรรจุเรื่องราวอะไรแปลกๆ อะไรได้มากมายขนาดนั้น
“สุขภาพร่างกายของข้าไม่ดี ตอนเด็กๆ ข้าจึงชอบอ่านหนังสือเท่านั้น ไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมาย ส่วนเรื่องอาจารย์…ข้าก็มีอยู่คนหนึ่งจริงๆ เพียงแต่อาจารย์ออกเดินทางพเนจรอยู่ข้างนอกนานหลายปี ข้าจึงไม่ได้พบหน้ามานานแล้ว” สีหน้าเซี่ยเฉียวแสดงความถ่อมตน
“หากข้ามีความสามารถอย่างเจ้าก็คงจะหาวิธีให้คนทั้งโลกรู้ไปนานแล้ว” ฟังมู่เสวี่ยหัวเราะออกมาทันที
จากนั้นพวกนางต่างก็ขึ้นเกี้ยวของตนเองเพื่อไปยังประตูวัง
เซี่ยเฉียวและเซี่ยซีนั่งเกี้ยวไปด้วยกัน นางมองสีหน้าของน้องสาวแล้วก็พบว่าลางร้ายลดน้อยลงไปบ้างแล้ว แต่ก็…ยังไม่หมดไป
“พี่หญิงใหญ่ แมงมุมขนตัวนั้นถูกกระทืบตายแล้ว” เกี้ยวโยกโยนไปมา สักพักเซี่ยซีก็โพล่งคำพูดออกมา
เซี่ยเฉียวนิ่งงั้นไปเล็กน้อย “ใช่แล้ว?”
“มันดูน่ารักดี” เซี่ยซีเอ่ยขึ้นอีกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“…” รู่ม่านตาของเซี่ยเฉียวหดเล็กลง นางตกใจเล็กน้อย “อะไรน่ารัก แมงมุมหรือ”
เซี่ยซีพยักหน้าเล็กน้อย
แมงมุมตัวนั้นมีสีแดงเล็กน้อย มีขนที่ขา และดวงตาของมันดูพิเศษมาก ยิ่งกว่านั้นเมื่อเทียบกับมนุษย์แล้ว ทั้งที่มันตัวเล็กขนาดนั้นแต่ก็สามารถทำให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปได้ น่าทึ่งมากจริงๆ
เซี่ยเฉียวเลียริมปากเล็กน้อย ทันใดนั้นนางก็พบว่าคนในครอบครัวของนางไม่มีใครปกติเลย
“ตอนนั้นพี่เห็นว่าเจ้าตกใจไม่น้อยเลยนะ” เซี่ยเฉียวพึมพำ
เซี่ยซียามอยู่ต่อหน้าเซี่ยเฉียวไม่นับว่าพูดน้อยเท่าไรนัก นางจึงตอบพี่สาวไปตามตรง “พี่สาวตระกูลเหยียน จู่ๆ ก็ผลักข้า ข้าก็เลย ตกใจ ข้ายังไม่ทันได้สติ แมงมุมตัวนั้นก็ ตายเสียแล้ว”
ดวงตาของนางถึงกับแสดงความเสียดายอย่างยิ่งออกมา
เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมาทันที
บิดาของนางเป็นพวกมุทะลุบ้าระห่ำ พี่ชายของนางเป็นหมีโง่ น้องชายของนางก็ซนเป็นลิง เดิมทีนางนึกว่าตนเองจะมีน้องสาวที่เป็นคนปกติกับเขาคนหนึ่ง นึกไม่ถึงว่า…นางจะเด็กหญิงที่ใจกล้าคนหนึ่งสมกับเป็นลูกสาวของบิดานางจริงๆ
เซี่ยเฉียวเหลือบมองเซี่ยซีอย่างเงียบๆ นางจินตนาการไม่ออกเล็กน้อยว่า เมื่อน้องสาวของนางโตขึ้นกว่านี้อีกนิดจะเป็นเช่นไร
นางดูมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก และพูดมากขึ้นแล้ว ได้ยินว่าตอนที่นางอยู่บ้านตระกูลหลิน นางยังสามารถติดตามเซี่ยผิงไหวและลูกพี่ลูกน้องตระกูลหลินคนอื่นๆ ไปปีนต้นไม้เก็บไข่นกได้แล้วด้วย
จิตใจและความคิดของนางนี้จะเปลี่ยนไปทีละน้อย และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็คงจะไม่ได้เห็นท่าทางซื่อๆ น่าเบื่อหน่ายเช่นนี้แล้ว
พอถึงเวลานั้น…
เมืองหลวงจะไม่มีผู้หญิงหายนะเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งหรือ
คิดดูแล้วก็ออกจะ…ตื่นเต้นเล็กน้อย
“ช่วงนี้เจ้าไม่ได้ไปยุ่งอยู่กับอะไรแปลกๆ จริงๆ ใช่ไหม” เซี่ยเฉียวเห็นท่าทางซุกซนของนางเช่นนี้ก็อดถามออกมาอีกครั้งไม่ได้
“ไม่มี” เซี่ยซีส่ายหน้าปฏิเสธ
เซี่ยเฉียวอดที่จะรู้สึกกังวลใจไม่ได้ และยังกลัวด้วยว่าหากตนเองถามมากเกินไป เด็กน้อยจะเกิดความรู้สึกต่อต้านในใจ
เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว เซี่ยเฉียวก็ให้เซี่ยซีคิดว่าจะส่งอะไรไปเป็นของขวัญแสดงความขอบคุณต่อตระกูลเหยียนดี
แม้ว่าผู้ตรวจการณ์เหยียนผู้นี้จะไม่ลงรอยกับตระกูลเซี่ย แต่หลังจากที่นางสอบถามมาแล้ว เซี่ยเฉียวก็ต้องยอมรับว่าผู้ตรวจการณ์เหยียนนั้นมีความน่าเชื่อถือว่ากว่าบิดาของนางเสียอีก
ตอนที่ 710 ดูดวงโหงวเฮ้งและฮวงจุ้ย
ตระกูลเหยียนนั้นรับราชการมาสามรุ่นแล้ว เป็นครอบครับที่มีความเข้มงวดเคร่งครัด แต่ละคนต่างอาศัยความสามารถของตัวเองสอบเข้ารับตำแหน่ง
เพราะครอบครัวของพวกเขาทั้งสามรุ่นมีความจงรักภักดีและเที่ยงตรง ดังนั้นเมื่อมาถึงรุ่นผู้ตรวจการณ์เหยียน พวกเขาจึงได้รับตำแหน่งสำคัญ แม้ว่าฮ่องเต้มักจะลงโทษตัดเงินเดือนของเขา แต่ก็เป็นเพียงการปรับเงินและไม่มีการลงโทษรุนแรงอื่นใดต่อตระกูลเหยียน
แม้แต่การลงโทษปรับเงินเดือนนี้ก็ยังได้รับการชดเชยให้ในโอกาสอื่นเป็นส่วนมาก
เห็นได้ชัดว่าในสายตาของฮ่องเต้นั้นตระกูลเหยียนจงรักภักดีและซื่อตรง
ต่อให้ฮ่องเต้จะทรงไม่พอพระทัยเรื่องที่ตระกูลเหยียนมักจะพุ่งเป้าเล่นงานรัชทายาท แต่พระองค์ก็ไม่ได้ทรงเลอะเลือนจนมีความคิดที่จะลงโทษขุนนางที่มีความจงรักภักดีอย่างรุนแรง
นอกจากนี้ ผู้นำตระกูลเยียนทั้งสามรุ่นต่างก็มีภรรยาเอกแค่คนเดียว ไม่มีการรับอนุภรรยาอื่นใดอีก ผู้ตรวจการณ์เหยียนมีลูกทั้งหมดสี่คน เป็นหญิงสองชายสองเช่นกัน แต่ที่แตกต่างออกไปจากตระกูลเซี่ยก็คือ พวกเขาทุกคนต่างก็เกิดจากมารดาคนเดียวกัน
และเรื่องที่ยิ่งน่านับถือก็คือ แม้ว่าภรรยาเอกของผู้ตรวจการณ์เหยียนจะป่วยหนัก แต่เขาก็ไม่ทอดทิ้งนาง
นางได้ยินมาว่าภรรยาเอกของผู้ตรวจการณ์เหยียนได้โดนลมชั่วร้ายในคืนหนึ่ง จนวันหนึ่งนางก็ล้มป่วยลง นางมักจะพูดจาเหลวไหล แม้ร่างกายจะไม่เป็นอะไร แต่สภาพจิตใจของนางกลับไม่ค่อยปกติ
แต่หลายปีมานี้ผู้ตรวจการณ์เหยียนก็ไม่ได้รับอนุภรรยาเข้ามาเพิ่ม กระทั่งยังคอยดูแลเอาใจใส่ภรรยาเป็นอย่างดี
ใครๆ ก็พูดกันอย่างนี้
วันนี้ตอนที่นางได้พบแม่นางเหยียนก็พอจะเห็นว่า โหงวเฮ้งของนางบอกว่านางมีบิดาที่มีเมตตา
คนเป็นบิดาเหมือนกัน พอหันกลับมาดูท่านพ่อของนาง…
เซี่ยเฉียวส่ายศีรษะเล็กน้อย
“บุญคุณที่ช่วยชีวิตเป็นเรื่องใหญ่ ก็ส่งของขวัญให้ มากกว่าที่ให้คนอื่นตามปกติ เท่าหนึ่ง พี่หญิงใหญ่ จะได้หรือไม่” เซี่ยซีถามอย่างจริงจัง
เวลานี้นางค่อนข้างใจกว้างทีเดียว
“ได้สิ อีกอย่างให้เจ้าส่งของนี้ไปด้วย…” เซี่ยเฉียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบแผ่นป้ายไม้ชิ้นหนึ่งออกมา แผ่นไม้นั้นมีอักษรไม่กี่ตัวสลักเอาไว้ด้วยว่า ‘ไม่เกิดไม่ตาย ผู้วิเศษโม่’ ทั้งยังมีลวดลายเมฆหมอกหนาทึบสลักไว้เช่นกัน
“เพิ่มสิ่งนี้ไปด้วย?” เซี่ยซีงุนงง
แต่เซี่ยเฉียวกลับพยักหน้า “ของสิ่งนี้แหละ ตอนที่เจ้าส่งของขวัญก็ให้คนหากล่องไม้แพงๆ หน่อยมาใส่ไว้ ทำให้มันดูเป็นของสำคัญก็พอ”
เซี่ยซีไม่เข้าใจ แต่นางไม่ใช่คนประเภทที่เมื่อไม่เข้าใจแล้วจะถาม นางเพียงแค่พยักหน้าแต่โดยดีแล้วรับของเอาไว้
วันถัดมา นางก็รีบให้พ่อบ้านไปส่งของขวัญด้วยตัวเอง
ผู้ตรวจการณ์เหยียนเองก็ใช่ว่าจะต้องไปประชุมที่ท้องพระโรงทุกวัน วันนั้นเป็นวันหยุดพอดี
เขาได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานจากลูกสาวของตนแล้ว ในใจจึงพอจะเดาได้ว่าวันนี้ตระกูลเซี่ยน่าจะส่งของขวัญมาให้
เมื่อเขาเห็นว่าแม้ว่าของขวัญที่ส่งมาจะดูมากไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้ดูเกินเลยไป เขาจึงได้สั่งให้คนรับเอาไว้
เพียงแต่ตอนที่กำลังทำบัญชีอยู่นั้น แผ่นป้ายไม้อันนั้นทำให้พ่อบ้านตกตะลึง เขาจึงรีบส่งของมาตรงหน้าใต้เท้าเหยียน
ใต้เท้าเหยียนหยิบขึ้นมาดูทันที
“ไม่เกิดไม่ตาย? ผู้วิเศษโม่?” ใต้เท้าเหยียนขมวดคิ้ว “นี่มัน…หรือจะเป็นนักพรตปีศาจโม่คนนั้น”
เขารู้เรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงเป็นอย่างดี และรู้ด้วยว่านักพรตปีศาจโม่ผู้นั้นไม่เพียงแต่ล่อลวงรัชทายาท แต่ยังล่อลวงหนิงเป่ยอ๋องและอดีตราชครูหลี่สำเร็จอีกด้วย
เขาได้ยินมาว่าผู้วิเศษท่านนั้นมีความสามารถและช่วยเหลือสองตระกูลเอาไว้
นักพรตปีศาจโม่ผู้นี้เป็นที่เลื่อมใสในหมู่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก ได้ยินว่าทุกๆ วันที่หอส่องชะตานั้นจะต้องมีคนมากมายมารอหน้าประตูเพื่อขอบพบนักพรตปีศาจผู้นั้นสักครั้งโดยไม่รู้สึกว่าเป็นการเสียเวลา
ที่นั่นยังมีกระดาษยันต์ขายด้วย
นับเป็นสถานที่ที่แปลกประหลาด
คนตระกูลเซี่ยส่งของนี้มาทำไม
“คนตระกูลเซี่ยไปแล้วหรือยัง” ใต้เท้าเหยียนเอ่ยถาม
“กำลังรออยู่ด้านนอกขอรับ เขาบอกว่ารู้ว่าท่านจะต้องมีคำถามแน่ๆ ดังนั้นจึงได้อยู่รอก่อน” พ่อบ้านตระกูลเหยียนเอ่ยอย่างเคารพนอบน้อม
ใต้เท้าเหยียนได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ย “ให้เขาเข้ามา”
หลังจากที่พ่อบ้านตระกูลเซี่ยเข้ามาแล้ว เขาก็มองแผ่นป้ายไม้แผ่นนั้นก่อนจะแสดงความเคารพ แล้วจึงอธิบาย “ใต้เท้าเหยียน ของอย่างอื่นเป็นของที่คุณหนูรองของข้าเป็นคนจัดเตรียม มีแต่แผ่นป้ายไม้นี้เท่านั้นที่คุณหนูใหญ่มอบให้ท่าน บอกให้ท่านนำแผ่นป้ายนี้ไปที่หอส่องชะตา ปรมาจารย์โม่ของที่นั่นจะมาพบท่านด้วยตัวเองเพื่อดูดวงโหงวเฮ้งและฮวงจุ้ยให้ท่านโดยคิดเงินแค่หนึ่งตำลึงเท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่พิเศษมาก…แล้ว”