ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 705 ดอกไม้กินแล้วก็งดงาม / ตอนที่ 706 ละเว้นชีวิตพวกเขา
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 705 ดอกไม้กินแล้วก็งดงาม / ตอนที่ 706 ละเว้นชีวิตพวกเขา
ตอนที่ 705 ดอกไม้กินแล้วก็งดงาม / ตอนที่ 706 ละเว้นชีวิตพวกเขา
ตอนที่ 705 ดอกไม้กินแล้วก็งดงาม
คนทั้งสองปลูกดอกโบตั๋นได้งามมาก ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะได้รับรางวัลจากวังต่างๆ อยู่เสมอ
แต่ตอนนี้เมื่อฮองเฮาได้ยินเรื่องนี้เข้าก็รู้สึกขยะแขยงยิ่งนัก เมื่อนึกถึงดอกโบ่ตั๋นด้านนอกพวกนั้นนางก็รู้สึกอึดอัดไม่สบายใจขึ้นมาทันที
นั่นมันมีกระดูกมนุษย์ปะปนอยู่ด้วยนะ!
สีหน้าฮองเฮาย่ำแย่อย่างยิ่ง “ลากตัวออกไป รู้เรื่องแต่ไม่รายงานต้องโบยให้ตายทั้งหมด!”
นางอ่อนโยนใจดีต่อคนในวังมาตลอด แต่เรื่องนี้ใครเล่าจะทนได้
อย่าว่าแต่ฮองเฮาเลย แม้แต่เมิ่งกุ้ยเฟยที่สงบนิ่งอยู่ข้างๆ ก็ทนไม่ได้เช่นกัน ไม่นานนักนางก็ต้องเอามืออุดปากอยากจะอาเจียนออกมาจนฮองเฮาต้องรับสั่งให้คนยกกระโถนเข้ามาให้
เมิ่งกุ้ยเฟยเป็นคนอ่อนโยนยิ่งนัก นางสนมหลายคนในวังได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี ฮ่องเต้เพียงแค่รู้สึกว่าเมิงกุ้ยเฟยมีท่าที่อ่อนโยนเป็นมิตรที่สุดและไม่ต่อสู้แก่งแย่ง จึงได้มอบตำแหน่งสูงเช่นนี้ให้นางเพื่อช่วยเหลือฮองเฮาจัดการเรื่องต่างๆ ภายในวัง
แต่เมิ่งกุ้ยเฟยไม่มีงานอดิเรกอื่นใด นางแค่ชอบต้นไม้ดอกไม้เท่านั้น
ในฤดูกาลนี้ดอกโบตั๋นกำลังเบ่งบานอย่างงดงาม นางย่อมต้องชื่นชมเป็นธรรมดา
อดไม่ได้ที่จะต้องเข้าไปดมใกล้ๆ กระทั่งว่าทุกเช้าตรู่ นางจะต้องให้นางกำนัลออกไปเก็บน้ำค้างจากดอกไม้มาชงชา แม้แต่ตอนอาบน้ำก็มีบ้างที่ใช้กลีบดอกไม้แช่ลงในอ่าง…
เมื่อนางคิดเช่นนั้นขึ้นมาก็รู้สึก…ทนความขยะแขยงนั้นไม่ได้จริงๆ!
คนสวนทั้งสองคนนั้นถูกลากตัวออกไปแล้ว ส่วนเหมยไท่เฟยในเวลานี้ก็ตัวอ่อนปวกเปียก
จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบมองผมของนางที่ยังดูสาวอยู่นั้นแล้วก้าวเข้าไป ก่อนจะกระชากเบาๆ…
มันเป็นของปลอม…
“กรี๊ด! อย่ามาแตะต้องผมของข้านะ!” เหมยไท่เฟยรีบกุมศีรษะตนเองทันที
เมื่อมองดูก็เห็นว่าบนศีรษะของนางมีจุดที่ล้านแล้วเป็นบางส่วนมีจุดๆ ดูน่ากลัวมาก
เมิ่งกุ้ยเฟยยังไม่ทันทีจะอาเจียนเสร็จ พอนางเงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าผมของเหมยไท่เฟยนี้เป็นของปลอม นางก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายไปหมดทั้งตัว
ฮองเฮาเหลือบมองเมิ่งกุ้ยเฟยด้วยความสงสาร “เจ้ารีบกลับวังไปพักผ่อนก่อนเถอะ เรื่องน่ารำคาญใจนี้…”
“ขอบพระทัยฮองเฮา เพียงแต่…เวลานี้…แหวะ…หากไม่ถามให้ชัดเจน…กลับไปแล้ว ข้าก็จะต้องคิดไปวุ่นวาย ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่…แหวะ!” เมิ่งกุ้ยเฟยหน้าซีดเขียวหมดแล้ว
ฮองเฮาครุ่นคิดดูก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
เหมยไท่เฟยไม่คิดว่าตนเองจะต้องมาตกอยู่ในสภาพน่าอดสูถึงเพียงนี้
“หากท่านยังอยากมีชีวิตอยู่ก็รีบพูดออกมาดีกว่าว่าผมพวกนี้มาจากไหน หรือว่าโกนผมคนเป็นมา! แล้วยังของพวกนี้อีก! เหมยไท่เฟย ไทเฮาและข้าเองก็ไม่เคยปฏิบัติไม่ดีกับท่าน หากร่างกายของท่านเจ็บป่วย เหตุใดจึงไม่ถามหมอหลวง ทำไมจึงต้องไปเสาะหาของพวกนี้มาด้วย!” ฮองเฮายังไม่กล้ามองของที่อยู่บนพื้นพวกนั้น
เหมยไท่เฟยเอามือออกจากศีรษะของตนเอง แล้วจึงพบว่าผมของนางร่วงอีกแล้ว
จู่ๆ นางก็ทรุดตัวลงไปทันทีพลางจ้องฮองเฮาเขม็ง “เจ้าจะไปเข้าใจอะไร! ฮ่องเต้พระองค์ก่อนบอกว่าผมของข้างดงามที่สุด ทุกครั้งที่พระองค์มีเรื่องหงุดหงิดรำคาญพระทัยก็ต้องมาที่วังของข้า ทรงชมว่าข้ามีพรสวรรค์ ชมว่าข้ารูปร่างหน้าตาสะอาดสะอ้าน ทอดพระเนตรแล้วสบายพระทัย! แต่ข้าต้องมากลายเป็นแบบนี้แล้ว!”
“ข้าแก่แล้ว ผิวหนังจะหย่อนคล้อย ดวงตาก็หม่นหมอง ข้าก็แค่ให้คนส่งของมาให้เพื่อให้ตนเองดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้นมาเท่านั้น มีปัญหาอะไรหรือ! ก็แค่กระดูกป่นเท่านั้น ดอกไม้ได้กินมันก็งดงาม ข้ากินมันเข้าไปก็ต้องงดงามด้วยสิ!”
“…” ฮองเฮาทรงอึ้งงันเล็กน้อย
คนกับดอกไม้จะเหมือนกันได้หรือ
“เจ้าเองก็แก่แล้ว ลองดูสิ เจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับใบไม้เหลืองที่ร่วงหล่นในฤดูใบไม้ร่วงพวกนั้น แค่แตะต้องใบหน้าเบาๆ ก็เป็นรอยเสียแล้ว…” เหมยไท่เฟยดูเหมือนเสียสติเล็กน้อย
ฮองเฮาส่ายศีรษะทันที
ใครเล่าจะสามารถอ่อนเยาว์ได้ตลอดไป
เหมยไท่เฟยเป็นเช่นนี้แล้วก็คงยากที่ถามอะไรได้อีก ฮองเฮาจึงได้เรียกหญิงชราที่คอยรับใช้ใกล้ชิดนางเข้ามา
อีกฝ่ายก็สารภาพออกมาแต่โดยดีอย่างไม่ต้องเค้นถาม
ประมาณสิบปีที่แล้ว จู่ๆ เหมยไท่เฟยก็เริ่มมีผมร่วงรุนแรง นางได้ให้หมอหลวงสั่งยาให้ แต่เนื่องจากนางอายุมากแล้ว มันจึงไม่ได้ผลอะไรมากนัก
ตอนที่ 706 ละเว้นชีวิตพวกเขา
ต่อมาเหมยไท่เฟยก็หมกมุ่นอยู่กับการใช้ดอกไม้นานาชนิดทำให้ตนเองหอมขึ้นงดงามขึ้น และไม่พอใจที่ดอกไม้พวกนั้นไม่งดงาม
เมื่อนางรู้ว่าราชวงศ์ก่อนก็ใช้กระดูกป่นมาทำปุ๋ยดอกไม้ นางก็เลยใช้บ้าง
จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาประมาณหกเจ็ดปีแล้ว
แรกเริ่มเดิมทีนางก็ไหว้วานให้ขันทีที่สนิทสนมออกไปหากระดูกป่นมาให้ แต่เนื่องจากการหาของพวกนี้ไม่ใช่จะง่าย นางจึงเกิดความคิดเรื่องนางกำนัลขึ้นมา
ณ ที่ตรงนั้นก็มีนางกำนัลอยู่ด้วยไม่น้อย
เวลานี้เมื่อพวกนางได้ยินคำพูดเหล่านี้จึงพากันโกรธเกลียดเหมยไท่เฟย
เมื่อพวกนางที่เป็นนางกำนัลมีอายุครบยี่สิบห้าปีก็จะสามารถออกจากวังไปได้ หากไม่มีที่ไปก็ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเป็นแม่นมหญิงรับใช้ต่อไป
หากเกิดอะไรกับพวกนางขึ้นมาแล้วต้องสิ้นชีวิตภายในวังหลวงนี้ เพื่อให้มีคนสักการะหลังจากที่ตายไปแล้วหรือไม่ก็เพื่อชาติหน้า พวกนางก็มักจะขอร้องให้ขันทีช่วยเหลือให้ส่งพวกนางออกไปฝังในที่ฮวงจุ้ยดีๆ ข้างนอก
พวกนางไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนไม่ยอมปล่อยแม้แต่กระดูกของพวกนางออกไป!
ฮองเฮาทรงกริ้วหนัก เมื่อหลักฐานเป็นที่แน่ชัดแล้วในเวลานี้ นางจึงรีบให้คนไปกราบทูลฮ่องเต้ทันที
เหมยไท่เฟยผู้นี้ราวกับนางปีศาจชราที่น่ารังเกียจขยะแขยงจริงๆ จะเก็บนางไว้ในวังต่อไปคงไม่ได้แล้ว ต่อให้ส่งคนเช่นนี้ไปอยู่วัดก็จะเป็นการลบหลู่ความบริสุทธิ์ของพระพุทธองค์เสียเปล่าๆ คนผู้นี้มีแต่ต้องตายเท่านั้น!
จิตใจของฮองเฮานั้นย่ำแย่อย่างยิ่งไม่ต่างอะไรกับเมิ่งกุ้ยเฟย ต่างก็รู้สึกพะอืดพะอมกินอะไรไม่ลงกันทั้งคู่
เวลานั้นเองก็มีนางกำนัลเข้ามากราบทูล “ฮองเฮา มีหญิงสาวสูงศักดิ์จำนวนหนึ่งต้องการเข้าเฝ้าเพคะ”
“มีเรื่องอะไรหรือ” ฮองเฮาไม่ได้มีความสนใจแม้แต่น้อย
ตอนนี้แม้แต่จะให้ออกจากตำหนักใหญ่นี้นางก็ยังไม่อยากจะออกไปเลย พอออกไปก็ต้องเห็นดอกไม้พวกนั้น…
“ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนสวนพวกนั้น พวกนางเอะอะเสียงดังอยู่ด้านหน้า แม่นางส่วนใหญ่พูดกันว่า ที่แม่นางเซี่ยคิดจะลงโทษโบยคนสวนจนตายนั้นรุนแรงเกินไป” นางกำนัลตอบตามจริง
“ข้าเป็นคนสั่งลงโทษเอง เกี่ยวอะไรกับแม่นางเซี่ยด้วย!” ฮองเฮาทรงกริ้วจัด
หาเรื่องอย่างนั้นหรือ!
จ้าวเสวียนจิ่งครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “เสด็จแม่ แม่นางเซี่ยเป็นคนพบว่าดินพวกนั้นผิดปกติ ข้าจึงได้สืบพบเรื่องนี้ ก่อนหน้านั้นน้องสาวของแม่นางเซี่ยเกือบจะถูกแมงมุมพิษที่อยู่ท่ามกลางดอกไม้กัดเข้าแล้ว”
ฮองเฮาได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจทันที
เกรงว่าหญิงสาวสูงศักดิ์พวกนั้นคงจะคิดว่าแม่นางเซี่ยโกรธแทนน้องสาวของตนเอง จึงได้ให้รัชทายาทลงโทษคนสวนอย่างรุนแรง
ฮองเฮาทรงถอนใจ นางหันไปมองเมิ่งกุ้ยเฟย “กุ้ยเฟยออกไปดูกับข้าหน่อยเป็นไร ข้างหน้ามีหญิงสาวมากมาย มองดูพวกนางแล้วก็อาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง”
“ก็ดีเหมือนกันเพคะ” เมิ่งกุ้ยเฟยบ้วนล้างปากเล็กน้อย เวลานี้ของพวกนั้นก็ถูกเคลื่อนย้ายออกไปแล้ว ในใจของนางก็รู้สึกสบายขึ้นบ้างแล้ว
เวลานี้พวกของต่งซีอวิ๋นวางท่าใหญ่โตยิ่งนัก
ไม่นานนักพวกนางก็ได้ยินคนขานว่าฮองเฮาและเมิ่งกุ้ยเฟยกำลังเสด็จมา หลังจากที่พวกนางทำความเคารพแล้ว หญิงสาวทั้งหลายก็คุกเข่าลงพร้อมกันทันที
“ฮองเฮา พวกหม่อมฉัน…บังอาจขอร้องแทนคนสวนทั้งสองคนนั่น ขอให้ฮองเฮาทรงเมตตาละเว้นชีวิตพวกเขาด้วยเพคะ” ต่งซีอวิ๋นเอ่ยทันที
“…” เมิ่งกุ้ยเฟยมองดูว่าที่ลูกสะใภ้ของตนเองแล้วก็รู้สึกไม่อึดอัดอยู่ในอก
อยากจะอาเจียน
“ทั้งสองคนนั้นถูกโบยตายไปแล้ว ตอนนี้ร่างก็คงจะเย็นไปหมดแล้ว พวกเจ้าลุกขึ้นเถอะ” ฮองเฮาเองก็ดูห่อเหี่ยวไร้พลัง
แต่พวกของต่งซีอวิ๋นที่ได้ยินเช่นนั้นต่างก็พากันตกใจทันที
“ฮองเฮา?! ก็แค่ความประมาทเลินเล่อเล็กน้อย เหตุใดจึงต้องถูกลงโทษโบยจนตายด้วยเพคะ แม่นางเซี่ย แม่นางเซี่ยทำเกินกว่าเหตุไปหน่อยหรือไม่” ต่งซีอวิ๋นไม่อยากจะเชื่อ นัยน์ตาของนางแดงก่ำ “คนสวนพวกนั้นก็มีชีวิตจิตใจ มีพ่อมีแม่…”
“บังอาจ!” เมิ่งกุ้ยเฟยตบโต๊ะทันที
ต่งซีอวิ๋นตัวสั่นด้วยความตกใจทันที
“พวกเจ้าจะรู้อะไร คนสวนพวกนั้นชั่วร้ายยิ่งนัก ถึงกับใช้กระดูกคนมาทำปุ๋ย โชคดีที่แม่นางเซี่ยมองออก! แค่ความผิดนี้ เขาตายสิบครั้งก็ยังไม่พอ!” เมิ่งกุ้ยเฟยไม่พอใจแล้ว “ต่อให้ไม่ได้มีเรื่องนี้ เจ้าก็ไม่ควรยุ่งเรื่องนี้ หากมีเวลาว่างนักล่ะก็ ไม่สู้เจ้ากลับไปปักผ้า ฝึกตนกล่อมเกลานิสัยใจคอให้มากหน่อยจะดีกว่า!”
น่าโมโหนัก คิดว่านางมองไม่ออกหรือว่าหญิงสาวผู้นี้ไม่ชอบเซี่ยเฉียว?
เพียงแต่นางคิดว่าเด็กสาวกำลังคึกคะนอง จึงไม่อยากจะถือสาหาความ!