ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 703 ท่านไม่คู่ควร / ตอนที่ 704 เพื่ออะไรกัน
ตอนที่ 703 ท่านไม่คู่ควร / ตอนที่ 704 เพื่ออะไรกัน
ตอนที่ 703 ท่านไม่คู่ควร
สีหน้าเซี่ยเฉียวสงบนิ่ง นางไม่ได้รู้สึกร้อนตัวเลยแม้แต่น้อย
พวกของฟังมู่เสวี่ยยังยืนกรานที่จะอยู่ข้างเดียวกับเซี่ยเฉียว ตอนนี้แม้ว่าคนรอบข้างจะมองเซี่ยเฉียวด้วยสายตาสับสน แต่พวกนางก็ยังรู้สึกว่าเซี่ยเฉียวไม่ได้ทำอะไรผิด
ในแต่ละเดือนพวกนางต้องไปบ้านตระกูลเซี่ยเพื่ออ่านหนังสือด้วยกันตั้งหลายวัน แล้วจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเซี่ยเฉียวเป็นคนเช่นไร!
บ่าวรับใช้บ้านตระกูลเซี่ยไม่ได้มีชีวิตที่เลวร้ายเลย!
ยกตัวอย่างเช่นชุนเอ๋อร์ที่เซี่ยเฉียวแทบจะปฏิบัติกับนางเหมือนเป็นน้องสาวคนหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะมีของดีอะไรก็จะต้องไม่ลืมแบ่งให้นางด้วยเสมอ!
เซี่ยเฉียวที่เป็นเช่นนี้มีหรือจะไม่เห็นค่าของชีวิตคน!
เมื่อเซี่ยเฉียวบอกว่าจะลงโทษโบยจนตาย นางจะต้องมีเหตุผลแน่!
เวลานี้ต่งซีอวิ๋นก็ได้โอกาสที่แสร้งทำตัวเป็นคนดีทันที สีหน้าของนางราวกับพระโพธิสัตว์ที่เปี่ยมเมตตา ดวงตาของนางถึงกับรื้นแดงขึ้นมาแล้ว
นางหลอกคนได้เก่งเสมอมา จนตอนนี้หญิงสาวหลายคนต้องเข้าไปปลอบนาง ทั้งยังตัดสินใจแล้วว่าอีกประเดี๋ยวพวกนางจะขอเข้าเฝ้าฮองเฮา ขอให้ฮองเฮาเป็นคนออกหน้าจัดการให้!
ฮองเฮาทรงมีเมตตา นางจะต้องไม่โหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้แน่
และในขณะนั้นฮองเฮาก็ทรงประทับอยู่ในตำหนักในของพระองค์เอง
เหมยไท่เฟยมีอายุจะหกสิบปีแล้ว แต่ผมยาวๆ ของนางยังคงดำสนิท ใบหน้าไม่ค่อยจะมีริ้วรอยเท่าไรนัก ดูแทบจะเหมือนกับคนวัยเดียวกับฮองเฮากระนั้น
เหมยไท่เฟยผู้นี้อยู่ในวังไม่ออกไปไหนมาหลายปีแล้ว ฮองเฮาเองก็ทรงได้พบกับนางบ้างนานๆ ครั้งเท่านั้น
เมื่อลองคิดดูให้ดี หลายปีมานี้ทุกครั้งที่ฮองเฮาได้พบเหมยไท่เฟยก็ดูเหมือนนางจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากเท่าใด
เวลานี้ฮองเฮาไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากนัก
พอเหมยไท่เฟยเดินออกมาจากตำหนักของตนเอง จ้าวเสวียนจิ่งก็สั่งให้คนเข้าไปค้นในตำหนักของนางทันที
“เอาของออกมา” จ้าวเสวียนจิ่งสั่งการ
ทันทีที่จ้าวเสวียนจิ่งพูดจบ พวกขันทีก็ยกของออกมามากมาย
ใบบรรดาสิ่งของมากมายเหล่านั้น มีโถสีแดงและสีขาวสองใบซึ่งมีขนาดไม่เล็ก และไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้น นอกจากนี้ยังมีขวดกระเบื้องธรรมดาจำนวนหนึ่งที่บอกว่าเป็นขนมที่ใช้ขี้ผึ้งผนึกปากขวดไว้
ดูแปลกๆ ทั้งนั้น
พอเหมยไท่เฟยเห็นของเหล่านั้นสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที “เหตุใดฮองเฮาจึงสั่งให้คนไปแตะต้องของของข้าด้วย! ข้าอยู่ในวังหลายปีมานี้ยังไม่สงบเสงี่ยมพออีกหรือ! ถึงต้องสร้างความอับอายให้กันถึงขนาดนี้ด้วย หากรู้อย่างนี้ตอนนั้นข้าติดตามฮ่องเต้องค์ก่อนไปไม่ดีกว่าหรือ!”
ฮองเฮาเองก็รู้สึกปวดหัวไปกับคำพูดของนาง
นางลูบคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองรัชทายาทแล้วเอ่ย “นี่เป็นการผิดกฎหรือไม่”
มันคงต้องเป็นเช่นนั้นแหละ มิฉะนั้นลูกชายของนางคงไม่ทำเสียเอิกเกริกขนาดนี้
เพียงแต่ว่านางเองก็สงสัยเหมือนกันว่าของพวกนี้คืออะไร จึงสามารถทำให้รัชทายาทผู้เคร่งครัดแต่ไหนแต่ไรมาต้องนำตัวนางมาทันทีโดยไม่ไว้หน้าได้ถึงขนาดนี้
“ตอนนั้นเพราะฮ่องเต้องค์ก่อนทรงสงสารท่าน กลัวว่าการส่งท่านไปวัดหลวงเพื่อบำเพ็ญตนนั้นอาจทำให้ท่านลำบากเกินไป จึงได้ขอให้ท่านช่วยเลี้ยงดูหรงอ๋องให้ และคิดว่าหรงอ๋องจะดูแลท่านในช่วงชีวิตที่เหลือ ใช่หรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถามด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเย็นชา
“ใช่” เหมยไท่เฟยเองก็มีสีหน้าเย็นชาเช่นกัน
ตอนนั้นฮ่องเต้พระองค์ก่อนก็คิดเช่นนั้น ตอนที่หรงอ๋องยังมีอยู่ในเมืองหลวง ชีวิตของนางก็ดีจริงๆ!
แต่ต่อมาหรงอ๋องและพระอนุชาของอดีตฮ่องเต้ขี่ม้ากลางถนนจนทำให้คนตาย!
ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทรงกริ้วมากและพระราชทานโทษตายให้แก่เสด็จอาพร้อมขับไล่หรงอ๋องให้ไปครองศักดินายังดินแดนที่ห่างไกล!
นางรู้สึกว่าความเป็นอยู่ที่นั่นคงจะไม่ได้สุขสบาย อีกทั้งหรงอ๋องก็ยังต้องการดูแลมารดาผู้ให้กำเนิดที่มีฐานะต่ำต้อยนั่นด้วย หากนางติดตามพวกเขาไปด้วยแล้วจะมีชีวิตที่ดีได้อย่างไร
ดังนั้นนางจึงเลือกที่จะอยู่ในวัง!
“อดีตฮ่องเต้ทรงเมตตาท่าน แต่ท่านกลับทำตัวไม่คู่ควร” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอย่างเฉยเมย “หมอหลวงเข้ามาตรวจของพวกนี้ให้ละเอียดเถอะ!”
ตอนที่ 704 เพื่ออะไรกัน
เหมยไท่เฟยมีท่าทางประหม่าอย่างยิ่ง ส่วนหมอหลวงที่รออยู่นานแล้วก็นึกว่าสุขภาพร่างกายของฮองเฮามีปัญหาอะไรจึงถูกตามตัวมา นึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะต้องมาช่วยรัชทายาทตรวจสอบสิ่งของ
อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ย่อตัวลองตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ข้างในโถทั้งสองแต่โดยดี
ของที่อยู่ข้างในโถทั้งสองนั้น…
หมอหลวงทั้งสามลองดมดูเล็กน้อยแล้วมือของพวกเขาก็สั่นขึ้นมาทันที
จากนั้นพวกเขาก็กลับไปมองของสิ่งนั้นอีกครั้ง
หลังจากที่เวลาผ่านประมาณหนึ่งเค่อหมอหลวงทั้งสามก็คุกเข่าลงแล้วกราบทูล “ทูลฮองเฮาและรัชทายาท ของที่อยู่ในโถสีขาวนี้น่าจะเป็นผงกระดูก แต่จะเป็นกระดูกคนหรือสัตว์นั้น พวกกระหม่อม…ไม่ทราบ”
สัตว์?
ในวังหลวงที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้จะมีสัตว์ได้มากมายจนทำกระดูกป่นออกมาได้มากขนาดนี้?
หรือจะเป็นการสั่งให้ขันทีออกไปซื้อมา?
“ในโถสีแดงเป็นรกที่ผ่านการปรุงมาเรียบร้อยแล้ว ส่วนอย่างอื่นก็มี…ผงตัวอ่อนกวาง เป็นตำรับยาเสริมความงามที่ใช้ลูกท้อเดือนสามและเลือดไก่ดำประกอบ ยังมีอีกหลายอย่าง…ที่เป็นของบำรุงความงาม” หมอหลวงรู้สึกปากคอแห้งผาก
บำรุงความงามก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แต่ของหลายๆ อย่างนี้ล้วนแต่เป็นของที่มีกลิ่นคาวเลือดทั้งนั้น
ไม่ต้องพูดถึงผงตัวอ่อนกวางนี้เลย ที่ห้องยาหลวงเองก็มีผงตัวอ่อนกวางอยู่ เพียงแต่หากไม่ได้จำเป็นต้องใช้กับโรคจริงๆ ก็จะไม่นำออกมาใช้ง่ายๆ
การใช้ผงตัวอ่อนกวางนี้ก็ไม่ได้ใช้มากอะไร
แต่กว่าจะได้มานั้นต้องนำมดลูกทั้งหมดออกมาจากท้องของกวางตัวเมียที่ตั้งครรภ์ทั้งที่ข้างในยังมีตัวอ่อนอยู่พร้อมทั้งรกและน้ำคร่ำ ก่อนจะแช่ลงไปในเหล้า จัดรูปร่าง นำไปอบและผึ่งลมจนแห้ง จากนั้นยังต้องนำไปทอดแล้วบดให้เป็นผงอีก
ของสิ่งนี้เป็นของดีก็จริง แต่ก็เป็นการเปลืองแรงและทำร้ายธรรมชาติ โดยทั่วไปแล้วหากใช้อย่างอื่นทดแทนได้ก็จะ พวกเขาก็จะใช้มันให้น้อยลง
ฮองเฮาขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น และในตอนนี้นางก็รู้สึกว่าสิ่งของในโถสีขาวนั้นคงจะไม่ใช่ธรรมดาแล้ว
“เหมยไท่เฟย กระดูกป่นนี้ทำมาจากอะไรกันแน่” ฮองเฮาตรัสถาม
สีหน้าเหมยไท่เฟยไม่เปลี่ยนแปลง “ก็แค่กระดูกป่นที่ทำจากเป็ดไก่ที่ข้าใช้ให้ขันทีออกนอกวังไปซื้อมาให้เท่านั้น ในวังของข้ามีดอกโบตั๋นไม่น้อย เอามาทำเป็นปุ๋ยใช้ดียิ่งนัก”
จ้าวเสวียนจิ่งเยาะออกมาทันที จากนั้นเขาก็ให้คนนำตัวคนสวนสองคนนั้นเข้ามา
มือของคนสวนทั้งสองคนนั้นถูกแผ่นไม้บีบเอาไว้แล้ว เลือดชุ่มอย่างเห็นได้ชัด
“พูดสิว่า กระดูกป่นของเหมยไท่เฟยได้มากจากไหน!” จ้าวเสวียนจิ่งแค่นเสียงเย็น
คนสวนทั้งสองตัวสั่นทันที ไม่ว่าอะไรก็พ่นออกมาจนหมด “มัน มันคือผงกระดูกของนางกำนัลพ่ะย่ะค่ะ! พวกกระหม่อมถูกปรักปรำ เป็นไท่เฟยที่ให้พวกกระหม่อมดูแลดอกโบตั๋น ไท่เฟยบอกว่าดอกไม้ไม่งามเลย ก็เลยให้เงินพวกกระหม่อมมาไม่น้อยเพื่อไปจัดการซื้อศพมาจากขันทีที่รับผิดชอบการเก็บศพ!”
“เตาที่ไว้เผาศพอยู่ อยู่ที่ป่าเหมยหลังวังของไท่เฟยนั่นแหละพ่ะย่ะค่ะ!” คนสวนรีบเอ่ย
หลังจากที่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันขึ้นครองราชย์ ไท่เฟยเหล่านี้จึงต้องย้ายออกจากที่อยู่เดิม
ที่ที่พวกนางอยู่อาศัยนั้นห่างไกลจากตำหนักใหญ่มาก แต่เนื่องจากเหมยไท่เฟยซึ่งเวลานั้นเป็นที่โปรดปรานมาก ทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นคนงามสง่าเคร่งขรึม เจียงไทเฮาจึงออกหน้าจัดการให้นางได้ย้ายไปอยู่ในวังที่ดีแทน
ตำหนักของนางไม่เล็ก ด้านหลังยังมีป่าเหมยผืนใหญ่ผืนหนึ่งให้นางได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์
ฮองเฮาทรงตกใจทันทีที่ได้ยินคนสวนพูดเช่นนั้น “พวกเจ้าถึงกับซ่อนขี้เถ้าจากศพไว้?! เพื่ออะไรกัน!”
“เสด็จแม่อย่าเพิ่งกริ้ว ลูกยังมีอีกเรื่องที่จะกราบทูล” สีหน้าของจ้าวเสวียนจิ่งดูกังวลใจ เขาช้าลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นในที่สุด “ลูกได้สืบพบแล้วว่า หลังจากที่คนสวนสองคนนี้ใช้กระดูกป่นทำปุ๋ยใส่ต้นโบตั๋นในวังของเหมยไท่เฟยแล้วนั้น พวกเขาก็ร่วมมือกันกับผู้ดูแลคนนั้นทำเรื่องนี้ต่อไป หลายปีมานี้กระดูกของพวกนางกำนัลที่มีบ้านเกิดไกลๆ เหล่านั้นถูกพวกเขาเก็บซ่อนเอาไว้ทั้งหมด นอกจากนี้พวกเขายังซื้อกระดูกสัตว์ป่นมาจากข้างนอก…แล้วใช้มันกับต้นโบตั๋นที่พวกเขารับผิดชอบอยู่ทั้งหมด รวมไปถึงดอกโบตั๋นที่พวกคุณหนูสูงศักดิ์พวกนั้นชื่นชมในวันนี้ด้วย…”