ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 695 ไม่คู่ควร / ตอนที่ 696 ไม่ยอมเปิดเผยตัวเองแน่
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 695 ไม่คู่ควร / ตอนที่ 696 ไม่ยอมเปิดเผยตัวเองแน่
ตอนที่ 695 ไม่คู่ควร / ตอนที่ 696 ไม่ยอมเปิดเผยตัวเองแน่
ตอนที่ 695 ไม่คู่ควร
ก่อนหน้านี้เซียวอวี้หรงยังกังวลใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะข่าวที่ภายนอกลือกันว่าศิษย์พี่เป็นปีศาจ มันยิ่งทำให้เขาโกรธเคืองแทนศิษย์พี่มากขึ้น
แต่ตอนนี้รัชทายาทหมั้นหมายแล้ว ศิษย์พี่ของเขาก็จะได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์น้อยลง
เมื่อจ้าวเสวียนจิ่งเห็นท่าท่างดื้อรั้นของเขาก็รู้สึกขัดหูขัดตานัก
“ศิษย์พี่อยู่ในเมืองหลวงมาระยะเวลาหนึ่งก็ยังไม่ได้พบเจอกับท่านเท่าไรนัก เห็นได้ชัดว่าศิษย์พี่ไม่ได้สนใจรอคอยท่านเลย ข้าว่าศิษย์พี่รองเปลี่ยนแผนเรื่องภรรยาเป็นคนอื่นไปเสียดีกว่า” จ้าวเสวียนจิ่งใจดีมากแล้ว เขาไม่ได้เพิ่งจะพูดเรื่องนี้เป็นครั้งแรก
น่าเสียดายที่แม้ว่าเขาจะย้ำมาตลอด แต่เซียวอวี้หรงก็ไม่สนใจ ดังนั้นเขาอาจต้องพูดอะไรที่โหดกว่านี้…
เซี่ยเฉียวที่อยู่ข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วยอย่างเงียบๆ
นางรู้สึกว่าทุกครั้งที่นางพบกับเซียวอวี้หรง นางก็แสดงท่าทีชัดเจนแล้วนะ…
“ไม่ใช่ว่าข้าดื้อนั้น แต่ความจริงก็คือผู้หญิงที่ฉลาดอย่างศิษย์พี่มีคนเดียวในโลก หากข้าพลาดไปแล้วก็คงต้องรู้สึกเสียดายไปตลอดชีวิต” สีหน้าเซียวอวี้หรงดูหลงใหล
แม้ว่าเขาจะแค่จินตนาการภาพที่เขาและศิษย์พี่พูดคุยวิจารณ์ภาพวาดด้วยกัน มันก็เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากแล้ว
เมื่อเซี่ยเฉียวเห็นสุภาพบุรุษที่อ่อนน้อมถ่อมตนเช่นเซียวอวี้หรงแสดงอาการโหยหาออกมาเช่นนี้ นางก็อดที่จะรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาไม่ได้
ช่างน่าตกใจยิ่งนัก
ในเวลานี้จ้าวเสวียนจิ่งที่เดิมทียืนบังสายตาของเซียวอวี้หรงอยู่กลับเข้ามาขวางอยู่ตรงกลางทันที จนเซียวอวี้หรงต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“ศิษย์พี่รองชอบพอศิษย์พี่ใหญ่ หรือว่าชอบพอคนที่อาจารย์บอกว่าเป็นผู้หญิงที่ไม่มีอะไรที่นางไม่รู้ ไม่มีอะไรที่นางไม่เข้าใจ เป็นผู้หญิงที่เฉลียวฉลาดเป็นหนึ่งในใต้หล้าคนนั้น” สายตาของจ้าวเสวียนจิ่งเฉียบแหลม
เซียวอวี้หรงมีสีหน้างุนงง “ก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ”
ศิษย์พี่ใหญ่ก็คือผู้หญิงคนนั้นนี่?
เซี่ยเฉียวเองก็หันไปมองเขา ทำไมหรือ หรือนางไม่ใช่หนึ่งในใต้หล้าคนนั้น
“ศิษย์พี่ใหญ่ย่อมดีมากอยู่แล้ว แต่ศิษย์พี่ใหญ่รอบรู้ไปหมดทุกอย่าง สำหรับท่านแล้วโคลงกลอนบทกวีเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง แต่สำหรับศิษย์พี่ใหญ่แล้วมันเป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากได้เห็นนานๆ ทีก็อาจจะรู้สึกสดใหม่ แต่หากต้องเจออยู่ทุกวันก็อาจจะรำคาญเอาได้ ท่านเอาแต่พูดจาฟังยาก ในสายตาของท่านมีแต่งบทกวีบทความ แต่ศิษย์พี่ใหญ่มีเรื่องต้องทำอีกมาก ท่านน่าเบื่อขนาดนี้ หากศิษย์พี่อยู่กับท่านจะไม่เบื่อหรือ” น้ำเสียงของจ้าวเสวียนจิ่งเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่ละคำพูดแทบจะยกยอเซี่ยเฉียวให้ลอยไปถึงสวรรค์แล้ว
ทำให้เซี่ยเฉียวที่เป็นคนหน้าหนาแทบอยากจะเอามือปิดหน้าแล้วในเวลานี้
นี่เป็นครั้งแรกที่เซียวอวี้หรงได้ยินคำพูดเช่นนี้
เมื่อก่อนเขาคิดว่าตัวเองมีความสนใจเหมือนศิษย์พี่ แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินรัชทายาทพูดแบบนี้…
ก็ดูเหมือนจะถูกต้อง ศิษย์พี่เป็นคนพิเศษขนาดนั้น แม้แต่อาจารย์ที่พิถีพิถันช่างเลือกก็ยังไม่เคยยอมรับว่าศิษย์พี่มีข้อบกพร่องใดๆ ส่วนเขา…แม้ว่าเขาจะเชี่ยวชาญเรื่องบทกวีและเขียนบทความ แต่เขาก็ไม่รู้เรื่องอื่นเลยจริงๆ
เมื่อเขาคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว ศิษย์พี่ยังทำนายโชคชะตาและแกะสลักได้ ฝีมือการแกะสลักของนางก็ถึงขั้นปรมาจารย์ เขารู้แค่ดนตรีหมากอักษรและภาพวาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับศิษย์พี่แล้ว…ก็ช่างห่างไกลเหลือเกิน!
เซียวอวี้หรงก็รู้สึกละอายขึ้นมาในทันใด
เขาถอนหายใจและขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฝ่าบาทพูดถูก ข้าไม่คู่ควรกับศิษย์พี่ใหญ่…”
“…” เซี่ยเฉียวหดคอเล็กน้อย
อย่าพูดแบบนั้น มันน่าอาย
“ท่านรู้ก็ดีแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งพยักหน้า “ศิษย์พี่มีความรู้ความสามารถไม่เลวก็ควรที่จะใช้กับการสอนและให้ความรู้ผู้คน คิดถึงตอนที่ศิษย์พี่กราบอาจารย์ตอนนั้นสิ ท่านพูดว่าอย่างไรนะ? ชีวิตนี้ต้องสนับสนุนศิษย์ที่ยากจนเหล่านั้นให้มีโอกาสได้แสดงความสามารถของตน และบอกว่าท่านจะมีลูกศิษย์ไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ตอนนี้ท่านทำตามปณิธานของตนเองให้สำเร็จก่อนดีกว่า นั่นแหละคือสิ่งที่ถูกต้อง”
“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ตักเตือน” เซียวอวี้หรงก็ตระหนักได้ทันทีหลังจากได้ยินเช่นนั้น
เขายังโค้งคำนับและเอ่ยขอบคุณอย่างรวดเร็ว “ข้าจะรีบกลับไปให้การบ้านกับพวกศิษย์ก่อน จากนั้นจึงจะเข้าวังมาเพื่อคัดลอกแผนที่โลก!”
เขาค่อนข้างตื่นเต้น
จ้าวเสวียนจิ่งยิ้ม “ข้าเกรงว่าศิษย์พี่คงจะหาแผ่นหนังแกะขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยาก ข้าบังเอิญมีอยู่สองสามแผ่นพอดี ประเดี๋ยวจะให้คนส่งไปให้ท่าน”
“ขอบพระทัย!” เซียวอวี้หรงคำนับแสดงความขอบคุณอีก
เซี่ยเฉียวงงไปหมดแล้ว เขาหลอกง่ายไปหน่อยไหม
ไม่คุ้นชินเลย
และนางก็รู้ด้วยว่า หากจะบอกว่าเซียวอวี้หรงมีความรู้สึกแน่วแน่ต่อนางจริงๆ นั่นเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!
นางเข้าใจว่าเรื่องนี้ล้วนเกิดจากการที่อาจารย์ของนางคุยโวล้างสมองตลอดของเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน โชคดีที่เซียวอวี้หรงถ่อมตัวมาก ตอนนี้เมื่อเขาเชื่อว่าตนเองไม่ดีเท่านาง เกรงว่าต่อไปเขาก็คงจะไม่มีความคิดเป็นอื่นอีกแล้ว
ตอนที่ 696 ไม่ยอมเปิดเผยตัวเองแน่
แต่การรังแกเซียวอวี้หรงเช่นนี้ก็ทำให้เซี่ยเฉียวรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
เซียวอวี้หรงคนนี้เป็นคนที่มีความสามารถที่สุดในหมู่คนหนุ่มสาวแล้ว พูดกันตามตรง หากเปรียบเทียบกันเรื่องความรู้ในหนังสือ นางก็ไม่แน่ใจว่าจะเอาชนะเซียวอวี้หรงได้
นางเรียนรู้หลากหลายจิปาถะ ทั้งยังมีพลังจิตที่จำกัด เรื่องหนังสืออักษรภาพวาดนี้นางทำได้ไม่เลวจริงๆ โคลงกลอนบทกวีก็เป็นที่ยอมรับ แต่หากจะต้องสอบจอหงวน นางคงจะสู้เซียวอวี้หรงไม่ได้แน่ๆ
ตอนนี้เซียวอวี้หรงจากไปแล้ว
“พวกบัณฑิตต่างก็เป็นพวกหัวแข็งอย่างนี้กันหมดหรือ” เซี่ยเฉียวอดบ่นพึมพำออกมาไม่ได้
“ศิษย์พี่เซียวค่อนข้างไร้เดียงสาไปหน่อยจริงๆ หลายปีมานี้เขาหมกมุ่นอยู่กับการสั่งสอนศิษย์ จึงบกพร่องในด้านอื่นๆ มาตลอด” จ้าวเสวียนจิ่งมองแผ่นหลังของเซียวอวี้หรงด้วยท่าทางครุ่นคิด
เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องปกปิดตัวตนของเซี่ยเฉียวนี้ไปนานแค่ไหน
เซียวอวี้หรงนั้นจัดการไม่ยาก แต่กับศิษย์น้องคนอื่นๆ นั้น…
ค่อนข้างยุ่งยากหน่อย
“จริงสิ” จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็นึกถึงลูกประคำที่อยู่ในอกเสื้อของนางขึ้นมาได้ เมื่อนางเห็นว่าตอนนี่ไม่มีใครได้ยินแล้วจึงนำมันออกมา “ฮองเฮามีร้อยลูกประคำซึ่งเป็นของที่มีพลังชั่วร้ายอยู่ติดตัว หากพกเอาไว้นานๆ แล้วจะไม่ดีต่อสุขภาพร่างกาย ข้าจะต้องเอามันกลับไปจัดการให้สะอาดก่อน”
แม้ว่าตอนนี้นางจะไม่ใช่โม่ชูเซิงแล้ว แต่จ้าวเสวียนจิ่งก็รู้ว่านางเองก็มีความสามารถเรื่องนี้ นางจึงพูดเรื่องนี้ออกมาได้โดยไม่ต้องกังวล
จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบมองลูกประคำนั้นแล้วขมวดคิ้ว “ที่สุขภาพร่างกายของเสด็จแม่มีปัญหาเพราะของสิ่งนี้?”
“ก็ประมาณนั้น” เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ฝ่าบาทส่งจดหมายไปหาตระกูลกู้หน่อยจะดีกว่า ไม่แน่ว่าที่หลุมฝังศพของตระกูลก็อาจจะมีปัญหาด้วย หากอยู่ไกลมาก ข้า…เกรงว่าอาจารย์อาของข้าจะไม่มีเวลาไป แต่ก็สามารถเชิญให้อาจารย์ของข้าโม่หลิงจือไปช่วยได้ แน่นอนว่าหากตระกูลกู้รู้จักนักพรตที่พอจะมีความสามารถและนิสัยใจคอดีหน่อยก็ใช้ได้เหมือนกัน”
“แม้ว่าเจ้ากับข้าจะเหมือนคนคนเดียวกัน แต่เรื่องนี้ข้าก็ต้องขอบคุณเจ้านะเฉียวเอ๋อร์ หากไม่ได้เจ้า เสด็จแม่ของข้าคงต้องแย่แน่” จ้าวเสวียนจิ่งจ้องมองนางอย่างจริงจัง คิ้วของเขาเหมือนเมฆเย็นบนภูเขาที่ห่างไกล ดวงตาของเขาเหมือนดวงดาวที่เย็นใส เขาจ้องมองเซี่ยเฉียวจนทำให้นางรู้สึกอึดอัดไม่เป็นตัวของตัวเอง
“ไม่ต้องเกรงใจๆ คนกันเองทั้งนั้น” เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมาทันที
“พูดขึ้นมาแล้ว…เฉียวเอ๋อร์ เจ้าก็ช่วยข้าไว้ไม่น้อยเลย เมื่อก่อนเจ้ายังเปลี่ยนฮวงจุ้ยของวังตะวันออกให้ข้า และยังช่วยข้าทำนายเพื่อทำคดีตั้งหลายครั้ง ลำบากเจ้าแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งมองนางพลางเอ่ย
เขาคิดว่าตนเองพูดเช่นนั้นก็ชัดเจนพอแล้ว
คำว่าทำคดีก็นับว่าเป็นคำใบ้ที่ชัดเจนมากแล้ว
แต่เซี่ยเฉียวคิดไปถึงคดีใหญ่ของตระกูลโจว ในเวลานั้นนางก็ช่วยรัชทายาทด้วยตัวตนของเซี่ยเฉียว
ตัวตนทั้งสองของนางล้วนเป็นผู้สูงส่งที่หนีไปจากรัชทายาทไม่พ้นจริงๆ
อันที่จริงๆ เซี่ยเฉียวเองก็รู้สึกขาดความมั่นใจอยู่บ้าง และเคยนึกสงสัยว่าตัวตนของนางจะถูกเปิดเผยเสียแล้ว แต่…เขาไม่พูด นางไม่พูด ก็แปลว่าตัวตนของนางไม่มีปัญหา!
จะให้นางเปิดเผยตนเองนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้แน่นอน
นอกจากนี้ ช่วงนี้จ้าวเสวียนจิ่งก็ปฏิบัติตัวกับปรมาจารย์โม่อย่างมีมารยาท ดังนั้นนางจึงคิดว่าตนเองอาจจะคิดมากไปเอง
“เป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น นักพรตอย่างพวกเราก็ต้องทำเรื่องที่จะสะสมบุญให้ตัวเองบ้างอยู่แล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างจริงจัง “อีกอย่างต่อไปท่านก็เป็นคนของข้าแล้ว ท่านดีข้าก็ดีด้วย”
จ้าวเสวียนจิ่งไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจเช่นนี้
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันก็มีดวงตาหลายคู่กำลังมองประเมินอยู่ด้วย
เดิมทีองค์ชายสี่คิดจะเข้าไปพูดคุยกับต่งซีอวิ๋นบ้างเพื่อทำความรู้จักกันและกันสักเล็กน้อย เพื่อที่ว่าหากพวกเขาแต่งงานกันไปแล้วในวันข้างหน้าจะได้มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น
แต่เขาพูดอะไรไปไม่กี่คำ ต่งซีอวิ๋นก็จะต้องคอยมองพี่ชายของเขาหรือไม่ก็แม่นางเซี่ย ทำให้เขาเสียหน้าอยู่บ้าง
“ข้าได้ยินมาว่าแม่นางต่งมีน้องสาวอยู่อีกคน ทำไมวันนี้เจ้าไม่พานางมาด้วยล่ะ” องค์ชายสี่เองก็เบื่อหน่ายเช่นกัน เขาจึงได้เอ่ยถามขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของต่งซีอวิ๋น
“น้องหญิงป่วยน่ะ”
ต่งซีอวิ๋นยิ้มให้กับองค์ชายสี่ แต่เมื่อนางเห็นว่าเซี่ยเฉียวกำลังยิ้มหวานราวกับบุปผา ใบหน้าของนางก็แข็งทื่อและบีบผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นขึ้นมาทันที