ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 685 หัวแข็ง / ตอนที่ 686 หนึ่งในหมื่น
ตอนที่ 685 หัวแข็ง / ตอนที่ 686 หนึ่งในหมื่น
ตอนที่ 685 หัวแข็ง
เซี่ยเฉียวไม่ได้ไม่ชอบแผนที่โลกนี้ เพียงแต่ความหมายของสิ่งนี้ไม่ธรรมดา
ไม่ว่ามันจะมีค่าแค่ไหนก็ไม่สามารถเอาออกไปขายได้ จะจัดแสดงอย่างเปิดเผยก็ไม่ได้ ยังถึงขนาดต้องเก็บซ่อนไว้อย่างระมัดระวัง หากเป็นเช่นนั้นก็ต้องถือว่าไม่ใช่ของดีอย่างแท้จริง
ดังนั้นนางจึงไม่ได้หลงใหลคิดเล็กคิดน้อยเหมือนอย่างจ้าวเสวียนจิ่ง
“ของขวัญชิ้นนี้ของเจ้าใหญ่เกินไปแล้ว” ต้องบอกว่าต่อให้เป็นเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องรับมืออย่างไร เมื่อเซี่ยเฉียวมอบของขวัญเช่นนี้ให้
แผนที่โลกนี้เป็นความทุ่มเทตลอดหลายปีของตระกูลไป๋หลี่ ฮ่องเต้ในรัชสมัยก่อนทรงเชื่อมาตลอดว่ามันซ่อนลายแทงขุมทรัพย์เอาไว้ ดังนั้นตระกูลไป๋หลี่จึงถูกบังคับให้ส่งมอบมันออกมา แต่ตระกูลไป๋หลี่ปฏิเสธที่จะทำตามจึงนำไปสู่การฆ่าล้างตระกูล
และเพราะการนองเลือดของตระกูลหลี่ไป๋หลี่เองที่จะทำให้ประชาชนไม่พอใจ บวกกับความคับแค้นที่สั่งสมมานานจนนำไปสู่เกิดการเปลี่ยนแปลงรัชสมัยในท้ายที่สุด
แผนที่โลกนี้มีความหมายต่างกัน
“สิ่งนี้ก็มีค่าคู่ควรกับวันเกิดของฮองเฮาพอดีมิใช่หรือ ฐานะครอบครัวของหม่อมฉันไม่ค่อยดีนัก มีเพียงหนังแกะเก่าๆ แผ่นหนึ่งที่ก้นหีบนี้เท่านั้นที่พอจะเป็นหน้าเป็นตาให้ได้” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างเคร่งขรึมจริงจัง
“…” จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกอึดอัดใจทันใด
หนังแกะเก่าๆ แผ่นหนึ่ง?
อย่างไรก็ตามคนอื่นๆ นั้นไม่สามารถมองออกได้ว่าของสิ่งนี้คืออะไรเหมือนที่จ้าวเสวียนจิ่งมองออก
แม้แต่ฮองเฮาก็ยังทรงงุนงงเล็กน้อย “แม่นางเซี่ย สิ่งนี้คืออะไรกันแน่ มันดูเหมือนภาพวาดทิวทัศน์ภาพหนึ่ง”
“เสด็จแม่ นี่คือแผนที่ขุมทรัพย์ของตระกูลไป๋หลี่ในราชวงศ์ก่อน และภาพวาดนั้นคือฮวงจุ้ยของประเทศต่างๆ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ย
ฮองเฮาทรงยืนขึ้นด้วยความตกใจทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น “จริงหรือ!”
แผนที่โลก ทำไมนางจึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน!
“จะเป็นของจริงหรือไม่ คงต้องเชิญปรมาจารย์บางท่านมาดูด้วยตนเอง” เซี่ยเฉียวดูถ่อมตัวอย่างยิ่ง
ฮองเฮาทรงเสด็จลงมาทันที นางมองภาพนั้นด้วยความตื่นเต้นที่ควบคุมไม่อยู่ หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งนางก็เอ่ย “รีบไปทูลเชิญฮ่องเต้ให้เสด็จมาทอดพระเนตรหน่อย แล้วส่งคนไปตามอาจารย์ที่สำนักศึกษาหลวงสักสองสามคนมาด้วย”
ต่งซีอวิ๋นรู้สึกตื่นตระหนกเมื่อเห็นท่าทางเสียกิริยาของฮองเฮา
แผนที่โลก? จะเป็นไปได้หรือ
ตระกูลเซี่ยก็แค่พวกโจร จะมีของล้ำค่าขนาดนี้เลยหรือ!
บนแผนที่หนังแกะยังมีรอยพับ และดูเหมือนว่ามันถูกกดทับด้วยวัตถุหนักๆ เป็นเวลานานจริงๆ
ต่งซีอวิ๋นจ้องมองภาพนั้นด้วยความประหม่า แต่นาง…ไม่สามารถบอกได้ว่าของสิ่งนี้เป็นของจริงหรือไม่
นางเฝ้าภาวนาในใจไม่หยุดให้มันเป็นของปลอม!
หากเป็นของจริง นางคงถูกเซี่ยเฉียวเหยียบจนจมดิน!
เมื่อนึกถึงว่าสิ่งที่นางถวายให้ฮองเฮาอย่างภาคภูมิใจในวันนี้ก็แค่ไข่มุกแสงจันทร์เม็ดหนึ่งเท่านั้น ไหนเลยจะเทียบได้กับแผนที่โลกได้ หากมันเป็นของจริงและเรื่องนี่แพร่งพรายออกไปข้างนอก นางจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ไข่มุกแสงจันทร์ที่ส่องแสงได้จะเทียบกับแผนที่โลกที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกได้อย่างไร…
ต่งซีอวิ๋นไม่กล้าละสายตาไปมองที่อื่นและไม่อาจซ่อนท่าทางกังวลใจเอาไว้ได้
องค์ชายสี่ไม่ใช่คนที่ไร้อารมณ์ขนาดนั้น เขารู้ด้วยว่าหากสิ่งที่ว่าที่พี่สะใภ้มอบให้ล้ำค่ามาก และหากแม่นางต่งผู้นี้เป็นพวกชอบเอาชนะ เกรงว่าจะต้องรู้สึกอึดใจอยู่บ้าง
เขาจึงเหลือบมองนาง…
แล้วเขาก็เห็นว่าต่งซีอวิ๋นนั้นแสดงออกมากเกินไปแล้ว…
องค์ชายสี่ขมวดคิ้ว เขาไม่ชอบใจนัก
ใครๆ ก็รู้ว่าฮองเฮาไม่ฉลองวันเกิด เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้นับได้ว่าแม่นางต่งเป็นคนพูดขึ้นมาก่อน ในเมื่อแม่นางเซี่ยไม่ได้นำของเข้ามาในตำหนักนี้ตั้งแต่แรก จึงเห็นได้ชัดว่านางเตรียมที่จะมอบมันให้เสด็จพ่อและเสด็จแม่เป็นการส่วนตัว เช่นนี้ก็จะไม่มีใครต้องเสียหน้า
แต่คำพูดเมื่อครู่ของแม่นางต่งเป็นการบีบให้แม่นางเซี่ยต้องนำของเข้ามา
องค์ชายสี่ไม่พอใจเล็กน้อย
ภรรยาที่ตระกูลเมิ่งเลือกให้เขาผู้นี้ดูท่าจะหัวแข็ง
ตอนที่ 686 หนึ่งในหมื่น
องค์ชายสี่ไม่ชอบท่าทีที่มากเกินไปของนาง แต่เมื่อคิดว่าถึงอย่างไรเรื่องการแต่งงานก็ถูกกำหนดไว้แล้ว เขาเองก็ไม่ควรที่จะต่อต้านและตำหนิหญิงสาวผู้นี้มากเกินไป มิฉะนั้นนางจะเสียหน้าเอาได้
เขาจึงแสร้งทำเป็นไม่เห็นและอดทนไว้
ไม่นานนักฮ่องเต้ก็เสด็จมา
ทุกคนจึงรีบคุกเข่าทำความเคารพทันที
“จื่อถงไม่ต้องมากพิธี” ฮ่องเต้ทรงเอาใจใส่ฮองเฮามากจริงๆ เขาพยุงฮองเฮาให้ลุกขึ้นอย่างมั่นคง “สุขภาพร่างกายของเจ้าไม่ดี จะทำเรื่องมารยาทปลอมๆ นี้ไปทำไม ข้าบอกเจ้าแล้วนี่ว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”
ฮองเฮารู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่ก็ยังคงสง่างามและใจกว้าง “ฝ่าบาท เมื่อครู่แม่นางเซี่ยมอบแผนที่หนังแกะให้ข้าแผ่นหนึ่ง ดูเหมือนว่า…จะเป็นแผนที่โลกของตระกูลไป๋หลี่ที่ตกทอดมา ข้าสั่งให้คนไปเชิญอาจารย์จากสำนักศึกษาหลวงมาแล้ว จะเป็นของจริงหรือไม่ ประเดี๋ยวก็จะได้รู้ชัด แต่…ข้าเห็นว่าแผนที่นี้พิเศษมาก ไม่ว่ามันจะเป็นของจริงหรือไม่ ข้าก็ชอบมันยิ่งนัก”
ฮองเฮาพูดเช่นนี้ขึ้นมาด้วยกลัวว่า หากของสิ่งนี้เป็นของปลอม แล้วจะทำให้แม่นางเซี่ยเสียหน้า
“แผนที่โลก?” ฮ่องเต้เริ่มสนใจ
เขาไม่ได้เข้าใจของพวกนี้เหมือนรัชทายาท ตอนแรกแม้แต่ภาพวาดของจ้าวซวีจือเขาก็ยังมองไม่ออกว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร ตอนนี้เขาย่อมไม่มีความสามารถที่จะแยกแยะของสิ่งนี้ได้
ฮ่องเต้เพียงเหลือบมองแผนที่นั้นและไม่ได้หวังอะไรมาก แต่เขากลับอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับผู้หญิงจากตระกูลเซี่ยมากขึ้น
เขาจ้องมองไปที่ลูกสะใภ้ในอนาคต
เขายังแปลกใจเล็กน้อย “รัชทายามีสายตาที่ไม่เลวเลย หน้าตาของแม่นางผู้นี้สู้ความงดงามแบบหนึ่งในหมื่นของจื่อถงตอนที่ยังเป็นสาวได้เลย”
เสียงของเขาไม่ดัง ฮองเฮาได้ยินแล้วก็หน้าแดงด้วยความเขินก่อนจะกระซิบเสียงเบา “ฝ่าบาทเหลวไหล อย่าให้คนอื่นได้ยินนะเพคะ เขาจะหัวเราะเยาะเอาได้”
คนอื่นๆ ในตำหนักอยู่ห่างไกลออกไปและไม่เห็นฉากนี้
แต่เซี่ยเฉียวอยู่ใกล้มาก นางเงยหน้าขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจจึงบังเอิญได้ที่เห็นท่าทางผลักกันไปดันกันมาเล็กๆ น้อยๆ ของฮ่องเต้และฮองเฮา นางก็รู้สึกหวานในใจขึ้นมาทันที
นางก้มหน้าลงไปเงียบๆ และลูบดวงตา
ละครรักของผู้สูงวัย…ทำให้นางรู้สึกคันยุกยิกในหัวใจจริงๆ
“ฝ่าบาท เมื่อครู่แม่นางจากตระกูลต่งก็ให้ของขวัญข้าด้วย มันคือไข่มุกแสงจันทร์เม็ดหนึ่ง งดงามมากจริงๆ พอเอาไปวางไว้ในวังวันหลัง ฝ่าบาทก็จะได้ทอดพระเนตรด้วย” ฮองเฮายังไม่ลืมที่จะชมเชยต่งซีอวิ๋นด้วย
ฮ่องเต้รู้สึกพึงพอใจมากอย่างที่คาด เขาเอ่ยกับต่งซีอวิ๋น “เจ้ากตัญญูมาก ดีมาก ข้าจำได้ว่ายังไม่ได้กำหนดวันแต่งงานของเจ้ากับองค์ชายสี่สินะ? หากอย่างนั้น…เดือนห้าปีหน้าเถอะ ช้ากว่ารัชทายาทสามเดือนก็ยังนับว่าเป็นเรื่องมงคลต่อเนื่องกันไป”
ต่งซีอวิ๋นได้ยิ้นเช่นนั้นก็ยินดีปรีดาขึ้นมาในทันที นางรีบคุกเข่าลงขอบพระทัยอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการกำหนดวัน เมื่อไม่มีการกำหนดวัน จะนับเป็นการหมั้นหมายได้อย่างไร
ก่อนหน้านี้กรมพิธีการเลือกวันไว้บ้างแล้ว แต่ฝ่าบาทก็ยังไม่ได้ตอบตกลง!
ต่งซีอวิ๋นไม่คาดคิดมาก่อนว่าจู่ๆ ฮ่องเต้ก็จะพูดง่ายเช่นนี้
พอแต่งงานแล้ว องค์ชายสี่ก็ต้องออกจากวังไปสร้างจวนของตัวเองแล้ว
ฮองเฮาก็ทรงทราบว่าองค์ชายสี่ไม่ใช่คนดื้อรั้นอะไรเช่นนั้น นางจึงยอมออกหน้าให้เขา “เจ้าสี่ก็โตแล้ว หลังจากแต่งงานแล้ว เขาก็ควรจะทำอะไรเพื่อราชสำนักบ้าง”
“เจ้าสี่ หลังจากงานเลี้ยงนี้แล้วเจ้าไปที่ห้องหนังสือข้าหน่อย ข้าจะทดสอบดูหน่อยว่าเจ้าเรียนเป็นอย่างไรบ้าง” ฮ่องเต้ตรัสกับเขา
หากองค์ชายสี่เรียนได้ดีและแสดงออกได้ไม่เลว เขาก็จะมอบบรรดาศักดิ์และมอบหมายงานสักอย่างในราชสำนักให้เขาทำ
“กระหม่อมรับทราบแล้ว” องค์ชายสี่ทรงเชื่อฟังว่าง่าย
ในฐานะองค์ชายเขาควรจะมีใจทะเยอทะยานหน่อย แต่เซี่ยเฉียวมองไม่เห็นความไม่เต็มใจขององค์ชายสี่เลยจริงๆ
เขายังมีสีหน้าที่ดีและดูผ่อนคลายจริงๆ
น่าเสียดายที่ครอบครัวฝั่งมารดาขององค์ชายสี่นี้มักจะสร้างความเกลียดชังแทนองค์ชายสี่ผู้นี้ ทำให้ทั้งราชสำนักและกระทั่งทั่วหล้าต่างก็รู้ว่าองค์ชายสี่นี้เป็นศัตรูของรัชทายาท
ตอนนี้ดูเหมือนว่ารัชทายาทคงไม่ได้เอาจริงเอาจัง
มิฉะนั้นคาดว่าจุดจบของคนผู้นี้ก็คงจะคล้ายกับองค์ชายสองและองค์ชายสาม