ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 681 ถ้าเจ้าทำได้ก็หมักเองสิ / ตอนที่ 682 ของขวัญ
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 681 ถ้าเจ้าทำได้ก็หมักเองสิ / ตอนที่ 682 ของขวัญ
ตอนที่ 681 ถ้าเจ้าทำได้ก็หมักเองสิ / ตอนที่ 682 ของขวัญ
ตอนที่ 681 ถ้าเจ้าทำได้ก็หมักเองสิ
ในสายตาของเซี่ยเฉียว คนในครอบครัวของฮ่องเต้นี้ล้วนแต่มีโหงวเฮ้งที่ดีทั้งนั้น และน้อยมากเลยด้วยซ้ำที่จะได้เห็นลักษณะของความแข็งกร้าวไร้ความปรานีฃ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองไปที่เมิ่งกุ้ยเฟยที่มีใบหน้าเมตตาและอ่อนน้อมเช่นนั้น เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าครอบครัวนี้…มีความสุขความปรองดองอย่างเห็นได้ชัด!
เวลานี้องค์ชายสี่ยิ้มให้กับเซี่ยเฉียวเล็กน้อย จากนั้นเขาก็มองระบำที่กำลังแสดงอยู่ในตำหนักอย่างสบายๆ
การส่งสายของต่งซีอวิ๋นที่อยู่ข้างๆ จึงราวกับนางทำให้คนตาบอดดูกระนั้น
สายตาของจ้าวเสวียนจิ่งจับจ้องอยู่ที่เซี่ยเฉียว แล้วเขาก็ต้องรู้สึกจนใจเล็กน้อย
เขาตัวเป็นๆ อยู่ตรงนี้ทั้งคน เซี่ยเฉียวกลับเอาแต่แอบมองเจ้าสี่
“ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้น้องหญิงเซี่ยยุ่งมากอย่างนั้นหรือ ตอนนี้คนของเรือนคงกู่พวกนั้นคงรอให้น้องหญิงคอยสอนคอยชี้แนะให้อยู่ พอถึงคราวสอบใหญ่ก็คงจะลอยขึ้นสวรรค์ไปเลยสินะ ไม่ทราบว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างแล้ว” ต่งซีอวิ๋นเอ่ยกับเซี่ยเฉียวด้วยน้ำเสียงไม่ดังแต่ก็ไม่เบา
“ก็ไม่เลว” เซี่ยเฉียวเอ่ยกระชับ
“เช่นนั้นแล้ว ตอนสอบเรือนคงกู่ก็จะต้องเอาชนะเรือนหมู่ตันได้แน่ๆ เลยสิใช่ไหม” ต่งซีอวิ๋นยิ้มกว้าง “การสอบครั้งก่อนข้าแพ้ให้น้องหญิง แต่คราวหน้าข้าคงจะไม่ยอมให้เจ้าแล้ว”
“เจ้าว่าอะไรนะ” เซี่ยเฉียวหันศีรษะไปเล็กน้อย นางไอขึ้นมาหนึ่งทีแล้วเอ่ย “พูดใหม่อีกทีสิ”
“การสอบครั้งหน้าข้าจะต้องทำให้ดีที่สุด…” ต่งซีอวิ๋นมีสีหน้าจริงจัง
ช่วงนี้นางเอาใจใส่ตั้งใจอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวเอาแต่อยู่กับคนเรือนคงกู่ที่ไม่ได้เรื่องพวกนั้นทั้งวัน นางจะเรียนรู้อะไรได้เล่า
ครั้งแรกเซี่ยเฉียวเอาชนะนางได้ แต่ครั้งต่อไปที่หนึ่งแปดวิชาของเซี่ยเฉียวนั่นจะกลายเป็นเรื่องตลกขบขัน
“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเจ้ายอมให้ข้า” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วพลางเอ่ยช้าๆ “คนที่ไม่เคยเอาชนะข้าได้อย่างเจ้าจะมีคุณสมบัติอะไรมายอมให้ข้า โกหกไม่ดีนะ”
เซี่ยเฉียวพูดจบก็เอาขนมจานหนึ่งให้เซี่ยซีที่อยู่ข้างๆ
เซี่ยซีเหมือนหนูตัวเล็กๆ ที่กำลังหดคอกินอาหารกระนั้น นางไม่สนใจเรื่องอื่นทั้งนั้น
ของกินในวังนี่อร่อยจริงๆ
ช่วงนี้เป็นคนดูแลครอบครัว และนางรู้ว่าฟืน ข้าว น้ำมัน และเกลือมีราคาแพง ขนมอะไรพวกนั้น…นางพยายามประหยัดให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะขนมราคาแพงนางจะไม่ค่อยขอให้พ่อบ้านออกไปซื้อมาเท่าไรนัก
ใบหน้าต่งซีอวิ๋นเดี๋ยวก็เขียวเดี๋ยวก็แดง จากนั้นนางก็หันไปมององค์ชายสี่
องค์ชายสี่กลับไม่เห็นว่าต่งซีอวิ๋นกำลังร้องขอความช่วยเหลือ เขาจิบสุราและเอ่ยถามรัชทายาท “พี่ใหญ่ข้าได้ยินมาว่าที่จวนของท่านมีสุราดีเยอะเลย ทุกค่ำคืนท่านดื่มสุราชมจันทร์คนเดียวอยู่เสมอ จริงหรือไม่”
รัชทายาทไม่แสดงอารมณ์ใดๆ “เจ้าได้ยินใครพูดมาหรือ”
“ท่านตาน่ะ” องค์ชายสี่ไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย
รัชทายาทมองน้องชายผู้โง่เขลาของตนเองก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน “สุราที่แม่นางเซี่ยหมักนั้นเลิศรสจริงๆ”
“ที่แท้ก็เป็นพี่สะใภ้ทำนี่เอง!” องค์ชายสี่ประหลาดใจอย่างยิ่ง เขายืนขึ้นและหันไปประสานมือคำนับเซี่ยเฉียวทันที “พี่สะใภ้ ข้าขอชิมสุรารสเลิศของท่านได้หรือไม่”
“…” นางจะตอบว่าไม่ได้ได้ด้วยหรือ
นอกจากนี้…
ตอนนี้นางยังไม่ได้แต่งงาน พี่สะใภ้มาจากไหนกันเนี่ย
เป็นเซี่ยเฉียวที่หน้าหนา นางไม่ได้หน้าแดงอะไร แต่กลับตอบไปอย่างสงบ “สุราที่ข้าหมักไว้ถูกพี่ชายข้าส่งไปให้รัชทายาทจนแทบหมดแล้ว ที่เหลืออยู่ก็มีไม่มาก อย่างมากก็ให้ท่านได้สักไหเท่านั้น”
จะให้มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
ของที่หมักใหม่ยังไม่ได้ที่เลย!
“ขอบคุณพี่สะใภ้” องค์ชายสี่สุภาพอย่างยิ่ง จากนั้นเขาก็นั่งลงด้วยความพอใจมากก่อนจะหันไปเอ่ยกับต่งซีอวิ๋น “พอได้สุรามาแล้ว ข้าจะให้คนส่งไปให้เจ้าชิมสักครึ่งไห ของที่พี่สะใภ้ทำจะต้องดีมากแน่ๆ”
“…” ต่งซีอวิ๋นงุนงงไปหมดแล้ว
คำก็พี่สะใภ้ สองคำก็พี่สะใภ้ เขาไม่เห็นเซี่ยเฉียวเป็นคนนอกเลยแม้แต่น้อย!
องค์ชายสี่ช่างสุภาพเกินไปแล้ว!
“น้องหญิงเซี่ยก็ตระหนี่เกินไปหน่อยแล้ว หากองค์ชายสี่ชอบ เจ้าจะให้เขามากกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือ” น้ำเสียงของต่งซีอวิ๋นขุ่นเคืองราวกับจะออกหน้าแทนองค์ชายสี่กระนั้น
“หากเจ้าทำได้ เจ้าก็หมักเองสิ” สีหน้าเซี่ยเฉียวไม่เปลี่ยนไปเลย
ตอนที่ 682 ของขวัญ
เซี่ยเฉียวไม่แม้แต่จะมองต่งซีอวิ๋นเลยสักนิด
ต่งซีอวิ๋นถูกคำพูดของเซี่ยเฉียวทำให้โกรธจนจุกอกไปหมด นางรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาทันที
นางมององค์ชายสี่อย่างขุ่นเคือง “ข้าก็แค่คิดว่าฝ่าบาทชอบ หากน้องหญิงเซี่ยหมักสุราได้ก็น่าจะหมักให้มากหน่อย จะได้ส่งให้ฮ่องเต้และฮองเฮาได้ลองชิมด้วย ไม่ได้ต้องการจะทำให้แม่นางเซี่ยโกรธเลย”
ทันใดนั้นเซี่ยเฉียวกุมหน้าอกตนเองทันที
นางไอเบาๆ ออกมาสองครั้ง
สีหน้ารัชทายาทเปลี่ยนไปทันที “แม่นางเซี่ยร่างกายไม่แข็งแรง จะตรากตรำไม่ได้ เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ไม่ได้ขาดสุราชั้นดี หากเจ้ามีใจกตัญญูก็ไปกว้านซื้อสุราชั้นดีจากทั่วเมืองหลวงมาถวายเสด็จพ่อก็ได้”
ต่งซีอวิ๋นตกตะลึงไปชั่วขณะ และทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย
มีข่าวลือกันว่ารัชทายาทไม่ได้รักเซี่ยเฉียว…
คนที่รัชทายาทชอบเป็นนักพรตปีศาจโม่นั่นชัดๆ…แล้วทำไมเขาถึงได้ปกป้องเซี่ยเฉียวถึงขนาดนี้
“ข้าผิดเองที่ลืมไปว่าน้องหญิงเซี่ยไม่ค่อยแข็งแรง ทนลำบากตรากตรำไม่ไหวจริงๆ น้องหญิงเซี่ย ข้าขอโทษ” ต่งซีอวิ๋นรีบเอ่ยกับเซี่ยเฉียว พอนางพูดจบก็ยังยกสุราขึ้นมาดื่มให้นาง
เซี่ยเฉียวเพิ่งจะสำลักจากการดื่มสุรา…
“ครั้งหน้าก็ระวังให้ดี” เซี่ยเฉียวพยักหน้าให้ต่งซีอวิ๋น แต่นางไม่ได้ดื่มเหล้าลงไป
นางเพิ่งจะสำลัก ยังไม่รู้สึกดีขึ้นเลย ลำคอของนางยังรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย นางไม่สามารถกลืนมันลงไปได้จริงๆ
ต่งซีอวิ๋นรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
ในวังยังมีเด็กสาวคนอื่นๆ อีกไม่น้อย เพียงแต่พวกนางอยู่ไกลออกไป จึงไม่รู้ว่าสถานการณ์ข้างหน้านี้เป็นอย่างไร
จุดประสงค์หลักที่ฮองเฮาจัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นมาก็เพื่อให้ลูกชายของนางและเซี่ยเฉียวได้พบปะพูดคุยกันมากขึ้น เมื่อได้พบหน้ากันก็จะเป็นการดีต่อความสัมพันธ์ในอนาคตระหว่างสามีและภรรยา ตอนนี้เมื่อเห็นว่ารัชทายาทปกป้องเซี่ยเฉียวอย่างดี นางก็ยิ่งสบายใจขึ้นเรื่อยๆ
เมิ่งกุ้ยเฟยเองก็ดูเป็นคนที่ไม่เรียกร้องต้องการอะไรมากมาย เวลานี้นางกำลังสนทนากับนางสนมข้างๆ อย่างมีความสุข และไม่ได้มองดูองค์ชายสี่มากนัก
ท่าทีของนางที่มีต่อต่งซีอวิ๋นลูกสะใภ้ในอนาคตผู้นี้ก็ไม่มีอะไรพิเศษ
ลูกสะใภ้คนนี้เป็นคนที่ตระกูลบิดามารดาของนางเลือกมา
คนที่เมิ่งกุ้ยเฟยเลือกด้วยตัวเองมีเพียงพระชายารองหยวนหลิงอินเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่น่าเสียดายที่การแต่งงานนั้นไม่ได้เกิดขึ้น
ต่งซีอวิ๋นมองเห็นท่าทางไม่สนใจตนเองของเซี่ยเฉียว ในใจของนางก็เกิดโทสะขึ้นมา
นางนึกไม่ถึงจริงๆ ว่า นอกจากเซี่ยเฉียวจะเหนือกว่านางในการสอบแล้ว เซี่ยเฉียวจะได้เป็นพระชายารัชทายาทซึ่งเหนือกว่านางไปอีกแล้ว!
ตอนนี้นางเรียกเซี่ยเฉียวว่าน้องหญิงเต็มปาก แต่นางก็รู้อยู่แก่ใจว่าเมื่อการแต่งงานนี้เสร็จสิ้นแล้วในภายหน้า เซี่ยเฉียวก็จะเป็น…พี่สะใภ้ของนาง!
ต่อไปเมื่อตนเองพบเจอเซี่ยเฉียวก็จะต้องก้มศีรษะและทำความเคารพนาง!
จู่ๆ ต่งซีอวิ๋นก็ยืนขึ้นแล้วเอ่ยกับฮองเฮา “หม่อมฉันได้ยินมาว่าใกล้จะถึงวันเกิดของฮองเฮาแล้ว ซีอวิ๋นขอบังอาจจัดระบำให้ฮองเฮาทอดพระเนตรเพคะ”
ในวังมีนักเต้นระบำอยู่แล้ว นางเพียงมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการคนเหล่านี้ให้เต้นดีๆ เท่านั้น และก็นางไม่จำเป็นจะต้องขึ้นเวทีแสดงเอง
แต่หากพวกนักเต้นระบำได้ดี ผลงานนี้ก็เป็นของนาง
“ข้าไม่จัดงานฉลองวันเกิดมาหลายปีแล้ว” ฮองเฮาทรงสรวลเบาๆ “จะต้องลำบากเด็กๆ อย่างพวกเจ้าไปทำไม ช่างมันเถอะ”
ทุกๆ ปีในวันเกิดของนาง ทางบ้านบิดามารดาของนางก็จะส่งของขวัญมาให้ นางก็รับเอาไว้ นอกจากนี้ ก็จะมีแค่ฮ่องเต้และรัชทายาทที่มากินข้าวกับนางเท่านั้น ความสุขเรียบง่ายอย่างชาวบ้านธรรมดาทั่วไปเช่นนี้กลับทำให้นางมีความสุขมาก เท่านี้นางก็พึงพอใจมากแล้ว
ต่งซีอวิ๋นดูเหมือนจะคาดเดาไว้แล้วว่านางจะต้องได้ยินคำพูดเช่นนี้ ทันใดนั้นนางก็เดินเข้าไปกลางพระตำหนัก สาวใช้ที่ติดตามอยู่ด้านหลังก็คุกเข่าลงพร้อมกล่องที่อยู่ในมือ
“ฮองเฮาทรงเปี่ยมเมตตาและเรียบง่าย หม่อมฉันชื่นชมเสมอมา เพียงแต่หม่อมฉันเพิ่งได้ยินมาว่าฮองเฮาไม่ได้ฉลองวันเกิดมาหลายปีแล้วก็รู้สึกปวดใจเล็กน้อย ทั้งยังได้ยินมาว่าฮองเฮาทรงไม่ค่อยสบาย วันนี้หม่อมฉันก็เลยเลือกของขวัญมาถวายให้เป็นพิเศษ ประการหนึ่งคือเพื่อแสดงความยินดีกับฮองเฮาเนื่องในวันเกิด ประการที่สองคือสวดภาวนาขอให้อาการป่วยของฮองเฮาหายวันหายคืน” ต่งซีอวิ๋นเอ่ยขึ้น
นางไม่ได้ต้องการแสดงความกตัญญูต่อฮองเฮาหรอก เพราะถึงอย่างไรแม่สามีของนางคือเมิ่งกุ้ยเฟย
แต่ใครใช้ให้ตำแหน่งฮองเฮาของนางในวังหลวงนี้มั่นคงเยี่ยงภูเขาไท่ซานกันเล่า