ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 679 ไม่มีมารยาท / ตอนที่ 680 องค์ชายสี่
ตอนที่ 679 ไม่มีมารยาท / ตอนที่ 680 องค์ชายสี่
ตอนที่ 679 ไม่มีมารยาท
ครั้งก่อนที่เซี่ยเฉียวเข้าวัง นางเป็นแค่ลูกสาวขุนนางตำแหน่งเล็กๆ เท่านั้น แต่ครั้งนี้สถานะของนางไม่เหมือนเดิมแล้ว แน่นอนว่าการวางตัวย่อมแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
นอกจากเซี่ยเฉียวแล้ว คนที่เข้าวังคราวนี้ยังมีบุตรสาวของขุนนางคนอื่นๆ เซี่ยซีเองก็เป็นลูกที่เกิดจากภรรยาเอก ตอนนี้อายุนางก็นับว่าไม่น้อยแล้ว นางย่อมมีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมงานเช่นนี้ได้
เซี่ยเฉียวนำนางเดินเข้าไปพร้อมกัน
เซี่ยซีไม่ค่อยได้ร่วมงานเช่นนี้ นางดูหวาดกลัวเล็กน้อย
น้องสาวของนางคนนี้มิได้มีหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ เพียงแต่ปกตินางพูดน้อย และมักจะก้มหน้าก้มตาอยู่เสมอ นางจึงไม่ค่อยโดดเด่นเท่านั้น ตอนนี้เมื่อนางแต่งเนื้อแต่งตัวขึ้นมาก็น่ารักเหมือน กุมารเซียนกุมารีหยก[1]เหมือนกัน
หลังจากที่พวกนางเข้าวังไปแล้ว เซี่ยเฉียวก็ไปพบฮองเฮาก่อน
ฮองเฮาดูเหมือนจะไม่ค่อยสบายนัก
“ครั้งก่อนที่เจ้ามาข้าก็ชอบเจ้ามากทีเดียว นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเป็นที่ต้องตาต้องใจของรัชทายาทเข้าพอดี เจ้าเข้ามาใกล้ๆ ให้ข้าดูชัดๆ หน่อย” ฮองเฮาเอ่ยกับเซี่ยเฉียวด้วยสีหน้าเปี่ยมเมตตา
เซี่ยเฉียวว่าง่ายอย่างยิ่ง
“หน้าตางดงามเหลือเกิน” ฮองเฮาทรงปลาบปลื้ม
ลูกชายของนางตาดีจริงๆ ดูหญิงสาวคนนี้สิหน้าตาราวกับนางเซียน ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
ฮองเฮาทรงพระกรรสะสองครั้ง เซี่ยเฉียวจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฮองเฮาทรงป่วยหรือเพคะ”
“ปัญหาเดิมๆ น่ะ เป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว” ฮองเฮาแย้มยิ้มและไม่ได้เอ่ยอะไรมาก
แม้ว่าหมอหลวงจะไม่ได้พูด แต่นางก็รู้ตัวเองว่าร่างกายของนางนี้คงอยู่ได้ไม่นานแล้ว อายุมากแล้วก็ต้องมีโรคภัยบ้างเป็นธรรมดา งานแต่งของรัชทายาทในเดือนสองปีหน้า นางน่าจะทนไหวจนถึงตอนนั้น ไม่น่าที่จะมีปัญหา
เซี่ยเฉียวกลับมองไม่เห็นว่าสีหน้าของฮองเฮาจะมีอะไรผิดปกติ แม้ว่าในวังนี้จะมีวิญญาณไม่น้อยคอยสร้างปัญหา แต่สถานะของฮองเฮาสูงส่ง ต่อให้เป็นวิญญาณก็ไม่น่าที่จะเข้าใกล้นางได้…
เซี่ยเฉียวเพิ่งจะคิดมาถึงตรงนี้ นางก็มองเห็นว่าลูกประคำที่ฮองเฮาใส่ข้อมือไว้มีพลังชั่วร้ายส่งออกมาจางๆ
“ลูกประคำของฮองเฮาได้มาจากที่ไหนหรือเพคะ” เซี่ยเฉียวถามอย่างตรงไปตรงมา
ทันทีที่เซี่ยเฉียวถามออกมาเช่นนั้น คนทั้งหมดที่อยู่ในตำหนักต่างก็พากันตกใจ
แม่นางเซี่ยผู้นี้ยังไม่ได้เป็นพระชายารัชทายาทเลยนะ นางพูดออกมาตรงๆ เลยแบบนี้ดูเหมือนจะ…ไร้มารายาทไปหน่อยไหม
ฮองเฮาทรงชะงักไปครู่หนึ่ง แต่นางก็นึกไปถึงคำพูดของรัชทายาท และไม่ได้เก็บเรื่องที่เซี่ยเฉียวล่วงเกินมาใส่ใจก่อนจะเอ่ย “ลูกประคำนี้ญาติฝั่งบิดามารดาของข้าให้คนส่งมาให้เมื่อวันเกิดข้าสองปีก่อนน่ะ”
ฮองเฮาแซ่กู้ ตระกูลกู้เองก็เคยรุ่งเรืองมากเช่นกัน
แต่ก็เหมือนกับตระกูลหลี่ที่ต่อมาต้องตกต่ำลงไป
ตระกูลหลี่มีลูกหลานที่สุขภาพร่างกายไม่ดีและมักประสบเหตุไม่คาดฝันอยู่เสมอ ส่วนตระกูลกู้นั้นต่างออกไป ตระกูลกู้มีแต่พวกไม่เอาไหน
ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือน้องชายของฮองเฮาซึ่งเคยเป็นผู้ชายที่หล่อเหลา รอบรู้มากความสามารถ แต่อยู่มาวันหนึ่งเขาก็ป่วยมีปัญหาที่ขาทำให้เดินไม่สะดวก ทำอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น ต่อมาอาการก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ว่ากันว่าตอนที่ตระกูลกู้ยังอยู่ที่เมืองหลวง มีคุณหนูสูงศักดิ์คนหนึ่งพูดจาไม่น่าฟังต่อหน้าคุณชายกู้จนทำให้คุณชายผู้นั้นคลุ้มคลั่ง และใช้กระบี่แทงเข้าที่หน้าอกของหญิงผู้นั้นทันที
หญิงผู้นั้นก็สิ้นใจลงที่ตรงนั้น
คุณชายกู้เป็นน้องชายแท้ๆ ของฮองเฮา ฮ่องเต้ทรงรักใคร่ฮองเฮาอย่างลึกซึ้ง กับน้องชายภรรยานี้พระองค์ก็ทรงรักใคร่เอ็นดูอย่างยิ่ง
ฮ่องเต้จึงได้ปิดเรื่องนี้ไว้ ไม่ได้ให้เขาชดใช้ด้วยชีวิต เพียงแต่ลงโทษอย่างอื่นเขาเท่านั้น
น้องชายของฮองเฮาไม่รู้ความ พวกหลานๆ ของฮองเฮาก็ไม่ต่างอะไรกัน
พวกเขาไม่ชอบความก้าวหน้าและยังชอบก่อเรื่องสร้างปัญหา มักจะถูกคนในราชสำนักยื่นฎีกาฟ้องร้องอยู่เสมอ ต่อมาฮองเฮาจึงได้มีพระเสาวนีย์ให้ตระกูลกู้กลับไปอยู่บ้านเกิดที่คังชวน แต่ตอนที่พวกเขากลับไปแล้ว ตระกูลกู้นี้ก็ยังนับว่าเป็นตระกูลแห่งความหายนะที่มีชื่อเสียง
ท่านปู่ท่านย่าของฮองเฮาต้องโมโหตายเพราะลูกหลาน
บิดาของฮองเฮาเองก็โกรธเคืองไม่น้อย แต่เนื่องจากเขาเป็นคนเดียวในครอบครัวที่สามารถดูแลจัดการเรื่องต่างๆ ได้ ตอนนี้คนแก่ชราคนหนึ่งต้องคอยกำราบลูกหลานตระกูลกู้ไว้ และเนื่องจากหลายปีมานี้ฮองเฮาไม่ได้มีบทบาทมากนัก คนตระกูลกู้จึงทำตัวดีขึ้นมาก
ตอนที่ 680 องค์ชายสี่
ต้องพึงรู้ว่าฮ่องเต้นั้นได้ชื่อว่าให้ความเคารพฮองเฮา
ว่ากันว่าในตอนนั้นฮ่องเต้เกือบที่จะมีฮองเฮาเพียงแค่คนเดียวแล้ว แต่เป็นเพราะตระกูลกู้ทำเกินไป ซึ่งทำให้ฮองเฮาจำเป็นต้องควบคุมตนเองและเก็บเขี้ยวเล็บของนางไว้ ฮ่องเต้เองก็ไม่อาจจะมีฮองเฮาได้เพียงคนเดียวอีกต่อไป
เวลานี้เซี่ยเฉียวมองไปที่ลูกประคำนั้นแล้วครุ่นคิด “ฮองเฮาทรงมอบลูกประคำนั้นให้หม่อมฉันดูหน่อยได้หรือไม่เพคะ”
ฮองเฮาเองก็ไม่ได้ปฏิเสธและส่งลูกประคำให้นาง
เซี่ยเฉียวรับมา มือของนางสั่นเล็กน้อย
ของสิ่งนี้…ไม่ใช่ของดีอะไร พอๆ กันกับอาวุธอาคมที่พบในวัดที่อยู่ตรงกันข้ามกับหลุมฝังศพของตระกูลหลี่ มันเป็นของชั่วร้ายที่ทำร้ายคนได้
โดยทั่วไปของจำพวกนี้มีไม่มาก คนที่รู้เรื่องฮวงจุ้ยเองก็ยังไม่กล้านำมาใช้…
“ขอทรงอภัยที่เซี่ยเฉียวเสียมารยาท ลูกประคำของฮองเฮานี้สกปรกเสียแล้ว อย่าได้ใช้อีกเลยจะดีกว่านะเพคะ” พอเซี่ยเฉียวพูดจบก็เก็บของไว้ในอกเสื้อของนางทันที
ฮองเฮาเองก็มึนงงไปเล็กน้อย
รัชทายาทบอกว่า แม่นางตระกูลเซี่ยผู้นี้มีความพิเศษมาก จิตใจดีมีคุณธรรม และเพราะนางอยู่ในวัดมาหลายปี ดังนั้นนางจึงพอรู้เรื่องพลังหยินหยางอยู่บ้าง เพียงแต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นผู้หญิงจึงไม่อาจให้คนนอกรู้เรื่องนี้ได้
“สกปรก?” ฮองเฮากวาดตามองที่อกเสื้อเซี่ยเฉียวครู่หนึ่ง
นางบอกเองไม่ใช่หรือว่ามันสกปรก?
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “หากฮองเฮาทรงต้องการลูกประคำ รอให้คราวหน้าหม่อมฉันเข้าวังจะนำของที่ดีกว่านี้มามอบให้จะดีกว่าเพคะ”
คนข้างกายฮองเฮาต่างก็รู้สึกว่าแม่นางเซี่ยผู้นี้บ้าไปแล้ว
ตระกูลกู้เป็นคนส่งลูกประคำนี้มาให้นะ ต่อให้ตอนนี้ตระกูลกู้จะตกต่ำแค่ไหน แต่ก็นับเป็นตระกูลใหญ่ที่อยู่มานานกว่าหลายร้อยปี ของที่ส่งมาจะเป็นของไม่ดีได้หรือ
แต่หญิงสาวคนนี้กลับบอกว่าจะเปลี่ยนเป็นของที่ดีกว่าให้!
คนข้างกายฮองเฮาต่างก็รู้สึกว่าแม่นางผู้นี้บังอาจเกินไปแล้ว
เซี่ยเฉียวเองก็จนปัญญา นางเองก็ไม่อาจพูดออกไปตรงๆ ได้ว่าของพวกนี้เป็นของชั่วร้ายนี่?
หากนางบอกฮองเฮาไปตรงๆ ว่า ของสิ่งนี้ทำร้ายคน คนที่จะซวยเป็นพวกแรกก็คือตระกูลกู้นั่นแหละ แต่ตระกูลกู้ก็เป็นครอบครัวของฮองเฮา พวกเขาจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะส่งสิ่งของอย่างนี้มาให้ หากมันมีความเข้าใจผิดอะไรบางอย่างเล่า
“เจ้านี่…” ฮองเฮาไม่ได้โกรธ แต่กลับแย้มยิ้ม “ชอบของของข้าเข้าแล้วสินะ? ได้ ข้าให้เจ้าก็ได้ มิน่ารัชทายาทถึงได้ชอบเจ้า ไม่ต้องพูดจาเกรงอกเกรงใจถึงจะเหมือนคนครอบครัวเดียวกัน”
“…” เซี่ยเฉียวยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
“เพียงแต่ของดีจะให้เจ้าคนเดียวได้อย่างไร” ฮองเฮามองไปยังเซี่ยซี “คนอื่นต่างก็พูดกันว่าหญิงสาวจากตระกูลเซี่ยนั้นดุ ดุที่ไหนกันเล่า เจ้าดูน้องสาวของเจ้าคนนี้สิ ช่างน่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ”
ฮองเฮาพูดจบก็ให้คนไปที่คลังส่วนพระองค์และนำกำไลลูกปัดหยกมามอบให้เซี่ยซี
เซี่ยเฉียวรู้สึกละอายใจมาก แต่นางก็ทำหน้าด้านรับไว้
เวลานี้เซี่ยเฉียวกำลังรู้สึกสงสัยว่า สถานการณ์ครอบครัวบิดามารดาของฮองเฮาและตระกูลหลี่น่าจะไม่แตกต่างกัน พวกเขาต่างก็ถูกคนทำร้ายเข้าเสียแล้ว
นางจะพูดเรื่องพวกนี้ออกมาตอนนี้ไม่ได้ เซี่ยเฉียวเตรียมตัวที่จะพูดคุยกับจ้าวเสวียนจิ่งหลังจากที่กลับไป ถึงอย่างไรก็ถือเป็นคนกันเองแล้ว เรื่องสำคัญเช่นนี้นางจึงไม่ควรทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
ผ่านไปสักพักฮองเฮาก็พานางทั้งสองพี่น้องไปยังสถานที่จัดงานเลี้ยง
เวลานี้คนที่มาร่วมงานเลี้ยงต่างก็อยู่กันพร้อมแล้ว
จ้าวซวีจือนั่งอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นสะดุดตาอย่างยิ่ง ซึ่งคนที่นั่งตรงกันข้ามกับนางก็องค์ชายสี่นั่นเอง
นี่เพิ่งเป็นครั้งแรกที่เซี่ยเฉียวได้เห็นองค์ชายสี่ที่เคยได้ยินในข่าวลือต่างๆ นางอดมองเขานานหน่อยไม่ได้
องค์ชายสี่อายุไม่มาก ประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี หน้าตาหล่อเหลาอย่างยิ่ง เนื้อตัวของเขาให้ความรู้สึกอ่อนโยน เพียงแต่หน้าตาของเขาละเอียดประณีต จึงไม่น่าจะมีนิสัยแข็งกระด้าง
อีกอย่าง…เขามีมือและเท้าที่เรียว ใบหน้าเป็นชุ่มชื่น คิ้วบาง กระดูกสง่างาม แม้จะมีความสูงส่ง แต่กลับลักษณะของความสบายๆ รักสงบ ซึ่งไม่สอดคล้องกับตัวตนอย่างในข่าวลือที่บอกว่าเขามักจะขัดแย้งกับรัชทายาท
เขาไม่มีลักษณะของราชา จึงสามารถบอกได้ว่าต่อให้จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้เป็นรัชทายาท เขาก็ไม่ได้เป็นหรอก
ส่วนองค์ชายห้าที่อยู่ข้างๆ ยังอายุน้อยกว่าเสียอีก เขาน่าจะมีอายุเพียงแปดเก้าขวบเท่านั้น อายุน้อยเกินไป โหงวเฮ้งยังไม่คงที่ นางก็คงจะพูดอะไรมากไม่ได้
[1] กุมารเซียนกุมารีหยก เปรียบเปรยว่าเหมือนลูกศิษย์พระโพธิสัตว์กวนอิม