ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 661 บ้านไหนจะซวยอีก / ตอนที่ 662 คิดถึงให้น้อยหน่อย
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 661 บ้านไหนจะซวยอีก / ตอนที่ 662 คิดถึงให้น้อยหน่อย
ตอนที่ 661 บ้านไหนจะซวยอีก / ตอนที่ 662 คิดถึงให้น้อยหน่อย
ตอนที่ 661 บ้านไหนจะซวยอีก
ไม่นานนักแม่เล้าก็จัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ
หญิงสาวยี่สิบสามสิบคนลุกขึ้นยืน แม้ว่าเวลานี้จะเป็นเวลาพลบค่ำ แต่ก็ยังมีแสงสว่าง ดังนั้นกิจการจึงยังไม่ได้ดีเท่าไรนัก ดังนั้นหญิงสาวที่ยังคงว่างอยู่จึงพากันมาเกือบทั้งหมด
จ้าวเสวียนจิ่งนั่งอยู่ที่นั่น
วิญญาณนั้นเหลือบตามองไปรอบๆ และรู้สึกอึดอัด
ตกลงกันแล้วว่าเขาจะมาดูหญิงสาว แต่หญิงสาวเหล่านี้ต่างก็มองแต่คุณชายสูงศักดิ์ผู้นี้!
มันทำให้เขาไม่พอใจ!
“ฝ่าบาท?” ใกล้จะครบกำหนดเวลาแล้วจ้าวเสวียนจิ่งกำลังจะลุกขึ้นยืน แต่กลับพบเข้ากับคนกลุ่มหนึ่ง
เมิ่งจี๋ฟังกำลังพาพี่น้องเพื่อนฝูงจำนวนหนึ่งเข้ามา เมื่อเขาได้สบตากับใบหน้าอันเป็นหนึ่งไม่มีสองของรัชทายาท เขาก็รู้สึกมึนงงเล็กน้อย “พวกเรา…กำลังเดินเข้ามาผิดที่หรือเปล่า หรือว่านี่เป็นจวนรัชทายาท!”
รัชทายาทไม่ได้บ้าไปหรอกใช่ไหม นี่ก็ใกล้จะแต่งภรรยาแล้ว แต่เขายังจะมาเที่ยวหอโคมเขียวอีก!
เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกสนุกขึ้นมาทันที “ฝ่าบาทจะรีบไปไหน ท่านถูกใจคนไหนหรือ หากมีใครปรนนิบัติเก่งๆ กระหม่อมจะไถ่ตัวนางแล้วส่งตัวไปให้ท่านก็ได้นะ!”
น่าสงสารแม่นางเซี่ยผู้นั้นจริงๆ
นางเพิ่งจะได้รับพระราชทานงานแต่ง ใครๆ ต่างก็พูดกันว่านางโชคดี จากลูกสาวของโจรคนหนึ่งกลับกลายมาเป็นพระชายาของรัชทายาท
นางเองก็ยังคิดว่าแม่นางเซี่ยผู้นั้นเก่งกาจ นึกไม่ถึงเลยว่ารัชทายาทจะมีรสนิยมเช่นนี้
“สำนักศึกษาหลวงนี่ให้การบ้านน้อยเกินไปหรือเปล่า” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเสียงเย็น
เมิ่งจี๋ฟังควบคุมสีหน้าตัวเองอย่างมาก “ฝ่าบาทวางใจเถอะ พวกเราไม่พูดมากหรอก แต่ท่านมาอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ก็ยากที่จะรับประกันได้ว่าคนอื่นจะไม่รู้”
ไม่ใช่ว่าภายหลังคนอื่นรู้เรื่องนี้กันทั่วแล้วจะมาโทษเขานะ
แม้ว่าเขาจะไม่ชอบรัชทายาท แต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะล่วงเกิน
ถึงอย่างไรรัชทายาทก็ไม่ใช่คนที่ใครจะล่วงเกินได้! เขาไม่ได้โง่อย่างจ้าวซวีจือนั่นเสียหน่อย!
จ้าวเสวียนจิ่งยืนขวางอยู่ที่นั่นราวกับกำแพง จู่ๆ เขาก็ยิ้มออกมาเบาๆ “หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปก็แปลว่าเป็นฝีมือของเจ้าเมิ่งจี๋ฟัง แล้วเมื่อไรที่ข้าว่างไม่มีอะไรทำ ข้าจะไปคิดบัญชีกับเจ้าแน่”
“…” เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกว่าวันนี้ตนเองอาจจะซวยไปหน่อย
รัชทายาทก็ยังคงสง่างาม พอพูดจบเขาก็เดินจากไปทันที
แล้วเขาเล่า
รัชทายาททำเรื่องแล้วจากไปอย่างสบายใจ แต่เขายังต้องมารับผิดชอบอีก?
“วันนี้ลมอะไรนะถึงพัดเขามาที่นี่ได้…” เมิ่งจี๋ฟังบ่นพึมพำเล็กน้อย “เอ๊ะ ไม่ใช่สิ พวกเจ้าไม่ใช่หรือที่บอกว่าที่นี่เงียบสงบ ไม่มีทางพบคนรู้จักได้แน่นอน!?”
คนรอบกายเขาไม่มีใครกล้าพูดอะไรตั้งนานแล้ว
เดิมทีพวกเขาชวนเมิ่งจี๋ฟังออกมาเที่ยวเช่นนี้ก็กลัวว่าจะถูกคนที่เป็นหูเป็นตาให้ตระกูลเมิ่งพบเห็นอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่นี่
หอโคมเขียวที่นี่ไม่ดีที่สุดในเมืองหลวง กระทั่งยังไม่ติดอันดับเสียด้วยซ้ำ แต่ที่มีดีก็คือหญิงสาวที่นี่ค่อนข้างหน้าตาดี และค่าตัวก็ไม่ได้สูงมากด้วย
“แม่เล้า! มานี่หน่อย” เมิ่งจี๋ฟังกวักมือเรียกคนที่อยู่ในห้องออกมา “คุณชายคนเมื่อครู่นี้มาทำอะไรหรือ”
แม่เล้าเองก็งุนงง “ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น…ก็แค่เรียกหญิงสาวกลุ่มหนึ่งออกมาดู แล้วให้พวกนางยืนอยู่เฉยๆ เป็นเวลาหนึ่งเค่อเท่านั้น!”
นางเปิดกิจการมากว่ายี่สิบแล้วก็เพิ่งจะเคยพบเจอเรื่องแปลกๆ แบบนี้เป็นครั้งแรก!
ผู้ชายที่มาที่นี่ก็มีบ้างที่มีความยับยั้งชั่งใจ แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นหญิงสาวแล้วไม่หน้าแดงก็ต้องอดมองบ่อยๆ ไม่ได้ ไม่สามารถที่จะปล่อยให้หญิงสาวนั่งอยู่ในอ้อมแขนแล้วไม่ทำอะไรได้ แต่คุณชายท่านนั้นแม้แต่นั่งกอดก็ไม่มี ไม่มีหญิงสาวคนไหนได้เข้าใกล้เลย!
ไม่ใช่พวกนางไม่คิด แต่มีหญิงสาวคนหนึ่งเริ่มก้าวเข้าไปหาเขาก่อน แต่ก็ถูกคนที่อยู่ข้างกายเขาเตะออกมาก่อน พวกเขาแค่ให้พวกนางยืนอยู่นิ่งๆ เท่านั้น…
แปลกจริงๆ
“ไม่ได้มานอนกับผู้หญิง? เช่นนั้นก็…” รูม่านตาของเมิ่งจี๋ฟังหรี่เล็กลงทันที “เวรล่ะ! เขาคงไม่ได้มาสืบคดีอีกหรอกนะ?! บ้านไหนจะซวยอีกล่ะคราวนี้ ไปๆ พวกเราตามไปดูกัน!”
ตอนที่ 662 คิดถึงให้น้อยหน่อย
เมิ่งจี๋ฟังรีบตามออกไปทันที เขาไม่อยากดูหญิงสาวเต้นรำเลยสักนิด
เพื่อนที่อยู่ข้างหลังต่างก็ยืนงุนงงอยู่ตรงที่เดิมไม่ขยับไปไหน
“ไปสิ?” เมิ่งจี๋ฟังขมวดคิ้ว ท่าทางเอาเรื่องเล็กน้อย
“คุณชายเมิ่ง พวกเรา…ไม่กล้าล่วงเกินรัชทายาท…” ในใจพวกเขารู้สึกหวาดกลัว
รัชทายาทสูงส่งเทียมฟ้าอยู่แล้ว พวกเขาก็แค่ลูกขุนนางตำแหน่งเล็กๆ ไหนเลยจะกล้าเข้าใกล้รัชทายาท อีกอย่าง ใครบ้างที่จะไม่รู้ว่ารัชทายาทชอบสืบคดีมากแค่ไหน หากพระองค์จับตามองใคร แล้วสืบพบว่าครอบครัวของคนผู้นั้นมีปัญหาแล้วล่ะก็ ชีวิตพวกเขาต้องจบอย่างน่าอนาถแน่!
ก่อนหน้านี้คนในตระกูลโจวนั่นแค่ติดต่อคบค้ากับพรรคพวกขององค์ชายสี่เท่านั้น ก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปได้อย่างไร พริบตาเดียวพวกเขาจึงได้ถูกล้างตระกูลไปแล้วอย่างนั้น!
ยังมีจ้าวซวีจือลูกชายคนโตที่เกิดจากอนุภรรยาของหนิงเป่ยอ๋องนั่นอีก ได้ยินมาว่าเขาล่วงเกินรัชทายาทจนต้องถูกตัดแขน ตอนนี้ก็ถูกขังอยู่ในคุกออกมาไม่ได้!
จริงสิ ก่อนหน้านี้คุณชายเมิ่งก็เคยล่วงเกินรัชทายาทจนถูกลงโทษให้ไปจูงม้า และต้องวิ่งวนจนขาแทบหัก…
พวกเขาไม่อยากเดินตามรอยหรอกนะ!
“ไร้ประโยชน์!” เมิ่งจี๋ฟังสบถออกมา “ข้าไปเองก็ได้! ไม่ต้องใช้พวกเจ้าหรอก!”
เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกสงสัยจริงๆ
เขาทิ้งพรรคพวกข้างหลังไว้แล้วรีบตามไปทันที
“ฝ่าบาท คุณชายเมิ่งตามมาพ่ะย่ะค่ะ” โจวเว่ยจงสังเกตเห็นในทันที
“ตระกูลเมิ่งใช้คนสำคัญขนาดนี้ ข้าเป็นกังวลแทนพวกเขาจริงๆ” จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้โกรธ เขากระทั่งรู้สึกว่ามันน่าขัน
ตระกูลเมิ่งคอยใช้ประโยชน์จากเจ้าสี่อย่างแวดระวังและผลักดันเมิ่งกุ้ยเฟยมาตลอด แต่เมิ่งจี๋ฟังหลานชายสายตรงของพวกเขากลับกลายเป็นคนไม่เอาไหนยิ่งกว่าพวกกากเดนเสียอีก เสเพลสิ้นดีไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ไม่รู้ว่ารนหาที่ตายมากี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว
“ฝ่าบาท!” เมิ่งจี๋ฟังไม่ใช่คนถ่อย เวลานี้เขากลับวิ่งมาอยู่ตรงหน้ารัชทายาท และทำความเคารพอย่างสุภาพเรียบร้อย “ท่านมาสืบคดีใช่หรือไม่”
หอโคมเขียวนี่อยู่ห่างจากร้านอาหารนั่นไม่มาก
“ท่านมาสืบคดีแล้วทำไมไม่พาคนมาให้มากหน่อยเล่า แอบๆ มาอย่างนี้ คนที่ไม่รู้ก็จะคิดว่าท่านมาหาความสำราญเอาได้ หากแม่นางเซี่ยผู้นั้นบังเอิญได้ยินเข้า นางจะเสียใจแค่ไหน” เมิ่งจี๋ฟังพึมพำออกมา
แม่นางเซี่ยผู้นั้น..
ในใจเมิ่งจี๋ฟังก็ยังคงรู้สึกว่าหญิงสาวคนนั้นไม่เลวเลยจริงๆ
ตอนที่อยู่ที่สำนักศึกษา เขาเคยได้พูดคุยกับนางหลายครั้ง และสามารถพูดได้ว่า เขาอยู่มาตั้งนานขนาดนี้ก็เพิ่งจะเคยพบเจอคนที่น่าสนใจเช่นนี้
ป่วยออดแอดแต่ใจกล้าเป็นพิเศษ นางไม่กลัวเขา และไม่ว่าจะพนันกับใคร นางก็ชนะได้ทุกครั้ง
เป็นคนที่เก่งกาจคนหนึ่ง
หากไม่ใช่เพราะเขารู้ว่าหญิงสาวที่อ่อนแอขนาดนี้คงจะจบชีวิตลงเมื่อต้องเข้าไปอยู่ในบ้านตระกูลเมิ่ง เขาก็อยากจะให้ท่านแม่ของเขาส่งคนไปสู่ขอนางที่บ้านตระกูลเซี่ยแล้ว
จ้าวเสวียนจิ่งยืนนิ่งแล้วกวาดตามองเขาช้าๆ “ใช้สมองของเจ้าให้มากหน่อยก่อนจะพูดอะไรออกมา”
เมิ่งจี๋ฟังอึ้งไปเล็กน้อย
เขาว่าอะไรนะ เพื่อที่จะหยั่งเชิง เขาก็อ่อนน้อมถ่อมตนมากแล้วนะ?
“ฝ่าบาทเคยพบนางมาแค่ไม่กี่ครั้งอาจจะไม่รู้ว่าหญิงสาวผู้นั้นบอบบางราวกับบุปผา ว่ากันว่านางอายุสั้น กระหม่อมกลัวจริงๆ ว่านางจะคิดมาก” เมิ่งจี๋ฟังเอ่ยอย่างเปิดเผยใจกว้าง
พอเขาพูดจบก็รู้สึกว่าลมหายใจของรัชทายาทยิ่งเย็นชาขึ้นไปอีก
แล้วเขาก็เพิ่งรู้สึกตัว “ข้าก็แค่พูดไปเรื่อย ฝ่าบาทคงไม่คิดเป็นจริงเป็นจังหรอกนะ กระหม่อมไม่ได้คุ้นเคยกับหญิงสาวผู้นั้นหรอก…”
หลังจากที่เขายอมรับอย่างขลาดๆ ออกมาเช่นนั้น รัชทายาทก็เหลือบมองเขาด้วยสาตาดูถูกอย่างเขาคิดจริงๆ ก่อนจะเดินผ่านไป “เจ้าคิดถึงคนของข้าให้น้อยหน่อยดีกว่า คิดถึงมากแล้ว ข้ากลัวว่าบุญของเจ้าจะหมดเร็วน่ะ”
“…” เมิ่งจี๋ฟังโกรธขึ้นมาแล้ว
เขาก็รู้ว่าเขาไม่สามารถทำอะไรรัชทายาทโดยไม่คิดหน้าคิดหลังได้ จึงต้องอดทนไว้
แต่ในใจเขากลับก่นด่าสาปแช่งอยู่ตั้งนานแล้ว
เขาติดตามไปอย่างหน้าด้านๆ แต่หลังจากที่เดินตามไปไม่กี่ก้าวเขากลับถูกโจวเว่ยจงสกัดไว้ด้านหลัง เมื่อเขาเห็นว่ารัชทายาทเข้าไปในร้านอาหารหนึ่ง เขาจึงพยายามแอบมอง กระทั่งขึ้นชั้นสองฝั่งตรงข้ามเพื่อแอบมองจากหน้าต่าง…
เขากลับได้เห็นว่ารัชทายาทอยู่ด้วยกันกับนักพรตคนหนึ่ง
คงไม่ใช่…นักพรตปีศาจแซ่โม่ที่ท่านพ่อเขาพูดถึงนั่นหรอกนะ?