ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 663 ไม้อ่อนก่อนไม้แข็ง / ตอนที่ 664 โล่กำบัง
ตอนที่ 663 ไม้อ่อนก่อนไม้แข็ง / ตอนที่ 664 โล่กำบัง
ตอนที่ 663 ไม้อ่อนก่อนไม้แข็ง
เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกว่าเซี่ยเฉียวนั้นดูเหมือนจะยิ่งน่าสงสารกว่าเดิมแล้ว
ก่อนหน้านี้ก็เป็นเรื่องวุ่นวายใหญ่โต ใครๆ ก็บอกว่ารัชทายาทจะแต่งงานกับนักพรตที่อายุมากกว่าเขาสิบกว่าปีเป็นพระชายารัชทายาท ต่อมาก็เปลี่ยนตัวเป็นเซี่ยเฉียวอย่างกะทันหัน ตอนนั้นเขารู้สึกว่าเซี่ยเฉียวถูกรัชทายาทลากเข้ามาให้ครบคนเท่านั้น
และก็เป็นอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้ว่าในใจของรัชทายาทไม่มีเซี่ยเฉียวอยู่เลย
เป็นนักพรตปีศาจจริงๆ
เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกหมดเรี่ยวแรงอยู่บ้างและรู้สึกว่าสายตาของรัชทายาทนั้นใช้ไม่ได้เลย
เซี่ยเฉียว…อ่อนแอไปบ้าง แต่นางก็หน้าตางดงามนี่? นางยังงดงามกว่าต่งซีอวิ๋นว่าที่น้องสะใภ้ในอนคตของเขาด้วยซ้ำ นักพรตเฒ่าหนังเหี่ยวผู้นี้มีอะไรดีเล่า จะเทียบกับหญิงสาวนุ่มนวลอ่อนเยาว์ได้อย่างไร
อันที่จริงเขาและเซี่ยเฉียวก็ไม่ได้ไปมาหาสู่อะไรกันหรอก เพียงแค่เขาคิดว่าเด็กสาวคนนั้นฝึกม้าได้เก่งดีเท่านั้น…
ส่วนในเวลานี้เซี่ยเฉียวก็กำลังจ้องมองไปในอากาศว่างเปล่านั้น
วิญญาณหน้าตาบูดบึ้ง ไม่พอใจอย่างมาก เขาเอ่ยด้วยอารมณ์ “หญิงสาวพวกนั้นมองไม่เห็นข้าก็ช่างเถอะ แต่พวกนางเอาแต่มองเขาได้อย่างไร! ไม่ได้ ข้าไม่ยอมรับเงื่อนไขข้อสุดท้ายนี้ แถมพวกเจ้ายังใช้เงินของข้าไปจนหมดแล้วด้วย จะต้องไปกับข้าใหม่อีกครั้ง!”
“เจ้าไม่ยอมรับ?” น้ำเสียงเซี่ยเฉียวเย็นชา “ลองพูดให้ข้าฟังอีกทีสิ?”
วิญญาณไม่พอใจ
ผู้ชายสองคนนี้โดดเด่นเกินไป เมื่อเขาเห็นว่าหญิงสาวพวกนั้นบ้าคลั่งแค่ไหน เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าตนเองไร้ประโยชน์ขนาดไหน ตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าใครก็ล้วนดูถูกเขา
เซี่ยเฉียวโยนต์ยันต์แผ่นหนึ่งออกไปทันที ยันต์นั้นก็มอดไหม้ จากนั้นก็เหมือนมีพลังสายหนึ่งรัดคอแล้วดึงวิญญาณตนนั้นขึ้นลงไม่หยุด
ในชั่วพริบตาวิญญาณตนนั้นก็เจ็บปวดเหลือแสนจนกรีดร้องออกมาไม่หยุด
“เดิมทีข้าจะใช้ไม้แข็งกับเจ้าทันทีเลยก็ย่อมได้ เพียงแต่ข้ารู้สึกสงสารที่เจ้าตายไปโดยที่ยังไม่ได้ใช้เงินให้หมด จึงได้อดทนไว้ แต่เจ้าอย่าได้ทำตัวไม่รู้จักพอเช่นนี้” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นช้าๆ ชัดๆ ทีละคำ
“ไม่…ข้าไม่ทำ…ปรมาจารย์…ปรมาจารย์ละเว้นข้าด้วย…”ความกล้าหาญของวิญญาณตนนั้นไม่มีเหลือแล้ว เขาคุกเข่าลงทันที
“ตอนนี้เจ้าจะพูดได้หรือยังว่าใครเป็นคนบงการเจ้า” เซี่ยเฉียวนั่งหลังตรงดูท่าทางจริงจังอย่างยิ่ง
วิญญาณมีหรือจะไม่ยอมพูดอีก
“ข้าก็ไม่รู้…แต่พี่เลี่ยเป็นคนมาหาพวกเรา พอทำงานเสร็จพวกเราก็หนีกันไป แต่ละคนแบ่งเงินกันไปคนละร้อยตำลึง ส่วนปิ่นปักผมกับผ้าเช็ดหน้านั่นพี่เลี่ยเป็นคนขโมยมา แต่สุดท้ายมันก็มาอยู่ในอกเสื้อข้า…”
จนกระทั่งเขาตายไป ของสิ่งนี้ก็ติดอยู่บนตัวเขาเอาออกมาได้ ทั้งยังเกะกะเป็นอุปสรรค เขาจึงปักมันไว้บนหัวตนเองเสียให้หมดเรื่องไป
มันดูน่าเกลียดและไม่เข้ากันอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวถามต่อไปอีกว่าคนที่ชื่อว่าพี่เลี่ยนี้เป็นใคร
วิญญาณนี้ก็ยอมบอกแต่โดยดี
“ปรมาจารย์ หากรู้แต่แรกว่ามันจะง่ายอย่างนี้ พวกเราจะต้องทำอะไรเยอะแยะมากมายไปทำไมด้วยเล่า” โจวเว่ยจงอดบ่นพึมพำออกมาไม่ได้
เซี่ยเฉียวหลุบตาลงและมีสีหน้าไม่ถือสา “ต่อให้เป็นวิญญาณที่ทำความชั่วมาก่อน แต่หากข้าทำความปรารถนาให้เขาสำเร็จเช่นนี้ก็ยังสามารถได้รับผลประโยชน์บางอย่าง อีกอย่างการเอาเปรียบรังแกวิญญาณก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี จริงอยู่ที่การบีบบังคับหรือหลอกล่อนั้นอาจทำให้เรื่องสำเร็จ แต่เมื่อทำมากๆ เข้า มันก็จะเป็นการทำลายบุญกุศลของตนเองไปด้วย”
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน นางได้ใช้ไม้อ่อนก่อนจะใช้ไม้แข็งแล้ว
นางทำอะไรเพื่อวิญญาณไปไม่น้อย แต่เขากลับไม่ซื่อสัตย์ นั่นแปลว่าเขาติดค้างนาง
ต่อให้นางลงมือก็ไม่มีผลกระทบอะไรกับนางแม้แต่น้อย
ทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุและผล เพราะชีวิตของนางมีค่าเกินไป ดังนั้นไม่ว่าผลกระทบจะเล็กน้อยเพียงใด นางก็จะหลีกเลี่ยงระมัดระวังให้มากที่สุด
ส่วนคนที่ชื่อว่าพี่เลี่ยนั้น เขาบอกว่าเป็นช่างไม้ที่ภายนอกทำตัวดีมากคนหนึ่งชื่อหวังเลี่ย
มิน่าคนของทางการจึงตรวจสอบไม่พบ
คนของศาลาว่าการคิดมาตลอดว่าคนที่ลงมือทำเรื่องเช่นนี้จะต้องเป็นพวกอันธพาล ดังนั้นพวกเขาจึงได้จับตาดูพวกเขา และเรียกเข้าไปสอบสวนที่ศาลาว่าการทีละคนว่าพวกเขาทำอะไรบ้างในวันนั้นเวลานั้น แต่ต่อให้ทำเช่นนั้นพวกเขาก็ยังคว้าน้ำเหลว
แต่เมื่อเขาเป็นช่างไม้ที่มีงานทำเป็นเรื่องเป็นราว เรื่องนี้ก็ต่างออกไป หากพวกเขาไม่ได้รู้จากปากวิญญาณตนนี้ เกรงว่าต่อให้พลิกฟ้าพลิกแผ่นดินก็คงจะหาตัวเขาไม่พบ!
ไม่ใช่แค่หวังเลี่ยเท่านั้นที่เป็นช่างไม้ แม้แต่วิญญาณตนนี้เอง ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เขาก็ยังมีกิจการเล็กๆ ด้วย!
ตอนที่ 664 โล่กำบัง
รัชทายาทถือเป็นเจ้านายผู้ปกครองบ้านเมือง เมื่อเขาได้ยินเช่นนี้จึงรู้สึกโกรธมากกว่าเซี่ยเฉียวเล็กน้อย
ปกติไม่ว่าพวกอันธพาลเสเพลเหล่านั้นจะทำตัวกร่าง หรือรังแกลบหลู่ผู้อื่นก็ตาม พวกเขามักจะถูกทางการคอยจับตามองอยู่แล้ว ขอแค่ทำความผิดเท่านั้น พวกเขาก็จะถูกจับกุมตัวทันที แต่คนพวกนี้หลบอยู่ในที่มืดนั้นต่างออกไป
พวกเขาหลบซ่อนตัวเก่ง แต่จู่ๆ ก็ลงมือลักพาตัวและทำลายชื่อเสียงของหญิงสาว ความคิดของพวกเขายังชั่วร้ายเสียกว่า หรือพวกเขาอาจจะแอบทำความผิดมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็โชคดีรอดมาได้ทุกครั้งด้วยการแสร้งทำตัวเป็นพลเมืองดี…
“เรื่องที่เหลือก็ปล่อยให้คนอื่นไปตรวจสอบเถอะ” จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกสงสารเซี่ยเฉียวอยู่บ้าง
ไม่รู้ว่านางใช้ร่างกายที่อ่อนแอของนางนี้ทำอะไรเพื่อวิญญาณมามากมายเท่าไรแล้ว นางจึงมีชีวิตอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้
เซี่ยเฉียวพยักหน้าเห็นด้วย
เซี่ยเฉียวเพิ่งได้แยกทางกับจ้าวเสวียนจิ่งเมื่อฟ้ามืดแล้ว
อีกด้านหนึ่ง เมิ่งจี๋ฟังที่มองเห็นฉากนั้นก็รู้สึกแปลกๆ
รัชทายาทและนักพรตปีศาจนี่มีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่ แม่นางเซี่ยนั้นคงไม่ได้ถูกรัชทายาทจับมาเป็นโล่กำบังหรอกนะ?
หากเช่นนั้นแล้วรัชทายาทก็ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย หญิงสาวคนนี้อายุสั้นอยู่แล้ว ยังต้องมาถูกรังแกขนาดนี้อีก สารเลวยิ่งกว่าเขาด้วยซ้ำ!
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเมิ่งจี๋ฟังจะไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรล่วงเกินรัชทายาท และได้แต่ต้องอดทนเอาไว้
เพียงแต่วันรุ่งขึ้นเมื่อเขาเห็นเซี่ยเฉียวเข้าไปในสำนักศึกษาด้วยอารมณ์ดีและรอยยิ้ม เขาก็อดที่จะเบ้ปากไม่ได้ “โง่อะไรอย่างนี้”
“ใครโง่” คนข้างๆ อดถามเขาไม่ได้
เมิ่งจี๋ฟังถอนหายใจ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กระโดดลงจากตำแหน่งที่เขานั่งอยู่ ปัดมือไม้ แล้วเดินเข้าไปหาเซี่ยเฉียว
เขาหยุดเซี่ยเฉียวเอาไว้ทันที
จู่ๆ ก็มีกำแพงมาขวางตรงหน้า เซี่ยเฉียวจึงงุนงงเล็กน้อย
“เซี่ยเฉียว เจ้ายังอยู่ได้อีกนานเท่าไร” เมิ่งจี๋ฟังเอ่ยปากถามทันที
ทันทีที่เขาถามออกมาเช่นนั้น หลายคนก็รู้สึกว่าเขาทำเกินไปแล้ว
เซี่ยเฉียวอยู่ได้ไม่นานก็เป็นเรื่องที่นางน่าจะโศกเศร้าเสียใจอยู่แล้ว แต่เขากลับจงใจเอาเรื่องนี้มาพูดจาทิ่มแทงนางอีก นี่ไม่ใช่ว่าเขาเจตนาจะทำให้นางโกรธหรอกหรือ!
“ทำไมหรือ” เซี่ยเฉียวกลับเฉยเมยไม่รู้สึกรู้สา
หากนางทนฟังคำพูดของเมิ่งจี๋ฟังไม่ได้เลย นางก็คงโกรธตายไปนานแล้ว
บิดาและพี่ชายของนางแต่ละคนก็เป็นพวกงี่เง่าไม่ใช่หรือ
“เจ้ามีชีวิตอยู่ได้ไม่นานอยู่แล้ว จะไปเป็นพระชายารัชทายาททำไม ท่านพ่อของเจ้าไม่ได้อธิบายกับในวังแทนเจ้าหรือ” เมิ่งจี๋ฟังทำสีหน้าท่าทางสบายๆ จนดูเหมือนเขาไม่อยากจะสนใจเซี่ยเฉียวกระนั้น
ซึ่งมันให้ความรู้สึกอัดอัดแปลกๆ
เซี่ยเฉียวมีสีหน้าประหลาดใจ
แต่ในสายตาของเมิ่งจี๋ฟังแล้ว สีหน้าเซี่ยเฉียวนั้นคือกำลังรู้สึกจนใจทำอะไรไม่ได้
ก็จริงนะ ตระกูลเซี่ยไม่มีอะไรเชิดหน้าชูตาได้มาตลอด ตอนนี้กว่าจะได้เป็นที่โปรดปรานขึ้นมาได้ด้วยอาศัยสถานะพระชายารัชทายาทก็ไม่ใช่ง่ายๆ โจรนั่นก็คงไม่อยากปล่อยให้โอกาสดีๆ เช่นนี้หลุดลอยไป!?
“ข้าช่วยเจ้าออกความคิดดีกว่า!” เมิ่งจี๋ฟังเอ่ยเสียงเบา “เจ้ามีโรคร้ายติดตัวไม่ใช่หรือ กลับไปบ้านแล้วแสร้งป่วยสิ ทำให้ดูรุนแรงหน่อย หากเจ้าใกล้ตายแล้ว รัชทายาทก็คงไม่อยากแต่งงานกับเจ้าแล้วล่ะ”
“…” เซี่ยเฉียวยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย”
น้ำเสียงของนางเรียบเฉย นางไม่เข้าใจจริงๆ
“เจ้านี่ ทำไมเจ้ายังไม่รู้จักดีชั่วอีกนะ!” เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกว่าตนเองถูกดูหมิ่นขึ้นมาทันที เขาแค่นเสียงเยาะพลางขึงตาใส่เซี่ยเฉียว “สมน้ำหน้าแล้วที่ต้องเป็นหมากให้คนอื่น!”
พอพูดจบเขาก็จากไปด้วยความโมโห
“…” เซี่ยเฉียวยังคงยืนงงอยู่ตรงที่เดิม
เมิ่งจี๋ฟังกำลังอะไรอยู่กันแน่ ทำไมไม่พูดให้มันรู้เรื่อง นางเป็นหมากให้คนอื่น? เมื่อไรกัน ทำไมนางไม่รู้เลย!
อย่างไรก็ตามเดิมทีเมิ่งจี๋ฟังผู้นี้ก็เป็นพวกลมเพลมพัด เอาแน่เอานอนไม่ได้อยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ก็เคยออกเงินก้อนใหญ่เพื่อให้นางเดิมพันกับซย่าหย่าอวิ๋น เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้ออกจะทำตัวแปลกๆ อยู่เสมอ นางเคยชินเสียแล้ว