ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 651 จะต้องถึงตาย / ตอนที่ 652 รุ่งไปด้วยกัน
ตอนที่ 651 จะต้องถึงตาย / ตอนที่ 652 รุ่งไปด้วยกัน
ตอนที่ 651 จะต้องถึงตาย
แม่นางต่งเกิดมาอย่างดี ทั้งเนื้อทั้งตัวของนางเต็มไปด้วยกลิ่นไอของความฉลาดและมีไหวพริบ
ดวงตาสุกใส พลังจิตเข้มแข็ง เป็นดวงชะตาของคนที่ร่ำรวย เพียงแต่…แม่นางผู้นี้มีใบหน้าออกสีแดง มีเคราะห์เรื่องคู่ครอง และเคราะห์เรื่องคู่ครองนี้มีทั้งดีและร้าย ตอนนี้…
เซี่ยเฉียวนับนิ้วคำนวณ
เซี่ยเฉียวไม่รู้แปดอักษรของหญิงสาวผู้นี้ จึงได้แต่ทำนายโดยอาศัยสถานการณ์ปัจจุบัน เวลา สถานที่ และดวงชะตาของผู้ชายมาคำนวณร่วมกัน
จากนั้นแววตาของนางก็หม่นแสงลง
ไม่ค่อยดี แม้ว่าจะมีตัวแปรอยู่บ้าง แต่เคราะห์คราวนี้ก็ยากที่จะจัดการ หากนางเอาแต่หมกมุ่นไม่เข้าใจก็จะต้องถึงตายอย่างแน่นอน
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วมุ่น นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมาก่อนจะส่งให้หญิงสาว “เจ้าเก็บ…ยันต์นี้ไว้ มันจะช่วย…เรื่องคู่ครอง”
เซี่ยเฉียวโกหกอย่างไร้ยางอาย
ยันต์นี้มีไว้ชำระจิตใจต่างหาก
เนื่องจากผู้หญิงที่มีใจส่วนมากแล้วจะคิดแต่เรื่องดีๆ ของอีกฝ่ายโดยไม่มีเหตุผล
ความรักของผู้หญิงบางครั้งมาจากจินตนาการของตนเองเกินกว่าครึ่ง ทั้งที่ผู้ชายยังไม่ได้ทำอะไรเลย สมองผู้หญิงก็มักที่จะจินตนาการแต่งเติมเสริมบทละครไปว่าทั้งสองรักกันปานจะกลืนกินไปแล้ว และจะหลงใหลงมงายได้ง่ายขึ้น
หากมียันต์นี้อยู่ในมือแล้ว มันจะทำให้พลังงานรอบด้านดีขึ้น ทำให้คนมีสติมากขึ้น และคิดอะไรได้ดีขึ้น มันจะได้ไม่กลายเป็นความหลงใหลที่ดื้อรั้นเพียงเพราะความชอบเพียงเล็กน้อยของตนเอง
แม่นางต่งดูประหม่าเล็กน้อย นางเหลือบมองเซี่ยผิงกั่งก่อนจะเก็บมันไป
“…” หยวนหลิงอินรู้สึกเหมือนตนเองถูกละเลย
เซี่ยเฉียวรู้สึกได้ถึงสายตาของนาง จากนั้นนางก็เอ่ยโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน “เจ้าต้องการดูโหงวเฮ้งหรือไม่”
“…” หยวนหลิงอินดูไร้เดียงสา แล้วนางก็พยักหน้าอย่างที่อธิบายไม่ถูก
“เจ้า…การแต่งงานครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป เจ้ามีโหวงเฮ้งของคนที่เป็นภรรยาเอก ต่อไปก็จะได้แต่งเป็นภรรยาเอกของคนอื่น อีกอย่าง…” เซี่ยเฉียวมองให้ละเอียดขึ้น “เจ้าจะได้สามีที่ดีและมีลูกหลานที่ดี เจ้าอาจจะได้แต่งกับคนที่มีฐานะต่ำกว่า และต้องอดทนไปสักยี่สิบปีก่อนจะรุ่งเรืองหลังจากนั้น”
แม่นางหยวนผู้นี้มีตำแหน่งอิ้นถังที่ดี นางจะสามารถช่วยสามีดูแลครอบครัวและสร้างกิจการได้ ใบหน้าสว่างสดใสอมชมพู ฝ่ามือเรียวแดงระเรื่อ นัยน์ตางดงามซ่อนพลังอยู่ภายใน นางจะได้ลูกที่มีความสามารถสอบได้ตำแหน่งดีๆ
แต่คิ้วของนางไม่ค่อยดีสักเท่าไร ครึ่งแรกของชีวิตจะขรุขระเล็กน้อย
ดวงตาของหยวนหลิงอินเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ท่านบอกว่า…ข้าจะได้เป็นบ้านใหญ่หรือ”
นางคงไม่โง่พอที่จะคิดว่าตนเองจะได้เป็นชายาเอกขององค์ชายสี่ หลังจากที่นางกลับบ้านไปแล้ว คนที่บ้านนางจะต้องเป็นฝ่ายบอกเลิกการแต่งงานก่อนแน่ๆ ถึงอย่างไรนางก็ถูกคนจับตัวไปแล้ว ชื่อเสียงด่างพร้อย แต่หลังจากที่ล้มเลิกการแต่งงานไปแล้ว…
หยวนหลิงอินยังคงมีความคาดหวังบางอย่าง
นางไม่ได้รู้สึกอะไรกับองค์ชายสี่ แค่เคยเห็นหน้ากันครั้งเดียวเท่านั้น
พอเมิ่งกุ้ยเฟยในวังเลือกนาง คนในบ้านนางก็เลยตอบตกลงโดยไม่ได้ถามความคิดเห็นของนางสักคำ แต่ในใจของนางนั้นอยากที่จะเป็นฮูหยินภรรยาเอกมากกว่า ต่อให้เป็นขุนนางตำแหน่งเล็กๆ ก็ไม่เป็นไร ขอแค่นางได้ดูแลปกครองคนในบ้านเองก็ดีกว่าอะไรทั้งนั้นแล้ว!
แม้ว่าตำแหน่งพระชายารองจะฟังดูดีแค่ไหน แต่ก็เป็นแค่อนุภรรยาของราชวงศ์เท่านั้น…
หยวนหลิงอินรู้สึกประหม่า แต่ไม่นางก็กล้าเปิดเผยความคิดของตนเองออกมาง่ายๆ หากคนอื่นล่วงรู้เข้าก็จะไม่ดี…
เซี่ยเฉียวมองไปยังหยวนหลิงอินแล้วยิ้ม “การแต่งงานของเจ้าค่อนข้างจะรีบร้อน…จะต้องเห็นผลลัพธ์ในเวลาสามเดือนนี้ล่ะ”
“สามเดือน?” หยวนหลิงอินยิ้มออกมาอย่างผิดหวังเล็กน้อย
นางเข้าใจแล้ว
ที่รีบร้อนเช่นนี้ จะต้องเป็นเพราะท่านพ่อของนางกลัวว่าจะต้องอับอายขายหน้า ดังนั้น…หลังจากที่ยกเลิกการแต่งงานไปแล้ว เขาจะต้องจัดการให้นางแต่งงานออกเรือนไปทันที และเมื่อรีบเร่งเช่นนี้…
ตัวเลือกสามีของนางคงจะไม่ได้ดีมากนักหรอก เขาจะต้องเป็นคนที่ตระกูลหยวนสามารถข่มได้ และไม่สามารถที่จะปฏิเสธหรือต่อต้านอะไรได้ต่อหน้าตระกูลหยวนด้วย
หยวนหลิงอินถอนหายใจ
เซี่ยเฉียวเห็นท่าทางครุ่นคิดของคนทั้งสองก็รู้สึกโล่งใจ
ถึงอย่างไรความคิดที่อยากจะตายของทั้งคู่ก็หายไปแล้วในที่สุด
ตอนที่ 652 รุ่งไปด้วยกัน
ทั้งสองคนจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยอยู่ในห้องนั้น หลังจากผ่านไปสักพักก็พากันเดินออกไป
วันนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นการเอาชีวิตรอดจากความตายจริงๆ หากใต้เท้าเซี่ยและใต้เท้าโจวมาช้ากว่านี้อีกก้าวเดียว พวกนางทั้งสองก็มีแต่ต้องตายจริงๆ เท่านั้นเพื่อให้มันจบๆ ไป
“ปรมาจารย์โม่…รอยแผลบนใบหน้าของพวกข้ามองไม่ออกจริงๆ หรือ” หยวนหลิงอินถามอย่างระแวดระวัง
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ฝีมือของข้าดีมากอยู่แล้ว”
ในตะกร้าไม้ไผ่ของนางมีของที่ใช้สำหรับแต่งหน้า
ตอนนี้ได้เอามาใช้ประโยชน์พอดี ไม่เพียงเท่านั้นภายในนั้นยังมีเข็มกับด้ายอีกด้วย แม้แต่เสื้อผ้าที่ขาดของทั้งสองก็เย็บเรียบร้อยแล้ว ขอแค่ไม่มองให้ดีๆ ก็จะไม่เห็นว่ามีปัญหาอะไร
พวกนางรู้สึกสบายใจขึ้นหน่อยเมื่อได้พูดคุยกับปรมาจารย์โม่ท่านนี้
“ยืดอกเชิดหน้า จะกลัวอะไร” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย “ประเดี๋ยวพอเข้าเมืองแล้วให้พวกเจ้าพยายามเดินสักรอบ มองตรงไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ อย่าได้ทำตัวเหมือนกวางที่ตื่นตกใจอย่างนั้น ใครเห็นเข้าเขาจะคิดอะไรไปมากมาย”
หากพาพวกนางส่งกลับจวนอย่างลับๆ ข้างนอกก็คงลือกันไปทั่ว
ทั้งสองพยักหน้าอย่างว่าง่าย
“ยังมีอีกอย่าง…” เซี่ยเฉียวมองหยวนหลิงอิน “ในเมื่อข้ารับปากมารดาของเจ้าไว้ว่าจะช่วยเจ้า ข้าก็ต้องสั่งสอนอะไรเจ้าหน่อย เจ้า…กลับไปแล้วก็ควรที่จะคิดให้ดีๆ ว่าตนเองไปล่วงเกินใครเข้า ในจวนมีใครที่รู้บ้างว่าเจ้าจะไปที่โรงทอผ้า จะต้องถามเรื่องพวกนี้ออกมาให้รู้ชัด”
หยวนหลิงอินได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
นางไม่เข้าใจจริงๆ ว่าตนเองทำผิดอะไรจึงได้ถูกคนทำร้ายเช่นนี้!
ทันใดนั้นเท้าของต่งอีอวิ๋นกลับหยุดชะงักไปอย่างกะทันหัน
“เป็นอะไรหรือ” หยวนหลิงอินถามนางอย่างเป็นห่วงเป็นใย
ต่งอีอวิ๋นลังเลเล็กน้อย นางคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย “ข้า…จู่ๆ ข้าก็นึกขึ้นมาได้ว่า พี่สาวข้าเป็นคนบอกพวกเรา…เรื่องที่โรงทอผ้าจะปล่อยผ้าต่วนชนิดใหม่ออกมา…”
“เจ้าคงไม่คิดว่าพี่สาวของเจ้าจะทำเรื่องนี้หรอกนะ?” หยวนหลิงอินถามด้วยเสียงกระซิบกระซาบ “แต่ทำไมเล่า ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าไปที่บ้านเจ้าพี่หญิงต่งก็ยังใจดีกับข้ามากนี่ อีกอย่าง เจ้า เจ้าก็เป็นน้องสาวแท้ๆ ของนางนะ หากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าและชื่อเสียงของเจ้าไม่ดี นางเองก็จะแย่เหมือนกัน…”
จะรุ่งหรือจะร่วงก็ต้องเกี่ยวพันตามกันไปด้วยนี่?
“แต่…พี่หญิงใหญ่ของข้าเคยบอกด้วยว่าผ้านั่นไม่เหมาะกับข้า เพราะมันโดดเด่นสะดุดตาเกินไป แต่เจ้า..จะเป็นชายารองขององค์ชายสี่ ดังนั้น…มันจึงเหมาะกับเจ้ามากกว่า…” คำพูดพวกนี้นางพูดขึ้นภายหลัง
เพียงแต่เวลานี้นางอดคิดมากไม่ได้จริงๆ
ส่วนหยวนหลิงอินที่ได้ยินกลับหน้าซีดไปทันที
ไม่มากเกินไปใช่ไหม
เพราะนาง…จะเป็นชายารองขององค์ชายสี่ ก็เลยต้องการจะกำจัดนางหรือ!
แต่องค์ชายสี่เป็นเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ ต่อไปเขาก็คงจะมีเพียงพระชายาเอกเพียงคนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว และถึงแม้จะไม่ใช่นางก็ยังมีคนอื่นอีกนี่?
“บางทีข้าอาจจะคิดมากไปเอง…ปล่อยให้ทางการตรวจสอบดูดีกว่า หลังจากที่พวกเรากลับบ้านไปแล้ว ท่านพ่อท่านแม่ก็คงจะออกหน้าทวงความยุติธรรมให้เรา คิดมากไปก็เปล่าประโยชน์” ต่ออีเวิ๋นพ่นลมหายใจพยายามปรับสภาพจิตใจที่ตื่นตระหนกของตนเองให้มั่นคง
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่นางหมดความเชื่อถือในตัวพี่หญิงใหญ่ของนางจริงๆ เมื่อเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้น นางจึงสงสัยพี่สาวของนางเป็นคนแรกอย่างช่วยไม่ได้!
เรื่องนี้ทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดและโศกเศร้า
พวกนางทั้งสองเป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกันนะ!
สีหน้าของทั้งสองหม่นเศร้า
พวกนางขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับด้วยกัน หลังจากเข้าเมืองแล้วทั้งสองก็ไม่ลืมทำตามคำพูดของปรมาจารย์โม่ พวกนางแวะร้านผงทาแก้มที่ดีที่สุดในเมืองหลวงเพื่อซื้อของมาสองอย่าง
ข่าวเรื่องที่หญิงสูงศักดิ์ในเมืองหลวงสองคนหายตัวลือกันไปไปตั้งนานแล้ว
เมื่อทั้งสองปรากฏตัวขึ้นเช่นนี้ก็พอจะรักษาชื่อเสียงเอาไว้ได้บ้าง อย่างไรก็ตามเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจริงๆ เด็กสาวสองคนนี้ก็คงจะตายไปนานแล้ว พวกนางจะมาเดินซื้อของอย่างอิสระเช่นนี้ได้อย่างไร