ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 649 ยังเป็นคนอยู่หรือไม่เนี่ย / ตอนที่ 650 ความหลงใหลที่ไม่มีใครเข้าใจ
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 649 ยังเป็นคนอยู่หรือไม่เนี่ย / ตอนที่ 650 ความหลงใหลที่ไม่มีใครเข้าใจ
ตอนที่ 649 ยังเป็นคนอยู่หรือไม่เนี่ย / ตอนที่ 650 ความหลงใหลที่ไม่มีใครเข้าใจ
ตอนที่ 649 ยังเป็นคนอยู่หรือไม่เนี่ย
ต่งอีอวิ๋นไม่รู้ว่าทำไมเวลานี้นางต้องมาพบเจอเรื่องร้ายๆ แบบนี้ด้วย
เดิมทีนางและหลิงอินก็ออกไปข้างนอกด้วยกันตามปกติ เพียงแต่วันนี้พวกนางได้ยินมาว่าที่โรงทอผ้าในเมืองนั้นมีผ้าแบบใหม่ออกมา ซึ่งผ้านั้นจะทอแสงสีเงินยวงใต้แสงจันทร์ พวกนางก็เลยอยากไปดูด้วยกันก่อน จะได้ถือโอกาสสั่งไว้แต่เนิ่นๆ สักชุด จากนั้นจึงค่อยไปสำนักศึกษาด้วยกัน…
แต่หลังจากที่พวกนางเข้าไปในโรงงานทอผ้านั้นแล้วก็พบว่ามีคนชั่วอยู่ที่นั่น พวกนางยังไม่ทันได้สติก็ถูกพวกเขาลักพาตัวออกไปทางประตูด้านหลังทันที
พวกนางมึนงงไร้สติมาตลอดทาง พอฟื้นขึ้นมาได้ไม่นานก็เกือบที่จะโดน…
“แม่นางหยวน” เซี่ยเฉียวมองคุณหนูใหญ่แห่งจวนหนานอันโหวแล้วเอ่ย “หากเจ้าจบชีวิตไปเช่นนี้ มารดาแท้ๆ ของเจ้าจะจากไปอย่างหมดห่วงได้อย่างไร”
“มารดาแท้ๆ” คุณหนูหยวนงุนงง
มารดาของนางป่วยตายไปตั้งหลายปีแล้ว
แม่ใหญ่ของนางใจดี แต่แม้ว่านางจะไม่เคยปฏิบัติแย่ๆ กับลูกสายรองที่เกิดจากอนุภรรยาอย่างพวกนาง แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำตัวใกล้ชิดสนิทสนม
เซี่ยเฉียวยังคงยืนอยู่ที่เดิม “เจ้าคิดว่าข้ามาช่วยเจ้าได้อย่างไรหรือ ก็เพราะวิญญาณมารดาของเจ้าเห็นว่าเจ้ากำลังลำบาก จึงได้มาขอร้องให้ข้าหาคนมาช่วยอย่างไรเล่า”
มิฉะนั้นแล้วกว่าจะตามหาตำแหน่งที่ห่างไกลเช่นนี้พบอย่างน้อยๆ ก็ต้องหากันจนมืดค่ำ
ถึงตอนนั้นแล้ว จะพูดอะไรก็คงสายไปหมดแล้ว
คุณหนูหยวนมองนางอย่างไม่อยากเชื่อ “จริงหรือท่านปรมาจารย์ ท่านแม่ของข้าเล่า นางอยู่ที่ไหน ข้าอยากพบนาง…ข้าคิดถึงนาง…”
นางพูดจบก็ร้องไห้ออกมาทันที
เซี่ยเฉียวถอนหายใจ “นางรีบร้อนจะช่วยเจ้า ตอนนี้วิญญาณจึงอ่อนแอไม่มั่นคง รอให้นางหล่อเลี้ยงวิญญาณไปสักระยะ แล้วข้าจะเป็นตัวกลางส่งสารระหว่างพวกเจ้าแม่ลูกให้เอง เจ้าอยากจะพูดอะไรก็ฝากบอกได้ทั้งนั้น”
ส่วนเรื่องอยากเห็นด้วยตาตัวเองนั้นอย่าเลยดีกว่า
แม่นางน้อยคนนี้ขี้ขลาด การใช้น้ำตาวัวช่วยนางให้เห็นมารดาอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีก็ได้
น้ำตาวัวของเซี่ยเฉียวแต่ไหนแต่ไรก็ไม่ได้เอามาใช้มั่วๆ อยู่แล้ว
ยิ่งกว่านั้นสำหรับบางคนมีร่างกายที่พลังหยินอ่อนแอ ผลที่ตามมาหลังจากการใช้จะยิ่งรุนแรง พวกเขาอาจจะเห็นวิญญาณได้นานกว่าซึ่งไม่เป็นผลดีต่อจิตใจ นางเชื่อว่ามารดาของหญิงสาวคงไม่ต้องการที่จะเห็นลูกสาวเป็นเช่นนั้นแน่
คุณหนูหยวนได้ยินเช่นนั้นก็มีท่าทางดีขึ้นมาก และไม่อยากตายแล้ว
หลังจากนั้นเซี่ยเฉียวก็หันไปมองต่งอีอวิ๋นที่อยู่ข้างๆ
ต่งอีอวิ๋นก้มหน้าลงเงียบๆ “เจ้า…ไม่อยากทำให้คนอื่นต้องอับอาย หากข้าตายไป ชื่อเสียงของพี่สาวข้าก็คงจะดีขึ้นบ้าง…”
พี่สาวของนางจะเป็นชายาเอกขององค์ชายสี่
อันที่จริงนางก็ไม่นึกเลยว่าพี่สาวของนางจะเป็นชายาเอก และคนเพื่อนสนิทของนางจะแต่งงานด้วยก็เป็นคนคนเดียวกันนั่นเอง
อย่างไรก็ตามหลิงอินมีนิสัยเรียบร้อยว่าง่าย พี่สาวของนางก็เคยพบเจอมาก่อนแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างพวกนางทั้งสองก็ไม่เลว หลังจากที่พี่สาวของนางไม่ได้ถือสาอะไร นางจึงได้ทำตัวสนิมสนมกับหลิงอินต่อไป
“ชื่อเสียงสำคัญกว่าชีวิตคนตรงไหน เจ้าตายไปแล้ว จะให้พี่สาวของเจ้าเหยียบกระดูกเจ้าไปแต่งงานหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา
ต่งอีอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่ง “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าพี่สาวของข้าจะ…แต่งงาน”
“ทำนายได้น่ะ” เซี่ยเฉียวตอบหน้าด้านๆ
เห็นได้ชัดว่าต่งซีอวิ๋นผู้นั้นไม่ได้รักใคร่เอ็นดูน้องสาวคนนี้เลย หากแม่นางน้อยคนนี้ยอมตายเพื่อคนเช่นนั้นจริงๆ ก็ไม่สมควรอย่างยิ่ง
“คนที่เข้ามาเมื่อครู่นี้ทำให้พวกเจ้าตกใจหรือเปล่า” เซี่ยเฉียวครุ่นคิดแล้วก็รู้สึกว่าสาเหตุที่คุณหนูรองตระกูลต่งผู้นี้อยากตายไม่แน่อาจจะเป็นเพราะพี่ชายของนางด้วยเช่นกัน จากนั้นนางจึงตะโกนออกไปเพื่อเรียกเขาทันที “ใต้เท้าเซี่ย เจ้าเข้ามาหน่อย”
ต่งอีอวิ๋นไม่รู้จะวางมือไม้ไว้ตรงไหน ใบหน้าก็แดงก่ำทันที
เซี่ยผิงกั่งเข้ามาอย่างว่าง่าย “ปรมาจารย์โม่ ท่านจะให้ข้าทำอะไรหรือ”
“ใต้เท้าเซี่ยคิดว่า การที่พวกนางอยากตายนั้นถูกต้องแล้วหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นก็นิ่วหน้าทันที เขาจ้องไปที่แม่นางทั้งสอง “ข้าก็ว่าทำไมพวกเจ้าสองคนมัวโอ้เอ้อะไรอยู่ในนี้ตั้งนานสองนาน ไม่อยากอยู่แล้ว? ข้าลำบากเปลืองแรงตั้งขนาดนี้ รีบเดินทางมาตั้งไกล เหนื่อยแทบเป็นแทบตายกว่าจะหาพวกเจ้าพบ แต่พวกเจ้ากลับอยากจะตาย? พวกเจ้ายังเป็นคนอยู่หรือไม่เนี่ย”
ตอนที่ 650 ความหลงใหลที่ไม่มีใครเข้าใจ
เซี่ยผิงกั่งไม่พอใจอย่างยิ่ง
นังหนูสองคนนี่โง่ไปหน่อยหรือเปล่า
ถึงอย่างไรพวกนางก็ต้องกล่าวขอบคุณเสียหน่อยแล้วค่อยตายสิ นั่นก็ไม่ถูก หากพวกนางคิดจะตายก็กลับไปตายที่บ้านสิ จะมาตายในมือเขาเพื่ออะไร!
คุณหนูหยวนตกใจจนไม่กล้าหายใจ ส่วนต่งอีอวิ๋นกลับละอายใจจนต้องก้มหน้างุด
ใต้เท้าเซี่ยช่วยนางเอาไว้สองครั้งแล้ว
“อายุยังน้อยกลับคิดอะไรได้มากมาย ใช้ชีวิตอยู่ดีๆ ไม่ดีกว่าหรือ พวกเจ้าก็ยังไม่ทิ้งทายาทเอาไว้ให้พ่อแม่ระลึกถึงเลยนะ ละอายใจหรือไม่เนี่ย!” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงเยาะ
น้องสาวของเขาก็เป็นคนอายุสั้น แต่นางก็ยังยืนหยัดที่จะมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้?
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ใต้เท้าเซี่ย เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เกี่ยวพันถึงชื่อเสียงของแม่นางทั้งสอง หากมีคนมาถามพวกเจ้าว่าแม่นางทั้งสองเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ทราบว่าพวกเจ้าจะตอบว่าอย่างไร”
“จะให้ตอบอะไรได้อีก พวกนางก็ยังอยู่ดีไม่ใช่หรือ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอย่างเป็นเหตุเป็นผล
ก็แค่ถูกตบไปสองที ทั้งยังไม่ได้รุนแรงด้วย ก็ยังไม่ตายนะ?
ความบริสุทธิ์ของพวกนางก็ยังอยู่ ตอนที่เขาถีบประตูเข้ามา แม้ว่าเจ้าสารเลวนั่นจะถอดกางเกงออกมาจนเปล่าเปลือยแล้ว แต่มันก็เป็นแค่เนื้อก้อนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย
“หากมีคนมาถามพวกเจ้าว่า แม่นางทั้งสองคนนี้โดนแล้วหรือ…”
“เป็นไปไม่ได้ ข้าเป็นคนช่วยพวกนางไว้เองกับมือ หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” เซี่ยผิงกั่งตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง เวลานี้เขาเองก็เข้าใจเจตนาของปรมาจารย์แล้ว จึงได้หันไปพูดกับคนทั้งสอง “พวกเจ้าวางใจได้ คนที่ติดตามมาที่นี้ล้วนแต่ปิดปากสนิทอยู่แล้ว เรื่องที่พวกเจ้าเห็นอะไรนั่นไม่มีทางแพร่งพรายออกไป หากมีคนถาม ข้าจะให้ทุกคนอธิบายแทนพวกเจ้าเอง”
ก็แค่บอกว่าทั้งสองคนโชคดีได้รับการช่วยเหลือโดยไม่มีอะไรเสียหาย
เดิมทีก็เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว!
“ใต้เท้าเซี่ย” จู่ๆ ต่งอีอวิ๋นก็ร้องเรียกออกมา
เซี่ยผิงกั่งยืนอยู่ที่เดิม “มีอะไรหรือ”
ต่งอีอวิ๋นเงิยหน้าขึ้นมองเขา นางกลับรู้สึกสงบปลอดภัยอย่างยิ่ง “ขอบคุณท่านมาก นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว…ที่ท่านช่วยข้าเอาไว้”
เซี่ยเฉียวเห็นว่านัยน์ตาของแม่นางคนนี้เป็นประกาย
“เช่นนั้นแล้วพอกลับไปถึงบ้านเจ้าก็ให้ท่านพ่อของเจ้าส่งของขวัญมาให้ข้า เป็นสองชิ้นก็แล้วกัน ไม่ต้องเก็บไปใส่ใจหรอก” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยด้วยสีหน้านิ่ง
“…” เซี่ยเฉียวเงียบไปครู่หนึ่ง
“อืม สองชิ้น ข้าจะจำไว้” ต่งอีอวิ๋นรีบพยักหน้า “เพียงแต่…ใต้เท้าเซี่ย….ท่านถือสาที่จะแต่งงานกับคนอย่างข้าที่เกือบจะถูกคนรังแก และมีชื่อเสียงด่างพร้อยไปแล้วเช่นนี้หรือไม่”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เซี่ยเฉียวก็พอจะฟังออกแล้วว่านางกำลังบอกใบ้ถึงอะไร
และนางเองก็รู้สึกชื่นชมแม่นางน้อยคนนี้ด้วย
“ไม่ถือสา” เซี่ยผิงกั่งพูดความจริง
ต่งอีอวิ๋นรู้สึกว่าหัวใจนางแทบจะหยุดเต้นแล้ว และอดยิ้มทั้งน้ำตาออกมาไม่ได้
เขาไม่ถือสา
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่า แม่นางผู้นี้น่าจะเข้าใจความหมายในคำพูดของพี่ชายนางผิดไปแล้ว
นางจึงได้ถอนหายใจออกมา
ที่กลัวที่สุดคือหลงใหลแต่ไม่มีใครเข้าใจ…
ไม่ต้องพูดถึงว่าเดิมทีเซี่ยผิงกั่งก็เป็นคนตรงไปตรงมาอยู่แล้ว เขาไม่รู้วิธีทำให้ผู้หญิงมีความสุข ดวงชะตาคู่ครองของเขาก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ ต่อให้เขาอยากที่จะแต่งงาน…
ก็เกรงว่าจะไม่เป็นผลดีกับอีกฝ่าย
ดวงชะตาที่พิฆาตคนในครอบครัวของนางนี้เป็นมานานหลายปี นางและอาจารย์ของนางต้องวาดยันต์ที่ร้ายกาจออกมาตั้งมากมายเท่าไรจึงจะสามารถกดข่มเอาไว้ได้
แต่ดวงชะตาที่โดดเดี่ยวเดียวดายของเซี่ยผิงกั่งก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เว้นแต่เขาจะได้พบกับคนที่มีแปดอักษรเข้ากันได้ดีและใช้พิษสู้กับพิษได้ หากเขาแต่งงานกับหญิงสาวทั่วไป แม้อีกฝ่ายจะไม่ตายก็ต้องเจ็บ
เซี่ยเฉียวลังเลมากว่าตนเองควรจะสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องนี้หรือไม่ แล้วให้เซี่ยผิงกั่งอธิบายออกไปให้ชัดเจนดีหรือไม่
แต่นางก็กลัวว่าแม่นางต่งผู้นี้จะรับไม่ได้ แล้วจะอยากตายขึ้นมาอีก
คิดไปคิดมานางก็ยังรู้สึกว่าตนเองหุบปากไว้น่าจะดีเสียกว่า
เวลานี้ไม่เหมาะที่จะซ้ำเติมหญิงสาวผู้นี้อีกจริง
นางจึงเอ่ยเตือนขึ้นมาว่า “ใต้เท้าเซี่ยเป็นคนใจกว้าง ไม่ว่าเขาจะชอบหรือไม่ชอบผู้หญิงคนไหน แต่ก็จะไม่ดูถูกด้วยการตัดสินอะไรอย่างผิวเผิน ผู้ชายที่เหมือนกับเขาบนโลกใบนี้ยังมีอีกมาก แม่นางต่งดูแลตัวเองให้ดี ต่อไปก็จะต้องโชคดีแน่ๆ”
เซี่ยเฉียวพูดจบแล้วก็เหลือบไปมองโหงวเฮ้งของแม่นางต่งคนนี้อย่างละเอียดอีกที