ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 635 ฟ้ากับเหว / ตอนที่ 636 เชิดหน้าชูตา
ตอนที่ 635 ฟ้ากับเหว / ตอนที่ 636 เชิดหน้าชูตา
ตอนที่ 635 ฟ้ากับเหว
ต่งซีอวิ๋นพูดจบก็หันไปยิ้มอย่างอ่อนโยนให้น้องสาว
ก่อนหน้านี้นางคิดไม่ได้หรืออย่างไร จึงได้คิดที่จะเปรียบเทียบแข่งขันกับน้องสาวที่โง่เขลาของนางคนนี้
เดิมทีก็ต่างกันราวฟ้ากับเหวอยู่แล้ว ต่อไปนางจะได้พระชายาขององค์ชายอันสูงส่ง กระทั่งอาจได้กลายเป็นฮองเฮาด้วยซ้ำ แต่น้องสาวโง่ๆ คนนี้เล่า
นางจะถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้เท้าของตนเสมอ
เมื่อต่งอีอวิ๋นได้ยินคำพูดของพี่สาวนาง ใบหน้าของนางก็ตื่นตระหนก “พี่หญิงใหญ่ไม่ได้นะ ข้ายังไม่พร้อม…”
ก่อนหน้านี้เคยมี
แต่ตอนนี้…เกรงว่าพี่ใหญ่เซี่ยคงจะจำนางไม่ได้
อีกอย่าง ตอนนี้พี่หญิงใหญ่กำลังจะแต่งเข้าวัง รัชทายาทและองค์ชายสี่ก็ไม่ลงรอยกัน หากนางมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเซี่ยแล้ว ต่อไปพวกนางสองพี่น้องยังมองหน้ากันได้หรือ
ช่างมันไปเถอะ
ในใจของนางยังรู้สึกผิดหวังอยู่มาก แต่ตอนนี้นางกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อจัดการกับอารมณ์ของตนเอง ตอนนี้นางยังอายุไม่มาก ดังนั้นนางจึงรอได้…
ค่อยว่ากันทีหลัง!
ทว่ายิ่งต่งอีอวิ๋นไม่ต้องการมากเท่าไร ต่งซีอวิ๋นก็ยิ่งสนใจมันมากขึ้นเท่านั้น
เวลานี้นางไม่ได้พูดอะไรมาก แต่หลังจากนั้นนางก็ไปหาบิดาทันที
นางเล่าเรื่องที่ต่งอีอวิ๋นหลงรักเซี่ยผิงกั่งให้บิดาฟังจนหมดสิ้น!
พอบิดาของนางรีบร้อนไปหาต่งอีอวิ๋น หญิงสาวก็ถึงกับมึนงงไปหมด “ท่านพ่อ ข้า ข้าไม่ได้ลักลอบนัดพบกับเขานะ…”
เมื่อแม่เลี้ยงของตระกูลต่งเห็นดังนั้น นางก็รีบเอ่ยขึ้นทันที “มีอะไรก็พูดกับนางดีๆ ไม่ได้หรือ ปกติอีเอ๋อร์ก็เป็นเด็กว่าง่ายดีนี่ ออกไปข้างนอกทีไรก็ต้องมีสาวใช้หรือไม่ก็ท่านป้าไปเป็นเพื่อน นางจะทำเรื่องแบบนั้นได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้นกันแน่!”
“ยังมีหน้ามาพูดว่าไม่เคยอีก พี่หญิงของเจ้าบอกข้าแล้วว่า พวกเจ้าส่งสายตาแสดงความรักให้กันในงานเลี้ยงที่บ้านตระกูลโจวก่อนหน้านี้!” บิดาของนางเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
เมื่อต่งอีอวิ๋นได้ยินเช่นนั้น นางก็ทั้งโกรธและอาย “ท่านพ่อ ข้าคิดว่าใต้เท้าเซี่ยเป็นคนดีคนหนึ่ง! ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าออกไปข้างนอกก็เกือบจะโดนลักพาตัวไปแล้ว โชคดีที่ได้เขาช่วยไว้ข้าเลยไม่เป็นอะไร แต่ข้าไม่เคยล้ำเส้นเลยแม้แต่น้อย ใต้เท้าเซี่ยผู้นั้นก็จำข้าไม่ได้เลยด้วยซ้ำ! พี่หญิงไม่รู้อะไรทั้งนั้น นางพูดจาเหลวไหล!”
ผู้เป็นบิดาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ลูกสาวคนรองของเขาแม้จะสดใสมีชีวิตชีวาไปหน่อย แต่นางก็ไม่น่าที่จะทำตัวเหลวไหลไร้สาระเช่นนั้น
“อีเอ๋อร์รู้สึกว่าคุณชายใหญ่เซี่ยผู้นั้นเป็นคนดี?”แม่เลี้ยงของนางเอ่ยถาม
“ทำไมหรือ เจ้ายังจะเตรียมให้ลูกสาวหมั้นหมายกับคนป่าเถื่อนที่ฆ่าคนโดยไม่กระพริบตาผู้นั้น? ผู้ชายคนนั้นเคยรังแกซีเอ๋อร์ก่อนหน้านี้นะ!” ผู้เป็นบิดาเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“ท่านพี่ ตอนนี้ตระกูลเซี่ยกำลังรุ่งโรจน์ ปีนี้ในเมืองหลวงนี่มีคนพูดถึงเรื่องใต้เท้าเซี่ยผู้น้อยคนนั้นมากมายเท่าไรแล้ว มีเรื่องใดบ้างที่เป็นเรื่องไม่ดี ก็พอจะเห็นได้ว่าคนผู้นี้ก็น่าจะไม่เลวเลย ข้าคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จะต้องมีความเข้าใจผิดอะไรบางอย่างเป็นแน่” แม่เลี้ยงรีบเอ่ยขึ้นทันที
นางจะเชื่อใครระหว่างลูกติดของนางสองคน นางย่อมเชื่อคนที่นางเลี้ยงดูมาเองกับมือคนนี้
นังหนูรองจิตใจสะอาดบริสุทธิ์ ส่วนนังหนูใหญ่…
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เรื่องทำให้เพื่อนรักของตนเองต้องกลายเป็นอนุภรรยาของพ่อ แค่ดูก็รู้แล้ว่าจิตใจของนางคิดเคี้ยวบิดเบี้ยว!
บิดาตระกูลต่งนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เรื่องที่ตระกูลเซี่ยกำลังรุ่งโรจน์นี้เป็นเรื่องจริงแน่แท้
“ในเมื่ออีเอ๋อร์รู้สึกว่าเขาเป็นคนดี ไม่สู้เราหาคนไปลองถามไถ่ดูดีหรือไม่ แม้ว่าเด็กตระกูลเซี่ยนั่นจะอายุมากไปหน่อย แต่ก็ได้ยินว่ายังไม่มีคนข้างกาย หากเรื่องนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ก็น่าจะเป็นการแต่งงานที่ไม่เลวเลย” แม่เลี้ยงเอ่ยขึ้นอีก
ต่งอีอวิ๋นลังเลเล็กน้อย “ท่านแม่ แต่พี่หญิงใหญ่กับองค์ชายสี่ ข้าไม่อาจ…”
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก” แม่เลี้ยงตบหลังมือลูกสาว
เดิมทีตระกูลต่งของพวกเขาก็ถูกตระกูลเมิ่งบังคับลากไปลงเรือลำเดียวกัน
หากลูกสาวคนที่สองของเขาแต่งงานกับตระกูลเซี่ยก็นับเป็นการแสดงท่าทีต่อฮ่องเต้เช่นกัน
การเลือกข้างมีอะไรดี ตอนนี้ฮ่องเต้ก็ยังทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงดีอยู่ รัชทายาทก็ไม่มีท่าทีว่าจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง ลูกสาวของเขาจะแต่งงานก็ยังต้องมาคอยหวาดกลัวหัวหดไม่กล้าถามไถ่ด้วย?
บิดาตระกูลต่งครุ่นคิดอย่างจริงจัง การเหยียบเรือสองแคมนั้นไม่ดี
แต่เซี่ยผิงกั่งนั่นก็มีบุญคุณที่ช่วยชีวิตนังหนูรองไว้ หากเรื่องนี้สำเร็จขึ้นมาจริงๆ เขาก็สามารถใช้คำพูดเหล่านี้เพื่อหยุดปากคนภายนอกได้
ต่อไปไม่ว่าใครจะขึ้นครองราชย์ ตระกูลต่งก็ล้วนมีทางออก
ตอนที่ 636 เชิดหน้าชูตา
เมื่อบิดาตระกูลต่งคิดได้เช่นนั้นก็รู้สึกว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นไปได้ เขาจึงได้ตอบตกลง
เพียงแต่ตอนนี้คนที่ไปสอบถามไม่ได้มีแค่ตระกูลต่งเท่านั้น
มีครอบครัวขุนนางขันทีไม่น้อยในเมืองหลวงที่ต่างก็ต้องการสืบความต้องการของเซี่ยผิงกั่ง
เดิมทีเซี่ยผิงกั่งก็รำคาญเรื่องพวกนี้มากอยู่แล้ว เขาสั่งให้พ่อบ้านกันคนพวกนั้นไว้และให้พวกเขาทั้งหมดกลับไปทันที
คนที่ตระกูลต่งส่งมานั้นแม้แต่ประตูก็ยังไม่ได้เข้าไป
ต่งอีอวิ๋นย่อมไม่ได้รับข่าวดี นางจึงเหลือแต่ความผิดหวัง
การแต่งงานของเซี่ยเฉียวก็ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ได้รับราชโองการแค่แผ่นเดียว
สามหนังสือหกพิธีการจะขาดไปแม้แต่อย่างเดียวไม่ได้ กระทั่งว่ารัชทายาทยังต้องเลือกฤกษ์งามยามดีมาเยี่ยมเยือนพ่อตาอีกด้วย แน่นอนว่าการเยี่ยมเยือนครั้งนี้ไม่ได้เหมือนกับการที่ลูกเขยมาพบพ่อตาของชาวบ้านทั่วไป เซี่ยหนิวซานไม่สามารถที่จะทำตัวเย่อหยิ่งอบรมสั่งสอนรัชทายาทได้
วันถัดมาหลังจากที่มีราชโองการก็มีนางกำนัลจากในวังจำนวนหนึ่งมาที่บ้าน
หลักๆ ก็คือมาเพื่อสอนกฎระเบียบต่างๆ ภายในวัง และตำแหน่งชื่อเรียกต่างๆ ของฝ่ายหญิงซึ่งซับซ้อนมาก
อย่างไรก็ตามเซี่ยเฉียวก็เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วจึงทำให้พวกนางรู้สึกเบาใจได้
เซี่ยเฉียวยังคงไปเรียนหนังสือในสำนักศึกษา แต่ละวันนางจะให้นางกำนัลอธิบายเรื่องต่างๆ ภายในเวลาครึ่งชั่วยามเท่านั้น
ตอนแรกพวกนางก็ไม่พอใจ แต่ก็จนปัญญาเพราะเซี่ยเฉียวเรียนรู้เรื่องต่างๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่มีแรงกดดันอะไรทั้งสิ้น พวกนางจึงไม่กล้าที่จะมีปัญหากับว่าที่พระชายารัชทายาทและทำตามแต่โดยดี
บรรยากาศในเรือนคงกู่ที่เซี่ยเฉียวเล่าเรียนอยู่ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
พระชายารัชทายาทผู้สง่างามมาจากเรือนคงกู่ไม่ได้มาจากเรือนหมู่ตัน ข่าวนี้ทำให้ทุกคนตื่นเต้นฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่ว่าจะเป็นความกระตือรือร้นในการเรียนรู้อย่างที่จะหาไม่ได้อีกแล้วและรอยยิ้มของอาจารย์หลี่ว์ที่ไม่สามารถหยุดได้!
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าด้วยความเข้มข้นของการเรียนในระดับนี้ พอถึงการสอบของสำนักศึกษาในเดือนหก เรือนคงกู่ก็น่าจะสามารถเอาชนะเรือนหมู่ตันได้จริงๆ!
นางเกรงว่าตนเองจะไม่สามารถเรียนอยู่ที่สำนักศึกษานี้ได้นานเท่าไรแล้ว แต่นางหวังว่าจะเห็นฉินหลิวและพวกฟังมู่เสวี่ยได้เชิดหน้าชูตาก่อนที่นางจะจากไป!
ส่วนหนังสือตำราต่างๆ ในสำนักศึกษานี้…
เมื่อนางได้เป็นพระชายารัชทายาทแล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าต่อไปจะไม่ได้เห็นมันอีก!
จ้าวเสวียนจิ่งถึงขนาดมีที่พักของตนเองเป็นพิเศษในสำนักศึกษานี้ ดังนั้นนางจึงสามารถย้ายมาอยู่ด้วยกันกับเขาได้อยู่แล้ว!
นางยังสามารถเพลิดเพลินกับพลังหยางของที่นี่ได้อย่างเปิดเผย!
แต่สิ่งเดียวที่ทำให้นางไม่พอใจก็คือ…
ราชโองการก็มีลงมาแล้ว จ้าวเสวียนจิ่งกลับไม่รู้หายไปไหน!
เขาตกลงกับโม่ชูเซิงไว้ดิบดีไม่ใช่หรือว่า เขาจะมาถามความเห็นนางก่อนที่จะขอให้ฮ่องเต้พระราชทานสมรส!
ไม่เห็นจะมาถามนางเลย!
จ้าวเสวียนจิ่งไม่มา เซี่ยเฉียวก็ไม่ได้ไปหาเขา วันเวลาที่มีความสุขเหล่านี้คงจะอยู่ได้ไม่นานแล้ว นางย่อมจะต้องดื่มด่ำกับมันมากที่สุด หลังจากที่เซี่ยเฉียวเปลี่ยนชุดเป็นโม่ชูเซิงแล้ว นางก็เดินไปมาตามถนนใหญ่ในเมืองหลวง ไม่แน่นางอาจจะได้พบ ‘คนที่มีวาสนา’ สักสองสามคนก็ได้
มีวิญญาณอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้เป็นพวกที่ร้ายกาจอะไร
เมื่อเซี่ยเฉียวพบพวกเขาก็แนะนำให้ไปต่อแถวที่หอส่องชะตา
“พี่ชายท่านนี้ ระวังธรณีประตูที่เท้าท่านด้วย!”
“พี่ชายจะขนของเหรอ ให้ข้าช่วยไหม! โอ้ นี่มันไม่เบาเลยนะ! มาๆ ข้าช่วย!”
เซี่ยเฉียวนั่งอยู่ริมถนนขณะที่นางเห็นร่างผอมบางวิ่งวุ่นไปทั่ว
เมื่อเขาเห็นคนต้องการความช่วยเหลือก็วิ่งเข้าไปช่วย ส่วนใหญ่ก็ได้แต่ขอบคุณ บางครั้งหากเจอคนที่มีน้ำใจหน่อยก็ได้รางวัลเป็นเหรียญทองแดงไม่กี่เหรียญ
คนที่ลำบากเหมือนเขามีมากมาย แต่คนนี้กลับไม่ค่อยเหมือน โหงวเฮ้งของเขาผิดปกติ
เซี่ยเฉียวสงสัยว่าคนๆ นี้ปลอมตัวเหมือนนาง และแม้ว่าเสียงของเขาจะถูกกดเบาลงอย่างจงใจ แต่นางก็ยังสามารถได้ยินน้ำเสียงแหลมๆ แบบของผู้หญิงได้เล็กน้อย
นางเป็นผู้หญิงที่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย
เซี่ยเฉียวสังเกตอย่างละเอียดลออ
เนื้อตัวของนางมอมแมมเต็มไปด้วยฝุ่น รองเท้าก็พัง แต่ดวงตาของนางกลับมีพลังมาก แตกต่างจากคนมากมายที่เซี่ยเฉียวเคยเห็นมาก่อน นางจึงเริ่มให้ความสนใจในทันที
Yuki03
ใครอี๊กกกกกก