ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 623 สะใภ้ราชวงศ์ / ตอนที่ 624 ตัดเขาเลย
ตอนที่ 623 สะใภ้ราชวงศ์ / ตอนที่ 624 ตัดเขาเลย
ตอนที่ 623 สะใภ้ราชวงศ์
ต้องบอกว่าตอนนี้องค์ชายสี่ก็อายุยังน้อย ปีนี้เขามีอายุเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น ซึ่งยังอ่อนกว่าต่งซีอวิ๋นสองสามเดือนเสียอีก ว่ากันตามหลักแล้วการแต่งงงานนี้ก็ควรจะต้องเลื่อนออกไปอีก
แต่คนขององค์ชายสี่ไม่ค่อยพอใจนัก
พวกเขาต่างก็คาดหวังให้องค์ชายสี่มีลูกให้เร็วหน่อย ต่อไปหากฮ่องเต้มีหลานแล้ว ไม่แน่ความรักใคร่เอ็นดูก็อาจจะลำเอียงมาทางนี้ได้บ้าง
ในท้องพระโรงพวกเขาจึงเอาแต่เร่งให้มีการแต่งงาน ฮ่องเต้ก็ทรงรำคาญใจอย่างยิ่งจนต้องยอมตกลง
ทรงอนุญาตก็จริง แต่พระองค์กลับไม่ได้สนใจตระกูลต่งเลย
หลังจากกำหนดเรื่องการแต่งงานเสร็จสิ้น บิดาของต่งซีอวิ๋นก็ถูกฮ่องเต้ตำหนิตั้งหลายครั้งแล้ว
เซียวอวี้หรงรู้เรื่องในราชสำนักไม่น้อยเลย เวลานี้เขาเล่าให้เซี่ยเฉียวฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วนโดยไม่มีปิดบัง
“ฮ่องเต้ไม่คิดที่จะพระราชทานสมรสให้ก็เพราะไม่อยากให้องค์ชายสี่โดดเด่นกว่ารัชทายาท องค์ชายสอง องค์ชายสามที่แต่งไปก่อนแล้วล้วนมีจุดจบไม่ค่อยดี ต่อให้แต่งงานใหม่ แต่ก็เป็นแค่งานแต่งลวกๆ ที่ไม่มีใครสนใจ” เซียวอวี้หรงไม่รู้ว่าเขาควรจะเห็นอกเห็นใจองค์ชายคนอื่นหรือควรจะดีใจแทนรัชทายาทดี
รัชทายาทเป็นที่โปรดปรานย่อมเป็นเรื่องดีสำหรับบ้านเมือง ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าการที่พ่อลูกต่างก็ระแวดระวังกัน ไม่ลงรอยกันกว่ามาก
“ตระกูลต่งก็ไม่ได้ถือว่าเป็นตระกูลขุนนางใหญ่นี่ ทำไมถึงได้ถูกพรรคพวกขององค์ชายสี่เลือกมาได้” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“ถึงแม้ตระกูลต่งจะไม่เป็นที่โปรดปราน แต่แม่นางต่งผู้นี้ก็มีชื่อเสียงที่ดีต่อคนภายนอก นอกจากนี้หลายคนในราชสำนักก็ยังรู้ด้วยว่า หากเลือกคนที่มีภูมิหลังครอบครัวดีเกินไปให้กับองค์ชายสี่ ฮ่องเต้ก็ไม่มีทางที่จะเห็นด้วย” เซียวอวี้หรงอธิบาย
ฮ่องเต้ในอดีตมักใช้วิธีการรักษาสมดุลในหมู่องค์ชาย
หากไม่ใช้ลมตะวันออกกดลมตะวันตกไว้ ก็ใช้ลมตะวันตกกดลมตะวันออก เอาเป็นว่าฮ่องเต้โดยทั่วไปมักจะไม่แสดงออกว่าโปรดปรานฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมากเป็นพิเศษ
แต่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั้นแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
วันที่แต่งตั้งรัชทายาทพระองค์เคยตรัสไว้ทำนองว่า บัลลังก์ของข้ามีแต่ลูกชายคนโตเท่านั้นที่จะสืบทอดได้
ช่วงปีแรกๆ ฮ่องเต้ก็มักจะพึมพำต่อหน้ารัชทายาทว่า “ลูกเอ๋ย แผ่นดินอันยิ่งใหญ่นี้เป็นของเจ้าทั้งนั้น…
ว่ากันว่าคำพูดที่ฮ่องเต้แสดงความโปรดปรานต่อรัชทายาทแพร่กระจายออกไประลอกแล้วระลอกเล่า และคำพูดทั้งหมดนั้นก็ถูกจดบันทึกไว้เป็นเล่ม!
เซียวอวี้หรงพูดเช่นนี้ เซี่ยเฉียวก็เข้าใจความคิดของต่งซีอวิ๋นได้ทันที
โม่ชูเซิงเป็นนางปีศาจเฒ่า…
ทั้งสองเป็น ‘สะใภ้ราชวงศ์’ เหมือนกัน คนหนึ่งมีชื่อเสียงภายนอก อีกคนโอ้อวดหลอกลวง หากนางทั้งสองยืนอยู่ด้วยกัน คนที่โอ้อวดและหลอกลวงจะต้องอับอายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วคนที่จะเสียหน้าก็คือรัชทายาทนั่นเอง
น่าหงุดหงิดเหลือเกิน
เป็นจ้าวเสวียนจิ่งไม่ง่ายเลย
อย่างไรก็ตาม เซี่ยเฉียวไม่รู้เลยว่าจ้าวเสวียนจิ่งที่ไม่ง่ายเลยผู้นั้นกำลังลงโทษผู้คนในวังอยู่
หลังจากที่โอ้เอ้อยู่สองวันจ้าวเสวียนจิ่งก็เรียกตัวจ้าวซวีจือเข้ามาในวังโดยอาศัยความโปรดปรานของฮ่องเต้
เรื่องบางเรื่องเขาก็ไม่จำเป็นต้องพูดเอง
แต่เขาเรียกคนอื่นมาแทน ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เคยเดินทางไปอำเภอสวินกับจ้าวซวีจือก่อนหน้านี้ก็มารวมตัวกันหมดแล้ว พวกเขาคุกเข่าอย่างเรียบร้อยอยู่หน้าห้องทรงพระอักษร เบื้องหลังถัดไปก็เป็นขุนนางใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง
“พวกเจ้าอยู่ด้วยกันกับจ้าวซวีจือตลอดเวลา อะไรที่เขาได้ยินได้เห็นพวกเจ้ารู้เห็นเหมือนกันหมด ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็พูดมาให้หมดว่า ตอนที่จ้าวซวีจือเดินทางไปอำเภอสวินเขาทำอะไรบ้าง แอบทำอะไรไม่เหมาะสมหรือไม่ ” ดวงตาของจ้าวเสวียนจิ่งราวกับคบไฟ เขากวาดตามองทุกคนและเอ่ยขึ้นเป็นจังหวะไม่ช้าไม่เร็ว
จ้าวซวีจือกำหมัดแน่น
ขณะนั้นคนที่อยู่ด้านหลังก็เอ่ยออกมา “ทูลฝ่าบาท พวกกระหม่อมติดตามคุณชายใหญ่ไปตลอดการเดินทางจริงๆ ระหว่างทางไปอำเภอสวินคุณชายใหญ่ก็ตั้งใจจะรีบเดินทาง บอกว่าจะต้องไปให้ถึงที่นั่นก่อนที่รัชทายาทจะไปสืบคดีที่อำเภอสวิน!”
คนที่พูดขึ้นมาเป็นคนสนิทของจ้าวซวีจือซึ่งเคยถูกงูกัดก่อนหน้านี้
ทันทีที่เขาพูดแบบนี้ จ้าวซวีจือก็หันไปจ้องหน้าเขาทันที “เจ้ากล้าใส่ความข้า!?”
ตอนที่ 624 ตัดเขาเลย
สาวใช้ผู้นั้นก้มหน้าก้มตา นางกัดฟันพูดออกมา “คุณชายใหญ่จาบจ้วงรัชทายาทมาตลอดทาง เขาพูดว่า…ฝ่าบาทเป็นคนพิการ ยังพูดอีกว่า…”
“ยังพูดอีกว่ารัชทายาทไร้ความสามารถ เป็นรัชทายาทมานานหลายปีเช่นนี้ในราชสำนักก็ยังไม่มีใครอยู่ข้างเดียวกับพระองค์สักคน ไม่ช้าก็เร็วจะต้องถูกปลด!”
สีหน้าฮ่องเต้ดำทะมึนไปแล้ว
“คุณชายใหญ่ให้พวกกระหม่อมคอยแอบติดตามรัชทายาท เพียงแต่…กระหม่อมรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมแต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง แล้วเขาก็ให้ความสนใจกับปรมาจารย์โม่ ปรมาจารย์โม่กับรัชทายาทมักจะหารือกันเรื่องคดี ต่อมา…คุณชายใหญ่ก็บอกว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กัน แต่กระหม่อม…ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเกินเลยตรงไหนพ่ะย่ะค่ะ” ผู้คุ้มครองอีกคนเอ่ยขึ้น
เขาพูดความจริง!
รัชทายาทสุภาพอ่อนโยนกับปรมาจารย์โม่มาก ไม่เหมือนกับคนอื่น แต่กิริยาท่าทางไม่มีอะไรผิดธรรมเนียมเลย!
หลังจากนั้นแต่ละคนก็เริ่มแก้ตัว
จ้าวซวีจือหน้าซีดเผือด
เพราะพวกเขาไม่เพียงแต่พูดว่ารัชทายาทและปรมาจารย์โม่ไม่มีอะไรกัน กระทั่งพูดว่าเขาไม่เคารพต่อรัชทายาท!
พวกคนทรยศ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ได้!
จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้อยู่เฉยในช่วงสองวันที่ผ่านมา
อาศัยฐานะของเขา เขาสามารถที่จะทำให้จ้าวซวีจือเจ็บปวดจนพูดไม่ออกไปเลยก็ได้ แต่หลายปีมานี้คำพูดเสียๆ หายๆ น้อยลงเสียที่ไหน
ก่อนหน้านี้เขาไม่สนใจตำแหน่งของรัชทายาท แต่เมื่อมองดูจากสถานการณ์นี้แล้ว หากต่อไปเขายังคงทำตามวิถีทางของตนเอง ต่อไปภรรยาและลูกๆ ของเขาจะต้องทนทุกข์ทรมานไปกับเขาด้วย
เซี่ยเฉียวเป็นคนสูงส่งและไร้มลทิน เขาจะไม่ปล่อยให้นางต้องมาแบกรับชื่อเสียงแย่ๆ ไปกับเขาด้วย
ดังนั้นเขาจึงไปหาหนิงเป่ยอ๋องและใช้อำนาจ
คนที่อยู่เบื้องหลังจ้าวซวีจือพวกนั้นกว่าครึ่งมาจากจวนหนิงเป่ยอ๋อง เมื่อได้รับความร่วมมือจากหนิงเป่ยอ๋อง ไหนเลยคุณชายใหญ่จ้าวซวีจือผู้นี้จะยังมีสถานะใดได้อีก
ฮ่องเต้ไม่พอพระทัยเป็นอย่างมาก
พระองค์แทบอยากจะชักกระบี่ออกมาบั่นคอลูกอนุภรรยาของราชวงศ์คนนี้!
“วิจารณ์รัชทายาท สมควรลงโทษ! จับมันไปขังคุกตลอดชีวิต!” ฮ่องเต้แทบจะพ่นไฟออกมา
เจ้าเด็กบ้านี่กล้าว่ารัชทายาทของเขาเป็นคนพิการ?!
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคิดว่าจ้าวซวีจือยังเคยถวายภาพวาดอักษรที่งานเลี้ยงในวังหลายครั้งก่อนหน้านี้ และแม้กระทั่งการร่ายดาบด้วยกิ่งก้านดอกไม้ จู่ๆ เขารู้สึกก็กริ้วมากขึ้นไปอีก และชี้ไปที่แขนขวาของจ้าวซวีจือ “ตัดแขนของเขาซะ!”
ขุนนางใหญ่ที่ถูกเรียกตัวมาพวกนั้นต่างก็ตกตะลึงไปทันที
ฮ่องเต้ทรงกริ้วมากในเวลานี้ พระองค์สั่งให้ลงโทษในทันที!
ทหารองครักษ์ฟันกระบี่ลงไปทันใด เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว แล้วแขนของเขาก็ขาดออกมาในพริบตา จ้าวซวีจือร้องโหยหวนออกมาสองครั้งแล้วก็หมดสติลงไปทันที
“ห้ามเลือดให้มัน อย่าให้มันตายไปเสียก่อน! ข้าต้องการให้มันเห็นลูกชายของข้าที่ปกครองแผ่นดินเฉียนหยวนนี้ด้วยตาของมันเองในอนาคต!” ฮ่องเต้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“…” ใบหน้าของจ้าวเสวียนจิ่งปรากฏแววจนใจวาบผ่าน
ตอนที่เขาอายุสิบกว่า เขาก็เคยสับสนมาก่อนด้วยไม่เข้าใจว่าเหตุใดสีหน้าของขุนนางใหญ่ทั้งราชสำนักจึงได้เปลี่ยนไวเช่นนี้
ต่อมาทุกครั้งที่เขาได้ยินคำพูดของเสด็จพ่อเรื่องสืบทอดแผ่นดินนี้ เขาจึงได้เข้าใจ
เพราะเขาโดดเด่นจึงตกเป็นเป้าดั่งต้นไม้ที่สูงพ้นป่าซึ่งมักจะถูกลมทำลายลงได้ง่ายๆ
เสด็จพ่อของเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำลายเขา แต่ก็ทำให้ชื่อเสียงของเขามัวหมองไปบ้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
บรรดาผู้วางแผนจะโจมตีเขาพวกนั้นยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก เสด็จพ่อก็จัดการกับพวกเขาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่เสด็จพ่อของเขาลงมือโหดเหี้ยมขึ้นเนื่องจากแรงกระตุ้นที่เขาได้รับบาดเจ็บที่มือ
ตามเจตนาของเสด็จพ่อ หากแม้แต่ความรักที่เขามีให้ลูกชายคนโตที่เกิดจากภรรยาเอกยังต้องหลบๆ ซ่อนๆ แล้ว ใต้หล้าจะไม่เอาอย่างเขากระนั้นหรือ
จึงได้ปล่อยให้เขาทำเช่นนั้นไป
“ไม่ต้องพูดถึงว่ารัชทายาทและโม่ชูเซิงนั่นไม่มีความรู้สึกส่วนตัวต่อกัน ต่อให้พวกเขามี ข้าก็ยินดี นั่นคือคำสั่งของพ่อแม่ คำพูดของแม่สื่อ ใครจะกล้าพูดมากอีก!” ฮ่องเต้จ้องมองขุนนางใหญ่พวกนั้น “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ ข้าจะลงโทษพวกเจ้า จะตัดเงินเดือนเบี้ยหวัด พวกเจ้าก็ไม่สนใจ ข้าขอให้พวกเจ้าคิดทบทวน พวกเจ้าก็ไม่ฟัง…พวกเจ้าถือดีเช่นนี้ คงคิดว่าข้าไม่กล้าทำอะไรเจ้าสี่เจ้าห้าหรอกนะ! ถ่ายทอดคำสั่ง แต่งตั้งองค์ชายสี่และองค์ชายห้า…”