ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 621 นางปีศาจเฒ่า / ตอนที่ 622 ครอบครัวเดียวกัน
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 621 นางปีศาจเฒ่า / ตอนที่ 622 ครอบครัวเดียวกัน
ตอนที่ 621 นางปีศาจเฒ่า / ตอนที่ 622 ครอบครัวเดียวกัน
ตอนที่ 621 นางปีศาจเฒ่า
ท่าทีที่เซี่ยหนิวซานปฏิบัติต่อผู้หญิงวันๆ ไม่ทำอะไรพวกนั้นเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจริงๆ ดังนั้นเซี่ยเฉียวจึงรู้สึกโชคดีที่ในบ้านของนางไม่มีเมฆหมอกชั่วร้ายปกคลุม
และในเวลานี้หญิงสาวที่ถูกโยนออกไปก็รู้สึกมึนงงไปหมด
เซี่ยหนิวซานผู้นี้คงไม่ใช่พวกใช้การไม่ได้หรอกนะ?!
เจ้านายของนางให้นางเป็นคนทำเรื่องนี้เพราะพวกเขาสืบมาก่อนแล้วว่า นางและลูกสาวสามคนของตระกูลหลินหน้าตาคล้ายกันมาก นางจึงต้องมีหน้าตาเหมือนกันสะใภ้หลินภรรยาคนที่สองของเซี่ยหนิวซานมากแน่ๆ!
เมื่อนางทำตัวนุ่มนวลอ่อนแอขึ้นมา เซี่ยหนิวซานที่เป็นคนหยาบคายเช่นนั้นจะต้องหนีไม่พ้นนางแน่!
นึกไม่ถึงว่า…ทั้งที่นางเปลืองแรงไปมากขนาดนี้ และแค่แตะๆ ชายกางเกงของเขาก็ถูกถีบออกมาแล้ว?
เวลานี้หญิงสาวผู้นั้นอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าตนเองหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่อย่างยิ่งอย่างนั้นหรือ…
ในใจนางทั้งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจทั้งโกรธ ได้แต่กลับไปรายงานผลลัพธ์
เซี่ยเฉียวยุ่งอยู่สักพักก็กลับไปทดสอบความรู้กับพวกฟังมู่เสวี่ย
เรียนไปพลางเล่นไปพลางก็สนุกสนานมีความสุขกันอย่างยิ่ง
…
ส่วนอีกด้านหนึ่งที่หอส่องชะตาก็มีแขกมาไม่ขาดสาย
ผู้ดูแลฉังรู้สึกผิดปกติจึงได้สั่งให้คนมาส่งจดหมายเพื่อแจ้งข่าวนาง
วันถัดมาหลังจากเลิกเรียนจากสำนักศึกษาแล้ว นางก็ไปที่หอส่องชะตาเพื่อดูสถานการณ์เสียหน่อย
“ท่านอาจารย์ ช่วงนี้มีลูกค้ามาเยอะมาก มักจะมีคุณหนูจากตระกูลร่ำรวยมาบ่อยๆ เลือกนั่นเลือกนี่ และมักจะถามอะไรแปลกๆ อยู่เสมอ…” ผู้ดูแลฉังไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไม
มีแม่นางน้อยคนหนึ่งพอพบเขาเข้าก็ถามทันทีว่าเจ้าของที่นี่เป็นนางปีศาจเฒ่าอายุประมาณสามสิบสี่สิบปีใช่หรือไม่…
ท่านเจ้าของอายุสามสิบสี่สิบปีจริงๆ แต่นางยังดูอ่อนวัยมาก จะเรียกว่าเฒ่าได้อย่างไร!
แต่เมื่อเข้าประตูมาแล้วก็คือลูกค้า เขาจะด่ากลับไปก็ไม่ได้
ผู้ดูแลฉังเพิ่งจะพูดจบเซียวอวี้หรงก็เดินเข้ามาทันที
“จริงสิ สองสามวันมานี้อาจารย์เซียวเองก็มาที่นี่บ่อยๆ” ผู้ดูแลฉังเอ่ยเสริมอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่เซี่ยเฉียวเห็นเซียวอวี้หรง ศีรษะนางก็แทบระเบิดทันที จากนั้นนางก็รีบสัมผัสใบหน้าของตนเองเล็กน้อยก่อนจะยืดอกเดินเข้าไปหาเขาอย่างสงบและเอ่ยอย่างอ่อนโยน “ศิษย์น้องเซียว เจ้ามาซื้อยันต์อีกแล้วหรือ”
เซียวอวี้หรงส่ายศีรษะ
เขาดูเหมือนถูกโจมตีมาอย่างหนักหนาสาหัส ตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ดี และเมื่อเห็น ‘โม่ชูเซิง’ เขาก็รวบรวมพลังขึ้นมาคราวะนางด้วยความเคารพ จากนั้นก็เอ่ยว่า “ของที่บ้านซื้อไว้เยอะแล้ว ยังใช้ไม่หมด วันนี้ข้ามาที่นี่เพื่อมาหาศิษย์พี่โดยเฉพาะ”
ผู้ดูแลฉังอดบ่นพึมพำไม่ได้
แน่นอนว่าใช้ไม่หมดอยู่แล้ว!
ตอนแรกอาจารย์เซียวชอบซื้อยันต์ศิลปะวิชาการที่สุด ต่อมาเขาก็ไม่ค่อยได้ซื้อเท่าไรแล้ว ตอนนี้เขากลับไปชอบงานไม้แกะสลักของท่านเจ้าของ!
งานไม้แกะสลักมีทุกรูปแบบ คนไม้แกะสลักก็มี มีม้าไม้แกะสลักก็มี แม้กระทั่งเกี้ยวไม้ บ้านไม้ เขาชอบไปหมดทุกอย่าง ผ่านไปสักพักเขาก็จะกลับมาเลือกซื้อไปใหม่ จนเขาแทบจะเหมาทุกอย่างหมดไปเองคนเดียวอยู่แล้ว!
แต่…เดิมทีของพวกนั้นควรจะเป็นของที่คนเป็นซื้อไปเผาให้คนตายนะ?!
ใครไม่รู้ก็อาจจะคิดไปได้ว่าที่บ้านอาจารย์เซียวเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาแล้ว!
เซี่ยเฉียวเชิญเซียวอวี้หรงไปนั่งที่ห้องกั้น
เซียวอวี้หรงเขินอายมาก ต่อหน้าเซี่ยเฉียวเขาก็เป็นเหมือนน้องชายคนหนึ่ง “ช่วงนี้ศิษย์น้องได้ยินมาว่าในราชสำนักมีคำพูดวิพากษ์วิจารณ์ไม่น่าฟังเท่าไร…เกี่ยวกับฝ่าบาท…”
“อืม” เซี่ยเฉียวพยักหน้าอย่างให้ความร่วมมือ
“พวกขององค์ชายสี่และองค์ชายห้าต่างก็ว่าฝ่าบาทและศิษย์พี่…มีอะไร…แน่นอน ข้าไม่ได้คิดอย่างนั้นอย่างแน่นอน! แต่หากเป็นเช่นนี้ต่อไป มันก็จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของศิษย์พี่ด้วย…” เซียวอวี้หรงเอ่ยย่างรวดเร็ว
“ไม่เป็นไร” เซี่ยเฉียวดูไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจอะไร
ในฐานะปรมาจารย์นางคงไม่จมน้ำลายคนตายหรอกกระมัง
แต่เมื่อเซียวอวี้หรงได้ยินเช่นนั้น หัวใจของเขาก็เย็นเยียบลงไปทันที “ศิษย์พี่บริสุทธิ์ผุดผ่อง คนพวกนั้นแทบจะบรรยายว่าท่านเป็นนางปีศาจที่นำหายนะมาสู่บ้านเมืองไปแล้ว จะไม่เป็นไรได้อย่างไร! รัชทายาทก็เช่นกัน หลายวันมานี้เขาก็อยู่แต่ในวังตะวันออก ข้าเองก็ยังไม่เห็นหน้าเขาเลย มิฉะนั้นข้าจะไปทวงความยุติธรรมให้ศิษย์พี่แน่ๆ!”
ตอนที่ 622 ครอบครัวเดียวกัน
เซียวอวี้หรงก็รู้ดีว่ารัชทายาทไม่ได้ทำอะไรผิด เรื่องนี้ล้วนเกิดจากคนที่ตั้งใจจะปลุกปั่นสร้างกระแสพวกนั้นปั้นแต่งขึ้นมา รัชทายาทก็เป็นผู้เสียหายคนหนึ่งเช่นกัน
แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง เวลานี้เขาควรที่จะออกมาประกาศให้โลกรู้ หรือกำหนดหมั้นหมายแต่งภรรยาทันทีอะไรก็ได้เพื่อไม่ให้ศิษย์พี่ต้องถูกลบหลู่ดูหมิ่นเช่นนี้!
เซี่ยเฉียวเห็นท่าทางโกรธเกรี้ยวของเซียวอวี้หรงแล้วก็รู้สึกว่าตนเอง…ไม่มีวาสนาได้มีความสุข
เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เขายังโกรธเสียจนเสียบุคลิกของอาจารย์ไปหมด หากเขารู้ว่าตนเองเข้าใจผิด คนที่เขาคอยเยินยอเอาอกเอาใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแท้จริงแล้วเป็นเด็กสาวจอมหลอกลวงที่อายุสิบกว่าปีคนหนึ่ง
เขาคงจะไม่กินนางหรอกนะ?!
เซี่ยเฉียวดื่มชาเพื่อข่มความตกใจเอาไว้
นางไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
หลังจากที่เซียวอวี้หรงพูดจบ เขาก็สังเกตเห็นว่าเซี่ยเฉียวดูเหมือนจะไม่ถือสาเลยจริงๆ
ในใจเขาจึงบังเกิดความสงสัย “ศิษย์พี่ไม่โกรธสักนิดเลยหรือ”
เซี่ยเฉียวส่ายศีรษะ
ต่อให้นางจะมีแค่ตัวตนโม่ชูเซิง นางก็ไม่รู้สึกโกรธเมื่อต้องพบเจอเรื่องเช่นนี้ “ตอนที่ข้ากับรัชทายาทสืบคดีที่อำเภอสวินได้บังเอิญพบกับจ้าวซวีจือ เขาริษยาที่รัชทายาทปิดคดีได้ในที่สุด จึงได้แอบวางแผนทำร้ายลับหลัง แต่หากแค่เพียงเพราะลมปากของคนก็สามารถตัดสินได้แล้วว่าข้าเป็นปีศาจจริงๆ แล้วกฎหมายจะมีประโยชน์อะไร”
เซียวอวี้หรงเงียบไปครู่หนึ่ง “นั่นก็จริง ตอนแรกมีคนมากมายในราชสำนักที่พูดว่ารัชทายาททำตัวเหลวไหล แต่ในช่วงสองวันที่ผ่านมาก็มีบางคนพูดว่าจ้าวซวีจือคาดเดาโดยไม่มีหลักฐาน…”
เซี่ยเฉียวคิดว่าตนเองไม่มีอะไรที่ต้องรู้สึกละอาย
ต่อให้นางจะรู้สึกคลุมเครือกับรัชทายาทแล้วอย่างไรเล่า
ในที่สาธารณะนางไม่เคยทำอะไรที่เกินเลยแม้แต่น้อย และรัชทายาทก็ให้ความเคารพและสุภาพต่อศิษย์พี่อย่างนางอยู่เสมอ พวกนางสะอาดหมดจดอย่างยิ่ง
เซียวอวี้หรงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เป็นศิษย์น้องที่เสียมารยาทแล้ว ข้าว่าที่ข้าไม่ได้พบหน้าฝ่าบาทหลายวันมานี้จะต้องมีเหตุผลแน่ๆ”
แต่ไหนแต่ไรมาหากมีคนยื่นฎีกาฟ้องร้องรัชทายาทก็จะเป็นการกระทำแต่ฝ่ายเดียว ไม่ค่อยจะมีใครคนออกหน้าพูดแทนรัชทายาทเท่าใดนัก
แต่ครั้งนี้…
มันกลับแตกต่างออกไปอยู่บ้าง
เซียวอวี้หรงเองก็กังวลและสับสนเช่นกัน เมื่อเห็นเซี่ยเฉียวผ่อนคลายเช่นนี้ในเวลานี้ เขาก็เบาใจลงไปมาก
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้นก็มีเสียงมาจากด้านนอกหอส่องชะตา
เซี่ยเฉียวมองผ่านฉากกั้นลมก็พบว่าเป็นสองพี่น้องตระกูลต่ง
ต่งซีอวิ๋นมองซ้ายมองขวา ไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ ในขณะที่คุณหนูรองตระกูลต่งกลับดูกังวลร้อนใจเล็กน้อย นางดึงแขนเสื้อของต่งซีอวิ๋นอย่างระมัดระวัง “พี่หญิง พวกเรากลับกันดีกว่า แบบนี้มันเสียมารยาทมากนะ…”
ต่งซีอวิ๋นทำราวกับว่านางไม่ได้ยินพลางกลอกตาใส่น้องสาว จากนั้นนางจึงมองไปที่ผู้ดูแลร้านและเอ่ยถามว่า “ปรมาจารย์แซ่โม่นั่นอยู่หรือเปล่า”
ผู้ดูแลร้านฉังไม่แสดงสีหน้าใดๆ “ท่านเจ้าของกำลังยุ่ง ไม่รับแขกขอรับ คุณหนูมีเรื่องอะไรจะฝากให้ข้าไปบอกนางหรือไม่”
เมื่อต่งซีอวิ๋นได้ยินเช่นนี้นางก็ยิ้ม “ช่างเถอะ ในเมื่อปรมาจารย์โม่ไม่อยู่ คราวหน้าข้าจะกลับมาใหม่ เจ้ากลับไปบอกปรมาจารย์โม่ด้วยว่าข้าเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลต่ง หากนางมีอะไรกับรัชทายาทจริงๆ นางก็ควรจะเข้าใจในทันที ในอนาคตพวกเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกัน ก็น่าจะทำความรู้จักกันไว้”
เซี่ยเฉียวที่อยู่ด้านในได้ยินอย่างชัดเจน นางขมวดคิ้วมุ่น
ทำไมจึงเป็นครอบครัวเดียวกันล่ะ
“ไม่นานมานี้ฮ่องเต้ได้เลือกพระชายาให้องค์ชายสี่ แม่นางต่งถูกกำหนดตัวให้เป็นพระชายาเอก แต่เนื่องจากรัชทายาทยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องการแต่งงาน ดังนั้นฮ่องเต้จึงยังไม่ได้พระราชทานสมรสให้นางสักที ได้แต่ถ่วงเวลาให้ช้านานออกไปเรื่อยๆ” เซียวอวี้หรงคลายข้อสงสัยของเซี่ยเฉียว
ฮ่องเต้ทรงโปรดรัชทายาทมากจริงๆ รัชทายาทยังไม่ได้แต่งงาน พระองค์ก็ไม่คิดที่จะให้น้องชายคนอื่นล้ำหน้าเขาไปก่อน
แม้แต่บรรดาองค์ชายท่านชายเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดก็ต้องแต่งงานช้าไปด้วย
ก็ช่วยไม่ได้ หากเป็นเชื้อพระวงศ์ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับรัชทายาทและมีลูกแล้ว ท่านอ๋องตระกูลนั้นก็คงถูกฮ่องเต้ควบคุมยามอยู่ในราชสำนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…
ฮ่องเต้ทรงระมัดระวังในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัชทายาทอย่างยิ่ง