ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 607 มีญาติมาหาเจ้าแล้ว / ตอนที่ 608 ไม่มีเงินแล้ว
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 607 มีญาติมาหาเจ้าแล้ว / ตอนที่ 608 ไม่มีเงินแล้ว
ตอนที่ 607 มีญาติมาหาเจ้าแล้ว / ตอนที่ 608 ไม่มีเงินแล้ว
ตอนที่ 607 มีญาติมาหาเจ้าแล้ว
องครักษ์กลุ่มหนึ่งหวาดกลัวตัวสั่นราวกับรัชทายาทกำลังจะกินพวกเขากระนั้น เซี่ยเฉียวเหลือบมองจ้าวเสวียนจิ่ง จากนั้นก็อดพึมพำออกมาไม่ได้ “ในสายตาพวกเขาเจ้าน่ากลัวกว่าวิญญาณเสียอีก”
“ข้าเป็นคนใจดีเสมอมา พวกเขาก็แค่รู้กฎเกณฑ์มากเกินไปเท่านั้น” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเรียบๆ
พวกองครักษ์ว่าง่ายอย่างยิ่ง
ถูกต้อง รัชทายาทใจดี แต่ก็ใจดีกับแค่ปรมาจารย์โม่เท่านั้น
ตอนที่องครักษ์อย่างพวกเขาติดตามรัชทายาท พระองค์ก็ปฏิบัติกับพวกเขาไม่เลวเลย เพียงแต่มีข้อกำหนดเรียกร้องมากมาย
รัชทายาทไม่ใช่คนประเภทที่จะฆ่าฟันทุบตีผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ตอนที่ไม่มีปรมาจารย์โม่อยู่ด้วย เขาก็จะเข้มงวดสำรวมกิริยา ซึ่งมันทำให้พวกเขารู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ทำอะไรอย่างเคร่งครัดจริงจัง ไม่กล้าที่จะทำอะไรเกินเลย
“ลุกขึ้นเถอะ อย่าได้ทำให้ศิษย์พี่โม่ตกใจ” จ้าวเสวียนจิ่งยกมุมปากยิ้มแย้มยิ้มให้พวกเขา
“…” หนังศีรษะของทหารองครักษ์ชาไปหมด จู่ๆ ฝ่าบาทก็ทรงยิ้มให้แบบนี้ ทำไมหนอ
แต่ก็ปฏิบัติตามคำสั่งแต่โดยดี
“ใต้เท้าโจว ชายที่ติดตามเจ้าอยู่อยากให้เจ้าดูแลลูกสาวของเขาให้ดี เขาบอกว่าลูกสาวของเขาไม่ได้รับความยุติธรรม ไม่มีใครออกหน้าแทนนาง” เซี่ยเฉียวเอ่ยกับโจวเว่ยจง
โจวเว่ยจงเป็นหัวหน้าทหารองครักษ์ของวังตะวันออก ต่อหน้ารัชทายาทเขาจึงทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ตอนที่เขาอยู่ข้างนอก เขาก็เป็นคนที่คนอื่นไม่กล้าหาเรื่องด้วย
“มีวิญญาณจริงๆ หรือ” เดิมทีโจวเว่ยจงคิดว่าปรมาจารย์โม่เพียงล้อเขาเล่นเท่านั้น
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “เทศกาลเชงเม้งมาถึงแล้ว…มีญาติมาหาเจ้าแล้ว”
“…” ทุกคนรู้สึกหนาว
เวลานี้เซี่ยเฉียวเองก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งแกล้งทำแล้ว ในฐานะปรมาจารย์ การที่นางสามารถมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้จึงเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดา
โจวเว่ยจงคิดเล็กน้อยและรีบแสดงความขอบคุณต่อนาง “หน้าตาเขา…เป็นอย่างไรหรือ”
“เอ่อ…” เซี่ยเฉียวหันไปสบตาวิญญาณตนนั้น หลังจากที่มองเสร็จแล้วนางก็เอ่ยขึ้นอย่างจนใจ “อายุมากกว่าข้า…ดูดีกว่าเซี่ยผิงกั่งเล็กน้อย แต่ก็ยังดูดุร้าย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นโจวเว่ยจงก็รู้ได้ในทันที
“จะต้องเป็นลุงของข้าแน่ๆ…ตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่เป็นนายพลแห่งกองทัพเรือตงอัน เขาตายไปเมื่อหลายปีก่อน เหลือทิ้งไว้แต่ลูกพี่ลูกน้องของข้าคนหนึ่ง สถานการณ์ในครอบครัวของข้าซับซ้อนจึงไม่อาจดูแลนางได้ ดังนั้นนางจึงอาศัยอยู่กับท่านปู่ท่านย่าของนาง…” โจวเว่ยจงอธิบายจบแล้วก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้า “ปรมาจารย์ ไม่ทราบว่าท่านพอจะถามเขาได้ไหมว่า น้องสาวข้าเป็นอะไรหรือ เหตุใดท่านลุงถึงได้มาหาข้าไกลถึงเมืองหลวงเช่นนี้”
ไม่ได้รับความยุติธรรม?
“เขารีบเดินทางมาอย่างยากลำบาก หมดแรงแล้ว พอพูดประโยคนั้นจบก็กลับลงไปทันที” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
“…” โจวเว่ยจงรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย
เขาอยู่ตั้งไกลขนาดนี้จะไปช่วยทวงความยุติธรรมให้น้องสาวได้อย่างไร
เซี่ยเฉียวเพียงรับผิดชอบนำคำพูดมาบอกต่อเท่านั้น เมื่อบอกไปก็หมดเรื่องแล้ว เมื่อนางเห็นว่าข้างนอกมีวิญญาณมากเกินไปก็กลัวการที่นางมองเห็นวิญญาณได้จะเป็นที่สังเกต ดังนั้นนางจึงรีบเข้าไปในหอส่องชะตาและเปิดแท่นทำพิธี
จ้าวเสวียนจิ่งพาคนของเขาแยกย้ายกลับไป
เซี่ยเฉียวท่องคาถาส่งวิญญาณผู้ล่วงลับไม่หยุด วิญญาณในช่วงเทศกาลเชงเม้งนี้มีจำนวนมากกว่าเมื่อตอนเทศกาลส่งเสื้อกันหนาวอยู่บ้าง เซี่ยเฉียวเองก็รู้สึกประหม่าด้วยกลัวว่าค่ายกลในหอส่องชะตานี้จะขัดขวางวิญญาณพวกนั้นไว้ได้ไม่นาน
โชคดีที่ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น
นางมีร่างกายที่พิเศษ เมื่อวิญญาณเข้าสิงร่างนางจึงไม่นับเป็นการรบกวนคนเป็น ไม่ถือเป็นการทำลายบุญกุศล ดังนั้นวิญญาณพวกนั้นจึงได้ต้องการที่จะมาหานาง
กระดาษยันต์ชั้นแล้วชั้นเล่า ย่อมต้องมีช่วงเวลาที่ถูกทำลายไปบ้าง
แต่ครั้งนี้นางเตรียมตัวมาพร้อมเป็นพิเศษ
เพราะในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ร่างกายและพลังจิตของนางแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน เมื่อนางมีเวลาก็มักจะวาดยันต์คุ้มภัยเอาไว้จนมีแทบนับไม่ถ้วน จึงไม่น่าจะเกิดเรื่องอะไรได้อีก
นอกจากนี้ ครั้งนี้นางมีสุขภาพที่ดี ดวงจิตของนางค่อนข้างมั่นคง วิญญาณทั่วๆ ไปจึงไม่น่าจะเข้ามาได้
เมื่อนึกถึงว่านางเสียเปรียบไปมากแค่ไหนตอนเทศกาลส่งเสื้อกันหนาว เซี่ยเฉียวก็รู้สึกว่าตนเองจะต้องระมัดระวังให้มากหน่อยจะดีกว่า
นางบุยันต์สีเหลืองเอาไว้ข้างในเสื้อผ้าปูดๆ โป่งๆ จนนางตัวพองขึ้นอีกเท่าหนึ่ง
ตอนที่ 608 ไม่มีเงินแล้ว
ครั้งก่อนที่นางถูกสิงร่างหลักๆ เลยก็เป็นเพราะนางมัวแต่เสียเวลาอยู่บนท้องถนน ตอนนั้นเพื่อช่วยเหลือพวกฟังมู่เสวี่ยนางจึงต้องเปิดเผยตัวเอง ทั้งยังเสียยันต์ไปไม่น้อย แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งนั้นแล้ว
นางไปถึงสถานศึกษาอย่างราบรื่น
ในสถานศึกษามีพลังหยางเข้มข้น เซี่ยเฉียวจึงถือว่าสบายใจได้แล้ว
นางผ่านทุกอย่างไปได้ด้วยดี จ้าวเสวียนจิ่งก็โล่งใจขึ้นมาก เขาถอนสายตากลับมา และให้คนไปสืบเรื่องที่เกิดขึ้นในราชสำนักช่วงนี้
สิ่งที่สืบมาได้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเท่าไรนัก ยังคงเป็นพวกขุนนางใหญ่ไม่กี่คนพวกนั้นที่ทำตัวเหมือนลูกเต่าลูกตะพาบที่กัดอะไรแล้วไม่ยอมปล่อย
เขาก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรและเข้าวังไปทันที
เมื่อผ่านวันเชงเม้งไปแล้วเซี่ยเฉียวก็กลับบ้าน นางไม่กลับไปที่บ้านนานขนาดนี้ เมื่อกลับไปแล้วเห็นว่าพ่อบ้านที่สีหน้าท่าทางผ่อนคลายสบายใจ นางก็รู้ได้ว่าที่บ้านนางไม่มีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้น
เซี่ยหนิวซานก็อยู่ที่บ้านพอดี แต่เขากลับดูตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงด้วยหน้าตาที่บูดบึ้ง
ทันทีที่เขาเห็นเซี่ยเฉียวก็ราวกับได้เห็นทางรอด
“นังหนู…เจ้าเป็นลูกสาวแท้ๆ ของพ่อ เจ้าช่วยไปคุยกับนังหนูตัวเล็กนั่นว่าให้เพิ่มเงินเดือนให้ข้าหน่อยสิ” ผมของเซี่ยหนิวซานแทบจะร่วงหมดหัวอยู่แล้วด้วยความเครียด
“ซีเอ๋อร์ก็เป็นลูกสาวแท้ๆ ของท่านนะ” เซี่ยเฉียวเลิกคิ้ว “เดือนละห้าสิบตำลึงท่านยังใช้ไม่พออีกหรือ อีกอย่าง…ท่านเพิ่งจะชนะเดิมพันได้เงินมาไม่น้อยนี่?”
“เจ้ารู้หมดเลยหรือ!” เซี่ยหนิวซานรู้สึกตึงเครียดขึ้นทันที
นังหนูนี่มีญาณทิพย์หรือไง ไม่ว่าเรื่องอะไรก็รู้เห็นไปหมด!
“มีเรื่องอะไรของท่านพ่อที่ข้าไม่รู้” เซี่ยเฉียวยกยิ้ม
พ่อบ้านเป็นคนที่นางและพี่ชายใหญ่ของนางสนับสนุนขึ้นมากับมือ เขารู้ดีว่าภายในบ้านนี้ท่านพ่อของนางเป็นคนเดียวที่ไว้วางใจไม่ได้ ดังนั้นไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ไม่สามารถที่จะปิดบังไปจากพวกนางสองพี่น้องได้
เรื่องที่ท่านพ่อของนางชนะพนันมาได้ นางก็แค่หลับตาข้างหนึ่งเอาไว้เท่านั้น
เซี่ยหนิวซานถอนหายใจและห่อเหี่ยวลงทันที “เงินจำนวนนั้นข้าไม่ได้ใช้หรอก ไม่กี่วันก่อน ข้าไปดื่มกับเพื่อนตัวน้อยที่หอดอกไม้ และได้พบกับแม่นางน้อยที่น่าสงสารมากคนหนึ่ง ข้าจึงไถ่ตัวนางกลับมา ตอนนี้ข้าไม่มีเงินเลยแม้แต่อีแปะเดียว แถมยังติดเงินแม่เล้าที่นั่นไว้อีกสองร้อยตำลึง”
“…” เซี่ยเฉียวตกใจทันที
สายตาที่นางมองเซี่ยหนิวซานเต็มไปด้วยความตกใจ นางเอ่ยรอดไรฟันออกมีทีละคำ “ท่านพ่อ ท่านไปได้มาจากหอนางโลมหรือ”
นางไม่ถือสาหากท่านพ่อของนางจะมีคนใหม่ ขอแค่ให้แต่งงานเข้ามาอย่างถูกต้องก็พอ!
นางจะยอมทำตามคำสั่งเสียของมารดาแต่โดยดี และเรียกผู้มาใหม่ว่าท่านแม่ และจะไม่มีวันจงใจทำลายวาสนาคู่ครองของท่านพ่อของนางแน่!
แต่นี่เขากลับไปได้คนใหม่มาจากหอนางโลม หรือว่าท่านพ่อของนางอยู่ดีมีสุขจนเบื่อแล้วใช่ไหม!
“ไม่ใช่อย่างนั้น! ข้าแค่ไปฟังเพลงหรอก” เซี่ยหนิวซานยังคงสงบนิ่งอยู่ “ผู้หญิงคนนั้นหน้าคล้ายสะใภ้หลิน แล้วข้าจะปล่อยให้นางถูกย่ำยีอยู่ในที่แบบนั้นได้อย่างไร เจ้าว่าไหม”
เซี่ยเฉียวแค่นเสียงเยาะ
“ข้าใช้เงินหมดไปแล้ว แต่นังหนูรองก็กอดเงินไว้ไม่ยอมปล่อยเลย ข้าพูดดีก็แล้วพูดไม่ดีก็แล้ว นางก็ยังไม่ยอมให้เงินเข้า เงินพวกนั้นก็เป็นเงินที่ข้าหามาเองด้วยส่วนหนึ่งนะ!” เซี่ยหนิวซานนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็โมโหมาก
“ดังนั้น…ตอนที่ท่านอยู่ที่บ้านก็ยังรังแกน้องสาวของข้า” เซี่ยเฉียวเอ่ยเรียบๆ
แววตาที่นางใช้มองเซี่ยหนิวซานก็เย็นเยียบ
เซี่ยหนิวซานใจเต้นกระตุกขึ้นมาทันที “ไม่ใช่อย่างนั้น! นั่นก็เป็นลูกของข้า ข้าจะทำอะไรนางได้เล่า!”
“ที่บ้านก็มีข้าวมีอาหารให้กินอยู่แล้ว การติดต่อคบค้าสมาคมกับคนอื่นก็มีพ่อบ้านคอยดูแลจัดการให้ ในเมื่อท่านใช้เงินเดือนหมดไปแล้ว เช่นนั้นก็รอเดือนหน้าค่อยว่ากันใหม่ ลูกเองก็คิดว่ากฎที่ซีเอ๋อร์ตั้งไว้ดีอยู่แล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยก่อนจะครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วเอ่ย “แม่นางที่ท่านพูดถึงอยู่ที่ไหนหรือ หรือว่าอยู่ในบ้านนี้”
“จะให้อยู่ที่บ้านทำไม” ไถ่ตัวนางแล้วข้าก็ให้เงินนางไปห้าสิบตำลึง ให้นางไปใช้ชีวิตของตัวเอง” เซี่ยหนิวซานท่าทางจริงจังมาก
เซี่ยเฉียวก็เชื่อว่าเขาไถ่ตัวหญิงผู้นั้นโดยไม่ได้มีความคิดจิตใจที่สกปรก