ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 605 ให้ข้าไปเกิดใหม่เถอะ! / ตอนที่ 606 เรื่องดีๆ ที่ไม่คาดคิด
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 605 ให้ข้าไปเกิดใหม่เถอะ! / ตอนที่ 606 เรื่องดีๆ ที่ไม่คาดคิด
ตอนที่ 605 ให้ข้าไปเกิดใหม่เถอะ! / ตอนที่ 606 เรื่องดีๆ ที่ไม่คาดคิด
ตอนที่ 605 ให้ข้าไปเกิดใหม่เถอะ!
เป็นครั้งแรกที่หลี่ชิงอวี๋รู้สึกถึงความทุกข์ยากของปู่ของเขา
ครอบครัวของเขามีคนตายอยู่เสมอ แต่ท่านปู่ของเขาก็ไม่รู้ว่าจะไปโทษใครที่ไหน ความแค้นเช่นนี้ไม่มีที่ระบายออก ทำให้เขารู้สึกเป็นทุกข์มาก
เมื่อนึกถึงตัวเองก่อนหน้านี้ที่ยังอยากออกไปเที่ยวเล่นเพื่อตามหาเทพเซียน และไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ เขาแทบอยากจะตบหน้าตัวเอง!
ในคืนนั้นหลี่ชิงอวี๋นอนไม่หลับ ในหัวของเขาประเดี๋ยวก็เป็นภาพของท่านปู่ที่แก่ชรา ประเดี๋ยวก็เป็นภาพวิญญาณน่ากลัวที่เขาเคยเห็นมาก่อนหน้านี้
เช้าวันรุ่งขึ้นสองตาของเขาก็ดำคล้ำ
อย่างไรก็ตาม เขายังรู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบๆ วัดนั้นดูมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิมมาก
ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่มืดมนจนทำให้คนรู้สึกหวาดกลัว
นอกจากนั้น
พระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว
แม้แต่ฝนก็หยุดแล้วซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี
ราชครูหลี่ผู้เฒ่าก็รีบพาคนเดินทางมาที่นี่ เมื่อเห็นว่ารัชทายาท หลานชายของเขา และปรมาจารย์โม่ ทั้งหมดล้วนไม่เป็นอะไร ชายชราก็โล่งใจ
“ปรมาจารย์โม่ พวกเรารื้อวัดนี้ทิ้งได้แล้วหรือยัง” ราชครูผู้เฒ่าเอ่ยถาม
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “รื้อเถอะ พระพุทธรูปข้างในก็ต้องทุบด้วย ข้างในมีน่าจะมีผงกระดูกอยู่บ้าง ทุบแล้วยังต้องฝังให้ดีด้วย หลังจากรื้อถอนที่นี่จนราบแล้ว ก็ให้ใครเอาดินมาถมหน่อย ไม่ต้องให้สูงเกินไป เอาเท่าความความสูงของฝ่ามือก็พอแล้วจากนั้นก็ปลูกพืชผลเอาไว้ เพาะเลี้ยงไปสักสามปีก็ได้แล้ว”
“นอกจากนี้ก็เรื่องสุสานนั่น ตัวสุสานเองไม่ได้มีปัญหาอะไร ตอนนี้เมื่อรื้อวัดออกไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรกับสุสานอีก แต่หากท่านรู้สึกไม่สบายใจ ก็ให้ลูกหลานมาคอยดูแลทำความสะอาด อย่าให้หญ้าวัชพืชขึ้นรกเรื้อก็พอแล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ราชครูหลี่ผู้เฒ่ารีบพยักหน้าทันที
หลังจากต้องทนลำบากมาหลายวัน ราชครูผู้เฒ่าก็ดูเหมือนจะซูบผอมลงมาก
“เคราะห์ภัยของลูกหลานข้านี้…” ราชครูหลี่ผู้เฒ่ามีสีหน้ากังวล
“ไม่มีอะไรแล้ว หากอยากจะให้ดีหน่อย…อีกประเดี๋ยวก็จะถึงเทศกาลเชงเม้งแล้วสินะ? ก็อยู่เสียที่นี่คุกเข่าทำความเคารพเสียหน่อย ให้บรรพบุรุษคอยคุ้มครองให้ปลอดภัย” เซี่ยเฉียวเอ่ย
การคุกเข่าไหว้บรรพบุรุษ หากพลังเข้ากันเข้ากันได้ดีก็จะเป็นผลดีต่อร่างกาย หากคนทำมีความจริงใจ สภาพจิตใจก็จะเปลี่ยนไปด้วย หากจิตใจดีขึ้น ร่างกายก็จะดีขึ้นตามธรรมชาติ
ชายชราย่อมเชื่อคำพูดของนาง
หลานชายไม่เพียงแต่ต้องคุกเข่า แต่ยังต้องกราบไหว้อย่างจริงจัง นอกจากนี้หลายวันนี้เขาก็ควรที่จะอยู่ที่นี่เพื่อเฝ้าสุสานด้วยตนเอง!
“ท่านปรมาจารย์ต้องการจะอยู่ต่ออีกหน่อยหรือไม่ เครื่องหอมที่อำเภอสวินนี้ไม่เลวเลย ปรมาจารย์จะซื้อกลับไปมากหน่อยก็ได้ เรื่องเงินตระกูลหลี่จะรับผิดชอบเอง” ราชครูหลี่ผู้เฒ่ารีบเอ่ยทันที
“ไม่ต้องหรอก ข้าจะต้องกลับไปเมืองหลวงก่อนถึงเทศกาลเชงเม้ง” เซี่ยเฉียวเอ่ย
พอถึงเทศกาลเชงเม้ง วิญญาณก็จะออกมาเต็มถนนไปหมดอีกครั้ง
แต่คราวนี้นางอยู่ในสภาพที่ดีกว่าช่วงเทศกาลส่งเสื้อกันหนาวมาก และความเป็นไปได้ที่จะนางจะถูกวิญญาณเข้าสิงก็จะน้อยลงไปมาก
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น นางก็ยังยุ่งมากอยู่ดี
นางยังต้องส่งวิญญาณจำนวนมากไปเกิดใหม่ฃ
นอกจากนี้ยังมีที่สำนักศึกษาอีก นางไม่รู้ว่าตอนนี้ฉินหลิวและพวกฟังมู่เสวี่ยเรียนกันเป็นอย่างไรบ้างแล้ว
เซี่ยเฉียวมีหลายสิ่งที่ปล่อยวางไม่ได้ นางจึงไม่สามารถอยู่ที่อำเภอสวินเพื่อพักผ่อนได้อย่างแน่นอน
ที่สุสานตระกูลหลี่นี้ไม่จำเป็นต้องมีนางก็ได้แล้ว
วันนั้นเองเซี่ยเฉียวก็ส่งมอบพวกสัตว์เลี้ยงให้ราชครูหลี่ผู้เฒ่าจัดการต่อไป จากนั้นนางจึงนั่งรถม้ากลับ
ระหว่างทางกลับเซี่ยเฉียวอยู่ในรถม้าเกือบจะตลอดเวลา นางอ่านหนังสือและวาดยันต์ ซึ่งผ่อนคลายกว่าตอนที่นางเดินทางมามาก
ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ วิญญาณที่ถูกระเบิดตายที่มักจะพูดพล่ามและช่วยนางมองทางอยู่ตลอดเวลาตอนนี้กลับเงียบและไม่กล้าส่งเสียงใดๆ
“ทำไมเจ้าไม่พูดล่ะ” เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าวิญญาณตนนี้ช่วยนางไว้ไม่น้อย ดังนั้นแม้ว่าเขาจะน่าเกลียด แต่นางก็สามารถบังคับตัวเองให้มองเขาได้แล้วในตอนนี้
วิญญาณที่ตายเพราะระเบิดอึกอักลังเล “คือว่า…เขาไม่อยากได้กระบี่บินแล้ว ขอคืนได้ไหม”
“ทำไมเล่า” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว “หรือว่าข้าแกะสลักตรงไหนไม่ดี”
“ไม่ใช่ๆ!” วิญญาณรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธทันที “ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว และรู้สึกว่าการอยู่บนโลกใบนี้ช่างน่าสังเวชเหลือเกิน! หากบังเอิญวันหนึ่งข้าแปดเปื้อนไอแค้นโดยไม่ตั้งใจ หรือติดอยู่กับบางอย่าง นั่นไม่ได้หมายถึงความทุกข์ทรมานตลอดไปและไม่มีวันหลุดพ้นจากมันได้อย่างนั้นหรือ ไม่สู้ ให้ข้าไปเกิดใหม่เถอะ…”
เมื่อนึกถึงวิญญาณที่แค้นที่ถูกปรมาจารย์เก็บไปแล้ว เขาก็หวาดกลัว!
ตอนที่ 606 เรื่องดีๆ ที่ไม่คาดคิด
ในหัวสมองของวิญญาณตนนี้มีแต่คาถาสารพันที่ปรมาจารย์งัดออกมาใช้
สายฟ้าฟาดฟันไปที่ศีรษะของวิญญาณแค้นครั้งแล้วครั้งเล่า แตกเปรี๊ยะเต็มไปด้วยประกายไฟ หนังศีรษะที่น่าเกลียดอยู่แล้วนั้นยิ่งน่าเกลียดไปกว่าเดิม ไม่น่ามองยิ่งกว่าเขาเสียอีก!
วิญญาณแค้นทั้งสามตนนั้นเดิมทีก็เป็นบัณฑิตเหมือนกันกับเขา!
วิญญาณอยู่ได้นาน ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุขึ้นเมื่อไร พอถึงเวลานั้นเขาก็จะเสียสติรับรู้ไป หากโชคดีได้พบปรมาจารย์ หลังจากถูกฟ้าผ่าก็จะได้ไปเกิดใหม่ หากโชคร้ายขึ้นมา…ก็จะต้องกลายเป็นวิญญาณขี้เหร่ที่แม้แต่วิญญาณด้วยกันก็ยังรังเกียจไปตลอด!
ดังนั้นเรื่องอายุยืนยาว…ก็ช่างมันเถอะ!
เซี่ยเฉียวนึกไม่ถึงเลยว่าความยึดติดของวิญญาณตนนี้จะหายไปแล้ว!
เป็นเรื่องดีๆ ที่ไม่คาดคิดจริงๆ!
แม้ว่าก่อนหน้านี้นางจะเคยเก็บวิญญาณจำนวนมากมาแล้ว แต่วิญญาณแต่ละตนล้วนสำคัญมากสำหรับเซี่ยเฉียว
ตอนนี้เมื่อวิญญาณที่ถูกระเบิดตายนี้คิดได้แล้ว เขาก็เท่ากับเป็นลูกค้าของนางทันที นางจึงต้องปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความอ่อนโยนหน่อย
เซี่ยเฉียวรีบเชิญวิญญาณเข้าไปในรถม้าทันที เวลานี้เมื่อนางมองหน้าตาที่ฉีกขาดแหว่งวิ่นของเขาก็ยังสามารถยิ้มออกมาได้แล้ว “เจ้าคิดได้ในเวลานี้ถือว่าโชคดีไม่เบา เทศกาลเชงเม้งกำลังจะมาถึงแล้ว ทันเวลาที่ประตูสู่ปรโลกจะเปิดออกพอดี ตอนที่เจ้าจะไป ข้าจะเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้เจ้ามากหน่อย บ้าน รถม้า หุ่นกระดาษ ไม่ว่าอะไรที่เจ้าอยากได้ล้วนมีทั้งนั้น เจ้ายังมีเรื่องอื่นที่จะขออีกหรือไม่”
เซี่ยเฉียวยิ้มเสียจนมองไม่เห็นความปกติอะไรเลย
“…” อย่างไรก็ตามวิญญาณที่เคยได้เห็นตอนที่เซี่ยเฉียวโกรธมาแล้ว เมื่อเห็นปรมาจารย์ที่ใจดีมีเมตตาเช่นนี้ ในใจเขาก็ยิ่งหวาดกลัว
“ปรมาจารย์ ที่ผ่านมาท่านก็ดีกับข้ามากแล้ว ไม่จำเป็นต้อง…เอาใจใส่ข้าขนาดนี้หรอก ข้า…กลัว” วิญญาณที่ถูกระเบิดตายรวบเสื้อผ้าของตนเองอย่างระมัดระวัง
เซี่ยเฉียวหัวเราะหึๆ
นางก็เอาใจใส่เช่นนี้มาตลอดนี่?
เซี่ยเฉียวมีความทรงจำของสองชาติ แต่แค่ชั่วเวลาที่นางหลับตาและลืมตานางก็มาเกิดใหม่แล้ว ดังนั้นนางจึงไม่รู้ว่าเบื้องล่างนั้นเป็นอย่างไร
คาดว่าการกลับชาติมาเกิดจะต้องเข้าคิวด้วย ถึงจะลงไปข้างล่างแล้ว แต่หากโชคไม่ดีก็ต้องเลื่อนออกไปก่อน ดังนั้น…
จึงจะต้องเผากระดาษเงินให้มากหน่อย และเห็นแก่ที่วิญญาณตนนี้รู้ความ นางก็จะเผาหุ่นกระดาษจำนวนหนึ่งให้ไปเป็นบ่าวรับใช้คอยปรนนิบัติเขาข้างล่างด้วย
จากนั้นนางจึงรีบสอบถามชื่อเสียงเรียงนามบ้านเกิดของวิญญาณตนนั้นให้ชัดเจนทันที
หลุมศพของวิญญาณนี้อยู่ไกลออกไป นางจึงทำได้แค่ต้องหาทางแยกสักแห่งแล้วเผากระดาษให้ พอถึงเวลานั้นนางจะต้องร่ายคาถาสักกี่คำก่อนจึงจะส่งของไปถึงเขาได้
วิญญาณที่อยู่ตรงหน้ากำลังวิตกกังวล แต่เขาก็ยอมรับในสิ่งที่เซี่ยเฉียวต้องการให้อย่างว่าง่าย
ในขณะเซี่ยเฉียวพึมพำอะไรอยู่คนเดียวบนรถม้า คนที่อยู่ข้างนอกกลับรู้สึกคุ้นชินไปเสียแล้ว
ในใจพวกเขารู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย แต่หลังจากที่ได้ฟังน้ำเสียงสงบเย็นของปรมาจารย์โม่แล้ว พวกเขาก็รู้ว่าวิญญาณนั้นเป็นวิญญาณตัวเล็กๆ ธรรมดาๆ เท่านั้น
วิญญาณที่สามารถทำให้ปรมาจารย์ด่าออกมาได้สิจึงจะน่ากลัว
ตอนที่พวกเขากลับไปถึงเมืองหลวง เทศกาลเชงเม้งก็เริ่มแล้ว
เซี่ยเฉียวเริ่มก้มหน้าเอาไว้ตลอดเวลา พยายามไม่เงยหน้าให้มากที่สุด
“ปรมาจารย์ ท่านไม่สบายหรือ” เซี่ยเฉียวลงจากรถม้า โจวเว่ยจงและคนอื่นๆ เป็นห่วงนางมาก
ด้วยความช่วยเหลือจากปรมาจารย์คดีนี้จึงได้คลี่คลายได้อย่างราบรื่นเช่นนี้ พวกเขาจึงต้องดูแลนางให้สะดวกสบายมากที่สุด
แต่ตอนนี้นางเป็นอะไรไปเล่าฃ
นางดูห่อเหี่ยวราวกับดอกไม้ที่ไม่ได้รับการรดน้ำในวันที่แดดแรงอย่างไรอย่างนั้น ไม่มีความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเลยแม้แต่น้อย
“ไม่มีอะไร เพียงแต่ บนหัวเจ้ามีผู้ชายหนึ่งเกาะอยู่ ท่าทางหงุดหงิด ข้าไม่อยากมอง” เซี่ยเฉียวเอ่ยเบาๆ
“…” มุมปากของโจวเว่ยจงกระตุกเล็กน้อย
องครักษ์คนอื่นๆ กลับหัวเราะฮ่าๆ ออกมา “ไม่เอาน่า พี่โจวหรือว่าท่านทำอะไรไม่ดีเอาไว้ ถึงได้มีคนมาหาถึงที่”
พวกเขาล้อเล่นเท่านั้น
จ้าวเสวียนจิ่งแค่นเสียงเยาะออกมาเล็กน้อย คำพูดนี้เขาฟังแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
ทันใดนั้นองครักษ์คนที่พูดเช่นนั้นออกมาก็รู้สึกตัว…
ปรมาจารย์บอกว่าข้างกายเจ้านายของพวกเขาก็มักจะมี…ดังนั้น เมื่อครู่เขาด่าผิดคนไปแล้วโดยไม่ได้ตั้งใจ?
เขารีบคุกเข่าลงทันที