ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 601 แค่นี้ก็กลัวแล้ว? / ตอนที่ 602 ปรมาจารย์ที่เรียกลมเรียกฝนได้
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 601 แค่นี้ก็กลัวแล้ว? / ตอนที่ 602 ปรมาจารย์ที่เรียกลมเรียกฝนได้
ตอนที่ 601 แค่นี้ก็กลัวแล้ว? / ตอนที่ 602 ปรมาจารย์ที่เรียกลมเรียกฝนได้
ตอนที่ 601 แค่นี้ก็กลัวแล้ว?
ท่าทางของหลี่ชิงอวี๋น่าสงสารมาก เซี่ยเฉียวหันไปยิ้มให้เขาเล็กน้อย “เจ้าไม่เหมือนกับคนอื่น ประเดี๋ยวข้าจัดการค่ายกลเสร็จเรียบร้อย เจ้าก็จะได้เห็นวิญญาณอย่างแน่นอนโดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำตาวัวเลยเสียด้วยซ้ำ พอถึงตอนนั้น…เจ้าก็ชินไปเอง”
“ข้า ข้ายังจะเห็นได้ด้วย!?” หลี่ชิงอวี๋รู้สึกพังทลายไปแล้ว
เขาคิดว่ามันคงจะเหมือนกับตอนที่เขาอยู่ในหลุมฝังศพของผังซีหยวนก่อนหน้านี้ แม้ว่าเขาจะรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติรอบตัวเขา แต่ตรงหน้าเขาก็ไม่มีอะไร!
“เจ้าเป็นลูกหลานตระกูลหลี่ พลังชั่วร้ายนี้จัดเตรียมมาเพื่อพวกเจ้าโดยเฉพาะ เมื่อบวกกับค่ายกลของข้าและเลือดของเจ้า การที่เจ้าจะเห็นวิญญาณได้นั้นจึงเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องตื่นเต้นไปหรอก” เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กลัวว่าเขาจะทนไม่ไหว ทันใดนั้นนางก็หยิบพู่กันและกระดาษออกมาจากตะกร้า
สายฝนโปรยปรายลงมากระทบร่ม
เซี่ยเฉียวขอให้เซี่ยผิงกั่งช่วยถือร่มให้นาง ก่อนจะรีบวาดรูปออกมาอย่างรวดเร็วในขณะที่ภายนอกยังสว่างอยู่
“เจ้าดูสิ วิญญาณล้วนมีหน้าตาแบบนี้แหละ” เซี่ยเฉียวรีบวาดจนเสร็จก่อนจะยัดกระดาษใส่มือหลี่ชิงอวี๋
หลี่ชิงอวี๋มองดู…
แน่ใจหรือ
แค่หน้าตาท้องไส้เละเทะเน่าเฟะ มือเท้าไม่ครบสมบูรณ์?
วาดออกมาแบบนี้ก็ค่อนข้างดูดีอยู่…
“เจ้าต้องจำไว้ให้ดีว่า หากเจ้าหมดสติไป เจ้าตายแน่ เทพเซียนที่ไหนก็ช่วยเจ้าไม่ได้! ไม่ว่าเจ้าเห็นอะไรก็ต้องกัดฟันอดทนไว้ เด็กน้อย เจ้าต้องเชื่อมั่นในตัวเอง เจ้าทำได้แน่” เซี่ยเฉียวพูดคำต่อคำอย่างจริงจัง เต็มไปด้วยความแน่วแน่
อันที่จริง…หากเขาหมดสติไปก็ไม่มีอะไรน่ากลัว แม้จะจับวิญญาณไม่ได้ แต่นางก็ยังสามารถช่วยเขากลับมาได้อยู่ดี
แต่ถ้านางไม่พูดอย่างนี้ก็กลัวว่าหลี่ชิงอวี๋จะไม่ใส่ใจ
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่เขาเป็นลมไปแล้ว มันก็จะทำให้นางต้องลำบากเล็กน้อย ไม่เพียงแต่นางจะต้องจัดการกับวิญญาณ แต่ยังต้องช่วยหลี่ชิงอวี๋อีกด้วย และนางทำทั้งสองอย่างพร้อมกันไม่ได้
หลี่ชิงอวี๋กลืนน้ำลายพลางพยักหน้าอย่างหนักแน่น
เขาทำได้!
“เอาล่ะ เดี๋ยวข้าจะเปิดแท่นพิธีและเริ่มเปิดให้ค่ายกลทำงานแล้ว! พวกเจ้าก็ไปยืนตามตำแหน่งที่ข้าเพิ่งจัดไว้ให้เมื่อครู่นี้”
พวกเขาอยู่ในตำแหน่งเจ็ดดาว มีเพียงหลี่ชิงอวี๋คนเดียวเท่านั้นที่แตกต่างออกไป
เขาเป็นเหยื่อล่อใช้จับวิญญาณ
หลี่ชิงอวี๋ยืนตรงตำแหน่งพิฆาต เซี่ยเฉียวหยิบดาบขึ้นมาและวาดลงบนมือเขาอย่างไม่เกรงใจ ในวินาทีต่อมาเลือดสดๆ ก็ไหลออกมา
จากนั้นเซี่ยเฉียวก็เปิดแท่นบูชาและเริ่มการเปิดค่ายกล นางก้าวไปตามตำแหน่งกระบี่เจ็ดดาว กระบี่ไม้ท้อที่อยู่ในมือชี้ไปยังที่ทิศของดวงดาวและดวงจันทร์พลางพึมพำกับตัวเอง
หลี่ชิงอวี๋ไม่เคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อน
นางไม่เหมือนกับพวกนักพรตต้มตุ๋นข้างถนนพวกนั้น ปรมาจารย์โม่ในเวลานี้ราวกับเซียนคนหนึ่งกระนั้น การก้าวเท้าที่แปลกประหลาดของนางดูพิเศษมากจนให้คนมองรู้สึกตกอยู่ในภวังค์
จ้าวเสวียนจิ่งกลับมองเห็น…ฉากที่เซี่ยเฉียวรำกระบี่ในสำนักศึกษาขึ้นมารางๆ
เพียงแต่ตอนนี้นางดูมีความต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ท่าทางก็แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวสามารถ…ผสมผสานสองสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันได้อย่างแท้จริง และนำมันมาใช้ได้อย่างง่ายดาย
เมื่อค่ายกลเริ่มทำงาน บรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไปทันที
หลี่ชิงอวี๋ใจเต้นกระตุกทันที
เขารู้สึกว่าที่อะไรกรอบแกรบอยู่ที่บริเวณเท้า จู่ๆ เขาก็รู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาทันที และพยายามเรียกความกล้าก้มลงไปมอง จากนั้นเขาจึงได้เห็น…มือข้างหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากพื้น!
“แค่แขนขาด ขาขาดเท่านั้น ไม่เป็นไรๆ…”หลี่ชิงอวี๋กุมหน้าอกตนเองพลางพึมพำ
คนที่ไม่รู้อาจจะนึกว่าเขาร่ายคาถาเป็นแล้ว
กร๊อบ!
เสียงดังขึ้นอีก
หลี่ชิงอวี๋เห็นด้วยตาของเขาเองว่ามีอะไรบางอย่างลอยออกมาจากพระพุทธรูปสิบแปดองค์นั้น!
แม่เอ๊ย…
ศีรษะของหลี่ชิงอวี๋แทบจะระเบิดออกมาแล้ว และการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวเขาในขณะนี้อาจทำให้เขาตกใจกลัวจนวิญญาณหลุดได้เลย!
“ป ป…ปรมาจารย์!” หลี่ชิงอวี๋พูดตะกุกตะกักและมองไปทางเซี่ยเฉียวราวกับกำลังขอความช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาเห็นก็คือปรมาจารย์โม่ที่มีใบหน้าสงบนิ่งกำลังเหลือบมองเขาด้วยสีหน้าลึกลับสูงส่ง จากนั้นก็เอ่ยเรียบๆ ว่า “เจ้ายังเด็กจริงๆ ไม่สามารถทนอะไรได้เลย แค่นี้ก็กลัวแล้ว?”
ตอนที่ 602 ปรมาจารย์ที่เรียกลมเรียกฝนได้
หลี่ชิงอวี๋ทั้งรู้สึกละอายใจและควบคุมความกลัวไม่ได้ในขณะนี้ ความชื่นชมที่เขามีต่อปรมาจารย์โม่เหมือนแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกรากอย่างไม่หยุดยั้งแล้วในตอนนี้
คนอื่นๆ ก็ใช่ว่าจะมองโลกในแง่ดีในขณะนั้น
มีงู หนู มดและแมลงปรากฏขึ้นบนพื้นดินมากมาย
ค่อยๆ รวมตัวกันมากขึ้นทีละน้อย
มอ วัวแก่ตัวนั้นที่เซี่ยเฉียวให้พามาด้วยส่งเสียงร้องออกมาหนึ่งที กีบเท้าเหยียบของมันเหยียบย่ำลงบนพื้นอย่างกระสับกระส่าย ส่วนไก่โต้งตัวใหญ่ก็กำลังไล่ตามพวกหนอนแมลง และขันออกมาเป็นบางครั้ง
สุนัขสีดำอยู่ด้านใน เมื่อสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ส่งเสียงร้องออกมา ค่ายกลชั่วร้ายที่อยู่ด้านในก็อ่อนกำลังลงเล็กน้อย
วิญญาณแค้นลอยออกมาทันที
สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับเซี่ยเฉียวก็คือวิญญาณแค้นที่ลอยออกมาจากพระพุทธรูปทั้งสิบแปดองค์นั้นไม่ได้แข็งแกร่งทรงพลัง แต่พวกมันดูน่ากลัวและน่าขนลุกเล็กน้อย
วิญญาณที่ร้ายกาจแท้จริงแล้วคือวิญญาณแค้นของบัณฑิตทั้งสาม
พวกเขาทั้งสามตายข้างในวัดนี้ จากนั้นวิญญาณก็ไม่ได้ไปผุดไปเกิด แต่กลับถูกขังอยู่ในวัดนี้ พวกเขาเป็นวิญญาณที่ตายใหม่ๆ ที่มีความสมบูรณ์กว่าวิญญาณแค้นที่อยู่ในพระพุทธรูปเหล่านั้น ดังนั้นจึงสามารถหลอมรวมกับไอแค้นเหล่านี้ได้อย่างลงตัว และกลับกลายเป็นวิญญาณแค้นที่ควบคุมสถานที่นี้แทน
พวกมันมีลิ้นสีแดงเลือด ดวงตาสีฟ้าขาว และกรงเล็บเรียวยาวคู่หนึ่ง
หนังศีรษะที่เน่าเปื่อยห้อยครึ่ง และร่างกายก็ส่งกลิ่นเน่าเสียน่าสะอิดสะเอียน
หลี่ชิงอวี๋เห็นเช่นนั้นก็งงจนตาแตกไปแล้ว
ปรมาจารย์โม่…คนหลอกลวง!
วิญญาณแค้นที่แท้จริงน่ากลัวกว่าภาพที่ปรมาจารย์วาดให้เขาดูมาก!
ขาทั้งคู่ของเขาสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้ เลือดในมือของเขาดูเหมือนจะแข็งตัวไปแล้วกระนั้น และร่างกายของเขาก็เย็นเยียบไปทั้งตัว
วิญญาณแค้นพุ่งเข้ามาหาเขา
ราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไปอย่างนั้น
ส่วนเซี่ยเฉียวที่กำลังถือกระบี่ไม้ท้อก็พึมพำร่ายคาถา และทันใดนั้นก็มีเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่าลงมากระแทกศีรษะของวิญญาณที่กำลังเข้าใกล้หลี่ชิงอวี๋ทันที
วิญญาณแค้นที่ดูน่าเกลียดน่ากลัวนั้นก็ถูกแผดเผาในชั่วพริบตา
จากนั้นหลี่ชิงอวี๋…ก็ตกตะลึง
ป ปรมาจารย์…ปรมาจารย์ยังสามารถเรียกลมและเรียกฝนได้ด้วย!?
แต่ทำไมถึงไม่มีใครตอบสนองเลยเล่า
หรือว่ามีแต่เขาเท่านั้นที่มองเห็นได้?
แล้วตอนนี้เขาควรทำอย่างไร
ตอนนี้เขาไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่เขาเห็นอยู่นั้นอะไรเกิดขึ้นจริง และอะไรคือสิ่งที่เขาและปรมาจารย์เท่านั้นที่จะมองเห็นได้!
มีฟ้าแลบฟ้าร้องอยู่บนท้องฟ้าจริงๆ แต่ไม่ใช่เซี่ยเฉียวที่เป็นคนเรียกมา
หลายวันที่ผ่านมามีฝนตกปรอยๆ อย่างต่อเนื่อง การจะมีฟ้าร้องบ้างจึงเป็นเรื่องปกติ
แฮ่ วิญญาณแค้นทั้งสามทำเสียงน่าขยะแขยง จากนั้นวิญญาณแค้นตนอื่น ๆ ที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาก็เริ่มลอยขึ้น และแยกเขี้ยวกางกรงเล็บของพวกมันใส่หลี่ชิงอวี๋
หลี่ชิงอวี๋อยากจะเป็นลมจริงๆ แต่โชคดีที่เขารู้สึกเจ็บมือมากจนมันคอยย้ำเตือนเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ทำตัวดีๆ เชื่อฟังคำพูดของปรมาจารย์
“ดาวทั้งเจ็ด[1] เทพทั้งแปดทิศ ไท่ซ่างเกรี้ยวกราด อสูรกะโหลกยาว วิญญาณทั้งหลายกลับมา ฟังคำสั่งของข้า! ไป!” เซี่ยเฉียวพ่นลมอีกครั้ง จากนั้นวิญญาณที่ติดตามจ้าวเสวียนจิ่งมาด้วยก็พุ่งตัวไปที่วิญญาณแค้นเหล่านั้นทันที
“ทำไม…ทำไมเราตายไปแล้วก็ไม่ยอมปล่อยเราไป…”
“ให้ข้าติดอยู่ในนี้ตลอดไป มันมืดมาก…มาอยู่กับข้าเถอะ…ให้ข้ากินเจ้า! แฮ่!”
“เจ้าหนู ข้าสอนให้เจ้าอ่านหนังสือนะ…อ่านตามข้าสิ…” เสียงนั้นล่องลอยไปไกล
หนึ่งในวิญญาณแค้นที่ลอยอยู่ข้างๆ หลี่ชิงอวี๋แยกเขี้ยวยิงฟัน พึมพำๆ และเริ่มท่อง ‘คัมภีร์สามอักษร’ ออกมา
หลี่ชิงอวี๋รู้สึกว่าตนเองไม่อยากเรียนอีกแล้วในชีวิตนี้
การสอนโดยวิญญาณแค้นนั้นเป็นประสบการณ์ที่เขารับไม่ได้เลย!
มือน้อยๆ ของเซี่ยเฉียวเคลื่อนไหวไม่หยุด ปากของนางก็ร่ายคาถาไม่หยุดเช่นกัน
ภายในค่ายกลมีฟ้าผ่าลงมาอย่างต่อเนื่อง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง
สีหน้าของเซี่ยเฉียวแสดงความเจ็บปวดออกมายิ่งกว่าเดิม เมื่อนางโยนยันต์ที่วาดขึ้นจากเลือดของรัชทายาทออกไป
“ห้าจักรพรรดิห้ามังกร ปล่อยแสงเคลื่อนลม กระจายความชื้น ช่วยเทพสายฟ้า แหล่งน้ำทั่วแดน ไหลรวมเป็นหนึ่ง สวรรค์สั่งการ เจ้าต้องเชื่อฟัง ผู้ที่ฝ่าฝืน จักพบสายฟ้า รีบรับบัญชา!”
หลังจากที่นางร่ายคาถาออกไป ภาพฉากในค่ายกลก็เปลี่ยนไปอย่างมาก!
พริบตานั้นหลี่ชิงอวี๋ตาลายไปหมด เขาเห็นอะไร มังกรทอง?!
“ท่านปรมาจารย์ ท่านดูเร็ว!” ในที่สุดหลี่ชิงอวี๋ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวกลอกตาใส่เขา “ตั้งสติหน่อย มันเป็นภาพลวงตาทั้งนั้น”
นางแค่รู้สึกว่าการใช้เลือดของรัชทายาทประกับคาถาห้ามังกรนั้นเหมาะสมกับโอกาสนี้มากกว่าเท่านั้น!
ปกติแล้วนางแทบไม่อยากจะใช้คาถาที่แข็งแกร่งเช่นนี้เลย!
————————————–
[1] ดาวทั้งเจ็ด ได้แก่ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวอังคาร ดาวพุธ ดาวพฤหัส ดาวศุกร์ และดาวเสาร์