ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 599 อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด / ตอนที่ 600 บอกไปก็ไม่เข้าใจ
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 599 อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด / ตอนที่ 600 บอกไปก็ไม่เข้าใจ
ตอนที่ 599 อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด / ตอนที่ 600 บอกไปก็ไม่เข้าใจ
ตอนที่ 599 อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด
เมื่อรัชทายาทและเซี่ยผิงกั่งจากไปแล้ว เซี่ยเฉียวก็อยู่ในห้องคนเดียว นางหยิบพู่กันชาดขึ้นมาถือไว้ในมือเตรียมที่จะวาดยันต์
แต่ทันทีที่นางลงพู่กันก็ชะงักไปเล็กน้อย เสียยันต์แผ่นหนึ่งเสียไปทันที
เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่งก็นำเหรียญอีแปะทองแดงออกมาทำนายเรื่องวาสนาคู่ครองให้ตัวเอง
นางไม่ค่อยจะทำนายให้ตัวเองบ่อยนักเพราะมันไม่ชัดเจน
ตอนนี้นางว่างไม่มีอะไรทำจึงอยากลองดูเสียหน่อย
การทำนายให้ผลออกมาว่าเป็นมงคลอย่างยิ่ง เซี่ยเฉียวจึงรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นนางก็ครุ่นคิดและรู้สึกว่า…ใบหน้าของจ้าวเสวียนจิ่งนี้ดีมากจริงๆ ดีมากจนนางอยากที่จะลงมือสำรวจอย่างถี่ถ้วน ถ้าหากนางได้แต่งงานกับเขาจริงๆ แล้วล่ะก็ ต่อไปนางก็สามารถทำเช่นนั้นได้อย่างไม่ต้องเกรงใจแล้ว!
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เซี่ยเฉียวก็รู้สึกตั้งหน้าตั้งตารอคอย
รัชทายาทอะไรดีไปหมดทุกอย่าง แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะมีวิญญาณคอยติดตาม แต่ตอนนี้แม้แต่วิญญาณพวกนั้นก็ยังกลายเป็นองครักษ์ของเขาแล้ว และอยู่ไกลออกไป ไม่กล้าเข้ามาใกล้อีก เช่นนั้นแล้วข้อเสียเพียงเล็กน้อยของเขาก็หายไปทันที
เซี่ยเฉียวปรับความคิดของตนเองอย่างรวดเร็ว ไม่คิดอะไรไร้สาระอีกแล้ว แต่เริ่มที่จะตื่นเต้นขึ้นมา
แต่นางก็ไม่ได้มีความสุขได้นานนัก
ตอนนี้นางยังมีเรื่องสำคัญอีกอย่างที่ต้องทำ
วิญญาณที่อยู่ในวัดนั้น…จัดการไม่ง่ายเลยจริงๆ
สถานที่ชั่วร้ายนั้นก็ช่างเถอะ ที่นั่นยังมีคนตายมาแล้วถึงสามคน
แม้ในเวลากลางวันจะมองไม่เห็นแม้แต่เงาของวิญญาณ แต่วิญญาณบางตนก็ชอบที่จะออกมาตอนกลางคืนจริงๆ
ค่ายกลชั่วร้ายที่ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยผู้นั้นสร้างเอาไว้น่าจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาด้วย พอตกกลางคืน ได้เวลาที่พลังหยินเข้มข้นรุนแรง ถ้าหากทนไม่ไหว ทุกอย่างก็จบสิ้น
เวลานี้นางไม่คิดที่จะวาดยันต์ต่อไป เซี่ยเฉียวก็เลยออกไปซื้อของข้างนอก
นางไม่ได้พาต้าสยงมาด้วยจึงต้องซื้อไก่แจ้ธรรมดาทั่วไปมาตัวหนึ่งแทน
จากนั้นนางก็ยังซื้อวัว แพะ หมูอีกอย่างละหนึ่งตัว สุนัขสีดำก่อนหน้านี้ก็ยังอยู่ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วช
สัตว์เลี้ยงประเภทนี้ได้รับพลังจากคนไปมากจึงพอจะช่วยได้บ้าง
พอตกบ่ายวันถัดมาข้าวของทั้งหมดก็ถูกเตรียมไว้จนเกือบจะครบหมดแล้ว นางจึงเริ่มออกเดินทาง
“เดิมทีวัดนี้สร้างขึ้นเพราะตระกูลหลี่ พลังชั่วร้ายข้างในที่คอยหล่อเลี้ยงวิญญาณแค้นพวกนั้นก็จะพุ่งเป้าไปที่คนตระกูลหลี่มากหน่อย ถ้าหากหลี่ชิงอวี๋ปรากฏตัวและปล่อยให้เลือดออกมาเล็กน้อย กลิ่นของเขาก็จะต้องดึงดูดวิญญาณทั้งหมดออกมาได้แน่ เพียงแต่ว่า…มันก็เสี่ยงอยู่หน่อย” เซี่ยเฉียวเอ่ยกับราชครูหลี่ผู้เฒ่า
“จะเป็นอันตรายถึงชีวิตหรือไม่” ราชครูหลี่ผู้เฒ่าขมวดคิ้วทันที
“เป็นไปได้” เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ข้ากลัวว่าเขาขี้กลัวเกินไปและจะเป็นลมเพราะตกใจ หากเขาหมดสติ วิญญาณของเขาจะไม่มั่นคง โอกาสที่จะเกิดเหตุได้ก็ย่อมสูงขึ้น”
เวลานี้หลี่ชิงอวี๋ท่าทางราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจกระนั้น
เขาเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวังเมื่อได้ยินเช่นนั้น “หากข้าไม่เป็นลมหมดสติไปก็ไม่เป็นไรแล้วใช่หรือไม่ อีกอย่าง เมื่อเขาไม่ไปด้วยจะส่งผลกระทบต่อการเก็บวิญญาณของท่านหรือไม่”
หลังจากที่เกิดเรื่องกับจ้าวซวีจือ เขาในฐานะที่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจึงไปเยี่ยมเยือนเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่าจ้าวซวีจือถูกงูกัดที่คอ เขาก็รู้สึกว่ามันน่ากลัวเหลือเกิน
นอกจากนี้ เขาก็ยังแอบไปสอบถามจากพวกลูกน้องของจ้าวซวีจือมาแล้วด้วย
คนพวกนั้นบอกว่ามันชั่วร้ายจริงๆ และยังบอกอีกว่าตอนนั้นหากไม่ได้ยันต์ของปรมาจารย์โม่ช่วยไว้ พวกเขาก็คงจะถูกขังอยู่ในวัดนั้นออกมาไม่ได้ และจะต้องถูกงูกัดตายกันหมดแน่!
ฟังไปฟังมาล้วนมีแต่เรื่องน่ากลัว!
แล้วจะไม่ให้เขากลัวได้อย่างไร
กว่าเขาจะเติบใหญ่มาได้อย่างทุกวันนี้ ต้องกินอาหารดีๆ ไปตั้งมากเท่าไรจึงจะมีสุขภาพดีได้เช่นนี้ หากจู่ๆ ก็ต้องตายไป ตระกูลหลี่ก็จะต้องพบกับความสูญเสียมากมาย!
หลี่ชิงอวี๋ยังไม่ทันจะได้ไปเลย ขวัญของเขาก็แทบจะบินแล้ว
“เจ้าจะไม่ไปก็ได้ แต่วิญญาณที่อยู่ที่นั่นซ่อนตัวเก่ง ข้ากลัวว่าข้าจะเก็บมาได้ไม่หมด” แววตาเซี่ยเฉียวชัดเจนแจ่มใส
ราชครูหลี่ผู้เฒ่าถอนหายใจ
“ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องของตระกูลหลี่ แล้วข้าจะให้ท่านปรมาจารย์ต้องมาลำบากอยู่คนเดียวได้อย่างไร” ราชครูหลี่ผู้เฒ่ามีมารยาทอย่างยิ่ง “ก็ให้เจ้าเด็กนี่ไปกับท่านด้วยเถอะ พอถึงตอนนั้นท่านจะให้เขาทำอะไรก็บอกเขาแล้วกัน อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด”
ตอนที่ 600 บอกไปก็ไม่เข้าใจ
เหตุใดเซี่ยเฉียวจึงสุภาพและให้เกียรติราชครูหลี่ผู้เฒ่าคนนี้ นั่นก็เพราะชายชราผู้นี้รู้จักมารยาทที่ดี
เขาไม่เคยสงสัยในความสามารถของนาง และทำตามตามคำขอของนางเสมอโดยไม่สร้างปัญหาใดๆ ให้นางเลย
เช่นนั้นแล้วนางจึงทำเรื่องต่างๆ ให้สำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องเปลืองแรงมาก
“ข้าล่ะ?” จ้าวเสวียนจิ่งขยับเข้าไปใกล้ “มีประโยชน์อะไรบ้างหรือไม่”
“มีสิ บทบาทของเจ้าคล้ายๆ กับหลี่ชิงอวี๋” เซี่ยเฉียวพยักหน้าทันที
จ้าวเสวียนจิ่งนิ่วหน้าทันที เขาไม่ชอบคำว่าคล้ายๆ เลย
เขาแข็งแกร่งกว่าเจ้าเด็กตระกูลหลี่นี้ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ
“ถึงขั้นดีกว่าอยู่บ้าง” เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่งก็จะประเมินเขาอย่างจริงจัง นางลากตัวเขาเข้าไปแล้วแอบพูดว่า “ฝ่าบาทท่านล่อพวกวิญญาณได้ ต่อให้วิญญาณจะมาอยู่ใกล้ๆ ท่าน แต่ก็ได้แค่ดมเท่านั้น ทำร้ายอะไรท่านไม่ได้ ดังนั้นหากท่านไป วิญญาณที่อยู่ที่นั้นก็น่าจะออกมาจากที่ซ่อนอย่างแน่นอน”
“เพียงแต่ว่าทุกอย่างไม่แน่นอน หากท่านเป็นลมหมดสติไป วิญญาณแค้นก็อาจจะแทรกเข้าร่างท่านได้ อีกอย่าง สิ่งที่ท่านต้องคอยระวังให้ดีก็คือพวกงูหนูมดแมลงต่างๆ” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับจ้าวซวีจือแล้ว วิญญาณแค้นนั้นมีอิทธิพลต่อพวกสัตว์ที่อยู่ใต้ดินเหล่านี้ได้
วิญญาณแตะต้องรัชทายาทไม่ได้ แต่งูหนูมดแมลงทำได้นี่?
ดังนั้นพวกเขาก็ควรระวังเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน
“ไม่กี่วันที่ผ่านมาท่านเตรียมยาไว้มากแล้วไม่ใช่หรือ ไม่เป็นไรหรอก ข้าก็จะไปกับท่านด้วย จะได้ไม่ต้องห่วง” รัชทายาทเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “วิญญาณที่ติดตามท่านพวกนั้น…พอถึงเวลาก็พาพวกเขาไปด้วยเถอะ เผื่อข้าคนเดียวสู้ไม่ได้ ข้าก็จะสามารถใช้ยันต์สีเหลืองสั่งการวิญญาณที่ไม่มีพลังชั่วร้ายพวกนี้ได้ แน่นอนว่าไม่ได้ใช้พวกเขาเปล่าๆ หรอก ข้าสามารถเผาสิ่งของบางอย่างไปให้พวกเขาได้โดยไม่คิดเงิน”
ราชครูหลี่ผู้เฒ่าจะต้องเพิ่มเงินให้นางหน่อย
เพราะสุสานของตระกูลเขา นางต้องทำงานหนักมากจริงๆ
นางไม่สามารถเคลื่อนย้ายสุสานบรรพบุรุษนี้ไปได้ทันที เนื่องจากว่าพลังชั่วร้ายนั่นมีมากว่ายี่สิบปีแล้ว หากเคลื่อนย้ายสุสานโดยไม่จัดการกับวัดให้เรียบร้อยเสียก่อนก็จะเป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราวเท่านั้น
ทั้งสองคุยกันกระซิบกระซาบ ราชครูหลี่ผู้เฒ่าก็รู้เรื่องที่รัชทายาทจะไปด้วยแล้ว
เขายิ่งต้องให้หลี่ชิงอวี๋ติดตามไปด้วย
รัชทายาทเป็นนาย ส่วนเขา แม้แต่ตำแหน่งขุนนางก็ยังไม่มี แล้วเขาจะปล่อยให้รัชทายาทออกไปเป็นผู้นำได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น…ในใจราชครูหลี่ผู้เฒ่าก็ค่อนข้างตึงเครียด
ด้วยความโปรดปรานและความปกป้องที่ฮ่องเต้มีให้รัชทายาท หากเกิดเรื่องกับรัชทายาทขึ้นมา เกรงว่าทุกคนในตระกูลหลี่ของเขาคงต้องชดใช้ด้วยชีวิต
ราชครูหลี่ผู้เฒ่ารู้สึกตึงเครียดอยู่ตลอดเวลาจนเหงื่อไหลหยดลงมาอย่างต่อเนื่องอย่างห้ามไม่ได้
ผู้ชายเหล่านี้ดวงแข็งมาก
พวกเขาอดกังวลเรื่องรัชทายาทไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงติดตามไปด้วยเช่นกัน
พอตกเย็นพวกเขาก็มาถึงด้านนอกวัด
เซี่ยเฉียวดูเหมือนสาวน้อยตัวเล็กที่มาเก็บเห็ด นางแบกตะกร้าไม้ไผ่เล็กๆ ไว้บนบ่า มือหนึ่งถือร่ม จากนั้นก็ขุดดินและฝังอาวุธวิเศษไปรอบๆ วัด
ฉากนั้นดูไม่เหมือนว่านางกำลังจะมากำจัดพลังชั่วร้ายเลยแม้แต่น้อย
ส่วนผู้ชายอกสามศอกทั้งหมดหนึ่ง สอง สาม สี่…แปดคนที่ยืนอยู่ด้านหลังนางในเวลานี้ต่างก็งุนงง ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร
หลี่ชิงอวี๋ลอบมองรัชทายาท
เป็นรัชทายาทที่ยังคงสงบนิ่งอยู่ได้ ในขณะที่ทุกคนต่างก็รู้สึกทำตัวไม่ถูก แต่มีเพียงรัชทายาทและเซี่ยผิงกั่งที่หน้าด้านและไม่รู้จักกลัวอะไรเท่านั้นที่จะเฉยสงบนิ่งเช่นนี้ได้
ไม่เหมือนพวกเขาที่รู้สึกทั้งกลัวและอับอายในเวลาเดียวกัน
ปล่อยให้ผู้หญิงคนหนึ่งอย่างปรมาจารย์โม่ทำงานคนเดียวตั้งนาน ส่วนพวกเขา…กลับไม่เข้าใจสักนิดว่านางกำลังทำอะไรอยู่!
หลี่ชิงอวี๋รู้สึกกลัวมากจริงๆ เวลานี้เขาจึงเอ่ยถามเซี่ยเฉียวอย่างระมัดระวัง “ท่านปรมาจารย์ ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ บอกข้าหน่อยได้หรือไม่ ข้าจะได้รู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง”
“ถึงบอกไปเจ้าก็ไม่เข้าใจนี่ ดีไม่ดีอาจจะกลัวก็ได้” เซี่ยเฉียวจงใจแกล้งเขา
“…” หลี่ชิงอวี๋รู้สึกว่าแม้แต่ฟันของเขาก็เย็นไปหมดแล้ว