ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 587 จะเก็บไว้ทำไม / ตอนที่ 588 ไม่ตายดี
ตอนที่ 587 จะเก็บไว้ทำไม / ตอนที่ 588 ไม่ตายดี
ตอนที่ 587 จะเก็บไว้ทำไม
ตอนนี้ไป๋ชิ่นเซียงน่าจะอายุประมาณสามสิบเจ็ดสามสิบแปดปีได้แล้ว แต่นางกลับดูเหมือนคนอายุยี่สิบกว่าๆ เท่านั้น นางสวมชุดสีขาว ไร้เครื่องสำอางใดๆ บนใบหน้าแต่นางก็ยังสวยงามมากอยู่ดี
ร่างกายของนางมีกลิ่นหอมสดชื่น
เป็นคนงามสมชื่อจริงๆ
แม้ว่านางจะเป็นแม่ค้า แต่กลับมองไม่เห็นท่าทางอย่างคนหิวเงินเลยแม้แต่น้อย กลิ่นไอของนางแทบจะเทียบได้กับนางเซียนอยู่แล้ว
เซี่ยเฉียวรู้สึกนับถือผังซีหยวน คนที่มีความสัมพันธ์กับเขาล้วนแต่มีหน้าตาหรือไม่ก็ความสามารถที่โดดเด่นเช่นนี้ด้วยกันทั้งนั้น
“ใต้เท้าทุกท่าน…ไม่ทราบว่ามีเรื่องสำคัญอะไรหรือ” หลังจากที่นางเชิญพวกเขาเข้าไปที่โถงรับแขกแล้วก็ให้คนยกน้ำชาเข้ามา ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่รีบร้อน
“ย่อมต้องมาหาเจ้าด้วยเรื่องคดีแน่นอน” เซี่ยผิงกั่งไม่ได้มีใจที่จะรักหยกถนอมบุปผาแม้แต่น้อย
เมื่อไป๋ชิ่นเซียงได้เห็นเซี่ยผิงกั่งนางก็นิ่วหน้าเล็กน้อย
สายตาของนางปรากฏแววรังเกียจวาบผ่านทันใด
คาดว่านางคงจะรังเกียจที่เซี่ยผิงกั่งหน้าตาหยาบกร้าน ไม่ได้ดูน่ามองเลยสักนิด
“ตระกูลไป๋ของข้าไม่มีคดีอะไรให้ต้องสืบ” ไป๋ชิ่นเซียงยังคงเย็นชา “หากคิดที่จะสืบคดีก็ไปเอาหนังสือจากทางการมา แล้วค่อยพาคนมาค้น”
นางยังคงนิ่งเฉย และเย็นชาจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งได้แล้ว
“ฮูหยินไป๋ เนี่ยปี อวี๋จ้าวสี่ จูปั๋วยาง เจ้ารู้จักสามคนนี้บ้างหรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งตรงประเด็นไม่อ้อมค้อม เขานำหนังสือเล่มนั้นออกมาวางไว้ตรงหน้าไป๋ชิ่นเซียงทันที “แม่นางไป๋ ทั้งสามคนนี้เสียชีวิตในวัดร้างห่างไกล แม้ว่าเจ้าจะไม่ใช่ฆาตกร แต่คิดว่าเจ้าน่าจะคุ้นเคยกับพวกเขาดี”
เมื่อไป๋ชิ่นเซียงได้ยินเช่นนั้น ความสงบนิ่งที่นางแสดงออกมาแต่แรก ในที่สุดก็มีความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาบ้าง
“ข้าไม่รู้จัก” เสียงของนางสั่นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงกัดฟันปฏิเสธ “ตระกูลไป๋ของข้าไม่ชอบคบค้าสมาคมกับพวกบัณฑิตมาตั้งแต่ไหนแต่ไร”
“เช่นนั้นแล้วเจ้าน่าจะรู้จักผังหานเวยสินะ” จ้าวเสวียนจิ่งกึ้งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม
“บอกมาตามตรง! มิฉะนั้นข้าจะเจ้าส่งตัวไปที่ศาลตัดสินคดีแล้วทรมานให้หนัก!” เซี่ยผิงกั่งพ่นออกมาในเวลาที่เหมาะเจาะ
สองคนนี้ดูไม่เหมือนผู้ชายที่จะสงสารคนอื่นเลยจริงๆ คนหนึ่งเร่งเร้า คนหนึ่งเนิบช้า ช่างบีบคั้นใจคนจริงๆ
เรื่องแม่นางผังนี้ปิดไม่มิดจริงๆ
อย่างไรเสียพวกเขาก็มีคำให้การของชายชราอยู่แล้ว
เวลานี้สองมือของไป๋ชิ่นเซียงจับกันไว้แน่น นางดูประหม่าอย่างยิ่ง “ใช่ ผังหานเวยเป็นลูกสาวของข้า แล้วอย่างไรเล่า มันก็แค่ความคิดชั่วแล่นเท่านั้น ต่อให้เป็นความผิดฐานคบชู้ก็เถอะ…ข้าก็กล้ายอมรับ แม้แต่ตอนที่สามีของข้ายังมีชีวิตอยู่ เขาก็ไม่ถือสา”
ความผิดของนางจะต้องถูกลงโทษด้วยการโบยตี เพราะถึงอย่างไรก็ถือว่าเป็นการทำลายศีลธรรมประเพณี
แต่ตระกูลไป๋มีเงิน จึงสามารถใช้เงินมาชดเชยความผิดได้
ดังนั้นสำหรับไป๋ชิ่นเซียงแล้วมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะมาเล่นลิ้นได้ ในเมื่อเจ้าไม่ให้ความร่วมมือ หากอย่างนั้น…มาเอาตัวออกไป!” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยทันที หลังจากพูดจบเขามองไปที่ผู้คนรอบกายไป๋ชิ่นเซียง “หากไป่ชิ่นเซียงเป็นฆาตกร บ่าวรับใช้อย่างพวกเจ้าก็จะต้องเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด และมีโทษประหารชีวิตเช่นเดียวกัน!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็มีคนสองคนหน้าซีดทันที
ตึง เสียงคุกเข่าดังขึ้น
“ใต้เท้าได้โปรดไตร่ตรองด้วย ฮูหยินของเราไม่ได้ฆ่าคนจริงๆ นางก็แค่…มีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากับพวกเขาเท่านั้น!” หญิงรับใช้สูงวัยที่อยู่ข้างๆ รีบตะโกนขึ้นมาทันที
นางรู้ว่าศาลตัดสินคดีนั้นร้ายกาจเพียงใด
ได้ยินมาว่าคนที่เข้าไปแล้วจะไม่มีวันได้ออกมาอีก!
ไป๋ชิ่นเซียงทรงตัวไม่อยู่ ถ้วยน้ำชาในมือของนางกระแทกเข้ากับหน้าผากของบ่าวหญิงชราทันที “ขยะ ข้าจะเก็บเจ้าไว้ทำไมเนี่ย”
“ฮูหยินไป๋ เจ้ายังไม่ยอมพูดอีกหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเรียบเรื่อย
ไป๋ชิ่นเซียงมีสีหน้าไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ยอมเปิดปากพูดในที่สุด “ใช่ ข้ามีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับคนทั้งสามนี้”
หลังจากที่นางพูดจบเปลือกตาของนางก็สั่นเล็กน้อย นัยน์ตาแดงก่ำ
“เล่ามาให้ละเอียด” เซี่ยผิงกั่งทำไม่รู้ไม่ชี้ เขากลับไม่อ่อนข้อให้ไป๋ชิ่นเซียงเลยสักนิดเมื่อเห็นท่าทางน่าสงสารของนาง
มีคนหยิบพู่กันและกระดาษแล้วบันทึกทุกคำที่ไป๋ชิ่นเซียงพูดไว้ตั้งนานแล้ว
ตอนที่ 588 ไม่ตายดี
ไป๋ชิ่นเซียงเองก็รู้สึกอับอายขายหน้า แต่ก็รู้ว่านางหนีไม่พ้น
หลายปีก่อน นางคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้วและจะไม่มีใครตายอีก แต่นางไม่คิดว่าช่วงเทศกาลสอบฤดูใบไม้ผลิปีนี้จะมีคนตายอีกแล้ว
ช่วงนี้นางรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนและหวาดกลัวจริงๆ
“ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับสามีไม่ดีเลย หลังจากที่ข้ามีลูกกับผังซีหยวนก็ยิ่ง…เข้ากันไม่ได้อีกต่อไป…”
“ก่อนเทศกาลสอบฤดูใบไม้ผลิในปีนั้น ข้าพบเนี่ยปีในร้านอาหารก็เลยส่งจดหมายไปหาเขา แล้วเราก็พบกันที่นอกเมืองในค่ำคืนหนึ่งท่ามกลางสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิ แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาเสียชีวิต… ข้าไม่รู้จริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เป็นอะไรไป ข้าได้ยินมาว่าเขาแขวนคอตาย ข้าคิดว่า บางทีเขาอาจจะได้รับความไม่เป็นธรรมอะไรบางอย่างก็เลยคิดไม่ตก…”
ถึงอย่างไรเขาเคยเป็นผู้ชายที่นางชอบมาก่อน ในตอนนั้นนางจึงไม่ได้รู้สึกดีนัก
เดิมทีนางคิดจะส่งเงินไปให้ทางบ้านของเนี่ยปีจำนวนหนึ่ง แต่คดีนี้เป็นที่อึกทึกครึกโครมไปทั่ว นางกลัวว่าการกระทำของนางจะดึงดูดความสนใจจากคนอื่นก็เลยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไปเสีย
“ข้าค่อนข้างชื่นชมพวกบัณฑิต พวกเขาหน้าตาดี และมีความรู้ความสามารถ นางจึงให้ความสนใจมากหน่อย พอถึงฤดูกาลสอบใบไม้ผลิในอีกสามปีต่อมา ข้าก็มองหาใครสักคนตามปกติ…และหลังจากที่เราสนุกด้วยกัน แล้วเขาก็มาตายอยู่ข้างในนั้นเหมือนกันอีก…”
ต่อมานางก็ไม่กล้าอีกแล้ว
จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ นางได้พบคนที่ดูเหมือนผังซีหยวนมาก นางจึงรู้สึกมีความจริงใจต่อเขาเล็กน้อย
เดิมทีนางคิดว่ามันจบลงแล้ว และนึกไม่ถึงว่าอดีตจะซ้ำรอย
อันที่จริงหลายปีมานี้นางก็ไม่ได้ขาดแคลนผู้ชายเลย ในหมู่บ้านนางก็เลี้ยงดูผู้ชายหน้าตาดีเอาไว้บ้าง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพวกเขาจะหน้าตาดี แต่ก็ไม่มีพรสวรรค์อะไร นางจึงไม่ได้ไปที่นั่นบ่อยนัก
นอกจากวันไหนที่นางอยู่บ้านแล้วรู้สึกเบื่อมากๆ จึงจะออกไปพักผ่อนหย่อนใจบ้างสักครั้ง
บัณฑิตสามคนนั้นมีคุณสมบัติดีที่สุดแล้ว
เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น คนที่น่าสงสัยที่สุดในเวลานี้ไม่ใช่ไป๋ชิ่นเซียง แต่เป็นสามีของนาง
“ฮูหยินไป๋ สามีของเจ้าอยู่ที่ไหน” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถาม
“ป่วยตายไปเมื่อปีที่แล้ว” ฮูหยินไป๋สีหน้าเรียบเฉย ตอนที่นางพูดถึงเรื่องนี้ก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกโศกเศร้าอะไรออกมา
คนผู้นี้เจ้าชู้แต่ก็ไร้หัวใจมากพอ
อันที่จริงนางกับผังซีหยวนนับว่าเป็นคู่สวรรค์สร้างที่เหมาะสมกันอย่างยิ่ง
เขยตระกูลไป๋เสียชีวิตไปแล้ว ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะทำการฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในปีนี้
แต่แล้วมันจะเป็นใครได้
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วและคิดพิจารณาอย่างจริงจัง นางมองออกไปข้างนอกและเห็นชายอายุสิบแปดสิบเก้าคนหนึ่งเดินผ่านไปพอดี
“ลูกชายของเจ้าอยู่ที่ไหน” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
เมื่อไป๋ชิ่นเซียงได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้าทันที “นี่มันหมายความว่าอย่างไร จะสืบคดีก็สืบไปสิ จะถามหาลูกชายของข้าทำไม”
“ให้ใครไปพาตัวคุณชายไป๋มาที่นี่หน่อย” จ้าวเสวียนจิ่งรวดเร็วอย่างยิ่ง
คนผู้นี้จะต้องถูกนำตัวไปที่ด้านหน้าเพื่อสอบสวนเสียก่อนเพื่อให้ทราบว่าไป๋ชิ่นเซียงคนนี้มีความเป็นไปได้ที่จะก่อการฆาตกรรมหรือไม่
ทางที่ดีที่สุดพวกเขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าไป๋ชิ่นเซียงอยู่ที่ไหนตอนที่เกิดคดีขึ้นและนางมีพยานหรือไม่
เซี่ยผิงกั่งลงมือจัดการทันที ไม่นานนักชายที่เพิ่งโผล่หน้ามาเมื่อครู่ก็ถูกคุมตัวเข้ามา
ลูกชายของไป๋ชิ่นเซียงนี้คนนี้ดูแตกต่างจากนางอยู่บ้าง เขาไม่ได้ดูหน้าตาดีเท่าไรนัก
เขามีถุงใต้ตา ใบหน้าหมองคล้ำ และมีโหงวเฮ้งของคนที่ไม่มีทายาท คนผู้นี้…พลังปราณที่ไตไม่ค่อยดีนัก
เซี่ยเฉียวไอแห้งๆ จากนั้นจึงมองเขาอีกเล็กน้อย
คิ้วของนางขมวดมุ่น
คนผู้นี้หน้าผากมืดมนหม่นหมอง มีความโศกเศร้ากังวลใจมาก ช่วงท้องมีลักษณะตื้นและแคบ เขาจะต้องอ้างว้างโดดเดี่ยว คอเล็กและสั้น พื้นที่เหนือริมฝีปากแคบ ส่วนพื้นที่เหนือคางกว้าง ขาดเส้นแนวตั้งกึ่งกลางหน้าผาก จมูกเล็ก นัยน์ตาต่ำจิตใจไม่มั่นคง สีผิวเขียวคล้ำจะไม่ตายดี
โหงวเฮ้งของคนผู้นี้ดูธรรมดาทั่วไป แต่ท่าทางของเขากลับแย่ยิ่งกว่า แทบจะเทียบกับคนตายได้แล้ว
นอกจากนี้เขายังมีโหงวเฮ้งที่ดุร้ายอีกด้วย
สีหน้าเซี่ยเฉียวเคร่งขรึม นางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “คุณชายไป๋ เจ้าเป็นคนฆ่าจูปั๋วยางใช่หรือไม่”
ทันทีที่นางพูดเช่นนั้น ทุกคนรวมถึงจ้าวเสวียนจิ่งด้วยก็มองนางด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าจู่ๆ นางจะสรุปออกมาอย่างกะทันหันเช่นนี้