ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 581 รู้ถึงความสำคัญของนางแล้วสินะ / ตอนที่ 582 เบาะแส
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 581 รู้ถึงความสำคัญของนางแล้วสินะ / ตอนที่ 582 เบาะแส
ตอนที่ 581 รู้ถึงความสำคัญของนางแล้วสินะ / ตอนที่ 582 เบาะแส
ตอนที่ 581 รู้ถึงความสำคัญของนางแล้วสินะ
มีเสียงกรอบแกรบดังขึ้นใกล้ฝ่าเท้า
เมื่อพวกเขาก้มลงไปมองก็เห็นงูตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้มาจากไหนจำนวนมากกำลังคืบคลานเข้ามาหาพวกเขา
จ้าวซวีจือรู้สึกเจ็บแปลบตรงหลังคอขึ้นมาทันที เขารีบแตะดู จากนั้นจึงพบว่าเป็นงูตัวหนึ่ง
เขาโยนมันออกไปกระแทกกับพระพุทธรูปทันทีด้วยความตื่นตกใจ
“ไป! พวกเรารีบออกไปกันเถอะ!” ทุกคนรีบตะโกนออกมา
แต่ประตูนั้นปิดสนิท เปิดอย่างไรก็ไม่ออก
หนึ่งในพวกเขานึกถึงยันต์สีเหลืองที่คนของรัชทายาทให้มาได้ เขาจึงรีบเอ่ย “พวกเราเอา เอายันต์สีเหลืองนั่นออกมา ลองแปะดูดีกว่า!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็ได้สติขึ้นมาทันทีก่อนจะรีบหยิบของออกมาด้วยมืออันสั่นเทา เมื่อพวกเขากดมันลงบนประตู มันก็แปะติดอย่างเหนียวแน่นทันที
จากนั้นเมื่อพวกเขาลองผลักเพียงเบาๆ บานประตูหน้าต่างก็เปิดออกจนสุด!
ทุกคนยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก พวกเขารีบลากตัวจ้าวซวีจือพุ่งออกไปทันที
พวกเขาแทบจะไม่กล้าหันกลับไปมอง ทันทีที่ออกมาจากวัดได้แล้วก็รีบขึ้นหลังม้าเผ่นทันที หลังจากขี่ม้าออกมาเป็นเวลาสองเค่อจึงได้หยุดลง
ตกใจจนขวัญบิน
“คุณชายใหญ่!” หลังจากที่หยุดลงแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็หันไปมองจ้าวซวีจือกับผู้คุ้มกันข้างกายของเขา ใบหน้าของทั้งสองออกสีเขียวๆ ม่วงๆ ดูไม่ดีเลย!
จ้าวซวีจือรู้สึกเจ็บปวดขณะกำคอไว้ ท่าทางของเขาดูอ่อนแอมาก “ข้าถูกงูกัด…”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจมาก
โชคยังดีที่พวกเขารู้ว่า เวลาที่ออกไปข้างนอกก็มักจะเกิดเรื่องได้ง่าย ดังนั้นจึงได้นำของที่สามารถแก้พิษในชีวิตประจำวันได้ติดตัวมาด้วย แล้วรีบนำออกมาให้ทั้งสองกินทันที
ยานี้ให้ผลธรรมดาทั่วไป ไม่ได้มีประสิทธิภาพมากเท่าไรนัก
พวกเขาจึงได้แต่ต้องเดินทางไปยังอำเภอสวินต่อไป
ในหัวของทุกคนปรากฏภาพสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างช่วยไม่ได้ พวกเขาต่างก็รู้สึกว่ามันน่ากลัวถึงขีดสุด
ทั้งที่พวกเขาไม่เห็นอะไรทั้งนั้นนอกจากดวงไฟที่ลอยไปมาพวกนั้นและงูตัวเล็กๆ จำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมตอนที่พวกเขาอยู่ในวัดนั้นจึงได้รู้สึกจิตใจวุ่นวายกระสับกระส่าย อึดอัดไม่สบายไปหมดทั้งตัว!
ราวกับว่า…โดนของกระนั้น!
นอกจากนี้…
พวกเขาทุกคนต่างก็พกยันต์สีเหลืองติดตัวไว้ มีเพียงคุณชายใหญ่และผู้คุ้มกันคนสนิทของเขาเท่านั้นที่ไม่มี
แต่ดันกลายเป็นว่าพวกเขาทั้งสองคนถูกงูกัด
นี่มันจะเป็น…เรื่องบังเอิญหรือ
แล้วยังประตูนั่นอีก ทำไมอยู่ดีๆ ก็เปิดไม่ได้ขึ้นมา แต่พอแปะยันต์นั่นเข้าไปก็สามารถเปิดได้ทันที
พวกเขาแต่ละคนอยู่ในสภาพอนาถย่ำแย่ เมื่อพวกเขามาถึงอำเภอสวินก็รีบนำตัวจ้าวซวีจือไปส่งถึงมือหมออย่างรวดเร็ว
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นเซี่ยเฉียวก็ได้ยินเรื่องนี้
นางยิ้มเยาะเล็กน้อย
คนทั่วไปมองไม่เห็นวิญญาณก็นับว่าเป็นบุญของพวกเขาแล้ว ถูกงูกัด?
เกรงว่าตอนนั้นวิญญาณสำแดงฤทธิ์หลอกหลอนทำให้พวกสัตว์ต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ตกใจ
เซี่ยเฉียวมั่นใจว่า พิษงูของจ้าวซวีจือนั้นคงจะกำจัดไม่ได้ง่ายๆ จะต้องไปที่วัดพุทธหรือไม่ก็วัดเต๋าเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกความชั่วร้ายออกไปจึงจะได้
เป็นเพราะเขาดวงดี ลูกน้องพวกนั้นก็ลงมือไวและรู้จักที่จะพาเขาหนี มิฉะนั้นต่อให้เป็นเซียนก็จะต้องตายอยู่ที่นั่น พอฟ้าสว่างคนชันสูตรศพก็จะเขียนรายงานได้แค่ว่า เขาบังเอิญถูกงูพิษกัดตายเท่านั้น
“ปรมาจารย์…ที่แห่งนั้นชั่วร้ายขนาดนั้นเลย? จ้าวซวีจืออยู่ที่นั่นแค่ไม่นานก็กลายเป็นอย่างนี้แล้ว?” เซี่ยผิงกั่งรู้สึกตกใจ
“พวกเจ้ากลัวขึ้นมาแล้วหรือ” เซี่ยเฉียวถามด้วยรอยยิ้ม
รู้ถึงความสำคัญของนางแล้วสินะ?
“ของที่มองเห็นได้ข้าย่อมไม่กลัวอยู่แล้ว แต่ของที่ซ่อนอยู่ในที่มืด และไม่มีใครรู้ว่ามันจะลงมือเมื่อไหร่นั้นน่ารำคาญใจจริงๆ” เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้ว
“มันก็ไม่ถึงขนาดนั้น พวกเจ้ามีพลังหยางเข้มข้นและยังติดตามรัชทายาทด้วย พวกเจ้าก็จะดวงแข็งกว่าคนใกล้ตัวจ้าวซวีจืออยู่บ้าง” เซี่ยเฉียวเอ่ย นางคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ “ยกตัวอย่างเช่นคดีผู้เข้าสอบที่ท่านเห็นกับตาตัวเอง เขาก็ไม่ตาย นั่นแปลว่าเขาต้องมีเทพเหวินชาง[1] ค่อยคุ้มครอง จิตใจเขาก็ดี ทั้งยังมีพลังหยางมากพอและมีบุญ แม้ว่าจะต้องตกอกตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีปัญหาใหญ่ ตอนนี้…ถึงขั้นว่า ได้เป็นขุนนางแล้วใช่หรือไม่”
ตอนที่ 582 เบาะแส
เซี่ยเฉียวหันไปถามรัชทายาท
จ้าวเสวียนจิ่งพยักหน้าเบาๆ “ตอนนี้เป็นผู้ตรวจการมณฑลหยวนโจวแล้ว”
“ดังนั้นอิทธิพลของวิญญาณนี้ก็แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนมีดวงแข็งมาแต่กำเนิด ต่อให้อยู่ตรงนั้นทั้งคืน วิญญาณนั่นก็ทำอะไรเขาไม่ได้ พวกเจ้าพูดเองไม่ใช่หรือว่า ในบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาของจ้าวซวีจือก็มีคนหนึ่งที่ถึงกับฟันตัวเองด้วยน่ะ? ข้าว่าคนคนนั้นน่าจะเป็นคนดวงอ่อนมากๆ จิตใจไม่มั่นคง เมื่ออยู่ในความตกใจหวาดกลัวและได้รับอิทธิพลจากวิญญาณ เขาจึงได้ทำร้ายตัวเอง” เซี่ยเฉียวเอ่ย
นี่เป็นคำอธิบายที่ดีกว่าหน่อย
เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็มองไม่เห็นวิญญาณ
ถ้าหากนางเดาไม่ผิดแล้วล่ะก็ วิญญาณนั่นจะต้องเป็นคนยกมือของเขาขึ้นมาฟันเขาแน่นอน
หลี่ชิงอวี๋และคนอื่นๆ ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกว่าตนเองโชคดีที่ไม่ได้ค้างคืนที่นั่น
เซี่ยผิงกั่งกลับไม่ได้รู้สึกอะไร เขาทำคดีหลายปีมานี้ก็ไม่เคยเห็นอะไรแปลกๆ มาก่อนเลยจริงๆ ดังนั้น…คาดว่าเขาคงจะเป็นคนที่ดวงแข็งพอคนหนึ่ง
ส่วนในเวลานี้จ้าวซวีจือก็กำลังนอนอยู่บนเตียง
รอยฟันที่หลังคอเขานั้นชัดเจนมากและสีก็น่ากลัวจริงๆ
เขากินยาแก้พิษเข้าไปแล้ว ทำยังกรีดเอาเลือดออกมาแล้วด้วย เวลานี้จึงไม่เป็นอันตรายอะไรมาก เพียงแค่รู้สึกไร้เรี่ยวแรง ลุกไม่ขึ้นเท่านั้น
เขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะเริ่มต้นไม่ดีเช่นนี้!
ตอนนี้ไม่รู้รัชทายาทจะหัวเราะเยาะเขาขนาดไหนแล้ว!
“คุณชายใหญ่ เรายังจะ…สืบคดีนี้อีกหรือเปล่า” ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาเอ่ยถาม
คนที่ติดตามเขามาพวกนั้นยังรู้สึกหวาดผวาอยู่ในใจ ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่ได้เห็นวิญญาณอะไรในวัดนั้นเลย แต่บรรยากาศที่พวกเขาสัมผัสบรรยากาศนั้นได้เต็มๆ ไหนเลยจะกล้ากลับไปที่นั่นอีก
แค่คิดก็ยังไม่กล้า
สีหน้าจ้าวซวีจือนั้นดูไม่ค่อยดี “จะไปได้อย่างไร สภาพข้าตอนนี้ยังจะไปไหนได้อีก!”
ตอนนี้เขากำลังสงสัยว่า รัชทายาทจะเป็นคนปล่อยงูพิษที่อยู่ในวัดนั้น!
รัชทายาทช่างชั่วร้ายจริงๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาจะต้องสืบคดีนี้ให้ได้ แต่กลับจงใจห้ามเขา แล้วไปปล่อยงูมากมายเอาไว้ที่นั่นจนเกือบทำให้เขาไม่รอดเสียแล้ว!
น่าเสียดายที่เขาไม่มีหลักฐาน!
“หากอย่างนั้น…พวกเราจะเดินทางกลับกันหรือไม่” ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาแทบอยากจะร้องไห้ และรีบถามออกมาอย่างระมัดระวังทันทีด้วยกลัวว่าจะทำให้เขาไม่พอใจอีก
จ้าวซวีจือรู้สึกไม่สบายกาย ความจริงแล้วเขาอยากจะกลับเมืองหลวงไปให้หมอหลวงตรวจอาการให้
แต่ในใจกลับรู้สึกไม่อยากยอมแพ้
รัชทายาทและเซี่ยผิงกั่งกับคนอื่นๆ ยังอยู่ที่นี่กันหมด หากเขาจากไปก็จะเหมือนกับว่าเขาหนีไปด้วยความอับอาย ดูไม่มีศักดิ์ศรีเลยจริงๆ
“รออีกหน่อย” จ้าวซวีจือยืนกราน
ลูกน้องของเขาได้แต่ต้องตอบรับอย่างจนปัญญา
มันยังไม่จบ จ้าวซวีจือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงสั่งให้คนไปขอห้องพักในโรงเตี๊ยมที่รัชทายาทดูแลอยู่แล้วย้ายไปที่นั่นทันที
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเชื้อพระวงศ์ ต่อให้รัชทายาทจะไม่ชอบเขาแค่ไหน แต่เขาก็คงไม่สามารถที่จะไล่คนป่วยไปได้หรอกกระมัง มิฉะนั้นหากเรื่องนี้เป็นที่ล่วงรู้ไปถึงเมืองหลวง ราชวงศ์ก็จะไม่พอใจเอาได้
ต่อให้เขาจะไขคดีไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความรัชทายาทจะทำได้นี่!
…
ส่วนในเวลานี้พ่อบ้านของตระกูลผังก็ไปหารัชทายาทถึงที่ห้องของเขาด้วยตัวเอง
“ข้าได้ยินมาว่าท่านมาสืบเรื่องคดีหิ่งห้อย ข้า…รู้เรื่องอะไรบางอย่างที่ไม่ทราบว่าพอจะช่วยท่านได้หรือไม่” ชายชราเอ่ยด้วยความเคารพ
ข้าได้ยินว่ามาคนผู้นี้เป็นคนใหญ่คนโต
แม้แต่ราชครูหลี่ผู้เฒ่าที่กลับบ้านมาเพื่อเคารพบรรพบุรุษก็ยังต้องแสดงความเคารพต่อเขา สถานะของคนผู้นี้จะต้องสูงส่งอย่างยิ่งแน่นอน
จ้าวเสวียนจิ่งนั่งอย่างสบายๆ พลางกวาดตามองชายชรา “ทำไมถึงเพิ่งมาพูดวันนี้”
เรื่องที่เขามาสืบคดีไม่ใช่ความลับอะไร ตอนที่อยู่ที่หลุมศพตระกูลผังชายชราผู้นี้ก็ได้ยินแล้ว
ถ้าหากเขามีใจที่จะช่วยเหลือจริงๆ ก็คงไม่ต้องรอจนถึงตอนนี้
“ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง!” ชายชราคุกเข่าลงกับพื้นทันทีด้วยสีหน้าไม่สบายใจ “ข้าอายุมากแล้ว ชีวิตนี้ก็ไม่มีลูกมีหลานกับใครเขา ข้างกายก็มีแค่คุณหนูคนเดียวเท่านั้น ที่เป็นทั้งเจ้านายและเป็นเหมือนลูก สองปีมานี้ข้าน้อยเริ่มมีสุขภาพไม่ดีแล้ว ไม่รู้ว่าจะต้องตายจากนางไปเมื่อไร…”
——————————————————–
[1] เทพเหวินชาง เทพบัณฑิต เทพแห่งการศึกษา การสอบ ความก้าวหน้าในการงาน