ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 567 ไร้ที่ติ / ตอนที่ 568 ของขวัญขอบคุณ
ตอนที่ 567 ไร้ที่ติ / ตอนที่ 568 ของขวัญขอบคุณ
ตอนที่ 567 ไร้ที่ติ
เซี่ยเฉียวมีความตั้งใจสูง…เขามองออกตั้งนานแล้ว
ไม่ว่านางจะทำอะไรก็จะคิดถึงแต่เรื่องนั้น และจะต้องทำให้ถึงที่สุด ทุกๆ ครั้งนางจะต้องใช้ความสามารถและพลังทั้งหมดที่มีจึงจะยอมรามือ
นิสัยนางดื้อรั้น แต่ก็ใจดีจนทำให้คนโกรธไม่ลง
จ้าวเสวียนจิ่งลองใช้มือทาบลงบนหน้าผากของนางดูเล็กน้อย
นางไม่ได้มีไข้ น่าจะแค่เหนื่อยมากเท่านั้น
แม้จะมีหมอเดินทางมาด้วย แต่เขาก็ไม่กล้าให้เซี่ยเฉียวกินยามั่วๆ ถึงอย่างไรสุขภาพร่างกายของนางก็ไม่ดี เดิมทีก็กินยาอยู่แล้ว หากบังเอิญยาออกฤทธิ์ตีกันก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้
อีกอย่าง นางก็พยายามอย่างมากที่จะปกปิดตัวตนของตัวเองจนถึงกับต้องแต่งหน้าออกมาเป็นอย่างนี้ ถ้าหากนางพบว่าความแตกเสียแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะรู้สึกโกรธแค่ไหน
จ้าวเสวียนจิ่งครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วมองภายในรถม้า
“ตะกร้าไม้ไผ่ของปรมาจารย์โม่เล่า” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถาม
หลังจากที่เขาถามขึ้นไม่นานนักตะกร้าไม้ไผ่ก็ถูกส่งเข้ามา
ของที่อยู่ข้างในไม่ได้หนักมาก ตะกร้าไม้ไผ่นี้สานมาอย่างดี ทั้งน้ำหนักเบาและทนทาน ของที่อยู่ข้างในระเกะระกะ ไม่ว่าอะไรก็มี แต่ส่วนใหญ่เป็นกระดาษยันต์ ชาด ขวดกระเบื้องและโหลต่างๆ
เขาเองก็ไม่ได้แตะต้องอะไรมั่วซั่ว เพียงแต่ต้องการหาของที่ใช้สำหรับแต่งหน้าเท่านั้น
หลังจากที่จ้าวเสวียนจิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เช็ดล้างทำความสะอาดใบหน้าของเซี่ยเฉียว จากนั้นก็ค่อยๆ ลงพู่กันวาดลงบนใบหน้าเซี่ยเฉียวให้ออกมาเป็นรูปลักษณ์ของโม่ชูเซิงใหม่อีกครั้ง
ซึ่งก็ค่อนข้างยากอยู่
จ้าวเสวียนจิ่งถึงกับเหงื่อไหล
หลังจากที่เขาใช้เวลาวาดไปประมาณหนึ่งชั่วยามจึงเพิ่งจะรู้สึกว่าสมบูรณ์แบบแล้ว
…
และในขณะที่เซี่ยเฉียวเป็นลมหมดสติไป ขอทานคนหนึ่งที่อยู่ข้างถนนในอำเภอสวินก็กระอักเลือดออกมาอย่างกะทันหัน
เขาเร่ร่อนอยู่บนถนนมาหลายปีแล้ว ที่ที่เขาไปบ่อยที่สุดทุกๆ วันก็คือบ้านตระกูลผัง บ้านตระกูลผังนั้นเปลี่ยนเจ้าของมานานแล้ว คนตระกูลนี้เหลืออยู่แค่คนเดียวเท่านั้น….
เขาคือเย่ว์จ้งซิ่ง ส่วนภรรยาของเขาคือหลิวเฉี่ยวหนู
ค่ายกลอันชั่วร้ายนั่นจะต้องมีคนรับผลแห่งกรรมซึ่งก็คือเขาเอง
บัดนี้ค่ายกลนั้นถูกทำลายลงแล้ว มันจึงย้อนกลับมาหาเขาเป็นธรรมดา
เขารู้ว่าตนเองทำร้ายคนบริสุทธิ์ แต่บนโลกใบนี้ใครเล่าจะจดจำได้เขาที่ถูกผังซีหยวนทำร้ายโดยไม่มีความผิดได้บ้าง!
ภรรยาของเขาเป็นแค่ทาสคนหนึ่งเท่านั้น เขาเป็นคนไถ่ตัวนางมา แล้วพานางออกมาจากบ้านเกิด เดิมทีพวกเขาสองสามีภรรยารักใคร่กลมเกลียวกันมาก หากไม่ใช่เพราะผังซีหยวนล้ำเส้นเข้ามา ตอนนี้พวกเขาสองคนคงมีลูกด้วยกันไปแล้ว…
แต่ก็พอแล้วล่ะ
เขามีภรรยาและอนุภรรยาตั้งหลายคนไม่ใช่หรือ ก็ให้บรรดาภรรยาของเขาตายไปทั้งหมดเสียเลย
เย่ว์จ้งซิ่ง กระอักเลือดออก จากนั้นก็ปิดตาหลับไปตลอดกาล
เมื่อขาดคุณธรรมแล้ว ใครเล่าจะรู้ได้ว่าชาติหน้าจะต้องได้รับผลอย่างไร หรือไม่ก็อาจจะต้องทนทุกข์ทรมานชดใช้กรรมอยู่ในปรโลกก็เป็นได้
…
ขณะที่เซี่ยเฉียวหลับไปคนของรัชทายาทก็ขุดหลุมศพขึ้นมา
โครงกระดูกที่อยู่ด้านในล้วนแต่ยังอยู่ในสภาพครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ได้แตกหักล้มทับปะปนกัน และสามารถแยกแยะออกจากกันได้ พวกเขาค่อยๆ เคลื่อนย้ายออกมาที่ละชุดๆ แล้วทำความสะอาด
ส่วนโครงกระดูกของผังซีหยวนนั้นก็ถูกฝังอย่างง่ายๆ โดยมีไม้ปักเป็นป้ายบอกอย่างเรียบง่ายที่สุด
เมื่อราชครูหลี่ผู้เฒ่ามองเห็นจำนวนของผู้ที่ถูกฝังทั้งเป็นไปพร้อมกับคนตายพวกนั้น เขาก็ต้องตกใจทันที
ได้แต่รอให้เซี่ยเฉียวฟื้นขึ้นมาอย่างสงบเพื่อจัดการเรื่องการฝังศพต่อไป
ขบวนรถม้าเดินทางไปที่อำเภอสวินก่อนเพื่อนำโครงกระดูกไปเก็บรักษาเอาไว้ในโรงเก็บศพเป็นการชั่วคราว
เซี่ยเฉียวหลับไปทั้งวันทั้งคืนเต็มๆ ตอนที่นางตื่นขึ้นมา สมองของนางก็มึนงงไปหมด แต่โชคดีที่นางยังพอมีสติรับรู้อยู่บ้างจึงได้รีบลูบใบหน้าของตนเองเพื่อสำรวจทันที
แม้ว่าการแต่งหน้าของนางจะสามารถกันน้ำได้ แต่ก็ไม่สามารถอยู่ท่ามกลางสายฝนได้นาน!
ไม่ใช่ว่า…ความแตกแล้วหรอกนะ!?
แต่เมื่อนางสัมผัสใบหน้าก็ต้องรู้สึกแปลกใจที่เครื่องแต่งหน้ายังอยู่ดีโดยไม่หลุดลอกแตกออกแม้แต่น้อย!
ทันทีที่เซี่ยเฉียวยกกระจกขึ้นมาส่องดู นางก็ยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจและตกใจมากขึ้นกับทักษะการแต่งหน้าอันยอดเยี่ยมของนาง
ดูสิ ช่างไร้ที่ติ!
ตอนที่ 568 ของขวัญขอบคุณ
เซี่ยเฉียวรู้สึกโล่งอก จากนั้นนางจึงได้มองไปรอบๆ ก่อนจะพบว่าตนเองได้มาถึงโรงเตี๊ยมแล้ว
มิน่าช่วงหลังนางถึงได้รู้สึกว่ายิ่งนอนยิ่งรู้สึกสบายนัก
หลังจากเซี่ยเฉียวอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายเล็กน้อยแล้ว นางก็ลงไปด้านล่าง
“ใต้เท้าจ้าว โครงกระดูกเหล่านั้นไปอยู่ที่ไหนแล้ว” เมื่ออยู่ข้างนอกนางก็เปลี่ยนวิธีเรียกจ้าวเสวียนจิ่ง
สายตาของจ้าวเสวียนจิ่งหยุดอยู่ที่นางชั่วครู่ จากนั้นก็ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นก่อนจะเอ่ย “อยู่ที่โรงเก็บศพ ข้าให้คนเฝ้าไว้แล้ว”
ด้วยนิสัยของเซี่ยเฉียวแล้วเกรงว่านางคงจะทำให้ถึงที่สุด
โครงกระดูกก็ถูกขุดออกมาแล้ว ไม่แน่พวกเขาก็อาจจะต้องหาที่ฮวงจุ้ยดีๆ เพื่อฝังพวกเขาด้วยก็ได้
และก็เป็นอย่างที่คาด เซี่ยเฉียวพยักหน้าก่อนจะเอ่ย “อีกประเดี๋ยวข้าจะไปซื้อของสักหน่อย แล้วก็จ้างคนเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง ถึงแม้จะฝังอย่างยิ่งใหญ่ไม่ได้ แต่ก็ควรมีโลงศพแบบบางอยู่ดี”
เซี่ยเฉียวมีความรับผิดชอบต่อลูกค้าของตนเองอย่างยิ่ง
แม้ว่าวิญญาณที่อดตายพวกนี้จะไม่มีเงินมาตอบแทนนาง แต่ผลบุญกุศลที่นางจะได้รับก็คงจะไม่น้อย
ด้วยโครงกระดูกจำนวนมากเช่นนี้ การนำไปไว้ที่โรงเก็บศพชั่วคราวนับว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว
อำเภอสวินนี้เป็นบ้านเกิดของราชครูหลี่ผู้เฒ่า ทันทีที่เขากลับมาจึงได้ไปหาญาติๆ เพื่ออธิบายเรื่องราวต่างๆ แล้ว และทิ้งหลี่ชิงอวี๋กับบ่าวรับใช้ไว้ให้เซี่ยเฉียวใช้งาน
สายตาที่หลี่ชิงอวี๋มองเซี่ยเฉียวในเวลานี้เต็มไปด้วยความเคารพเกรงกลัว
เมื่อเซี่ยเฉียวใช้ให้เขาจัดคนไปซื้อโลงศพ เขาก็ตอบรับทันทีโดยไม่พูดอะไร
“ปรมาจารย์โม่ แม่นางผังผู้นั้นติดตามพวกเรากลับไปที่ตัวอำเภอด้วย นางบอกว่าอยากขอบคุณท่าน” หลี่ชิงอวี๋หน้าตาเชื่อฟังอย่างยิ่ง
“อ้อ” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
จากนั้นนางก็จัดเสื้อผ้าเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะอย่างผ่าเผย
คุณหนูผังผู้นั้นมาถึงในไม่ช้า นางรีบก้าวเข้าไปทันทีที่เห็นเซี่ยเฉียว สีหน้านางซาบซึ้งอย่างยิ่ง “ปรมาจารย์โม่ เรื่องหลุมฝังศพของบิดาข้าเป็นการรบท่านจริงๆ ก่อนหน้านี้ข้ายังนึกว่าท่านจะเป็นเหมือนปรมาจารย์ท่านอื่นๆ ที่ล้วนแต่เป็นพวกไร้ความสามารถ ข้าจึงได้ล่วงเกินท่านไป ขอท่านอย่าได้ถือสา”
เซี่ยเฉียวพยักหน้าแล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ปรมาจารย์ท่านอื่นก็มีความตั้งใจอันดี คำว่าไร้ความสามารถนี้ถือว่าเกินเลยไปหน่อย”
ตราบใดที่นักพรตคนอื่นๆ สามารถมองออกได้ว่าหลุมฝังศพนี้มีปัญหา ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาก็มีความสามารถแท้จริง
บัดนี้ตระกูลผังล่มสลายแล้ว ข้อหนึ่งคือไม่มีอำนาจ ข้อสองคือไม่มีเงิน คนที่ยอมมาจัดการเรื่องหลุมศพให้ก็เพียงเพราะพวกเขากังวลว่ามันจะกลายเป็นหายนะร้ายแรงขึ้นมาในอนาคตเท่านั้น!
พวกเขาล้วนเป็นผู้วิเศษ ไหนเลยจะต้องแยกแยะชั้นต่ำชั้นสูงด้วย
แม่นางผังอึ้งงั้นไปครู่หนึ่ง ใบหน้านางก็แดงเล็กน้อย “ขออภัยท่านปรมาจารย์โม่ อันที่จริงข้าก็ไม่ได้คิดที่จะใส่ร้ายป้ายสีพวกเขา เป็นเพราะหลายปีมานี้ข้าเพราะพวกเขาข้าจึงถูกคนอื่นพูดจาทำลายชื่อเสียงลับหลังมากมาย…โชคดีที่ได้ท่าน…”
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว “เจ้าไม่ได้มาขอบคุณข้าหรอกหรือ”
นางนั่งตัวตรงก็จริง แต่กลับทำท่าเตรียมที่จะรับของขวัญขอบคุณแล้ว
ต่อให้นางไม่มีของขวัญมาก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ขอแค่พูดอะไรดีๆ หน่อย นางก็ยังชอบที่จะได้ยินอยู่
ทว่า…คำพูดยกย่องคนหนึ่งแต่เหยียบย่ำอีกคนเช่นนี้ นางไม่ชอบฟังเสียเลย
คุณหนูผังหน้าแดง “ขอบคุณท่านปรมาจารย์อย่างยิ่ง ครอบครัวของข้ายากจน จึงไม่มีอะไรที่จะใช้ตอบแทนท่านได้…”
“อืม หากอย่างนั้นก็ช่างเถอะ” เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังมากนัก เพราะนางพอจะเดาออกอยู่แล้ว
เพียงแต่เดิมทีนางคิดว่าหญิงสาวผู้นี้จะปากหวาน
“ท่านปรมาจารย์…ท่าน…ท่านเก็บวิญญาณได้เช่นนี้ แล้วท่านทำนายดวงชะตาให้ข้าได้หรือไม่ ข้าดวงไม่ดี ไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะไม่ราบรื่น…” แม่นางผังเอ่ยอีก
ตอนนี้นางก็อายุไม่น้อยแล้ว ถ้าหากดวงชะตาของนางไม่เปลี่ยนแปลง แล้วจะต้องขึ้นคานกลายเป็นสาวทึนทึกไปจะทำอย่างไรเล่า
“ชะตากรรมโดยกำเนิดนี้เป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้แล้ว แต่ชะตากรรมในอนาคตนั้นยังอยู่ในมือของเจ้า ข้าแก้ให้ไม่ได้ ส่วนเรื่องโชคชะตา…ก็ขึ้นอยู่กับเจ้า” เซี่ยเฉียวส่ายหน้า
สิ่งที่จับต้องไม่ได้เช่นนี้จะแก้ไขง่ายๆ ได้หรือ
แม้ว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่สิ่งที่ต้องแลกมานั้นก็ไม่ใช้สิ่งที่คนทั่วไปจะรับได้ ก็เหมือนค่ายกลชั่วร้ายนั่น อยากได้ผลลัพธ์เช่นไรก็ต้องยอมจ่ายในราคาที่สอดคล้องกัน!