ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 565 เลือดดี / ตอนที่ 566 อดทนอีก
ตอนที่ 565 เลือดดี / ตอนที่ 566 อดทนอีก
ตอนที่ 565 เลือดดี
พวกเขามองเห็นเซี่ยเฉียวที่ดูเหมือนว่ากำลังยุ่ง แต่ก็ไม่รู้ว่านางมองเห็นอะไรกันแน่
ส่วนในเวลานี้ เมื่อวิญญาณแค้นที่อยู่ตรงหน้ามองเห็นการกระทำของเซี่ยเฉียว เขาก็หัวเราะชอบใจทันที “นับว่ามีความสามารถอยู่บ้าง…”
กลิ่นของนักพรตคนนี้ช่างแปลกจริงๆ ให้ความรู้สึกอ่อนวัยมาก หอมมาก ใบหน้านี้ต้องเป็นของปลอมอย่างแน่นอน หุ่นของนางดีมาก นางจะต้องหน้าตาดีแน่…
“มาอยู่กับข้าเถอะ สามีอย่างข้าจะต้องรักเจ้าที่สุดแน่…” วิญญาณแค้นอ้าปากสีม่วงๆ เขียวๆ เอ่ยอีก
“ไปกับแม่เจ้าสิ! ไสหัวไป!” เซี่ยเฉียวด่าออกมาอย่างทนไม่ไหวอีกต่อไป
“…” มุมปากจ้าวเสวียนจิ่งกระตุกเล็กน้อย
“…” เซี่ยผิงกั่งเบิกตาโตขึ้นเล็กน้อย
“…” หลี่ชิงอวี๋กลืนน้ำลาย
เสียงของวิญญาณแค้นดังก้องอยู่ในหู มันให้ความรู้สึกราวกับกำลังล่อลวงใจนาง เซี่ยเฉียวจึงรีบใช้คาถาล้างใจกับตนเองทันที หลังจากนั้น นางก็หยิบกระบี่เหรียญทองแดงและกระดิ่งทองเหลืองของนางออกมา เมื่อนางเป่าลมไปหนึ่งทียันต์ก็ลุกไหม้อยู่กลางอากาศ
นางหยิบยันต์ที่ทรงพลังที่สุดออกมาหลายแผ่น แล้วโจมตีออกไปอย่างต่อเนื่อง
เมื่อครู่นี้วิญญาณแค้นยังทำหน้าตาท่าทางเจ้าชู้อยู่เลย แต่ครู่ต่อมาทั้งร่างของเขากลับดูน่าสยดสยอง ทั้งกรีดร้องและคร่ำครวญ!
“ฝ่าบาท ท่านรู้สึกหรือไม่ว่า…เสียงลมนี้มันฟังดูแปลกๆ” เซี่ยผิงกั่งยังรู้สึกว่ามันค่อนข้างแปลก
เขาไม่เคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อนเลย!
“เกรงว่าเสียงที่ปรมาจารย์โม่ได้ยินคงไม่ใช่เสียงลม” ดวงตาของจ้าวเสวียนจิ่งปรากฏแววกังวลลึกล้ำ ทั้งยังเจือความสงสารเล็กน้อย
นางอายุยังน้อยแค่นี้ แต่กลับกลายเป็นปรมาจารย์คนหนึ่งแล้ว ทั้งยังทำเรื่องที่นักพรตคนอื่นทำไม่ได้ แม้จะดูเก่งกาจสง่างาม แต่ความยากลำบากนี้ ใครเล่าจะรู้
การมองเห็นวิญญาณได้นั้นนับไม่ได้ว่าเป็นเรื่องดี
ก่อนหน้านี้เขาไปที่วัดอวี้ซวีเพื่อแต้มน้ำตาวัวและได้เห็นมันมาแล้ว ช่างเป็น…อะไรที่เขาไม่อยากเห็นอีกเป็นครั้งที่สองจริงๆ
วิญญาณบางตัวมีลักษณะคล้ายกับคนเป็น แต่วิญญาณส่วนใหญ่มีลักษณะที่น่ากลัว มีนิสัยดื้อรั้น ไปมาอย่างไร้ร่องรอย และจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นใกล้ๆ เปลือกตา สิ่งที่เผยให้เห็นไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นใบหน้า แต่อาจจะเป็นอวัยวะภายในก็ได้
ต้องดูฉากแบบนี้อยู่ทุกวัน แล้วใครมันจะทนไหว
“จิ๊ๆ เป็นเช่นนี้แล้วปรมาจารย์ยังดูสง่างามอยู่เลย ท่านดูน้องสาวของข้าสิ นางก็เห็นวิญญาณได้เหมือนกัน แต่นางไม่รู้อะไรเลย กลับตกใจวิญญาณจนร้องไห้แงๆ” เซี่ยผิงกั่งแสดงความรำคาญตามปกติ
แต่เมื่อเขาพูดจบก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ
เซี่ยผิงกั่งหันไปมองด้านข้างก็เห็นว่ารัชทายาทกำลังมองเขาด้วยสีหน้าอึมครึม
“ข้าไม่พูดมากแล้วดีกว่า จะได้ไม่ถ่วงปรมาจารย์ทำงาน” เซี่ยผิงกั่งเองก็รู้ว่าเวลาไหนที่ความสงบปากสงบคำ
จ้าวเสวียนจิ่งกำลังนึกถึงคำพูดที่นักพรตพูดกับเขาก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ที่วัดอวี้ซวี
เขาเป็นเชื้อพระวงศ์ที่มีสายเลือกมังกร แม้จะเป็นเพียงลมหายใจธรรมดาก็ล้วนแผ่กระจายปราณมังกรอันยิ่งใหญ่ วิญญาณทั้งหลายบนโลกนี้ทั้งชอบทั้งกลัวปราณมังกรนี้
ที่บอกว่าชอบก็เพราะหากพวกเขาสามารถดูดซับปราณมังกรได้เล็กน้อย บางทีมันอาจจะเปลี่ยนชะตากรรมของพวกเขาในชาติหน้าได้หรือไม่ก็ให้พรแก่ลูกหลานได้
ส่วนเหตุผลที่พวกเขากลัวก็คือว่า หากปราณมังกรนี้แข็งแกร่งเกินไป ความชั่วร้ายทั้งหลายก็จะไม่กล้าเข้าใกล้อย่างแน่นอน
หากเป็นเสด็จพ่อของเขาที่มีปราณมังกรแข็งแกร่งก็จะต้องไม่แปดเปื้อนสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้แน่ๆ
ส่วนเขา เพราะปราณมังกรของเขาพร่องไปจึงได้เป็นข้อยกเว้น มิฉะนั้นพวกวิญญาณก็จะไม่กล้าที่จะอ้อยอิ่งอยู่รอบตัวเขาเลย…
ตอนนั้นท่านนักพรตบอกกับเขาว่า ถ้าหากตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ปราณที่บรรจุอยู่ในเลือดของเขานี้จะต้องบริสุทธิ์กว่าเลือดที่รั่วไหลออกมาข้างนอกมากๆ อย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้เขาเคยลอกมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เลือดนี้ก็ไร้ประโยชน์ ตอนนี้…
เมื่อจ้าวเสวียนจิ่งเห็นท่าทางกังวลและขยะแขยงของเซี่ยเฉียว เขาก็หยิบกริชของเขาออกมาก่อนจะกรีดลงไปที่มือ
เซี่ยเฉียวหันหน้ามาทันที
เลือดดี! ใช้การได้ดีกว่าเลือดสุนัขมาก!
ดวงตาของเซี่ยเฉียวลุกวาว
นางรีบย่อตัวลงไปหาขวด แล้วโยนขวดกระเบื้องให้เขาทันที “เจ้าไม่ได้เรื่องทำเสียของ…”
ตอนที่ 566 อดทนอีก
หลังจากที่เซี่ยเฉียวพูดจบก็นิ่งไปสักพัก จากนั้นนางก็ไอแห้งๆ ออกมาหนึ่งทีก่อนจะกลับไปวางท่างลึกลับสูงส่งเหมือนเดิม
นางสงบลงและเอ่ยช้าๆ “อย่าได้ทำสิ้นเปลือง นี่เป็นของดี น่าเสียดายหากจะเอามาจัดการกับวิญญาณแค้น เจ้า… รีบเก็บเลย รีบ เก็บ เอา ไว้ เลย นะ…”
นางรีบพูดในคราวเดียวจนแทบจะหายใจไม่ออก
เสียงสุดท้ายของนางแทบจะรอดไรฟันออกมาแล้ว
ด้วยร่างกายของนาง นางไม่ควรร้อนใจหรือโกรธโมโห
นางพยายามผ่อนลมหายใจอย่างเต็มที่
จากนั้นนางก็หันไปทางจ้าวเสวียนจิ่งก่อนจะยิ้มออกมาเบาๆ
มือของจ้าวเสวียนจิ่งที่ถือขวดกระเบื้องสั่นเล็กน้อย และในหัวของเขาถูกคำว่า ‘ไม่ได้เรื่อง’ ครอบงำโดยสมบูรณ์
นางคือเซี่ยเฉียว เซี่ยเฉียวจริงแท้แน่นอน
โม่ชูเซิงผู้วิเศษอะไรกัน ศิษย์พี่ผู้น่ารักอ่อนโยนที่สุดในใต้หล้าอะไรกัน เฮอะ…
นางเป็นลูกสาวของเซี่ยหนิวซาน เป็นน้องสาวของเซี่ยผิงกั่งแท้ๆ เลย เมื่อมองอย่างนี้ ตัวตนนี้จึงน่าเชื่อถือและถูกต้องที่สุด
จ้าวเสวียนจิ่งพ่นลมหายใจออกมาช้าๆ จากนั้นก็นำขวดกระเบื้องไปจ่อไว้ตรงบาดแผลของตนเอง แล้วมองดูเลือดที่หยดเข้าขวดไปทีละหยด
เซี่ยเฉียวนี่…จริงๆ เลย…
ทำให้คนอื่นต้องทำอะไรแปลกๆ
ยันต์ปึกใหญ่นั้นของเซี่ยเฉียวมีประโยชน์มาก เพราะวิญญาณแค้นกำลังร้องโอดครวญอยู่ในเวลานี้
เซี่ยเฉียวรีบแล่นไปยังตำแหน่งที่จ้าวเสวียนจิ่งยืนอยู่ นางมองเลือดบนพื้นด้วยความเสียดาย จากนั้นนางก็พยายามใช้กระบี่ไม้ท้อของตนเองเช็ดถูไปกับพื้นอย่างเต็มที่ หลังจากที่กระบี่เปื้อนเลือดมาพอสมควร นางจึงยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
จากนั้นนางจึงร่ายคาถาขึ้นอีกครั้ง แล้วตวัดกระบี่ไม้โจมตีออกไป
วิญญาณแค้นตนนั้นแทบจะสูญสลายไป
เมื่อวิญญาณแค้นอ่อนแออย่างที่สุด เซี่ยเฉียวจึงเก็บวิญญาณของเขาไปทันที
แม้ว่านางจะสามารถกำจัดวิญญาณแค้นให้สูญสลายได้ทันท่วงที แต่หน้าที่ของนางคือการสวดส่งวิญญาณและการจับวิญญาณ นอกเสียจากว่าจะมีสถานการณ์พิเศษ นางจึงสามารถกำจัดวิญญาณได้เลยในเวลานั้น
ส่วนจุดจบของวิญญาณแค้นนี้…
นางคร้านที่จะชำระล้างวิญญาณจำพวกนี้ ก็คงจะบังคับส่งไปปรโลกเสียเลย
พอวิญญาณตนนี้ลงไปถึงปรโลกทั้งที่ยังเต็มไปด้วยไอแค้นและแปดเปื้อนไปด้วยพลังชั่วร้ายของวิญญาณผู้บริสุทธิ์มากมายเช่นนี้…คาดว่า หากชาติหน้าเขาคิดที่จะมีชาติกำเนิดที่ดี และมีภรรยาสมบูรณ์พร้อมก็คงจะเป็นเรื่องยากแล้ว
หลังจากที่วิญญาณแค้นตนนี้ถูกเก็บไป วิญญาณอื่นๆ ที่อยู่ในหลุมฝังศพนี้ก็ดูเหมือนจะหลุดออกจากการควบคุม และปรากฏกายออกมาทันที
เซี่ยเฉียวยุ่งมาก
นางทยอยเก็บวิญญาณทั้งหมดทีละตน
วิญญาณแหล่านี้ได้รับความทุกข์ทรมานมามากแล้ว แต่ละวันต้องอดอยากหิวโหย กินอย่างไรก็ไม่เคยอิ่ม ทุกข์ทนมากเหลือเกิน จนแทบรอที่จะไปเกิดใหม่ไม่ไหว ดังนั้นจึงไม่มีวิญญาณตนไหนปฏิเสธเซี่ยเฉียวเลยสักตน
เซี่ยเฉียวสูญเสียพลังไปเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ปากนางพึมพำร่ายคาถา ร่างกายของนางก็อดไม่ได้ที่จะหลั่งเหงื่อเย็นๆ ออกมา
จำนวนวิญญาณมีมากเกินไป
เหนื่อยจัง
อดทน อดทนอีก
เมื่อเซี่ยเฉียวเห็นว่าวิญญาณตนสุดท้ายถูกเก็บไปแล้ว นางจึงนับว่าโล่งใจได้แล้วในที่สุด “เอาล่ะ ที่เหลือก็ขุดหลุมศพ… ” ตึง!
เซี่ยเฉียวล้มตึงลงทันที
เซี่ยผิงกั่งตกใจมาก และในขณะนั้นเองรัชทายาทที่อยู่ข้างๆ เขาก็ถลาออกไปเข้าไปคว้าเอวเซี่ยเฉียวไว้ในจังหวะเดียวกับที่เซี่ยเฉียวกำลังจะล้มลงทันที!
เซี่ยผิงกั่งตกตะลึง ทำไมร่างกายของปรมาจารย์ท่านนี้จึงเหมือนกับน้องสาวเขานัก บทจะเป็นลมก็เป็นลมไปเลย
น่าสงสารจริงๆ!
“โจวเว่ยจง เจ้าจัดการนำคนขุดหลุมศพพวกนี้ แล้วทำความสะอาดกระดูกของคนที่ถูกฝังทั้งเป็นพวกนั้นให้เรียบร้อย รอให้ปรมาจารย์ฟื้นขึ้นมาจัดการ ส่วนกระดูกของเจ้าของสุสาน…เจ้าเอาไปฝังที่มีแดดตรงไหนสักแห่งก็ได้” จ้าวเสวียนจิ่งสั่งการเล็กน้อย
พอเขาพูดจบก็อุ้มเซี่ยเฉียวกลับไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักเขาก็พาเซี่ยเฉียวกลับมาถึงรถม้า รถม้าคันนี้ค่อนข้างใหญ่ แม้ว่าจะอึดอัดไปบ้าง แต่ถึงอย่างไรข้างนอกก็มีฝนตก นางจึงไม่อาจนอนข้างนอกได้
เครื่องแต่งหน้าของเซี่ยเฉียวเริ่มหลุดลอกออกบ้างแล้ว
นางหลับลึกมาก กระทั่งว่าฟ้าผ่ายังไม่รู้สึกตัว ทั้งร่างอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงราวกับนางตายไปแล้วกระนั้น