ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 545 ระบายความคับแค้น / ตอนที่ 546 เขาจะทำร้ายท่าน
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 545 ระบายความคับแค้น / ตอนที่ 546 เขาจะทำร้ายท่าน
ตอนที่ 545 ระบายความคับแค้น / ตอนที่ 546 เขาจะทำร้ายท่าน
ตอนที่ 545 ระบายความคับแค้น
บัดนี้หลังจากที่เซี่ยฉงซานพูดจาตกลงกับคนตระกูลเฉาได้แล้ว เขาก็ออกมาข้างนอกห้อง เมื่อได้เห็นฉากอันวุ่นวายภายนอก ความหดหู่ก็วาบผ่านในดวงตาเขา
บ้านใหญ่ตระกูลเซี่ยก็กำลังพูดคุยกันเรื่องการแต่งงาน แต่เป็นการแต่งงานของลูกสาว
เซี่ยหมั่งซานยังคงไม่เต็มใจที่จะกลับบ้านเกิดของเขา
ดังนั้นเวลานี้เขาจึงตกลงกับคนอื่นได้แล้วว่า ขอสินสอดเป็นเงินสิบตำลึง แล้วจะคลุมหน้าลูกสาวส่งตัวไป
เซี่ยชุนสะอื้นไห้ ก่อนหน้านี้สะใภ้จย่ายังรู้สึกสงสารลูกสาวของนาง แต่ตอนนี้เมื่อคิดถึงสถานการณ์ที่บ้าน นางก็รู้สึกว่าเงินสิบตำลึงนั้นไม่น้อยแล้ว
“เจ้าก็อย่าได้โทษว่าพ่อแม่ใจร้าย แม้ว่าจะไม่ได้ให้สินเดิมแก่เจ้าติดตัวไป แต่ครอบครัวนี้ดีมากนะ บ้านของพวกเขามีที่นา ที่ดิน และร้านค้า หากว่ากันตามสถานการณ์ปัจจุบันของบ้านเราแล้ว หากลูกชายบ้านนั้นไม่ได้ชอบลูกจริงๆ คู่ครองดีๆ เช่นนี้ก็คงมาไม่ถึงเจ้า…” สะใภ้จย่าถอนหายใจ
นางกำลังพูดความจริง
เซี่ยชุนเองก็รู้ว่าตนเองกำลังจะได้คู่ครองที่ดีกว่า แต่เมื่อนางนึกถึงวันเก่าๆ แล้วมองสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นางก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้
ทั้งหมดนี้ต้องโทษของเซี่ยเฉียว ตอนที่เซี่ยเฉียวยังไม่ได้มาที่เมืองหลวง บ้านของพวกนางก็ยังอยู่กันดีๆ!
เซี่ยชุนรู้สึกขุ่นเคืองในใจ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วันนางก็ยังแต่งออกไปแต่โดยดี การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเร่งรีบ เพราะตระกูลเซี่ยไม่มีเงินที่จะใช้จ่ายจริงๆ และด้วยความกลัวว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นพวกเขาจึงได้ดำเนินการเรื่องการแต่งงานนี้อย่างรวดเร็วเช่นนี้
เช้าตรู่ของวันแต่งงาน เซี่ยฉงซานก็ไปยืนรออยู่ที่หน้าจวนตระกูลเซี่ย
หลังจากรออยู่ครึ่งชั่วยามในที่สุดเขาก็เห็นเซี่ยเฉียว
เขารีบก้าวเข้าไปทันที
เขาลูบมือไปมา ทำหน้าซื่อๆ “หลานสาว วันนี้ที่บ้านข้าจัดงานมงคล นังหนูชุนเอ๋อร์จะแต่งงานแล้ว ข้าคิดว่า ก่อนหน้านี้ท่านพ่อเจ้าได้ช่วยเหลือพวกเราเอาไว้มาก ต่อให้ตอนนี้จะไม่เหลือเยื่อใยต่อกันแล้ว ข้าก็ควรที่จะเชิญพวกเจ้าไปเป็นแขกอยู่ดี…”
เซี่ยเฉียวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
คนทั่วไปตั้งแต่หมั้นหมายจนถึงงานแต่ง ก็น่าจะเว้นระยะสักปีหนึ่งนี่?
เซี่ยหมั่งซานรีบร้อนจริงๆ นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่ไม่กี่วันก็ให้ลูกสาวแต่งออกไปแล้ว
นี่มันงานแต่งของลูกสาวหรือ เวลาสั้นๆ แค่นี้พิธีการก็ไม่สามารถทำให้เสร็จสิ้นได้ ไม่ว่าใครมองก็คงจะเห็นว่าเป็นการขายลูกสาวเสียมากกว่า
“เรื่องไปเป็นแขกคงไม่ดีกว่า ข้ายังมีธุระ” น้ำเสียงเซี่ยเฉียวนิ่งเรียบและไม่สนใจเซี่ยฉงซาน
คนบางคนก็เหมือนแผ่นปิดแผล ถ้าหากนางยอมผ่อนให้หน่อย ก็คงจะหาโอกาสแปะติดทันที
ดังนั้นนางจึงควรอยู่ให้ห่างๆ ไว้จะดีกว่า
เซี่ยฉงซานเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “เอาเถอะ ถึงอย่างไรพวกเราก็ทำผิดต่อพี่รอง เป็นเรื่องปกติที่พวกเจ้าพ่อและลูกจะไม่พอใจ…ตอนนี้ข้ารู้สึกเสียใจมาก แต่ก็ไม่มีอะไรที่ข้าจะสามารถทำเพื่อพวกเจ้าได้…”
เซี่ยฉงซานดูรู้สึกผิด แต่เซี่ยเฉียวยังคงไม่ตอบสนองใดๆ นางถึงขนาดปิดม่านลงและสั่งให้คนขับรถม้าออกเดินทางทันที
เซี่ยฉงซานถูกทิ้งให้เคว้งคว้างอยู่ข้างถนนนั่นเองในขณะที่รถม้าห่างออกไปเรื่อยๆ เขาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ
ผู้หญิงคนนี้ไม่มีมโนธรรมเลยจริงๆ
เขาเป็นอาสายตรง แต่นางยังไม่แม้แต่จะมองเขาและไม่ให้ความเคารพแม้แต่น้อย
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็อย่าได้โทษว่าอาอย่างเขาใจร้ายเลย
หลายปีนี้เขาไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงโดยเปล่าประโยชน์ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเขายังแอบไปสืบมาด้วยว่า ตอนนี้เซี่ยเฉียวไม่มีเรียน และตารางประจำวันของนางก็เรียบง่ายมาก นางจะไปที่หอส่องชะตาที่ถนนตะวันออก
หอส่องชะตา…
ก่อนหน้านี้เขาเชื่อว่าพี่ใหญ่โชคร้าย แต่ตอนนี้…
ยังจำเป็นต้องพูดอีกหรือ ต้องเป็นนังหนูเซี่ยเฉียวตัวดีที่ร่วมมือกับคนนอกมาหลอกลวงพวกเขา ตอนนี้พี่รองได้เลื่อนตำแหน่งครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พวกเขาพี่น้องกลับต้องเป็นหนี้จำนวนมาก?
รออีกหน่อยเถอะ เขาจะต้องสบโอกาสที่จะระบายความคับแค้นใจนี้ได้อย่างแน่นอน!
ส่วนเวลานี้เซี่ยเฉียวกำลังนั่งอยู่ในรถม้า ข้างๆ นางมีวิญญาณที่ท่าทางว่าง่ายอยู่ด้วยหนึ่งตน
“ปรมาจารย์ ท่านอาของท่านไม่ใช่คนดีอะไร พอท่านจากมาแล้วเขาก็จ้องมองท่านเขม็งจากด้านหลัง ดวงตาของเขาดูน่ากลัวเป็นพิเศษ!” วิญญาณเอ่ยอย่างประจบสอพลอ
ตอนที่ 546 เขาจะทำร้ายท่าน
วิญญาณตนนี้ติดตามเซี่ยเฉียวมาหลายวันแล้ว เขายังไม่อยากจะไปเกิดใหม่ ตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ก็เป็นบัณฑิตคนหนึ่ง เพียงแต่เขาเรียนหนังสือไปได้แค่ครึ่งทาง และก็ไม่รู้ว่าไปได้อ่านหนังสือเทพเซียนมาจากไหน จนกระทั่งเขาเอาแต่คิดที่จะมีอายุยืน
วิญญาณตนนี้ดื้อรั้นยิ่งกว่าคุณชายน้อยตระกูลหลี่นั่นเสียอีก หลังจากที่ออกนอกลู่นอกทางแล้วก็อ่านหนังสือแต่จำพวกบำเพ็ญเพียรเรียนวิชายุทธจำนวนมาก แน่นอนว่าทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องคนอื่นสร้างขึ้นมาทั้งเพ ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ทั้งนั้น
เขาปรุงยาด้วยตนเองจนระเบิดตัวเองตาย
ระเบิดจนเลือดเนื้อเละเทะไปหมด ไม่น่ามองอย่างยิ่ง ดังนั้นทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้เซี่ยเฉียว นางจึงรังเกียจมาก
แม้จะอยู่คนละโลก แต่เซี่ยเฉียวก็ยังรู้สึกได้ว่าตนเองได้กลิ่นเลือดที่โชยมาจากร่างกายที่แหลกเหลวของเขานั้น
อันที่จริงวิญญาณตนนี้ก็นับว่าได้สิ่งที่เขาต้องการแล้วจริงๆ
หลังจากที่เขากลายเป็นวิญญาณ ตราบใดที่เขาระมัดระวังตัวให้มากหน่อย ไม่ทำความชั่วใหญ่โต ไม่กลายเป็นวิญญาณแค้น และรักษาความยึดมั่นถือมั่นของตนเองไว้ เขาก็จะยังสามารถเป็นวิญญาณลอยไปลอยมาได้อีกนาน
ก็ถือได้ว่า…‘อายุยืนแล้ว’
แต่เขาอยากได้กระบี่บินเล่มหนึ่ง
ทว่าเขาไม่มีเงินที่จะซื้อมัน ดังนั้นเขาจึงขอร้องเซี่ยเฉียวให้แกะสลักมันออกมาและเผาให้เขาสักเล่มหนึ่งโดยไม่คิดเงิน
แต่ปรมาจารย์รังเกียจที่เขาหน้าตาน่าเกลียด นางจึงไม่สนใจเขา
ตอนนี้เมื่อเขามีโอกาสที่จะเสนอหน้าอย่างหาได้ยาก วิญญาณตัวนี้จึงรีบถ่ายทอดสิ่งที่เซี่ยฉงซานแสดงออกออกมาทันที
ที่เซี่ยเฉียวไม่ได้ให้อะไรเขาง่ายๆ เช่นนี้ก็มีสาเหตุ
วิญญาณที่ไม่คิดจะไปเกิดใหม่มีจำนวนมาก หากนางแหกกฎเพื่อตอบสนองความปรารถนาเล็กๆ น้อยๆ ของวิญญาณตรงหน้านี้แล้ว เช่นนั้นแล้วต่อไปนางก็จะมีวิญญาณอื่นๆ มาหาถึงที่อีก
เวลาของนางส่วนใหญ่แล้วมีไว้เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับวิญญาณที่ยังมีเรื่องยึดติดแต่ก็ต้องการไปเกิดใหม่พวกนั้น
มิเช่นนั้นแล้วเวลาของนางคงมีไม่พอจริงๆ
เซี่ยเฉียวไม่ได้พูดอะไร วิญญาณจึงมีสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจราวกับว่าใจจะสลาย เขาเป่าลมเย็นๆ ออกมาเบาๆ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงลอยออกไปจากรถม้าของเซี่ยเฉียว
ท่านอาของท่านปรมาจารย์ไม่ใช่คนดีจริงๆ ถ้าหากเขาติดตามนางไปเรื่อยๆ แล้วสามารถช่วยปัญหาให้ปรมาจารย์ได้ เขาก็น่าจะได้รับรางวัลแล้วใช่หรือไม่!
วิญญาณนั้นจริงจังอย่างยิ่ง ร่างวิญญาณที่ราวกับเมฆสีเลือดก้อนหนึ่งลอยกลับไปอยู่ข้างกายเซี่ยฉงซานทันที
เขาจับจ้องเซี่ยฉงซานไม่วางตา
เซี่ยฉงซานรู้สึกว่าร่างกายของเขาเย็นขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก
แต่เขาก็ไม่ได้อะไรคิดมากและยังคงดำเนินการตามแผนเดิม
หลังจากที่เซี่ยเฉียวเข้าไปในหอส่องชะตาแล้ว นางก็เปลี่ยนเสื้อผ้าและใช้ตัวตนของโม่ชูเซิงเพื่อคลี่คลายความปรารถนาสุดท้ายของพวกวิญญาณ ซึ่งความปรารถนาเหล่านั้นก็เรียบง่ายมาก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล็กน้อยเช่นการส่งข้อความถึงญาติ ในแต่ละวันนางจึงสามารถจัดการเรื่องต่างๆ ได้มากมาย
พอถึงตอนบ่ายนางก็กลับไปที่หอส่องชะตา แล้วผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนออกเดินทางและเตรียมตัวกลับบ้าน
“ปรมาจารย์ๆ!” วิญญาณลอยกลับมาอีกแล้ว “คนขับรถม้าของท่านเปลี่ยนเป็นคนอื่นแล้ว!”
เซี่ยเฉียวหันไปมองเขา “ฝีมือเซี่ยฉงซาน?”
“ใช่แล้วท่านปรมาจารย์ ตอนที่คนขับรถม้าไปเข้าห้องน้ำก็ถูกเขาทุบตีจนหมดสติแล้วมัดไว้ เขาเปลี่ยนเอาเสื้อผ้าของคนขับรถม้าไปใส่และรอท่านอยู่ในรถม้าโดยอำพรางหน้า” วิญญาณดูตื่นเต้น “จริงสิ วันนี้เขายังไปที่ตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะไปพบหมอเร่ร่อนคนหนึ่งเพื่อซื้อยามาเล็กน้อย ยานั่นไม่ใช่ของดีอย่างแน่นอน!”
เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วนางก็ยังเดินออกไปอย่างสงบ
เมื่อนางเดินไปถึงประตูก็เห็นเซี่ยฉงซานจริงๆ แต่เขาก็ปลอมตัวได้ค่อนข้างคล้ายคลึงทีเดียว เพียงแต่เขามีผ้าปิดหน้าไว้ผืนหนึ่งเท่านั้น
“คุณหนูใหญ่ ข้าน้อยเพิ่งจะถูกตัวต่อต่อยเอา…หน้าตาปูดบวมน่ากลัวมาก พอกินยาเข้าไปนิดหน่อย คอข้าก็พังไปแล้ว ดังนั้น…” เซี่ยฉงซานน้ำเสียงแหบแห้ง
ความสูงและขนาดตัวของเซี่ยฉงซานนั้นคล้ายกับคนขับรถม้าของนางมาก
ตอนนี้เขาหน้าลงและจับลูกกระเดือก หากนางไม่คิดมากก็อาจถูกหลอกได้แล้ว
เซี่ยเฉียวยิ้มเล็กน้อย “ไม่เป็นไร”
นางขึ้นรถม้าไป
“เฮ้? ท่านปรมาจารย์! ท่านอาของท่านจะทำร้ายท่านนะ!” วิญญาณร้อนใจก่อนจะรีบลอยตรงไปที่หน้าต่างรถม้าทันทีและยื่นศีรษะมองเข้าไปข้างใน