ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 467 ไม่ได้ตั้งใจ / ตอนที่ 468 อึดอัดยิ่งกว่าเดิม
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 467 ไม่ได้ตั้งใจ / ตอนที่ 468 อึดอัดยิ่งกว่าเดิม
ตอนที่ 467 ไม่ได้ตั้งใจ / ตอนที่ 468 อึดอัดยิ่งกว่าเดิม
ตอนที่ 467 ไม่ได้ตั้งใจ
พระชายามองเซี่ยเฉียวด้วยสีหน้าตกใจ นางนึกไม่ถึงเลยแม้แต่น้อยว่า จ้าวซวีจือทำเรื่องดีๆ จะกลับกลายเป็นการฆ่าคนตายไปได้เช่นนี้…
“เรื่องนี้…ท่านปรมาจารย์ได้สืบให้แน่ชัดแล้วหรือ ซวีจือทำอะไรนับว่ารอบคอบ ตอนที่พวกเราครองศักดินา เขามีชื่อเสียงที่ดีทีเดียว อายุสิบสามสิบสี่ปีก็ทำคดีได้แล้ว เหตุใดจึง…ไม่ตรวจสอบเช่นนี้” พระชายาไม่เข้าใจจริงๆ
“ย่อมตรวจสอบแล้ว เป็นความผิดของเขา” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
นางไม่ได้เชื่อแต่คำพูดของวิญญาณเท่านั้น ก่อนมาที่นี่นางได้ไปหาเพื่อนบ้านของวิญญาณชายผู้นั้นเพื่อทำความเข้าใจเรื่องนี้มาแล้ว
ก่อนที่วิญญาณชายจะตาย เขาได้ถูกคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์จริงๆ แต่คนที่ใกล้ชิดกับเขาก็เห็นอกเห็นใจในสิ่งที่เขาประสบพบเจออย่างยิ่ง เนื่องจากตอนที่ไปที่นั่นนางสวมชุดนักพรตอยู่ จึงมีชาวบ้านขอให้นางช่วยสวดส่งวิญญาณให้ทั้งสองพ่อลูกด้วย
ส่วนภรรยาของชายคนนั้น หลังจากที่เขาเสียชีวิตลง ผู้หญิงคนนั้นก็ขายที่ดินที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยไปจนหมดเกลี้ยง แล้วพูดจาว่าร้ายสามีของนางไปทั่ว
นางบอกว่า ปกติแล้วตอนที่ชายคนนี้อยู่ที่บ้านก็ชอบแอบทุบตีภรรยาและลูก และบรรยายว่าตนเองเป็นผู้หญิงที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาอย่างที่สุด
นางมีเงินอยู่ในมือ และต่อไปชื่อเสียงของนางก็คงจะไม่เลวร้ายอะไร ดังนั้น…
เกรงว่าอีกไม่นานคนผู้นี้ก็จะแต่งงานใหม่ และเริ่มต้นชีวิตใหม่
พระชายานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านปรมาจารย์โปรดรอสักครู่ ข้าจะให้คนไปเรียกเด็กคนนั้นมา”
ในใจพระชายาเองก็รู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้าง
นางเคยคิดว่าจ้าวซวีจือทำเรื่องต่างๆ ด้วยความเหมาะสม แต่นึกไม่ถึงว่าเมื่อมาถึงเมืองหลวงเขาจะก่อปัญหาเช่นนี้
อีกฝ่ายเป็นชาวบ้านธรรมดา หากนางไม่ยอมรับอย่างหัวเด็ดตีนขาด ครอบครัวของผู้เคราะห์ร้ายก็ไม่อาจทำอะไรจ้าวซวีจือได้
เพียงแต่ว่านางและท่านอ๋องจุดธูปไหว้พระมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก นางมักจะเชื่ออยู่เสมอว่าที่นางไม่มีลูกเป็นเพราะนางยังสะสมบุญไม่พอ ภายหลังนางทำความดีต่อผู้อื่นต่อเนื่องนานหลายปี สวรรค์จึงเมตตาส่งบุตรชายมาให้ตอนที่นางอายุเกือบจะห้าสิบปีแล้ว จะเห็นได้ว่าจิตใจที่มีความดีเป็นที่ตั้งนี้มีประโยชน์
ยิ่งไปกว่านั้น บัดนี้ปรมาจารย์ก็มาที่นี่ด้วยตนเอง หากนางไม่สนใจใยดี นางก็กลัวว่าผลกรรมจะตกแก่ลูกของนางเอง
พระชายารีบให้พ่อบ้านไปเชิญเขามาทันที
องค์ชายน้อยที่กำลังนั่งอย่างว่าง่ายเงยหน้าขึ้นมองเซี่ยเฉียวพลางเอ่ยถาม “พี่ชายใหญ่ทำอะไรผิดไปหรือไม่”
“อืม” เซี่ยเฉียวแค่นเสียงตอบเบาๆ
“พี่ชายใหญ่ไม่ค่อยจะมีความสุขนักช่วงนี้ บางทีเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจก็ได้” องค์ชายน้อยเอ่ย
เซี่ยเฉียวหันหน้าไปมองเขา “ทำผิดก็คือผิด ไม่เกี่ยวอะไรกับตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เจ้าหนูน้อยเข้าใจหรือไม่”
ดูเหมือนองค์ชายน้อยจะกลัวนางเล็กน้อย เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างขี้ขลาด
“เช่นนั้น…ท่านเห็นวิญญาณได้ใช่ไหม” องค์ชายน้อยอดถามขึ้นมาไม่ได้
ท่านแม่บอกเขาแล้วว่า เป็นเพราะปรมาจารย์ท่านนี้มองเห็นว่าเขามีวิญญาณติดตามตัวอยู่ นางจึงสามารถช่วยเขาไว้ได้
“นั่นเรียกว่ารู้แจ้งหยินและหยาง” เซี่ยเฉียวแก้ไขคำพูดของเขาให้ถูกต้อง
องค์ชายน้อยคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ข้าจะให้เงินท่าน ท่านช่วยถามวิญญาณให้หน่อยได้ไหมว่า ก้อนหิมะที่ข้าเลี้ยงไว้อยู่ที่ไหน”
“อวี้เอ๋อร์ อย่าได้เสียมารยาท” พระชายารีบห้ามเขาทันที จากนั้นก็อธิบายแทนลูกชาย “เจ้าก้อนหิมะนี้เป็นจิ้งจอกน้อยตัวหนึ่งที่เราพบเข้าระหว่างเดินทางมาเมืองหลวง ทั้งเนื้อทั้งตัวของมันปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ดูดีอย่างมาก เพียงแต่พอเรามาถึงเมืองหลวง ลูกชายของข้าป่วยหนักต้องรักษาตัวอยู่ที่คฤหาสน์ จึงไม่ได้มีแรงจะเล่นกับมัน จู่ๆ วันหนึ่งมันก็ไม่รู้หายไปไหนแล้ว หาอย่างไรก็ไม่เจอ หากจิ้งจอกน้อยตัวนี้หลุดออกไปข้างนอกจวนอ๋อง ข้างนอกมีคนมากมายขนาดนั้น มันคงรอดยาก”
“มันหายไปในจวนอ๋องหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ใช่แล้ว จิ้งจอกตัวนั้นถูกเก็บมาจากข้างนอก ข้ากลัวว่าตัวมันจะสกปรก แล้วจะทำให้ลูกชายของข้าป่วยหนักขึ้น ดังนั้นจึงไม่ได้พามันไปที่คฤหาสน์ด้วย” พระชายาพยักหน้า
จิ้งจอกน้อยตัวนั้นเข้าใจภาษามนุษย์มาก ทุกวันมันจะอยู่ที่เรือนใหญ่ น้อยมากที่จะวิ่งไปไหนมาไหน
ตอนที่ 468 อึดอัดยิ่งกว่าเดิม
เรื่องตามหาจิ้งจอกนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเซี่ยเฉียว ในเมื่อวันนี้นางมาที่จวนอ๋อง และขอให้พระชายาออกหน้ามอบจ้าวซวีจือออกมา นางจะตอบแทนบ้างก็เป็นการสมควรแล้ว
ด้วยเหตุนี้นางจึงพยักหน้าอย่างอ่อนโยน “ประเดี๋ยวข้าพูดคุยกับพี่ชายใหญ่ของเจ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าจะช่วยเจ้าหานะ”
องค์ชายน้อยท่าทางมีความสุขขึ้นมาก
เซี่ยเฉียวมององค์ชายน้อยผู้นี้แล้ว นางก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเหตุใดหนิงเป่ยอ๋องจึงได้รักใคร่เอ็นดูลูกชายคนเล็กเช่นนี้
ต้องรู้ว่าจ้าวซวีจือเองก็เป็นลูกชายเพียงคนเดียวมาหลายปี หนิงเป่ยอ๋องเองก็ไม่ใช่คนที่ไร้หัวใจ ตามสามัญสำนึกแล้ว จ้าวซวีจือในฐานะลูกชายคนโตได้เปรียบกว่าอย่างแน่นอน หนิงเป่ยอ๋องก็ควรจะให้ความสำคัญกับเขามากกว่า
แต่ดูตอนนี้สิ ระหว่างลูกชายคนโตกับลูกชายคนเล็กใครน่ารักมากกว่ากัน เรียกได้ว่าเห็นได้อย่างชัดเจน
องค์ชายน้อยผู้นี้ดูน่ารัก ฉลาดและว่าง่าย ซึ่งย่อมทำให้คนรักชอบได้มากกว่า
“ลูกชายของข้าได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถ้าหากตอนนี้เขารู้ว่าตนเองทำให้คนอื่นต้องตาย เขาก็คงจะเสียใจมาก ปรมาจารย์ ท่านว่า เรื่องนี้ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว หากซวีจือยอมรับผิดอย่างจริงใจ ก็ขอให้เรื่องนี้แล้วไปได้หรือไม่” พระชายาครุ่นคิดก่อนจะเอ่ย
นางเองก็จนใจที่ลูกชายของนางทำผิดไป แต่เดิมทีเขามีเจตนาที่ดี
สามีของนางมีทายาทน้อย คงไม่สามารถให้จ้าวซวีจือชดใช้เรื่องนี้ด้วยชีวิตได้?
พระชายาก็รู้ว่าความคิดของนางดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่สิ่งที่นางพูดคือความจริง
เซี่ยเฉียวยิ้ม “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความจริงใจ หากเขาจริงใจและส่งวิญญาณตนนี้ไปเกิดใหม่ มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่หากเขาไม่ใส่ใจเรื่องนี้ ข้าก็ไม่สามารถบอกได้ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร”
วิญญาณมีความแค้นอยู่แต่เดิม หากไม่คลี่คลายความคับข้องใจเสียก่อน แล้วบังคับส่งเขาไปเกิดใหม่ นางเองก็จะเปลืองพลังมาก และจะไม่เป็นผลดีต่อวิญญาณด้วย!
นางทำได้เพียงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อคลี่คลายสิ่งที่วิญญาณยึดมั่นถือมั่นอยู่
เมื่อพระชายาได้ยินดังนั้น นางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “นั่นไม่น่าจะเป็นปัญหา รบกวนปรมาจารย์ช่วยบอก…วิญญาณตนนั้นทีว่า ต่อไปข้าจะดูแลอย่างเข้มงวด และถ้าเขามีความปรารถนาอื่นใดอีก จวนอ๋องจะพยายามเพื่อทำให้เขาให้สำเร็จ”
เมื่อวิญญาณชายได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเขาก็ดีขึ้นมาก
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้คาดหวังว่าพระชายาจะเข้าใจอะไรง่ายๆ เช่นนี้
“ขอแค่เขาขอโทษข้าอย่างจริงใจ ข้าจะละทิ้งความขุ่นเคืองและจากไปโดยไม่ทำให้พวกเขาต้องลำบาก” วิญญาณชายพูดกับเซี่ยเฉียวอย่างเคอะเขินเล็กน้อย
ใครจะไม่อยากไปเกิดใหม่ไวๆ ให้เขาลอยไปลอยมาอยู่บนโลกไปนี้ก็ใช่ว่าจะมีประโยชน์อะไร
เซี่ยเฉียวพยักหน้า
สิ่งที่นางกังวลอยู่ตอนนี้ก็คือ จ้าวซวีจือไม่สามารถโกหกวิญญาณตนนี้ได้
ไม่นานนักจ้าวซวีจือก็มาถึง
เขาดูหม่นหมองไปเล็กน้อย รอยแผลส่วนใหญ่บนใบหน้าของเขาหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงไม่กี่รอยเท่านั้น เขาดูว่างเปล่าขึ้นมากเมื่อเห็นพระชายาในเวลานี้ ก่อนจะแสดงความเคารพอย่างเรียบง่าย “ลูกคารวะท่านแม่”
พระชายาถอนหายใจเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของเขา
เด็กคนนี้มีเรื่องบาดหมางกับใครไม่ว่า ดันไปมีเรื่องกับรัชทายาท นี่ไม่ใช่การสร้างปัญหาให้ตัวเองหรอกหรือ
“ปรมาจารย์โม่มาวันนี้ ท่านบอกว่าเจ้าทำร้ายคนจนถึงแก่ความตาย และคนคนนั้นไม่สามารถไปเกิดได้ ช่างน่าสงสาร ดังนั้นจึงขอให้เจ้าให้ความร่วมมือ เพื่อปรมาจารย์จะได้คลี่คลายความคับข้องใจให้คนผู้นั้นไปเสีย”
จ้าวซวีจือเงยหน้ามองโม่ชูเซิง “ข้าไปทำร้ายคนตอนไหน”
เซี่ยเฉียวเล่าเรื่องราวของวิญญาณชายอีกครั้ง
หลังจากที่จ้าวซวีจือฟังจบแล้ว เขาก็เงียบไปครู่หนึ่ง “เอาล่ะ ซวีจือล่วงเกินให้ขุ่นเคืองไปแล้ว ข้าไม่ควรออกหน้าแทนผู้หญิงคนนั้น ต่อไปข้าจะใส่ใจให้มากขึ้น จะได้ไม่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเดือนร้อนอีก”
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย
ในขณะที่วิญญาณก็สับสนอยู่ครู่หนึ่ง
คำขอโทษนี้ตรงไปตรงมามาก เขาควรจะมีความสุขมากสิ แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้เขากลับรู้สึกอึดอัดในหัวใจอย่างมาก ถึงขั้นรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าเดิมอีก
Yuki03
ไม่จริงใจไงง ทำชีวิตเขาพังขนาดนั้นยังไม่รู้สึกรู้สาอีก