ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 447 ไม่พอใจทั้งหมด / ตอนที่ 448 ชาตินี้ไม่มีวันลืมได้
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 447 ไม่พอใจทั้งหมด / ตอนที่ 448 ชาตินี้ไม่มีวันลืมได้
ตอนที่ 447 ไม่พอใจทั้งหมด / ตอนที่ 448 ชาตินี้ไม่มีวันลืมได้
ตอนที่ 447 ไม่พอใจทั้งหมด
เขามาที่บ้านตระกูลเซี่ยนี้มาสองครั้งแล้ว สาวใช้และพวกบ่าวรับใช้ในจวนแทบจะมีนิสัยแบบเดียวกันหมด หน้าตาก็ดูไม่ได้
แต่สองคนนี้นับได้ว่าแปลกแยก ไม่ค่อยจะเหมือนคนประเภทที่เซี่ยผิงกั่งผู้หยาบคายนั่นจะถูกชะตาเท่าไรนัก
“หม่อมฉัน หม่อมฉันเป็นคนของจวนหนิงเป่ยอ๋องเพคะ วันนี้เพิ่งจะมา…” หญิงสาวเอ่ย
จ้าวเสวียนจิ่งลูบหว่างคิ้วของตนเอง “หนิงเป่ยอ๋องส่งคนมาให้เซี่ยผิงกั่งทำไม”
หนิงเป่ยอ๋องคนนี้เป็นพวกคลั่งรัก ไม่น่าจะเป็นคนแบบที่จะส่งใครมาปรนนิบัติเป็นอนุได้
“พวกหม่อมฉัน พวกหม่อมฉันมาจากฝั่งพระชายารองเพคะ ถูกคุณชายใหญ่เรียกไป จากนั้น จากนั้นก็ถูกส่งมาที่นี่” หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่นอย่างระมัดระวัง นางหนาวสั่นไปหมด
ตอนที่ถูกคุณชายใหญ่เซี่ยเรียกพบ พวกนางก็เปลี่ยนไปสวมใส่ชุดที่ดูดีที่สุด แน่นอนว่าชุดพวกนั้นก็บางและถอดง่ายด้วย
ตอนนี้พวกนางคุกเข่าอยู่กับพื้น ทันทีที่กระแสความเย็นผ่านเข้ามาพวกนางก็รู้สึกหนาวจนควบคุมไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น รัชทายาทกำลังกริ้ว…
“จ้าวซวีจือ?” รัชทายาทหัวเราะเบาๆ ออกมาทันที “เขาสั่งพวกเจ้าว่าอย่างไรอีกบ้าง”
ในเวลานี้หญิงสาวทั้งสองเริ่มมีความคิดที่จะตายบ้างแล้ว กลิ่นเหล้าหอมๆ จากตัวฝ่าบาททำให้สมองของพวกนางมึนงง เมื่อได้ฟังน้ำเสียงอันน่าสะพรึงกลัวนั้นอีก พวกนางก็รู้สึกว่าขวัญจะบินไปเสียแล้ว
“ฝ่าบาท คุณชายใหญ่แค่ให้พวกหม่อมฉันสืบเรื่องของคุณหนูใหญ่เท่านั้น ไม่ได้ให้พวกเรามาทำอย่างอื่นจริงๆ ไม่ได้คิดจะทำร้ายฝ่าบาทด้วยเพคะ!”
พวกนางอดคิดไม่ได้ในเวลานี้
เหตุใดฝ่าบาทจึงได้กริ้วขนาดนี้
ต้องเป็นเพราะเซี่ยผิงกั่งนั่นเป็นคนสนิทของฝ่าบาท จ้าวซวีจือเอาใจตระกูลเซี่ยเช่นนี้ ไม่แน่อาจจะเป็นเพราะเขาอยากรู้ความเคลื่อนไหวของฝ่าบาท!
ฝ่าบาทต้องคิดอย่างนั้นแน่!
แต่ แต่มันไม่ใช่เลยจริงๆ…
ทั้งสองตื่นตระหนกอย่างยิ่งในเวลานี้ “ฝ่าบาท คุณชายใหญ่ คุณชายใหญ่ให้พวกข้ามาเก็บข้อมูลเรื่องความชอบของคุณหนูใหญ่เซี่ย หากคุณหนูใหญ่ออกจากบ้านก็ให้ส่งข่าวให้เขา ดังนั้น…คุณชายใหญ่เพียงแต่ชอบใจคุณหนูใหญ่เท่านั้นจึงได้ลงทุนขนาดนี้ ไม่ได้ ไม่ได้…คิดจะตีสนิทกับคุณชายใหญ่เซี่ย…”
“เท่านั้น? เฮอะ” จ้าวเสวียนจิ่งเลียริมฝีปากของเขา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
หญิงสาวทั้งสองนางตัวสั่นเทา พวกนางไม่เข้าใจความหมายของรัชทายาท
“เจ้าสองคนส่งข่าวออกไปบอกว่าแม่นางเซี่ยจะไปที่หอเย่ว์เฟิงพรุ่งนี้ตอนเที่ยง” จ้าวเสวียนจิ่งลูบนิ้วดูมือตนเอง ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แต่กลับทำให้คนมองรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้น
ทั้งสองตอบอย่างรวดเร็ว “หม่อมฉันทราบแล้ว”
“หลังจากส่งจดหมายแล้วเจ้าสองคนไปหาเซี่ยผิงกั่ง ไม่ว่าพวกเจ้าจะใช้วิธีใด ข้าแค่ต้องการเห็นเขาหัวร้อนเท่านั้น” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอีก
หญิงสาวทั้งสองรู้สึกเสียใจภายหลังอย่างยิ่งในเวลานี้
พวกนางไม่รู้ว่าฝ่าบาทจะเป็นคนเลือกมาก หากพวกนางรู้เช่นนี้ ก่อนหน้านี้พวกนางก็อาจจะพยายามกับใต้เท้าเซี่ยเสียตั้งแต่แรก!
ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า ใต้เท้าเซี่ยคิดอยู่ในใจแล้วว่าพวกนางอยากจะปีนขึ้นที่สูง แล้วตอนนี้พวกนางจะทำให้ใต้เท้าเซี่ยหันมาสนใจได้อย่างไรอีกเล่า
พวกนางยังต้องทำให้เขาหัวเสียอีก…
เมื่อคิดถึงท่าทางดุร้ายของใต้เท้าเซี่ยพวกนางก็รู้สึกว่าตนเองน่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแล้ว
“ไสหัวออกไปเถอะ ให้พ่อบ้านต้มน้ำแกงแก้เมาค้างมาให้ข้าด้วย” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอีก
ทั้งสองรีบรับคำสั่ง พวกนางลุกจากพื้นออกไปโดยเร็วที่สุดทันที
หญิงสาวทั้งสองก็รู้ความ พวกนางไปบอกพ่อบ้าน ก่อนจะรีบไปวางจดหมายไว้ตรงประตูสุนัขที่กำแพงด้านนอกตามที่ฝ่าบาทสั่ง แค่รอให้ถึงพรุ่งนี้ ฟ้ายังไม่ทันสางก็จะมีคนมาเอาจดหมายไปเอง
ส่วนเซี่ยผิงกั่งก็งุนงงไปหมด
“ถูกไล่ออกมาได้อย่างไร” เซี่ยผิงกั่งไม่เข้าใจ
หน้าตาแบบนี้ก็ไม่เลวแล้วนะ ยังไม่พอใจอีกหรือ
ตอนที่ 448 ชาตินี้ไม่มีวันลืมได้
เซี่ยผิงกั่งคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ แต่เขาเป็นคนไม่ค่อยใส่ใจเท่าไรนัก ในเมื่อรัชทายาทไม่ชอบก็ช่างเถอะ ถึงอย่างไรนี่ก็ดึกแล้ว เขาก็ไม่ควรที่จะไปหาพวกที่หน้าตาดีกว่ามาจากหอพวกนั้นอีกหรอก
เพียงแต่ผู้หญิงสองคนนี้กลับไม่ยอมไปสักที
หลังจากที่พวกนางส่งจดหมายแล้วก็มาอยู่ที่หน้าประตูเรือนของเซี่ยผิงกั่ง จะเข้าไปข้างในให้ได้
เซี่ยผิงกั่งสนใจที่ไหน เขาโยนพวกนางออกไปจากบ้านเขาทันที ล่ามประตูเสร็จสรรพ ใครก็เข้ามาไม่ได้ทั้งนั้น ปล่อยให้พวกนางร้องไห้ด้วยความไม่พอใจอยู่นอกเรือนราวกับเสียงของวิญญาณที่ลอยเข้าหูเป็นระยะๆ แต่เซี่ยผิงกั่งก็สามารถนอนหลับได้อย่างสบายโดยไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
หัวเสีย? ไม่เลยสักนิด
หลังจากที่เซี่ยเฉียวกลับไปแล้วนางก็เข้านอน และไม่รู้เรื่องอะไรเหล่านี้เลย
วันรุ่งขึ้น นางก็ไปโรงเรียนตามปกติและไม่ได้ถามอะไรอีก
ตอนเที่ยง รัชทายาทนั่งอยู่ในหอเย่ว์เฟิง ติดตามมาด้วยเซี่ยผิงกั่งที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ฝ่าบาท ที่นี่มีผู้ร้ายคดีสำคัญอย่างนั้นหรือ” เซี่ยผิงกั่งสงสัยเล็กน้อย
ร้านอาหารใหญ่โตขนาดนี้ บ่าวรับใช้คนอารักขาก็มีตั้งมากกว่าสิบคน พวกหนีความผิดจะกล้ามาหรือ
“ข้าได้ข่าวมาว่า คนร้ายหนีคดีมาจองห้องส่วนตัวนี้ไว้ รอประเดี๋ยวพอมันมา ไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องซัดมันให้หมอบลงไปก่อน อย่าได้ปล่อยโอกาสให้มันหลุดไปได้เชียว เข้าใจหรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยยิ้มๆ มีประกายแสงเย็นวาบขึ้นในดวงตาของเขา
“พ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยผิงกั่งพยักหน้า
ฝ่าบาทไว้วางใจเขาอย่างยิ่ง วันนี้พระองค์ออกมาโดยไม่ได้มีโจวเว่ยจงที่มักจะตามติดก้นเขามาด้วย มีแต่เขาเท่านั้นที่ตามมาคุ้มครองฝ่าบาท
ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไร เขาจะต้องไม่ให้ผู้ร้ายทำร้ายรัชทายาทได้โดยเด็ดขาด
เซี่ยผิงกั่งคิดไปคิดมาก็ไปยืนอยู่ตรงประตูทันที
เมื่อสักครู่เขาได้กำชับเสี่ยวเอ้อไว้แล้วว่าห้ามเข้าใกล้ จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะทำร้ายผิดตัวโดยไม่ได้ตั้งใจ
จ้าวเสวียนจิ่งจิบชา รอยยิ้มน่ามองปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
เซี่ยผิงกั่งโหดเหี้ยมดุร้าย สายตาของเขากวาดไปมองน้ำชาที่อยู่ในมือของรัชทายาท แล้วก็หัวเราะขึ้นมาในใจ ชานี้…อร่อยตรงไหน เมื่อสักครู่ฝ่าบาทยังดูเหมือนไม่ค่อยมีความสุขอยู่เลยนี่ เวลานี้กลับดื่มชาจนยิ้มออกมาได้แล้ว?
ในความรู้สึกของเขามันก็แค่ใบไม้เท่านั้น พอเข้าปากก็รู้สึกขมจนยากที่จะกลืนลงคอได้ เว้นแต่โลกใบนี้จะไม่มีอะไรให้เขากินแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่เต็มใจที่จะเป็นวัวที่กินหญ้าหรอก
แต่นี่น่าจะเป็นข้อแตกต่างระหว่างเขากับฝ่าบาท
รัชทายาทมีฐานะสูงส่ง และยังมีความรู้มาก ถึงจะไม่บึกบึนเท่าเขา ถึงแม้จะไม่ส่งเสียงดัง คนก็ไม่กล้าเข้าใกล้แล้ว
เขาเกิดมาพร้อมกับสง่าราศีของราชาผู้ปกครองอย่างแท้จริง
“ฝ่าบาท มันเป็นผู้ร้ายคนไหน คดีอะไรหรือ” เซี่ยผิงกั่งอดถามขึ้นมาไม่ได้ระหว่างที่กำลังรอคอย
“ความชั่วสิบประการ ทำความผิดหลายอย่าง” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยสบายๆ
“ความชั่วสิบประการ?” เซี่ยผิงกั่งใจเต้นกระตุกขึ้นมาทันที
คนร้ายหนีคดีนี้ช่างใจกล้าจริงๆ ความชั่วสิบประการไม่สามารถอภัยโทษได้ หนีไปแล้วยังจะกล้ากลับมาอีก?
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกจริงจังขึ้นเล็กน้อย และกำดาบคู่กายที่อยู่ในมือของเขากระชับยิ่งขึ้น “ฝ่าบาท ต้องการประหารทันทีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“ประหารทันที?” จ้าวเสวียนจิ่งมองไปตรงมือที่ถือดาบของเขา “คุณชายเซี่ยวางดาบลงก่อน คนคนนี้จะต้องจับเป็นน่ะ ข้ายังต้องถามเขาอีกหลายเรื่องก็เลยจะต้องสั่งสอนเขาก่อนสักยก แค่นั้นก็พอแล้ว”
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกเสียดายเล็กน้อย เขายังนึกว่าดาบเล่มนี้จะได้อาบเลือดเสียแล้ว
เขาวางดาบลงบนเก้าอี้อย่างเสียไม่ได้
ก่อนจะรอคอยต่อไป
หลังจากผ่านไปสองเค่อ เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังลอดประตูเข้ามา
“พี่หลี่ ข้ารู้ว่าท่านต้องอยู่ที่นี่…” จ้าวซวีจือผลักประตูเข้ามาพลางเอ่ย
จ้าวเสวียนจิ่งหัวเราะเยาะขึ้นมาเสียงหนึ่ง ช่างสรรหาเหตุผลเหลือเกิน หากคนที่นั่งอยู่ตรงนี้เป็นเซี่ยเฉียว จ้าวซวีจือเด็กเหลือขอนี่ก็จะบอกเซี่ยเฉียวว่า เขาบังเอิญเข้าผิดห้องจำคนผิดไปแล้วใช่หรือไม่ จากนั้นก็บอกว่าเขาตกหลุมรักนางตั้งแต่แรกเห็น ชาตินี้ไม่มีวันลืมได้?
จ้าวเสวียนจิ่งคิดถึงเรื่องนี้ก็ไม่สบอารมณ์ขึ้นมา เสียง โพละ ดังขึ้น ถ้วยชาที่เขาถืออยู่ในมือข้างซ้ายแตกทันที
มีคราบน้ำชาเปรอะเปื้อนบนตัวเขา
ทว่าเมื่อจ้าวซวีจือเห็นร่างของชายคนนั้นเขาก็ต้องตกตะลึงไปในทันที แต่เขายังไม่ทันจะได้ตอบสนอง
เสียง ผัวะ ก็ดังขึ้น จ้าวซวีจือลงไปนอนกองอยู่ที่พื้นเสียแล้ว
tom110
ให้น้ำส้มแตกทันที