ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1221 ความปรารถนาสุดท้าย / ตอนที่ 1222 สาเหตุ
ตอนที่ 1221 ความปรารถนาสุดท้าย / ตอนที่ 1222 สาเหตุ
ตอนที่ 1221 ความปรารถนาสุดท้าย
เรื่องผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตนี้ของเขาหาใช่เรื่องบุตรสาวของเขาไม่ แต่เป็นเรื่องที่เขารับศิษย์ต่างหาก
เขารับศิษย์ทั้งหมดสามคน แต่เขาไม่เคยทำหน้าที่สั่งสอนพวกเขาเลย แค่ทิ้งหนังสือเอาไว้ให้ และไม่เคยได้ให้คำแนะนำใดๆ จนทำให้ศิษย์ทั้งสามคนหลงผิดทำร้ายทั้งผู้อื่นและตัวเอง ศิษย์สองคนเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนอีกคนหนึ่ง…ก็ร่วมมือกับบุตรสาวของเขาสร้างปัญหาไม่หยุดหย่อน
พอเขาเข้าใจเรื่องในอดีตแล้วจึงไม่ยี่หระกับการตายของตัวเองและไม่มีความรู้สึกไม่เต็มใจใดๆ ทั้งสิ้น
“ข้าแก่แล้ว ก็ควรไปได้แล้วล่ะ” สายตาราชครูเหม่อลอย เขาเหลือบมองเซี่ยผิงกั่ง
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สิ้นลมหายใจ
ชีวิตนี้ของเขาทำเรื่องผิดพลาดมามาก
หลังจากที่สูญเสียความทรงจำไปแล้วกลับได้ทำเรื่องที่ถูกต้องที่สุด
ตอนที่เขาถูกตระกูลเผิงชิงตัวขึ้นภูเขาไป เขาเองก็ไม่ได้ขัดขืน ต่อมาเมื่อเขาเห็นว่าเซี่ยผิงกั่งตอนยังเป็นเด็กนิสัยดุร้ายผิดปกติและไม่ค่อยรู้มารยาท เขาจึงเกิดใจที่อยากจะดูแลสั่งสอนขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
เขาไม่ได้สอนวิชาแปลกๆ อะไรให้เซี่ยผิงกั่งหรอก แต่มักจะเล่าเรื่องราวต่างๆ ในหนังสือที่ตนเองได้อ่านมาให้เขาฟังบ่อยๆ เท่านั้น
เด็กคนนี้กลับเกิดมาดี
แม้จะมีชาติกำเนิดเป็นโจร มีนิสัยบ้าพลังและเย็นชามาตั้งแต่เกิด แต่กลับไม่ใช่คนโง่
หากต่อไปตระกูลเซี่ยจะไม่มีเขาคอยปกป้องแล้ว พวกเขาก็น่าจะผ่านไปได้ด้วยดี
……
เซี่ยผิงกั่งเห็นว่าราชครูหมดลมหายใจไปแล้ว
เขาก็ไม่ได้ร้องไห้ ตายังไม่แดงด้วยซ้ำ เขาเพียงแต่เปลี่ยนชุดไว้ทุกข์และจัดการเรื่องงานศพอย่างสงบ
งานศพยิ่งใหญ่
ราชครูอายุเจ็ดสิบกว่าปี เขาจากไปในวัยนี้ก็ถือว่าอายุยืนแล้ว
เพียงแต่เมื่อราชครูจากไป ในใจฮ่องเต้ก็ดูเหมือนจะขาดอะไรไปบางอย่าง พระองค์กังวลมากจนเกือบจะล้มป่วย โชคดีที่หลังจากที่รัชทายาทกลับมาแล้วก็เข้าวังไปพบทันที พระองค์จึงได้กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาบ้าง
เซี่ยเฉียวยังคงหมดสติอยู่
นางถูกส่งตัวกลับจวนรัชทายาทไปตั้งนานแล้ว
ในเมืองหลวง หลายคนกำลังรอข่าวการตายจากจวนของรัชทายาท แต่พวกเขากลับนึกไม่ถึงว่าจวนราชครูจะแซงหน้าไปก่อน
เซี่ยเฉียวหมดสติไปห้าวันเต็มๆ กว่าจะลืมตาฟื้นขึ้นมา
หลังจากที่นางลืมตาขึ้นมา เซี่ยเฉียวก็ตกใจนำไปก่อนแล้วก่อนจะเอ่ย “ดีกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มากทีเดียว พอจะมองโครงร่างของพวกเจ้าออก นี่คือรัชทายาท นั่นคืออาจารย์ คนที่ยืนอยู่ข้างหลังนั่น…อืม…น่าจะเป็นเมิ่งจี๋ฟังสินะ? เขาสวมเสื้อผ้าสีสว่างจัง มันแสบตา”
เมื่อเซี่ยเฉียวพูดเช่นนั้น จ้าวเสวียนจิ่งก็หันกลับมาและจ้องเขาทันที
เปลือกตาของเมิ่งจี๋ฟังกระตุก เขามองดูเสื้อผ้าของตนอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ก็ไม่สว่างนี่? มันก็ชุดนักพรตธรรมดาทั่วไป…เหมือนกับโม่…เหมือนกับศิษย์พี่ทั้งสีและแบบเลย!
“ทำไมท่านไม่พูดอะไรล่ะ ข้าไม่ได้ตาบอดเสียหน่อย ดีมากเลย” เซี่ยเฉียวค่อนข้างพอใจ “เด็กๆ พวกนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ราชครูเล่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
“เด็กๆ สบายดี ร่างกายแข็งแรง มารดาพวกนั้นไม่รู้เลยว่าพวกเขาเคยมีปัญหาอะไรมาก่อน ราชครูล่วงลับไปเมื่อสองสามวันก่อน แต่ก่อนที่เขาจะจากไป หมอหลวงก็ได้ให้ยาเขา เขาจึงไม่ได้รู้สึกทุกข์ทรมานมากนัก” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
หากเขาหาราชครูไม่พบก่อน การตายของเขาก็คงจะน่าอนาถกว่านี้เป็นร้อยเป็นพันเท่า
กระทั่งว่า……
หลังจากที่เขาเสียชีวิตยังไม่ถึงสองวัน ร่างกายของเขาก็ผุพังเน่าเปื่อยจนเกือบจะกลายเป็นเลือดหมดแล้ว
โชคดีที่เซี่ยผิงกั่งเตรียมตัวไว้ก่อนแล้วเพื่อไม่ให้ราชครูต้องจากไปอย่างน่าอับอาย
“จากไปแล้วหรือ” เซี่ยเฉียวแสดงความเสียใจอย่างที่สุด “เขาสั่งเสียอะไรไว้หรือไม่”
จ้าวเสวียนจิ่งถ่ายทอดคำพูดของเซี่ยผิงกั่งให้นางฟังอีกครั้ง “เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ อาจารย์ของเจ้าอยู่ที่นี่ เขาจะจัดการอย่างเหมาะสมเอง”
“เรื่องสวดส่งวิญญาณข้าถนัด สายตาของข้าอาจจะมองไม่ชัดนัก แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคหรอก” เซี่ยเฉียวดูท่าทางเหมือนปกติ
นางคิดได้จริงๆ
ก่อนที่จะทำพิธี นางก็คิดไว้หมดแล้ว ตอนนี้ทำพิธีสำเร็จแล้ว นางจะเสียดายอะไรอีก
ตอนที่ 1222 สาเหตุ
นอกจากนี้….
เซี่ยเฉียวขยี้ตา
นางแค่มองเห็นไม่ชัดเท่านั้น แต่ของที่ใหญ่ๆ หน่อยนางก็มองเห็น นี่ก็ดีกว่าตาบอดสนิทมากแล้ว
สายตาแบบนี้น่าจะมองไม่เห็นวิญญาณแล้ว แม้ว่าจะมีข้อเสีย แต่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องตกใจเพราะวิญญาณหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวพวกนั้นอีก ก็ถือว่าดีอย่างเสียอย่าง
“ข้าให้อาจารย์จัดการเรื่องฮุ่ยไท่เฟยแล้ว ต่อไปเรื่องสวดส่งวิญญาณนางก็เป็นหน้าที่ของอาจารย์ ถ้าหากเจ้าคิดที่จะยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องนี้ กลับไปท่องพระคัมภีร์ก็พอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ไม่ต้องหรอก ตอนนั้นเจ้ารับศิษย์แล้ว หากมีเรื่องอะไรที่ใช้เขาได้ก็ไม่ต้องเกรงใจ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยด้วยเสียงอบอุ่น
เขาพอใจมากแล้วที่เซี่ยเฉียวฟื้นขึ้นมาได้เช่นนี้
หลายวันมานี้ไม่มีเวลาไหนเลยที่เขาไม่กังวลใจกลัวว่านางจะไม่ลืมตาตื่นขึ้นมาอีก
เซี่ยเฉียวได้ยินอย่างนั้นก็ใจหายทันที
นางเป็นแก้วตาดวงใจของตาเฒ่าเชียวนะ ปกติแล้วจะว่างไม่ได้เลย!
แต่น่าเสียดาย…ตอนนี้นางกึ่งๆ เหมือนคนตาบอด อยากจะกระพริบตาปริบๆ แสดงความน่าสงสาร ก็ไม่รู้ว่าจะมองไปทางไหนดี เมื่อนางคิดได้ว่ารัชทายาทก็คงเป็นห่วงนางเหมือนกันจึงได้ยอมตกลง
“จัดการฮุ่ยไท่เฟยอย่างไรหรือ” เซี่ยเฉียวถามด้วยท่าทางห่อเหี่ยว
“ให้ดื่มเหล้าพิษเข้าไปจอกเดียว นางก็ตายแล้ว ราชครูอยากให้นางจากไปอย่างเหมาะสม วิธีนี้ทำให้ศพของนางยังสมบูรณ์ ก่อนจะจัดการข้าได้วางค่ายอาคมสะกดพลังความแค้นไว้ วิญญาณของนางจะได้ไม่กลายเป็นวิญญาณร้ายสร้างปัญหาในภายหลัง” โม่หลิงจื่อบ่น “ไท่เฟยผู้นั้น…จิ๊ๆๆ ข้าเห็นมากับตาตัวเองแล้ว ใบหน้านั้นของนางไม่รู้ว่าต้องใช้เลือดของหญิงสาวเยาว์วัยมากมายแค่ไหนถึงปรุงยาชั่วร้ายเช่นนั้นออกมาบำรุงความงามขนาดนั้นได้ น่ากลัวจริงๆ”
“แล้วอย่างไรอีก” เซี่ยเฉียวอยากรู้อยากเห็น
“ก่อนตายนางก็ไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไร นางด่ากราดไปหมด ทั้งดินฟ้า บิดาของนาง และเจ้าด้วย ปากร้ายมาก” โม่หลิงจื่อพ่นลมแสดงการดูถูก “ข้าทนดูไม่ไหวต่อไป จึงได้เล่าเหตุการณ์ตอนที่ได้พบกับราชครูให้นางฟัง นางจึงสงบลงได้”
เขาเล่าเหตุการณ์ตอนที่ราชครูสูญเสียความทรงจำให้นางฟังอย่างละเอียด
และยังบอกว่า แม้แต่ตอนที่ราชครูความจำเสื่อม เขาก็ยังพูดชื่อใครบางคนออกมา และเข้าก็พูดชื่อเหล่านั้นออกมาให้นางฟัง
ฮุ่ยไท่เฟยผู้นั้นยิ่งแก่ก็ยิ่งดื้อรั้น นางจึงไม่ยอมปล่อยวางเพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำนี้แน่
เขาโกรธมากที่จนต้องไปที่วัดอวี้ซวีเพื่อยืมหนังสือสองสามเล่มที่เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่ต้องแลกกับการแก้ไขดวงตาวสวรรค์ทั้งหมดนั้นมีอะไรบ้าง!
นางจึงยอมเชื่อเขาขึ้นมาบ้าง
แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น
หลังจากนั้นนางก็เริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พูดว่าบิดาของนางเห็นแก่ตัว ให้กำเนิดนางแล้วก็ไม่ยอมเลี้ยงดู ตอนจะจากไปก็ไม่ยอมบอกความจริงแก่นาง
หากนางรู้ความจริงตั้งแต่ตอนนั้นก็อาจจะไม่เกลียดเขามาจนถึงตอนนี้ก็ได้
นางยังบอกด้วยว่า แม้ว่าตอนนี้นางจะรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว แต่แต่ละปีที่ผ่านพ้นไปมันทำให้นางรู้จักแต่ความเกลียดชัง ต่อให้ตายไปแล้วนางก็จะไม่ยอมอภัยให้เขา
ท่าทางของนางตอนนั้นน่ากลัวมาก แม้แต่โม่หลิงจื่อนักพรตที่เห็นโลกมามากอย่างเขาก็ยังไม่กล้าพูดอะไรออกมา
ถือว่าเป็นการส่งคนตายไปอย่างตัวสั่นเทา
โชคยังดีที่นางตายอย่างเรียบร้อย
โม่หลิงจื่อเล่าอย่างละเอียด เซี่ยเฉียวได้ยินแล้วก็ต้องทอดถอนใจ
เรื่องตั้งนานหลายปีมาแล้วกลับเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตของฮุ่ยไท่เฟยไปเลย
หรือบางที…
“อาจารย์ ท่านคิดว่า…เป็นไปได้หรือไม่ว่าตอนนั้นพลังหยินยังไม่ถูกกำจัดไปทั้งหมด ฮุ่ยไท่เฟยจึงได้รับผลกระทบจนมีนิสัยหวาดระแวงจนถึงขนาดนี้” เซี่ยเฉียวอดถามไม่ได้
โม่หลิงจื่อชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “จะต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆ ตอนนั้นราชครูออกเดินทางเรียนรู้วิชามารมากมายทีเดียว เขามักจะประมือกับพวกสายมารอยู่บ่อยๆ ย่อมส่งผลเสียต่อคนในครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าจะแก้ไขเรื่องดวงตาสวรรค์ได้แล้ว แต่ก็ต้องค่อยๆ บำรุงไปจึงจะดี ตอนนี้เผิงเทียนมิ่งคงจะอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายจนถึงเรื่องนี้ไป”
ต่อมาเขาก็สูญเสียความทรงจำไปอีกจึงยิ่งนึกอะไรไม่ออกแล้ว