ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1223 ปลดรัชทายาท / ตอนที่ 1224 เป็นที่ไว้วางใจของทุกคน
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 1223 ปลดรัชทายาท / ตอนที่ 1224 เป็นที่ไว้วางใจของทุกคน
ตอนที่ 1223 ปลดรัชทายาท / ตอนที่ 1224 เป็นที่ไว้วางใจของทุกคน
ตอนที่ 1223 ปลดรัชทายาท
เดิมทีเซี่ยเฉียวคิดว่า หากจะให้นางสวดส่งวิญญาณให้ฮุ่ยไท่เฟย นางก็คงจะไม่ยินดีเท่าไร แต่เมื่อคิดว่าหากคนผู้นี้ได้รับผลกระทบจากพลังหยินจริงๆ นางก็ดูจะน่าสงสารขึ้นมาทันที
ชีวิตนี้ของนางจึงเหมือนกับเสียเวลาเปล่าไปเลย
“ตอนนี้เจ้าไม่ควรคิดมาก” จ้าวเสวียนจิ่งเตือน
“ตกลง ข้าจะไม่คิดอะไรทั้งนั้น” เซี่ยเฉียวยิ้ม
นางทำตัวว่าง่ายอย่างนี้ยิ่งทำให้จ้าวเสวียนจิ่งไม่วางใจจนต้องอยู่ในจวนรัชทายาทไม่ยอมไปไหน
……
ทางฝั่งตระกูลเซี่ย ช่วงแรกเซี่ยผิงกั่งจัดการงานศพด้วยสีหน้าเย็นชาจนหลายคนคิดว่าเขาเลือดเย็นและไร้หัวใจ เพราะถึงอย่างไรราชครูก็ดีกับตระกูลเซี่ยอย่างนั้น เซี่ยผิงกั่งก็น่าจะร้องไห้ให้เขาสักหน่อย…
ลับหลังเขาไม่รู้ว่ามีกี่คนที่ด่าว่าเขาไม่ใช่คน
แต่หลังจากที่ด่าว่าเขาได้สองวัน เซี่ยผิงกั่งก็ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการและบอกว่าเขาจะไว้ทุกข์ให้ราชครูในฐานะบุตรบุญธรรมเป็นเวลาสามปี
แล้วก็มีหลายคนชื่นชมเซี่ยผิงกั่งในความกตัญญูรู้คุณขึ้นมาทันที…
เซี่ยหนิวซานเองก็ไม่คัดค้านเรื่องไว้ทุกข์เลย
เขาไม่ทำงานสามปีเป็นเรื่องที่น่าเสียดายก็จริง แต่ราชครู…ก็ดีกับครอบครัวเขามาก อย่าว่าแต่จะให้เขาไว้ทุกข์เลย หากจะให้เขาไปคุกเข่าหน้าอยู่โลงศพสักสามปีก็ใช่ว่าจะไม่ได้!
คนตระกูลเซี่ยรักสันโดษ
มีแต่เซี่ยผิงไหวกับเซี่ยซีเท่านั้นที่ไปเยี่ยมเซี่ยเฉียวที่จวนรัชทายาทบ้างเป็นครั้งคราว
เดิมทีเซี่ยผิงไหวยังคิดว่าเซี่ยเฉียวหลอกเขาเข้าอีกแล้ว แต่เมื่อเขามองเห็นดวงตาที่ไม่มีแววสดใสของนาง เขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที
เขานี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ!
พี่หญิงใหญ่เป็นถึงขนาดนี้แล้ว แต่เขายังคิดว่าพี่หญิงใหญ่เสแสร้งแกล้งทำไปได้!
“พี่หญิงใหญ่ ท่านป่วยจนดวงตาเสียหายเลยหรือ แล้วต่อไปเล่า จะไม่…จะไม่สามารถฝังได้เลยอย่างนั้นหรือ การตายแบบนี้มันก็น่าอนาถเกินไป…” เซี่ยผิงไหวเจ็บปวดใจ
เซี่ยซีถึงกับเบะปาก
เมิ่งจี๋ฟังเองก็กลอกตา
ป่วยที่ไหน! มันเป็นการช่วยชีวิตคนต่างหาก น้องชายตระกูลเซี่ยผู้นี้กระทั่งเรื่องนี้ก็ไม่รู้เลย หรือว่าเขาถูกเก็บมาเลี้ยงกันแน่
“เจ้าเคยเห็นไม้ผลพวกนั้นหรือไม่ ตอนนี้ข้าก็ไม่ต่างอะไรกับต้นไม้พวกนั้นหรอก นัยน์ตาก็จะหลุดออกก่อน พอเบ้าตาโล่งแล้ว ในอนาคตกิ่งก้านของร่างกาย…ก็คือผมและแขนขาของข้าก็จะหลุดออกทีละเล็กละน้อย จนในที่สุดข้าจะเหลือแค่หัวเอาไว้ใช้…” เซี่ยเฉียวพยายามพูดให้น่ากลัวอย่างเต็มที่
“……” เซี่ยผิงไหวรู้สึกขยะแขยงเล็กน้อย “ตาบอดไม่พอ ลูกตายังจะหลุดออกจากเบ้าตาอีกหรือ”
“ใช่สิ?” เซี่ยเฉียวพยักหน้า นึกสนุกในใจ
“หากอย่างนั้น…ข้าจะไปหาช่างมาติดของปลอมให้ท่าน…อย่างน้อยมันก็พอจะหลอกคนอื่นได้…ไม่อย่างนั้นพอรัชทายาทขึ้นครองราชย์แล้ว ท่านจะทำอย่างไรเล่า” เซี่ยผิงไหวทำท่าทางรังเกียจ
“ขึ้นครองราชย์?” เซี่ยเฉียวชะงักไปเล็กน้อย
“ใช่สิ พี่เขยจะขึ้นครองราชย์อยู่แล้วไม่ใช่หรือ” เซี่ยผิงไหวไร้เดียงสามาก
“……” ช่วงนี้เมิ่งจี๋ฟังก็ไม่ได้ออกไปไหน เขาไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น พอเขาได้ยินอย่างนี้ก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย “เป็นไปไม่ได้! รัชทายาทเพิ่งบอกว่าจะลาออกจากตำแหน่งเอง!”
“แต่ขุนนางใหญ่พวกนั้นร่วมกันถวายฎีกาคัดค้านนี่” เซี่ยผิงไหวทำหน้าตามั่นอกมั่นใจ “สุขภาพของฝ่าบาทไม่ค่อยดี ต้องการสละบัลลังก์ พอองค์ชายสี่กับองค์ชายห้าเข้าเฝ้าในท้องพระโรง พระองค์ก็ตรัสถามตรงๆ ว่าเต็มใจที่จะเป็นรัชทายาทหรือไม่ องค์ชายห้าก็ตกใจจนร้องไห้ออกมาทันทีและบอกว่าไม่อยากเป็นฮ่องเต้ องค์ชายสี่ก็เอาแต่ปฏิเสธ ฝ่าบาททรงกริ้วมากทีเดียว”
โอกาสที่พระองค์หยิบยื่นให้องค์ชายสี่ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
องค์ชายสี่บอกว่ารัชทายาทจ้าวเสวียนจิ่ง มีทั้งความสามารถและคุณธรรม เขายอมที่จะไปเฝ้าชายแดนดีกว่าจะยอมเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์
องค์ชายสี่แทบจะบั่นคอตัวเองเสียเดี๋ยวนั้นเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองไม่ต้องการจะเป็นฮ่องเต้…
เวลานั้นฮ่องเต้ตั้งใจที่จะหาคนใหม่จริงๆ พระองค์คิดว่าฮ่องเต้สมัยต่อไปจะต้องมีความกล้าหน่อย จึงได้ตรัสถามต่อหน้าทุกคนเช่นนี้ แต่ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาทั้งสองคนจะมีปฏิกิริยาตอบโต้เสียใหญ่โตขนาดนั้น
ด้วยเหตุนี้ขุนนางทั้งบู๋นและบู๊ในราชสำนักจึงได้แต่ต้องฝากความหวังไว้กับรัชทายาท แม้ท่านโหวเมิ่งเองก็เริ่มที่จะเชยชมว่ารัชทายาทมีความปรีชาสามารถขึ้นมาแล้ว
ตอนที่ 1224 เป็นที่ไว้วางใจของทุกคน
เดิมทีฮ่องเต้ก็มีใจเอนเอียงไปทางรัชทายาทอยู่แล้ว บัดนี้เมื่อขุนนางทั้งราชสำนักเห็นพ้องต้องกัน พระองค์จึงกำหนดสละบัลลังก์และให้รัชทายาทขึ้นครองราชย์ในปีหน้า
คนนอกรู้เรื่องมงคลขนาดนี้กันทั่วหมดแล้ว!
เซี่ยผิงไหวนึกไม่ถึงเลยว่าพี่สาวของเขาจะยังไม่รู้เรื่องนี้อีก!
เมิ่งจี๋ฟังอ้าปากค้าง เขาเหลือบมองเซี่ยเฉียวก่อนจะแค่นเสียงเฮอะออกมาในที่สุด และหันหน้าหนีไป
รัชทายาทขึ้นครองราชย์…ก็ดีเหมือนกัน
เมื่อก่อนเขารู้สึกว่ารัชทายาทเย็นชา ทุกครั้งที่เขากลับมาเมืองหลวงจะต้องมีเรื่องวุ่นวาย สืบคดีต่างๆ มากมาย ลานประหารมีเลือดไหลนองเป็นสายน้ำ กระทั่งมีสหายร่วมชั้นเรียนของเขาที่ต้องถูกเนรเทศไปพร้อมครอบครัวตนเองที่ถูกสอบสวนโดยรัชทายาท ภายนอกเขาดูมีเมตตา แต่ในใจนั้นโหดเหี้ยม
แต่ครั้งนี้…
เพื่อที่จะช่วยชีวิตคนแล้ว เขายอมอยู่ที่วัดเต๋าเป็นเวลาตั้งหลายวัน ยอมร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับพระชายา และยอมลาออกจากตำแหน่ง…
หลังจากทำพิธีเสร็จสิ้นแล้ว เขายังให้หมอหลวงไปดูอาการเด็กๆ เหล่านั้น และค่อนข้างให้ความสำคัญกับพวกเขามาก
คนผู้นี้ไม่ได้ดูเจ้าเล่ห์และน่ากลัวอย่างที่เขาคิด
ในเวลานี้เซี่ยเฉียวแค่รู้สึกประหลาดใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่ได้รู้สึกเหนือความคาดหมายใดๆ
สองปีมานี้รัชทายาทคอยสั่งสมบุญกุศลมาตลอด เขามีปราณมังกรคอยคุ้มกาย หากจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ หน่อยก็คือ ถ้าเขามีดวงชะตาของโอรสสวรรค์จริงๆ การลาออกก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ
ยิ่งไปกว่านั้นการลาออกของจ้าวเสวียนจิ่งก็ไม่ได้เป็นการกระทำที่โง่เขลาเลย
องค์ชายสี่มีนิสัยอบอุ่นอ่อนโยน ต่อให้เขาเป็นฮ่องเต้จริงๆ การปลดรัชทายาทก็เป็นการรักษาความสงบสุขเอาไว้ หลายปีมานี้รัชทายาทไม่ได้หาพรรคพวกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าฮ่องเต้องค์ใหม่จะเกรงกลัวเขา และหากเป็นอย่างนั้นผลลัพธ์ก็ต้องเลวร้ายที่สุดอยู่แล้ว
ในช่วงหลายปีมานี้มีหลายคนในราชสำนักเสนอให้ปลดรัชทายาท แม้ว่ารัชทายาทจะแสร้งทำเป็นไม่เห็นและขึ้นครองบัลลังก์อย่างราบรื่น ภายในราชสำนักก็จะต้องมีคำครหามากมาย บางทีเขาอาจจะต้องจัดการแก้ไขอะไรอีก
ตอนนี้เขาถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อให้ราชสำนักรู้ว่า เขาไม่ได้มีทางเลือกเลย
บัลลังก์นี้เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการให้รัชทายาทครอบครอง และเขาเป็นที่ไว้วางใจของทุกคน
ในอนาคตเรื่องราวของจ้าวเสวียนจิ่งที่ถูกบันทึกในหนังสือประวัติศาสตร์จะยิ่งเป็นเรื่องดีๆ ทั้งๆ ที่เขามีความพิการ แต่ก็ยังได้รับการสนับสนุนจากขุนนางทั้งหลาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขามีคุณธรรมอย่างหาได้ยาก
น่าเสียดาย อย่างเช่นท่านโหวเมิ่งที่ต้องทนกล้ำกลืนกับเรื่องนี้ไป
เซี่ยเฉียวถึงขนาดสงสัยว่ารัชทายาทได้ไปพูดคุยกับองค์ชายทั้งสองไว้ก่อนแล้วหรือไม่…
เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึงเลย ความสามารถในการหลอกคนอื่นของรัชทายาทนั้นร้ายกาจมากจริงๆ
เซี่ยเฉียวจะไม่บอกเรื่องเหล่านี้กับเซี่ยผิงไหวอยู่แล้ว เด็กโง่คนนี้ยังต้องเรียนรู้ที่จะใช้สมองของเขาเองบ้าง
เซี่ยเฉียวเองก็เบื่อๆ เหมือนกัน นางจึงขอให้น้องๆ ของนางอยู่ที่จวนรัชทายาทต่อไปอีกสักพัก
แต่พอตกเย็นโม่หลิงจื่อก็กลับมาจากข้างนอกด้วยท่าทางลึกลับ แถมยังพานักพรตจากวัดอวี้ซวีคนหนึ่งมาด้วย
หลังจากที่เขาเรียกเซี่ยเฉียวไปหาแล้ว เขาก็พูดกับนักพรตผู้นั้นด้วยท่าทางจริงจัง “นางเป็นศิษย์ของข้า ตอนนี้ข้ามองออกว่านางมีบุญใหญ่ โหงวเฮ้งของนางเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อน แต่…ข้ากลัวว่าข้าจะดูผิด เจ้ามาดูให้หน่อยเถอะ”
ความสนิทสนมใกล้ชิดที่มากเกินไปย่อมเกิดข้อผิดพลาดได้!
“……” เซี่ยเฉียวมึนงงไปทันที
นักพรตผู้นั้นอายุมากแล้ว ท่าทางเขาจนใจมากเหมือนกัน
แต่เขาน่าจะนิสัยดี ตอนที่เขามองหน้านางก็มีท่าทางสงบ
โม่หลิงจื่อยังไม่ลืมนำแปดอักษรของนางออกมาให้นักพรตดูอย่างละเอียดด้วย
นักพรตผู้นั้นคำนวณอยู่นาน ทั้งมองลายมือและรูปกระดูกของนางอย่างพินิจพิจารณา เขาเอ่ยขึ้นในที่สุดหลังจากที่ผ่านไปนานมาก “พระชายามีโหงวเฮ้งของคนอายุสั้น ชีวิตยากลำบากมาแต่เกิด หากประมาทเพียงเล็กน้อย ชีวิตก็จะตกอยู่ในอันตราย”
“แต่พระชายามีบุญมาก ข้าดูแล้ว…โชคชะตาดูเหมือนเพิ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย” นักพรตลูบเคราของเขา “เมื่อเร็ว ๆ นี้เกิดอะไรขึ้นกับท่านบ้างหรือ”
“เปลี่ยนแปลงหรือ” เซี่ยเฉียวนิ่งงันไป
โม่หลิงจื่อตบมือเสียงดัง “ข้าว่าแล้ว! นังหนูคนนี้ช่วยชีวิตเด็กทารกที่เพิ่งเกิดใหม่เจ็ดคน การทำกุศลที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้จะไม่มีผลตอบแทนได้อย่างไร!”