ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1085 ตื่นเต้นประหม่า / ตอนที่ 1086 ค่ำคืนผันผ่าน
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 1085 ตื่นเต้นประหม่า / ตอนที่ 1086 ค่ำคืนผันผ่าน
ตอนที่ 1085 ตื่นเต้นประหม่า / ตอนที่ 1086 ค่ำคืนผันผ่าน
ตอนที่ 1085 ตื่นเต้นประหม่า
การเดินทางจึงไร้อุปสรรคคึกคักเช่นนั้นไปตลอดทางจนถึงวังหลวง
เซี่ยเฉียวนั่งเกี้ยวนานจนเมื่อยขา รู้สึกเหน็ดเหนื่อยไปหมดทั้งร่าง พอเกี้ยวหยุดลง นางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที ผ้าไหมสีแดงถูกดึง ขณะที่นางกำลังจะเปิดม่านเพื่อลงไป นางก็รู้สึกตัวเบาหวิวและตกใจทันที
จ้าวเสวียนจิ่งมองไปที่คนตรงหน้าเขาด้วยรอยยิ้มที่เห็นได้อย่างชัดเจน เขาช้อนเอวอุ้มนางขึ้นมาทันทีเพื่อที่นางจะได้ไม่ต้องเดินไกล
ขุนนางพิธีการภายในเองก็ตกใจ แต่วันนี้เป็นวันมงคลของรัชทายาท พวกเขาเองก็ไม่กล้าที่จะต่อว่าเขาทำไม่เหมาะสม แต่ละคนต่างก็ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ตามขั้นตอนต่อไป
หลังจากนั้นก็เป็นการกราบไว้พ่อแม้และฟ้าดิน
เวลานี้เซี่ยเฉียวรู้แล้วว่าการเป็นหุ่นเชิดนั้นเป็นอย่างไร
นางต้องทำตัวเรียบร้อยตามระเบียบแบบแผนแต่โดยดี
จนกระทั่งนางได้ยินขุนนางฝ่ายพิธีการกล่าวว่า ‘เป็นอันเสร็จพิธี’ นางจึงได้รู้สึกโล่งอกและถูกส่งตัวเข้าห้องหอ
วันนี้เซี่ยเฉียวเองก็นำสาวใช้ติดตัวมาด้วย ชุนเอ๋อร์ยืนอยู่ข้างนางอย่างมีเกียรติและสง่างาม พอคนในห้องออกไปกันหมดแล้ว นางก็แอบเอาขนมยัดใส่มือเซี่ยเฉียวทันที
“ชุนเอ๋อร์ วันนี้รัชทายาทเป็นอย่างไรบ้าง” เซี่ยเฉียวฉวยโอกาสตอนที่เขายังไม่มาแอบถามเล็กน้อย
“วันนี้รัชทายาทดูทรงอำนาจมากเป็นพิเศษ” ชุนเอ๋อร์เกาศีรษะเล็กน้อยและตอบแบบขอไปที
นางจะกล้ามองรัชทายาทได้อย่างไรเล่า
เซี่ยเฉียวเองก็กลัดกลุ้มจนตื่นตระหนกเช่นกัน นางตกลงแต่งงานด้วยตัวเอง ไปๆ มาๆ พริบตาเดียวก็แต่งกับเขาแล้วจริงๆ นางมักจะรู้สึกเหมือนไม่ใช่เรื่องจริง โดยเฉพาะเมื่อวันนี้นางเหน็ดเหนื่อยมาก สมองอันน้อยนิดก็เหมือนจะคิดอะไรไม่ออกแล้ว
หลังจากที่เข้าห้องหอมาแล้ว ในหัวนางก็ยิ่งเต็มไปด้วยฉากลามกอนาจารไม่เหมาะกับเด็ก!
เตียงหลังนี้…ก็ใหญ่นัก ตอนที่พลิกตัวก็คงไม่จะตกลงไป…
“จิตวิญญาณแห่งเต๋า…” เซี่ยเฉียวท่องอยู่ในใจ
“คุณหนู ท่านพูดอะไรน่ะ” ชุนเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยความสงสัย จากนั้นนางก็รู้สึกเคร่งเครียดขึ้นมาทันที “หรือว่าท่านไม่สบาย ให้ข้าเรียกหมอหลวงมาตอนนี้เลยดีไหม!”
“เปล่า ข้าสบายดี” เซี่ยเฉียวยืดหลังตรงและรีบเอ่ยทันที
ถ้าหากนางเรียกตัวหมอหลวงมาจริงๆ เช่นนี้คนทั้งเมืองหลวงก็คงรู้กันหมดว่า พระชายารัชทายาททรมานจนเกือบจะตายเสียแล้วในวันแต่งงาน…
มันเหมาะสมแล้วหรือ
ไม่ดีๆ
“เจ้าเอายามาด้วยไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ยปากถามก่อน
ชุนเอ๋อร์นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้แล้วก็รีบหยิบเอายาออกมาทันที “คุณหนู หรือว่าให้ข้าวางไว้ใต้หมอน เผื่อมีเรื่องอะไรขึ้นมาจะได้กินได้ทันที”
เซี่ยเฉียวหน้าแดง
ออกกำลังกายนิดหน่อย…ไม่เป็นไรหรอก! ตอนที่นางขุดหลุมก็ยังไม่เหนื่อยเลย!
นี่ไม่ใช่ว่าเพราะนางตื่นเต้นหรอกหรือ นางโตมาจนขนาดนี้ก็มีวันนี้แหละที่หัวใจนางเต้นแรงที่สุด หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ นางกลัวว่า ยังไม่ทันได้เข้าหอนางก็จะเป็นลมไปเสียก่อน
ดังนั้นนางจึงหยิบยามากินไปก่อนเม็ดหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักก็มีใครบางคนเข้ามาอีก
ดื่มสุรามงคลด้วยกัน เปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว และยังต้องฟังคำมงคลอีกเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวฟังจนมึนไปหมดแล้ว
นางทำท่าคล้องแขนดื่มสุรานี้อย่างรวดเร็ว หมดแก้วในคราวเดียว ผู้คนที่มาร่วมชมความสนุกต่างก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย พวกเขารู้สึกว่าแม่นางเซี่ยดูห้าวหาญอยู่บ้าง และดูเหมือนลูกสาวของครอบครัวโจรจริงๆ หากไม่ใช่เพราะพวกเขาหลายคนเคยพบเห็นแม่นางเซี่ยมาก่อนแล้วและรู้ว่านางหน้าตางดงาม เมื่อได้เห็นท่วงท่าเช่นนั้นในตอนนี้ก็คงจะสงสัยว่านางจะต้องรูปร่างสูงใหญ่เทอะทะหยาบกระด้างเป็นแน่
พอผ้าคลุมหน้าถูกเปิดออก เซี่ยเฉียวก็รู้สึกสว่างตาขึ้นมาทันทีและสบายใจขึ้น
เพียงแต่คนที่ปรากฏอยู่ในสายตา…
ทำให้ใบหน้าน้อยๆ ของนางแดงก่ำขึ้นมาทันที
วันนี้จ้าวเสวียนจิ่งดูดีเป็นพิเศษจริงๆ
เขายังสวมมงกุฎสีทองประดับศีรษะดูสง่างามมากบารมี คิ้วกระบี่ยาวชี้ไปที่ขมับ เขาเกิดมาพร้อมกับรัศมีอันสูงส่งที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ เขาแต่งกายด้วยสีแดงและดิ้นทอง แต่กลับไม่มีความพราวเสน่ห์เลยแม้แต่น้อย เขาเหมือนกับเทพเจ้าที่จุติลงมายังโลกมนุษย์ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างามน่าเกรงขามมากกว่า
เซี่ยเฉียวจ้องมองอย่างตื่นตะลึง จากนั้นนางก็รู้สึกถึงสายตาจับจ้องของผู้อื่น นางจึงได้ก้มหน้าลงแสร้งทำตัวเรียบร้อยว่าง่าย
รอยยิ้มเข้มๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าจ้าวเสวียนจิ่ง ราวกับว่าเขาเป็นราชาแห่งสัตว์ร้ายที่กำลังจะจับเซี่ยเฉียวกินในทันที
วันนี้เขาไม่อยากเป็นมนุษย์แล้วจริงๆ
ตอนที่ 1086 ค่ำคืนผันผ่าน
เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของแม่นางน้อย คนอื่นๆ ก็ล้อเลียนเล็กน้อย แต่ถึงอย่างไรวันนี้ก็เป็นวันสำคัญของรัชทายาท พวกเขาจึงไม่กล้าวุ่นวายมากไป พอถึงเวลาที่ควรกลับก็พากันกลับ
แม้แต่ชุนเอ๋อร์ก็ต้องออกไปแต่โดยดี
ไม่นานนักภายในห้องก็ว่างเปล่า
เหลือเพียงคนสองคนเท่านั้น
เซี่ยเฉียวจึงได้เงยหน้าขึ้นมองเขา
ตาใหญ่จ้องตาเล็ก
ชั่วขณะนั้นนางก็ตัวแข็งทื่อ จ้าวเสียนจิ่งรู้สึกว่าเซี่ยเฉียวในเวลานี้เหมือนกวางน้อยในป่าที่เห็นเขาเหมือนนักล่า ดวงตาของนางเบิกกว้างกลมโต และยังค่อนข้างตื่นตระหนก
จ้าวเสวียนจิ่งยื่นมือออกมา…
เซี่ยเฉียวหลับตาลงทันที
มงกุฎหงส์ถูกถอดออก พอศีรษะของเซี่ยเฉียวเบาลง นางก็อดหน้าแดงเพราะละอายใจไม่ได้
จะไม่โทษนางที่คิดลามกก็คงไม่ได้ จริงๆ วันนี้นางนิ่งเงียบมาตลอด แต่พอคนอื่นพูดอย่างนั้นอย่างนี้มากๆ เข้า นางก็อดที่จะคิดแต่งเติมไม่ได้…
นางยังคงเป็นคนที่มีจิตวิญญาณแห่งเต๋าและไม่หื่นนะ! แต่หลังจากที่ดื่มสุราจอกนี้ลงไปแล้ว เปลวไฟจากเทียนแดงที่อยู่รายรอบก็สั่นไหว จิตวิญญาณแห่งเต๋าเลยโบยบินไปอย่างช่วยไม่ได้
“ตามขั้นตอนแล้ว ตอนนี้เจ้าควรจะถอดชุดปลดเข็มขัดให้ข้าแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งมองนางที่นั่งนิ่งไม่ยอมขยับพลางเอ่ย
เซี่ยเฉียวอยากจะกลอกตาใส่เขาจริงๆ
ฝันไปเถอะ!
“ข้าแก่กว่าเจ้าหน่อย แม้ว่าจะไม่ได้มีประสบการณ์อะไร แต่ถึงอย่างไรข้าก็เป็นผู้ชาย เรื่องแบบนี้คงไม่ต้องรบกวนให้พระชายาลงมือด้วยตัวเองแล้ว” น้ำเสียงจ้าวเสวียนจิ่งกระฉับกระเฉง เขาถอดมงกุฎออกด้วยตัวเอง ทันทีที่เขาปลดเข็มขัด เสื้อคลุมสีแดงสดก็ร่วงลงมาทันที
“……” เซี่ยเฉียวรู้สึกลนลานขึ้นมาในทันใด
นี่มันกะทันหันไปหน่อยไหม
จะไม่นอนคุยกันใต้ผ้าห่มกันก่อนหรือ!
อย่างไรก็ตาม เสื้อผ้าของรัชทายาทยังคงเรียบร้อยมาก หลังจากที่เขาถอดเสื้อคลุมออกแล้วก็ดูเหมือนว่าจะไม่รีบร้อนที่จะเข้าใกล้เซี่ยเฉียวอีก เซี่ยเฉียวให้กำลังใจตัวเองแล้วเผยรอยยิ้มน่ารักว่าง่าย “สุขภาพข้าไม่ค่อยดี ฝ่าบาท…อ่อนโยนหน่อยได้ไหม”
“!!!” หน้าอกของจ้าวเสวียนจิ่งสั่นกระเพื่อม เขาไอออกมาเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวเห็นความลำบากใจของเขา นางก็ยิ่งยิ้มสดใส ดวงตาทั้งสองของนางดูเหมือนจะเป็นประกาย
“เฉียวเฉียวอย่ากังวลไปเลย ข้าจะต้องระมัดระวังและอ่อนโยนกับเจ้าอยู่แล้ว” หลังจากจ้าวเสวียนจิ่งจัดการกับอารมณ์ของตนเองแล้ว เขาก็ขยับเข้าใกล้ด้วยดวงตาเย้ายวนเล็กน้อย
ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะใบหน้า มีกลิ่นสุราจางๆ
ม่านปักลายและเทียนสีแดงสะท้อนคนทั้งสองจนเป็นสีแดงมลังเมลือง
เซี่ยเฉียวเองก็รู้ดีว่าจะนอนคุยกันใต้ผ้าห่มก็คงเป็นไปไม่ได้ วันดีๆ อย่างนี้ หากจ้าวเสวียนจิ่งไม่ทำอะไรสักอย่าง เขาก็ไม่ใช่ผู้ชายแล้ว
และเห็นได้ชัดว่าเขาเป็น
รูปร่างหน้าตาของเซี่ยเฉียวนั้นช่างน่าดึงดูดใจจริงๆ
เดิมทีเขาอยากจะสารภาพความจริงกับนางสักหน่อย เพราะถึงอย่างไรการแต่งงานก็เสร็จสิ้นเรียบร้อยไปแล้ว ต่อให้เขาจะบอกนางว่าเขารู้ตั้งนานแล้วว่านางคือโม่ชูเซิง นางก็หนีไปไหนไม่ได้แล้ว
แต่ตอนนี้ในสมองเขาว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
มันเหมือนดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้นมาข้างนอกนั่น เลือดสูบฉีดพลุ่งพล่าน
เอวนุ่มๆ อยู่ในมือ แล้วเขาจะทนต่อไปได้อย่างไร
จ้าวเสวียนจิ่งกดนางลงไปทันที
ม่านแดงหล่นลง สองเงาอ้อยอิ่ง แลกลิ้มชิมรสหวาน ข้ามสายธารสีเงิน ในวังราชสีห์เริงร่า ในหอหงส์มังกรร่วมรัก สมัครสมานกลมเกลียว บุปผาแย้มกลีบบาน สองปทุมอยู่ร่วมก้าน สามีภรรยาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
ค่ำคืนผันผ่าน ไม่หนาวเลยสักนิด
หลังจากออกกำลังอย่างหนัก ร่างของเซี่ยเฉียวก็เหมือนจะแหลกสลายกระนั้น
ทั่วร่างของนางเต็มไปด้วยรอยช้ำสีเขียว และนางก็รู้สึกอายจึงซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม มีเพียงศีรษะของนางเท่านั้นที่โผล่ออกมา และคนที่แนบชิดอยู่ข้างๆ นางก็ดูเหมือนจะต้องการที่จะให้นางหลอมละลายเข้าไปในตัวเขากระนั้น
“ข้ามีเรื่องอะไรบางอย่าง…ไม่รู้ว่าควรพูดดีหรือไม่” เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าตนเองอาจจะเป็นคนที่ทำลายบรรยากาศเก่งที่สุดในโลก
เวลานี้เป็นช่วงเวลาแห่งความหอมหวาน นางก็ควรจะพูดอะไรดีๆ ที่น่าฟัง จะได้เกิดความอบอุ่น และสร้างความสุขระหว่างกันมากขึ้น
แต่เมื่อครู่นี้นางยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย ต้องโทษผู้ชายคนนี้ที่ใจร้อนเกินไป
จ้าวเสวียนจิ่งรู้ว่านางกำลังจะพูดอะไร
เขารู้จักเซี่ยเฉียวดีกว่าบิดาของนางเสียอีก
“เจ้าไม่เหนื่อยหรือ นอนเถอะ” จ้าวเสวียนจิ่งโอบแขนรอบศีรษะของนาง แล้วเอามือปิดตาของนางเบาๆ
nitnit
บทร่วมหอนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ที่จริงพระนางคุ้นเคยกันมากแล้ว