ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1087 อยู่ไปอีกเก้าสิบปี / ตอนที่ 1088 กลัวว่าจะสูญเสีย
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 1087 อยู่ไปอีกเก้าสิบปี / ตอนที่ 1088 กลัวว่าจะสูญเสีย
ตอนที่ 1087 อยู่ไปอีกเก้าสิบปี / ตอนที่ 1088 กลัวว่าจะสูญเสีย
ตอนที่ 1087 อยู่ไปอีกเก้าสิบปี
เซี่ยเฉียวร้อนผ่าวไปหมดทั้งร่าง นางคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เลือกที่จะไม่ทำให้เสียบรรยากาศ แล้วซุกตัวเข้าสู้อ้อมอกของเขาอีกครั้งก่อนจะหลับไปอย่างสบาย
เรื่องที่นางอยากบอกก็คือดวงชะตาของนางพิฆาตคนในครอบครัว
ก่อนหน้านี้นางก็ยังคิดที่จะมีลูก แต่ตอนนี้นางไม่รู้ว่าดวงพิฆาตครอบครัวของนางจะร้ายแรงแค่ไหน และนางก็กลัวจะให้กำเนิดได้แต่เลี้ยงดูไม่ได้
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ซึ่งควรจะพูดกันเสียแต่เนิ่นๆ
แต่นางเองก็ยังเห็นแก่ตัวเล็กน้อย รูปร่างหน้าตาของรัชทายาททำให้นางพอใจมาก สำหรับนางแล้ว เขาเป็นคนที่หลอกง่ายและแกล้งง่าย นางอยู่อย่างเรียบง่ายมาหลายปีแล้ว เมื่อมองไปที่ชายคนนี้ นางก็นึกอยากจะสนุกและสัมผัสความรู้สึกของปลาที่ได้น้ำเสียหน่อย
แต่เมื่อได้ผู้ชายคนนี้มาจริงๆ นางก็รู้สึกผิดเล็กน้อย นั่นก็เป็นความจริงเช่นกัน
นางง่วงงุนและหลับไปอย่างสุขสบายมาก
พอรุ่งเช้าเมฆมงคลล้อมรอบบ้าน และในบ้านก็เต็มไปด้วยความสุข
ตอนที่เซี่ยเฉียวลืมตา นางยังคงมึนงงเล็กน้อย
แต่งงานแล้ว…
“ตื่นแล้ว?” จ้าวเสวียนจิ่งพิงพนักเก้าอี้และกันมามองนาง “ข้าขอให้ห้องครัวทำน้ำแกงเม็ดบัว ขนมดอกไป่เหอ และบะหมี่อายุยืน เจ้าลุกขึ้นแล้วก็ไปกินให้หมด จากนั้นค่อยเข้าวังไปเข้าเฝ้าเสด็จแม่กัน”
เขาจัดการไว้หมดแล้ว
เซี่ยเฉียวเกาศีรษะ ดวงตายังง่วงงุน “บะหมี่อายุยืนไม่ได้กินในวันเกิดหรอกหรือ…”
“เจ้าว่าอย่างไรเล่า” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยพลางบีบจมูกของนาง “ต่อไปเจ้าต้องดูแลบำรุงร่างกายของให้ดี และอยู่กับข้าไปอีกเก้าสิบปีก็พอแล้ว ไม่นับว่ามากจนเกินไป”
“……” เซียวเฉียวงุนงงเล็กน้อย นางหาวเบาๆ “ท่านจะต้องทำนายดวงชะตาข้าตั้งแต่เช้าเลยหรือ ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าข้าอายุ…”
“อายุอะไร?” มีรอยยิ้มอยู่ในดวงตาจ้าวเสวียนจิ่งแต่ก็มีความข่มขู่อยู่ในนั้นด้วย
เซี่ยเฉียวรู้สึกตัวแล้ว “คำพูดของคนอื่นนั้นไม่ถูกต้อง ข้าเป็นถึงครึ่งเซียน แถมตอนนี้ก็ยังเป็นพระชายารัชทายาทด้วย จะต้องอยู่ไปอีกพันปีพันๆ ปี ออกจะสุดยอด”
“ถูกต้อง” จ้าวเสวียนจิ่งพยักหน้าอย่างให้ความร่วมมือ มือของเขามักจะอยู่ไม่นิ่งอยู่เสมอ แทนที่จะบีบจมูกเขากลับบีบติ่งหูนางคราวนี้
เซี่ยเฉียวถูกบีบหูจนรู้สึกคันๆ จึงเอามือถูเล็กน้อย
ในวันแรกของการแต่งงานเซี่ยเฉียวไม่ควรที่จะตื่นสาย หลังจากที่หยอกล้อกันสักพักหนึ่งแล้ว นางก็ลุกไปอาบน้ำ
และแอบดูจ้าวเสวียนจิ่งเป็นบ้างครั้ง
เอวของเขา…มันเป็นเอวที่ดีจริงๆ และตอนนี้มันก็เป็นของนางแล้ว ต่อไปนางก็จะสามารถค่อยๆ ชื่นชมมันได้ทุกวัน
และยังมีใบหน้านี้อีก เมื่อวานมืดแล้วและทุกที่ก็แดงไปหมด แต่วันนี้นางได้อยู่ใกล้ๆ จึงสามารถมองได้ชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ
เขาสมบูรณ์แบบไปหมดทุกส่วนและมีกลิ่นกายที่หอมพิเศษและไม่เลี่ยน
ไหล่หนาบ่ากว้าง หน้าอกแข็งแรง หลังตรง เอวสอบ มีสะโพก ขายาว สูงเพรียว กระดูกขาวเรียว สง่างามและเปี่ยมด้วยบุญวาสนา
จ้าวเสวียนจิ่งสังเกตเห็นแล้วว่าเซี่ยเฉียวกำลังมองเขาอยู่
เขารู้สึกภาคภูมิใจอยู่ข้างใน และยังชะลอความเร็วในการแต่งตัวเป็นพิเศษ แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาจากหน้าต่างด้านนอก มันเหมือนกับว่าร่างกายของเขากำลังเปล่งประกาย ริมฝีปากเผยรอยยิ้มเย้ายวน ปลายคิ้วเชิดสูง ท่าทางผ่าเผยมีพลังราวกับพระอาทิตย์เที่ยงวัน
เซี่ยเฉียวมองอย่างพึงพอใจ
เมื่อก่อนเวลาที่นางออกไปข้างนอก นางกลัวว่าจะต้องไปพบเข้ากับคนที่หน้าตาไม่ดีมากที่สุด เพราะนางจะรู้สึกว่าวันนั้นทั้งวันไม่ราบรื่นเอาเสียเลย
แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว พอนางลืมตาขึ้นมาก็เป็นเขา
ตอนนี้เซี่ยเฉียวรู้แล้วว่านางพอใจกับการแต่งงานในครั้งนี้ หากไม่ใช่สิบสองก็ต้องบอกว่าเต็มสิบแล้ว
สำหรับจ้าวเสวียนจิ่งนั้น นางไม่ได้ชอบเขามากไปเสียหมดทุกอย่าง แต่นางก็ให้ความสำคัญกับเขามาก ไม่อย่างนั้นนางคงไม่คิดที่สั่งสมบุญกุศลให้เขาทุกที่ทุกเวลาอย่างนี้หรอก
เซี่ยเฉียวหน้าตามีความสุข
ผ่านไปสักพักก็ได้เวลาอาหารเช้าแล้ว
เซี่ยเฉียวเพิ่งจะรู้ว่าบะหมี่อายุยืนที่จ้าวเสวียนจิ่งพูดถึง…ไม่ใช่แค่บะหมี่
มื้อเช้านี้ดูเหมือนจะหรูหราอู้ฟู่เกินไปหน่อย
หากจะบอกว่ามันเป็นบะหมี่ ไม่สู้บอกว่าเป็นมันเป็นน้ำแกงไก่โสมจะดีกว่า ในนั้นยังมีสมุนไพรบำรุงปราณอยู่ด้วย เพียงแต่ทำรสชาติออกมาได้อร่อยมาก
นอกจากนี้ยังมีอาหารอื่นๆ ที่มีรสเบามาก แต่ดูน่ารับประทาน ขนมดอกไป่เหอและโจ๊กเม็ดบัวก็แค่…อาหารสองจานที่ดูธรรมดาๆ ในบรรดาอาหารทั้งหมดเท่านั้น
ตอนที่ 1088 กลัวว่าจะสูญเสีย
เซี่ยเฉียวรู้สึกไม่อยากจะลงมือเลย
“พยายามกินทุกอย่างอย่างละนิดละหน่อย ต่อไปก็จะเป็นอย่างนี้ไปทุกวัน สุขภาพของเจ้าไม่ดี หุ่นก็ผอมเกินไป อีกอย่างทุกๆ สองวันจะต้องเชิญหมอหลวงมาจับชีพจรให้เจ้าด้วย”
“ข้าทูลเสด็จพ่อแล้วว่าร่างกายของเจ้าอ่อนแอ ตอนที่ข้าไม่อยู่ หากไม่จำเป็นเจ้าก็ไม่ต้องไปเข้าเฝ้าทักทายเสด็จพ่อเสด็จแม่ก็ได้”
“ข้าไม่ชอบอยู่ในวัง พอถึงวันที่เจ้าได้เวลากลับบ้านไปเยี่ยมบ้านหลังแต่งงานแล้ว ค่อยไปอยู่ที่จวนรัชทายาทนอกวังกัน” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ย
“ฝ่าบาท…” เซี่ยเฉียวเอ่ยออกมาแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าการเรียกแบบนี้ไม่เหมาะสมจึงได้เปลี่ยนคำพูดใหม่ “เสด็จพ่อตามใจท่านมากไปหรือเปล่า ท่านอยู่ที่สำนักศึกษาหลวงก็ยังพอจะเข้าใจได้ แต่นี้ท่านกลับสร้างจวนรัชทายาทไว้นอกวัง นี่เราก็แต่งงานแล้ว เสด็จพ่อยังยอมให้พวกเราสองคนออกไปอยู่ข้างนอกด้วยกันอีก?”
ในวังปลอดภัยกว่า มีทหารองครักษ์มากกว่า
หากอยู่ข้างนอกแล้วมีคนต้องการลอบสังหาร ความเป็นไปได้ที่เกิดเรื่องก็ยิ่งมีมาก
“เสด็จพ่อตามใจข้าจนเคยตัว ถ้าหากมีวันใดวันหนึ่งไม่ตามใจข้าขึ้นมาก็กลัวว่าจะสูญเสียข้าไป…” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยจริงจัง
“……” ทำไมเซี่ยเฉียวถึงรู้สึกว่าเขาน่าจะโดนอัดสักทีนะ?
“เรื่องต่างๆ ในวังเจ้าก็น่าจะพอรู้แล้ว เพียงแต่ช่วงนี้มีพวกอ๋องเข้ามาเหมืองหลวงกันหลายคน ก็จะน่าหนวกหูหน่อย หากพบพวกเขาเข้าในวันปกติธรรมดาและมีข้าอยู่ด้วยเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร แต่ถ้าหากข้าไม่อยู่ เจ้าอยากจะพูดอะไรก็พูดได้เลย จะรุนแรงหน่อยก็ไม่เป็นไร”
“ตกลง” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
“ในจวนรัชทายาทมีพ่อบ้านคอยดูแลบ้านและบัญชีต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นคนที่ไว้ใจได้ทั้งนั้น หากมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อะไรเจ้าก็ให้พวกเขาไปจัดการให้ได้ เมื่อมีเวลาว่างก็ออกไปเดินเล่นได้ ไม่เป็นไรหรอก” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอบ่างเปิดเผย “ตั้งแต่นี้ต่อไป เจ้ากับข้ามีเป้าหมายเดียวกัน…”
เขาจ้องหน้าเซี่ยเฉียว เซี่ยเฉียวก็ครุ่นคิดเล็กน้อยพยายามรับข้อความที่เขาต้องการส่งมาให้
ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยความไม่แน่ใจ “อยู่ไปนานๆ หรือ”
“ถูกต้อง” จ้าวเสวียนจิ่งพยักหน้า “เจ้ากับข้าต้องดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอด หากมีชีวิตอยู่ได้นานหน่อย เวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันก็จะนานขึ้นไปด้วย”
เซี่ยเฉียวรู้สึกขาดความมั่นใจ
ดูท่าแล้วจ้าวเสวียนจิ่งจะจริงจังมากจึงได้ให้นางพยายามอยู่รอดต่อไปให้ได้ก่อน
“ถึงอย่างไรท่านก็เป็นถึงรัชทายาท มีเป้าหมายแบบนี้จะไม่ดูเป็นการล้อเล่นไปหน่อยหรือ ข้าพยายามด้วยตัวเองก็พอแล้ว ท่านมีเป้าหมายเพื่อให้โลกสงบสุขสันติแบบนั้นไม่ดีกว่าหรือ…” เซี่ยเฉียวไม่ได้อยากเสี่ยงลงเรือลำเดียวกันกับเขา
ก็ดูอาหารการกินวันนี้สิ มันหรูหราฟุ่มเฟือยเสียขนาดนั้น นางรับไม่ได้หรอก!
อาหารมื้อหนึ่งต้องใช้เงินตั้งมากมายเท่าไร…
หากทำตัวหรูหราฟู่ฟ่าขนาดนั้น แล้วเรื่องนี้ลือกันออกไปมันจะไม่ดี!
“ข้าไม่ได้โง่เขลาเบาปัญญาเสียหน่อย การทำให้บ้านเมืองสงบสุขเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุด แต่ปณิธานตลอดชีวิตของข้าคือการให้เจ้ามีชีวิตที่ยืนยาว” จ้าวเสวียนจิ่งได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วเมื่อวานนี้
เขาชอบที่จะเห็นท่าทางสดใสและเกรี้ยวกราดของนาง ไม่ว่าจะเป็นการจิกเอวหรือจ้องหน้าเพื่อบอกให้เขาช้าลงหน่อย มันเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาที่ทำให้เขารู้สึกมีความสุข
และเขาไม่อยากเห็นนางอยู่ในสภาพใกล้ตาย เดินไปได้นิดหน่อยก็ต้องหอบเหนื่อย
ตอนนี้เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าชีวิตน้อยๆ ของตนเองดูเหมือนจะไม่ได้เป็นของนางแล้ว
“ก็ได้ งั้นก็เอาตามที่ท่านว่า” เซี่ยเฉียวพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
“อีกอย่าง เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องทายาท หากเจ้าและข้าสะสมบุญกุศลไว้ให้มากๆ สุขภาพของเราจะดีขึ้น และชะตากรรมของเราก็เช่นเดียวกัน มันจะต้องเปลี่ยนแปลงได้” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยขึ้นอีก
เซี่ยเฉียวพยักหน้าอย่างว่าง่าย
ก็ได้ๆ
เซี่ยเฉียวแสร้งทำตัวเรียบร้อยได้เก่งมาก จ้าวเสวียนจิ่งพูดอะไรนางก็พยักหน้าหงึกหงัก แม้ว่าความกดดันที่จะต้องมีชีวิตอยู่ให้ได้จะมากอยู่ แต่ในใจนางก็ยังคาดหวังรอคอยเช่นนั้นเหมือนกัน
เมื่อดื่มกินจนอิ่มหนำเพียงพอแล้ว พวกเขาก็เปลี่ยนชุดทางการเพื่อไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้และฮองเฮา
ฮ่องเต้ทรงมีราชกิจมาก หลังจากพบปะกันแค่ไม่นานพระองค์ก็ไปที่ห้องทรงพระอักษรทันที แต่ทางฝั่งฮองเฮานั้นมีสตรีสูงศักดิ์อยู่ด้วยอีกไม่น้อยเลย
“รัชทายาทก็แต่งงานแล้ว ปีนี้มีเรื่องมงคลเกิดขึ้นไม่หยุด ต่อไปในวังจะต้องยิ่งครึกครื้นมีชีวิตชีวาขึ้นแน่ๆ เลย” ผู้พูดคือพระสนมของฮ่องเต้คนหนึ่ง
เซี่ยเฉียวจำได้ว่าคนผู้นี้คือหร่วนเฟยเป็นมารดาขององค์หญิงใหญ่
งานแต่งขององค์หญิงใหญ่ก็ถูกกำหนดขึ้นแล้วเช่นกัน อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านางก็จะต้องแต่งงานออกเรือนไปแล้ว