ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 997 เดินทางไปต่างประเทศ
ตอนที่ 997 เดินทางไปต่างประเทศ
………………..
ตอนที่ 997 เดินทางไปต่างประเทศ
ก่อนที่เฉินเจียวั่งและเจียงอวี่เฟยจะเดินทางออกนอกประเทศ ครอบครัวเฉินได้เชิญครอบครัวของเจียงอวี่เฟยมาที่บ้าน และทั้งสองครอบครัวก็ได้รับประทานอาหารร่วมกัน
แม้เจียงกั๋วเซิ่งจะไม่ยอมให้พวกเขาหมั้นหมายกัน แต่เขาก็กำชับเฉินเจียวั่งหลายอย่าง หวังว่าทั้งคู่จะช่วยดูแลซึ่งกันและกัน และเดินทางกลับมาด้วยกันได้
เขามองดูคนหนุ่มสาวทั้งสองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พวกเธอทั้งสองคนต้องรักษาใจไว้ให้ดีนะ ห้ามถูกชาวต่างชาติล่อลวงเด็ดขาด”
เจียงอวี่เฟยรีบตอบว่า “พ่อคะ พวกเราจะไม่ทำแบบนั้นแน่นอน”
“ใช่ครับ พวกเราจะไม่ทำแบบนั้นแน่นอน” เฉินเจียวั่งรีบแสดงท่าทีเห็นด้วยทันที
“ลุงเจียงพูดถูกแล้ว เมื่ออยู่ข้างนอกพวกเธอต้องดูแลซึ่งกันและกันนะ เจียวั่ง ลูกเป็นลูกผู้ชาย ต้องดูแลอวี่เฟยให้ดี ถ้ามีปัญหาอะไรให้รีบสื่อสารแก้ไข อย่าทะเลาะกันเด็ดขาด”
“พ่อ พวกเราจะจำไว้ครับ”
ผู้ปกครองต่างกำชับสั่งสอนหลายอย่าง แม้ว่าคุณปู่คุณย่าตระกูลเฉินจะพยายามควบคุมอารมณ์ แต่เมื่อถึงเวลาที่พวกเขาต้องจากไปจริงๆ ก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้
คนหนุ่มสาวล้วนมีความมุ่งมั่นที่จะออกไปเผชิญโลกกว้าง พวกเขาจึงไม่ได้ขัดขวางลูกหลานที่จะออกไปผจญภัย ไล่ตามความฝัน และพัฒนาตัวเองให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น
ดังนั้น แม้จะไม่อยากจากลา พวกเขาก็ไม่สามารถแสดงออกมาได้ เพื่อไม่ให้เด็กๆ ต้องกังวล
เมื่อเฉินเจิ้นเจียงและเจียงกั๋วเซิ่งไปส่งเฉินเจียวั่งและเจียงอวี่เฟยที่สนามบิน หลินเซี่ยก็ไปด้วย
เจียงอวี่เฟยจับมือหลินเซี่ยไว้แน่นไม่ยอมปล่อย บอกว่าอยากให้หลินเซี่ยไปส่งหล่อน
ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่ไปออกรายการที่สถานีโทรทัศน์ หลินเซี่ยจะไปด้วยเสมอ หลินเซี่ยเป็นคนนำโชคของหล่อน เป็นเทพแห่งโชคลาภของหล่อน
หล่อนหวังว่าหลินเซี่ยจะไปส่งหล่อนในครั้งนี้เช่นกัน เพื่อนำโชคดีมาให้หล่อนอีกครั้ง
และนำมาซึ่งพลังให้หล่อน
เมื่อมาถึงสนามบินและจัดการธุระทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องจากลากัน
หลินเซี่ยกอดเจียงอวี่เฟย แล้วพูดว่า “อวี่เฟย เดินทางโดยสวัสดิภาพนะ ดูแลตัวเองให้ดีด้วย”
“เซี่ยเซี่ย ขอบคุณนะ ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ฉันรู้สึกขอบคุณจริงๆ ที่มีเธอเป็นเพื่อนที่ดีคอยอยู่เคียงข้าง ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่”
หลินเซี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ต่อไปก็จะเป็นพี่สะใภ้น้องสะใภ้ที่ดีต่อกัน”
เธอมองเฉินเจียวั่งกับเจียงอวี่เฟยที่ยืนอยู่ด้วยกัน ทั้งสองเป็นคู่ที่เหมาะสมกันทั้งรูปร่างหน้าตาและความสามารถ ในใจรู้สึกยินดีอย่างจริงใจ
ในอดีต พวกเขาทั้งสามเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกัน หลังจากนั้นต่างคนต่างผ่านประสบการณ์มามากมาย มาถึงวันนี้ที่ได้มีโอกาสมาเป็นครอบครัวเดียวกัน มันช่างเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์จริงๆ
เธอขอบคุณสวรรค์ที่ให้โอกาสเธอได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง
ทำให้เธอสามารถชดเชยความเสียใจในชาติก่อนได้
“ได้เวลาแล้ว พวกเราควรเข้าไปกันเร็วหน่อย อย่าลืมระวังความปลอดภัยด้วยนะ”
“ลาก่อนครับพ่อ”
“ลาก่อนครับลุงเจียง”
“ลาก่อนเซี่ยเซี่ย พวกเราจะโทรหาเมื่อไปถึงนะ”
เมื่อมองพวกเขาเดินเข้าประตูขึ้นเครื่อง เจียงกั๋วเซิ่งก็อดไม่ได้ที่จะเช็ดน้ำตา
“ฮือ ลูกสาวโตแล้วก็ไม่อยู่กับพ่อแม่ มันรู้สึกเศร้ายิ่งกว่าตอนแต่งงานเสียอีก”
“ไปกันเถอะ ผมจะกลับไปรับเสี่ยวฮวาเลิกเรียน” เจียงกั๋วเซิ่งถอนหายใจ “โชคดีที่ยังมีเสี่ยวฮวาเป็นลูกสาวคนเล็กคอยอยู่เป็นเพื่อน ไม่งั้นจะให้คนแก่อย่างผมมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร”
เฉินเจิ้นเจียงพูดว่า “เฮ้ย เหล่าเจียง คิดในแง่ดีหน่อยสิ ถ้าเหงาก็มาหาฉันแล้วดื่มเหล้าเล่นหมากรุกได้นะ”
“ได้ ไว้เราสองคนค่อยดื่มกันนะ”
หลังจากที่เฉินเจียวั่งและเจียงอวี่เฟยออกเดินทางไปต่างประเทศ ไม่เพียงแต่เจียงกั๋วเซิ่งที่รู้สึกว่างเปล่าในใจ แต่คู่สามีภรรยาผู้สูงอายุตระกูลเฉินก็ยิ่งรู้สึกหดหู่อย่างมาก พวกเขาถอนหายใจด้วยความเศร้า อยู่บ้านไม่ติด จึงพากันออกไปเดินเล่นข้างนอกโดยพยุงกันและกัน
เฉินเจียเหอและเฉินเจียซิ่งต่างก็ย้ายออกไปแล้ว เหลือแต่เฉินเจียวั่งลูกคนเล็กอยู่ที่บ้าน ปกติเมื่อเขาเลิกฝึกงานกลับมา เขาจะกลับถึงบ้านตรงเวลาเสมอ คอยอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาดูโทรทัศน์และรับประทานอาหารด้วยกัน
ตอนนี้เขาจากไปแล้ว พอคนอื่นๆ ออกไปทำงาน ก็เหลือแต่คู่สามีภรรยาสูงอายุอยู่ในบ้าน
บ้านช่างว่างเปล่าและเงียบเหงาเหลือเกิน
สิ่งสำคัญคือเด็กชื่อเจียวั่งคนนั้นไม่เคยออกจากบ้านนานๆ พวกเขาจึงกังวล
โจวลี่หรงเห็นสถานการณ์แบบนี้ก็กลัวว่าคนแก่จะไม่มีความอยากอาหาร ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอจนทำให้ร่างกายทรุดโทรม หล่อนจึงพูดกับเฉินเจิ้นเจียงว่า
“ไม่เรียกเจียซิ่งกับหงเสียกลับมาอยู่ที่บ้านเพื่อเป็นเพื่อนพ่อแม่หรือ”
เรื่องนี้หล่อนต้องปรึกษากับเฉินเจิ้นเจียงให้ชัดเจนก่อน ไม่อย่างนั้นถ้าเจียซิ่งกลับมาแล้วสองผู้เฒ่าแสดงสีหน้าไม่พอใจ ตอนนั้นจะยิ่งไม่มีความสุขกันใหญ่
เฉินเจิ้นเจียงโบกมือแล้วพูดว่า “ช่างเถอะ พวกเขาต่างก็ยุ่งกันทั้งนั้น กว่าจะกลับมาก็มืดค่ำดึกดื่นเหมือนไม่ได้กลับมาบ้านอยู่ดี”
“เหล่าเฉินเอ๋ย คุณควรมีท่าทีที่ดีกับเจียซิ่งบ้าง ดูสิ เขาบริหารร้านถ่ายรูปนั่นได้ไม่เลวเลย ตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบปีแล้ว ครั้งนี้มั่นคงแล้ว คุณอย่าทำหน้าบึ้งตึงใส่เขาอยู่เรื่อยนักเลย เขาแทบไม่กล้ากลับบ้านเลยนะ”
โจวลี่หรงยังพูดไม่ทันจบ เฉินเจิ้นเจียงก็ขัดจังหวะหล่อน “หยุดพูดเดี๋ยวนี้ ไอ้ตัวแสบนั่นไม่ควรได้รับคำชม อย่าได้ชมมันเด็ดขาด”
โจวลี่หรงได้ยินดังนั้นก็หุบปากทันที
ใช่แล้ว ไม่ควรชมเขา
อย่าเพิ่งชมเขาเด็ดขาด
ได้ยินว่าหลังจากเฉินเจียวั่งเดินทางออกนอกประเทศ ผู้สูงอายุในบ้านก็อารมณ์ไม่ค่อยดี หลินเซี่ยจึงพาลูกชายทั้งสองกลับบ้านด้วย ตั้งใจจะพักอยู่ที่นี่สักสองวัน
เฉินเจียเหอและคนจากโรงงานของเขากำลังร่วมมือกับโรงงานยานยนต์ในเมืองหลานเฉิงเพื่อปรับปรุงรถไฟด่วนรุ่นใหม่ เขาจึงพักอยู่ที่เมืองหลานเฉิงเป็นส่วนใหญ่ ที่บ้านจึงเหลือแค่แม่ลูกสามคน
ปกติแล้วหลินเซี่ยจะอยู่บ้านแม่เพื่อเป็นเพื่อนคุณแม่เซี่ย
เสี่ยวหู่ตอนนี้อายุใกล้สามขวบแล้ว พูดจาชัดเจนกว่าแต่ก่อนมาก พอเข้าประตูบ้านก็ร้องเรียกทวดและย่าทวดทันที
ก่อนกระโดดโลดเต้นเข้าไปในอ้อมกอดของคนแก่
พอผู้เฒ่าเฉินเห็นเสี่ยวหู่กับหู่จือ ดวงตาที่หม่นหมองไร้ชีวิตชีวาก็เปล่งประกายขึ้นทันที “เหลนของฉันกลับมาแล้วหรือ?”
“มานี่สิ เหลนที่รักของฉัน มาหาฉันสิ ย่าทวดจะไปหาขนมให้พวกเหลนนะ”
คุณย่าเฉินก็ดีใจ ลุกไปหาของกินให้พวกเด็กๆ
พอถึงตอนบ่าย เฉินเจียซิ่งและหยางหงเสียก็กลับมาบ้าน
โจวลี่หรงเรียกทุกคนกลับมารวมตัวกัน บอกว่าจะกินข้าวด้วยกันเพื่อเป็นเพื่อนผู้สูงอายุ
หลินเซี่ยกับเฉินเจียซิ่งตอนนี้ไม่มีความเกี่ยวพันกันในเรื่องงานแล้ว ปกติก็ไม่ค่อยได้เจอกัน
หลินเซี่ยทั้งร่วมลงทุนอสังหาริมทรัพย์กับอู๋เซิ่งหง ทั้งขยายโรงเรียน เพิ่มการรับนักศึกษาในสาขาวิชาต่างๆ ร้านเช่าชุดแต่งงานและร้านเสริมสวยก็เปิดเป็นสาขาไปหลายแห่งแล้ว
ตอนนี้ไม่เรียกว่าร้านเสริมสวยแล้ว แต่เรียกว่าซาลอนความงาม
แม้จะฟังไม่เข้าใจ แต่ดูเหมือนจะหรูหราและทันสมัยมาก
หยางหงเสียก็ได้กลายเป็นช่างแต่งหน้าชั้นนำของร้านถ่ายภาพชุดแต่งงาน
การตกแต่งร้านทั้งหมดของหลินเซี่ยมีความพิเศษและมีเอกลักษณ์มาก
ทำให้คนรู้สึกตื่นตาตื่นใจ
คนเดินถนนมักจะถูกดึงดูดเข้าไปด้วยป้ายร้าน
ร้านเสริมสวยและร้านทำผมหลายแห่งที่หลินเซี่ยเปิด รวมถึงห้องเต้นรำหรูหราของ เซี่ยไห่ได้กลายเป็นธุรกิจชั้นนำที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองไห่เฉิงอย่างชัดเจน
ธุรกิจของร้านถ่ายรูปยังคงมั่นคง และในช่วงกว่าปีที่ผ่านมานี้ เขาก็ได้เรียนรู้และฝึกฝนเทคนิคการถ่ายภาพมากมาย
เมื่อได้ศึกษาอย่างลึกซึ้งแล้ว เขาจึงรู้ว่าในการถ่ายภาพนั้นมีความรู้และเทคนิคมากมายที่ต้องเรียนรู้
ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเรียกตัวเองว่าช่างภาพหรือศิลปินภาพถ่ายได้
ด้วยการมีรายได้จากร้านถ่ายรูปเป็นฐาน เฉินเจียซิ่งก็มีความสามารถที่จะใช้เวลาว่างในการสำรวจและศึกษา ไปพบปะเพื่อนร่วมอาชีพ ออกสำรวจด้วยกัน และแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายภาพ
พวกเขาได้ยินมาว่ามีการประกวดภาพถ่ายในต่างประเทศ ทุกคนจึงทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อถ่ายภาพที่น่าพอใจและส่งไปประกวด
เฉินเจียซิ่งได้พบทิศทางในชีวิต บุคลิกของเขาทั้งหมดได้ตกตะกอนลงมา
ทุกคนต่างเห็นได้ชัดถึงการเปลี่ยนแปลงของเขาในช่วงกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมานี้
เฉินเจิ้นเจียงแม้จะพูดจาเข้มงวด แต่ท่าทีที่มีต่อเฉินเจียซิ่งก็เปลี่ยนไปแล้ว
ขณะที่ทุกคนในครอบครัวกำลังรับประทานอาหารกันอยู่ หยางหงเสียก็เอามือปิดปากแล้วลุกขึ้นเข้าห้องน้ำอย่างกะทันหันเพราะรู้สึกไม่สบายท้อง
โจวลี่หรงสบตากับหญิงชราอย่างมีนัย แม้หยางหงเสียจะบอกว่าไม่สบายท้องหลังจากกลับมา และผู้ใหญ่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก แต่สีหน้าของพวกเขาก็ยังดูแปลกๆ อยู่บ้าง
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ โจวลี่หรงได้พบกับหยางหงเสียตามลำพัง และสอบถามหล่อนอย่างละเอียดเกี่ยวกับประจำเดือนของหล่อน
“แม่คะ หมายความว่าฉันท้องหรือคะ?” หยางหงเสียถามด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติ แม้กระทั่งยังมีความคาดหวังในน้ำเสียง
“เธอคิดว่าใช่หรือเปล่าล่ะ?” โจวลี่หรงถามกลับ
“ฉันก็ไม่แน่ใจค่ะ แต่ช่วงนี้พวกเราไม่ได้ใช้อุปกรณ์คุมกำเนิดเลย”
ก่อนหน้านี้เป็นเพราะเฉินเจียซิ่งไม่มีความมั่นคง เปลี่ยนงานบ่อย หยางหงเสียจึงรู้สึกสับสนเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขา และไม่กล้าพูดถึงเรื่องลูก
แต่ตอนนี้เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงของเฉินเจียซิ่งได้อย่างชัดเจน อีกทั้งเขายังมอบรายได้ทั้งหมดจากร้านถ่ายรูปให้หล่อน
เห็นได้ว่าเขามีความเป็นผู้ใหญ่และมีความรับผิดชอบมากขึ้น
ดังนั้น หยางหงเสียจึงเริ่มพิจารณาเรื่องการมีลูก
ตอนนี้ถือว่ามีความเคลื่อนไหวแล้วใช่ไหม?
โจวลี่หรงพูดกับหล่อนว่า “หงเสีย พรุ่งนี้ไปตรวจที่โรงพยาบาลกันเถอะ”
พวกเขาจะสามารถยืนยันได้ว่าตั้งครรภ์หรือไม่ก็ต่อเมื่อได้ตรวจที่โรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือเท่านั้น
ถ้าตั้งครรภ์ ก็จะจัดการงานต่อไปตามแผนการตั้งครรภ์ พักผ่อนให้ดี
ถ้าไม่ได้ตั้งครรภ์ ก็ทำงานและใช้ชีวิตตามปกติ
หยางหงเสียพูดว่า
“แม่คะ งั้นคุณช่วยไปกับฉันหน่อยนะคะ ฉันไปคนเดียวรู้สึกกังวลน่ะค่ะ”
หากเฉินเจียซิ่งไปด้วย หล่อนจะยิ่งรู้สึกกดดัน
โจวลี่หรงพยักหน้า “ได้ ฉันจะไปตรวจด้วยกันกับเธอ”
เนื่องจากโจวลี่หรงต้องไปโรงพยาบาลกับหยางหงเสีย จึงไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ต่อหน้าเฉินเจียซิ่ง
คิดว่าจะรอให้ผลการตรวจออกมาก่อนแล้วค่อยบอกเขา
เฉินเจียซิ่งเป็นคนตื่นตูมง่าย หากเป็นแค่การตื่นตระหนกโดยไม่มีเหตุ เขาคงจะผิดหวังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในอดีต เสิ่นเสี่ยวเหมยก็เคยไม่ไปตรวจที่โรงพยาบาลทันที สุดท้ายเมื่อรู้ว่าท้องลม หล่อนก็เสียหน้า จึงใส่ร้ายหลินเซี่ยเพื่อโยนความผิดให้คนอื่น
หล่อนไม่อยากทำพลาดแบบนั้น
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
นับว่าแต่ละคนมีพัฒนาการที่ดีขึ้นนะ ในที่สุดเจียซิ่งก็กลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเสียที ไม่ทำให้คนอื่นต้องคอยเป็นห่วงอีกแล้ว
ไหหม่า(海馬)
………………..