ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 996 ถึงเวลาแนะนำแฟนให้เอ้อร์เลิ่งแล้ว
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
- ตอนที่ 996 ถึงเวลาแนะนำแฟนให้เอ้อร์เลิ่งแล้ว
ตอนที่ 996 ถึงเวลาแนะนำแฟนให้เอ้อร์เลิ่งแล้ว
………………..
ตอนที่ 996 ถึงเวลาแนะนำแฟนให้เอ้อร์เลิ่งแล้ว
หนึ่งปีต่อมา
นักเรียนรุ่นแรกของวิทยาลัยเทคนิคความงามและทรงผมเซี่ยเทียนเริ่มออกฝึกงานนอกวิทยาลัย
ในปีนี้ ร้านถ่ายภาพชุดแต่งงานของหลินเซี่ยก็ได้เปิดสาขาเพิ่มอีกสามแห่ง
นักเรียนบางส่วนได้รับการจัดสรรให้ไปฝึกงานที่ร้านเช่าชุดแต่งงานของเธอเอง หลังจากผ่านการฝึกงานแล้วก็จะได้รับการบรรจุเป็นช่างแต่งหน้าประจำร้านทันที
เมื่อทีมงานต้องการช่างแต่งหน้าและช่างออกแบบทรงผม หลินเซี่ยก็ใช้เครือข่ายที่เคยสร้างไว้ แนะนำคนให้ไปสัมภาษณ์ที่โรงเรียนของพวกเขา
โดยรวมแล้ว เธอพยายามอย่างเต็มที่ในการหางานให้กับนักเรียน ในปีนี้โรงเรียนได้ขยายตัว และในฤดูใบไม้ร่วงยังได้เปิดสอนหลักสูตรการซ่อมรถยนต์และรับสมัครนักเรียนชายเพิ่ม
ส่วนอู๋เซิ่งหงที่ตั้งตัวในเซินเจิ้นได้แล้วก็ขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปยังเมืองไห่เฉิง และร่วมมืออย่างแข็งขันกับหลินเซี่ยและเซี่ยไห่ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ สร้างความสำเร็จในยุคที่เต็มไปด้วยโอกาส
เฉินเจียวั่งกับเจียงอวี่เฟยเตรียมความพร้อมเป็นเวลาหนึ่งปี และกำลังจะเดินทางไปประเทศ M เพื่อเริ่มเส้นทางการเรียนต่อต่างประเทศของพวกเขา
ก่อนจะออกเดินทาง เฉินเจิ้นเจียงได้ปรึกษากับเจียงกั๋วเซิ่งเพื่อจัดพิธีหมั้นให้กับลูกทั้งสองคน
หนึ่งในเหตุผลก็คือต้องการสร้างข้อผูกมัดทางความรู้สึกให้กับพวกเขาทั้งสอง
แต่ข้อเสนอของเฉินเจิ้นเจียงถูกเจียงกั๋วเซิ่งคัดค้าน “เหล่าเฉินเอ๋ย ผมคิดว่าไม่จำเป็นหรอก ถ้าใช้การหมั้นหมายเป็นเครื่องผูกมัดพวกเขา นั่นก็แสดงว่าความรักของทั้งสองคนยังไม่มั่นคงและไม่ลึกซึ้งพอ”
“ในสถานการณ์ที่ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ จากครอบครัว หากพวกเขายังสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยไม่เปลี่ยนใจ นั่นแหละคือรักแท้”
เจียงกั๋วเซิ่งเคยคุยเรื่องนี้กับลูกสาวเป็นการส่วนตัว ซึ่งนี่เป็นความเห็นของเจียงอวี่เฟย
พวกเขายังเป็นนักเรียนอยู่ ออกไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อเพิ่มพูนความรู้ เมื่อเรียนจบแล้วก็จะกลับมา
ไม่จำเป็นต้องคิดว่าพวกเขาจะโดนโลกภายนอกล่อลวงจนต้องให้พวกเขาหมั้นหมายกันก่อนหรอก
“เหล่าเจียง คุณพูดถูก งั้นก็ตกลงตามนี้”
ก่อนออกเดินทางไปต่างประเทศ ผู้เฒ่าเฉินยืนกรานจะพาเฉินเจียวั่งไปหาหมอแผนจีนเย่ เพื่อให้หมอเฒ่าจับชีพจรและตรวจร่างกายให้เขา
ทันทีที่เข้าไปในร้านยา เอ้อร์เลิ่งที่เห็นพวกเขาก็รีบเดินมาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
เอ้อร์เลิ่งยิ้มพลางกล่าว “คุณปู่เฉิน ท่านดูแข็งแรงมากเลยครับ”
“เชิญเข้ามาเถอะ”
ตอนนี้ผู้เฒ่าเย่อายุมากแล้ว จำนวนคนไข้ที่รับตรวจก็มีจำกัด
แม้ว่าเอ้อร์เลิ่งจะเรียนอย่างขยันขันแข็ง แต่ผู้เฒ่าเย่ก็ยืนกรานไม่ให้เขาตรวจรักษาคนไข้ตามลำพัง
เขาบอกว่าการแพทย์แผนจีนนั้นลึกซึ้งและกว้างขวาง แม้จะพยายามเรียนรู้อย่างหนักสักหนึ่งหรือสองปี ก็ยังได้เรียนรู้แค่เพียงผิวเผินเท่านั้น
เอ้อร์เลิ่งยังติดตามช่วยเหลืออยู่ข้างหลัง บางครั้งให้เขาลงมือตรวจรักษาคนไข้ จากนั้นคุณปู่เย่ก็จะตรวจดูอีกครั้ง
ส่วนการฝังเข็ม เอ้อร์เลิ่งเรียนรู้ได้ไม่เลวเลย
เขาสามารถเข้าใจจุดฝังเข็มบนร่างกาย รวมถึงโรคและอาการที่เกี่ยวข้องได้เกือบทั้งหมดแล้ว
“สวัสดีครับคุณปู่เย่” เฉินเจียวั่งวางของขวัญและอาหารที่ถือมาลงบนโต๊ะ “นี่เป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากพวกเรา พี่สะใภ้คนโตของผมยังนำเสื้อผ้ามาฝากท่านด้วย”
หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็ให้คำตอบที่ทำให้ทุกคนโล่งใจ “ร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีปัญหาอะไร”
แต่สีหน้าของผู้เฒ่าเฉินยังคงกังวลอยู่ “เด็กคนนี้ตั้งใจจะไปเรียนต่างประเทศ ฉันก็เป็นห่วง ถ้าเกิดอาการกำเริบขึ้นมาในต่างแดน…”
ผู้เฒ่าเย่กล่าวว่า “ตราบใดที่อารมณ์ไม่ได้รับการกระทบกระเทือนหรือกระตุ้นอย่างรุนแรง โดยทั่วไปแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ฉันจะจ่ายยาให้เขาเอาไปกินด้วย”
เขามองดูเฉินเจียวั่งแล้วเอ่ยปากอย่างจริงจัง “เจียวั่ง เธอรู้สภาพร่างกายของตัวเองดีกว่าใครๆ ตอนนี้เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว จำไว้ว่าไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร ต้องรักษาจิตใจให้สงบ ใช้จิตใจที่เข้มแข็งของเธอในการยอมรับและแก้ไขปัญหา อย่าใจร้อนหรือโมโหฉุนเฉียวเมื่อเผชิญปัญหา เข้าใจไหม?”
เฉินเจียวั่งพยักหน้าอย่างว่าง่าย “คุณปู่ ผมจำได้แล้วครับ”
ผู้เฒ่าเย่กำชับอีกว่า “เด็กดี เรียนจบแล้วต้องกลับมาสร้างประเทศนะ อย่าลืมรากเหง้าของตัวเองล่ะ”
“ผมจะไม่ลืมครับ ผมจะต้องกลับมาแน่นอน”
ผู้เฒ่าเย่มองดูเฉินเจียวั่งที่ตอนนี้ฟื้นตัวเป็นปกติและมีนิสัยร่าเริงขึ้น แล้วนึกถึงเสิ่นอวี้หลงที่มาตรวจร่างกายเมื่อไม่กี่วันก่อน รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
ในฐานะของหมอผู้รักษา เขารู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
เอ้อร์เลิ่งได้จัดเตรียมผงสมุนไพรจีนให้เฉินเจียวั่ง หลังจากบรรจุเสร็จแล้ว เขาก็นำมาให้และอธิบายวิธีการใช้โดยละเอียด
เฉินเจียวั่งขอบคุณและเก็บยาใส่กระเป๋า
ผู้เฒ่าเฉินมองที่เอ้อร์เลิ่งแล้วยิ้ม “จั่นเผิงเอ๋ย ถ้ามีเวลาก็แวะมานั่งเล่นที่บ้านบ้าง อย่าหมกมุ่นอยู่แต่ในคลินิก ไปพบปะกับพวกเจียเหอด้วย”
“คุณปู่เฉิน ต้าเหองานยุ่งน่ะครับ ผมเองก็ไม่อยากรบกวน” เอ้อร์เลิ่งยิ้มและตอบกลับ “งานที่นี่ก็ยุ่งมากเช่นกัน ไม่ค่อยมีเวลาว่าง เดี๋ยวอีกสักพักผมจะแวะไปหา อยากไปหาหู่จือกับเสี่ยวหู่ด้วย”
ผู้เฒ่าเย่เหลือบมองเอ้อร์เลิ่งแวบหนึ่ง แล้วพูดเย้ยหยันด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไอ้หนุ่มคนนี้ขยันมาก อยากจะเรียนรู้วิชาแพทย์ทั้งหมดของฉันให้หมดก่อนที่ฉันจะตาย ถึงขั้นอดหลับอดนอน ไม่ไปไหนเลย”
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เฒ่าเย่ ใบหน้าของเอ้อร์เลิ่งก็กระตุกเล็กน้อย เขาเกาหัวอย่างเก้อเขิน “อาจารย์ครับ ท่านพูดแบบนี้…”
เขาขยันเรียนแพทย์จริงๆ แต่ไม่เคยคิดถึงเรื่องที่อาจารย์จะจากโลกนี้ไป…
เขาไม่กล้าคิดถึงปัญหานี้เลย อาจารย์เป็นคนที่ดีกับเขามากที่สุดในโลกนี้รองจากเฉินเจียเหอ
พวกเขาล้วนเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา
เขาหวังว่าอาจารย์จะมีอายุยืนยาวถึงร้อยปี
ถ้าเป็นไปได้ เขายินดีที่จะแลกอายุขัยของตนเองเพื่อให้อาจารย์มีชีวิตยืนยาว
ผู้เฒ่าเฉินมองดูเอ้อร์เลิ่งที่ขยันขันแข็งและมั่นคง แล้วพูดหยอกล้อกับผู้เฒ่าเย่
“ดีมาก นานๆ ทีคุณถึงจะได้รับศิษย์ที่ขยันและทุ่มเทขนาดนี้ คุณต้องสอนเขาอย่างไม่มีที่ติ อย่าเอาความรู้ในการช่วยชีวิตคนติดตัวไปจนถึงโลงศพนะ”
“ใช่ เด็กคนนี้เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี และขยันมากด้วย”
ผู้เฒ่าเย่ให้คำชมเชยอย่างเต็มที่ต่อไหวพริบและความมุ่งมั่นพากเพียรของเอ้อร์เลิ่ง
“จั่นเผิงอายุ 30 แล้วใช่ไหม?” ผู้เฒ่าเฉินมองเอ้อร์เลิ่งและถาม
เอ้อร์เลิ่งพยักหน้า
“ใช่ครับ คุณปู่เฉิน”
“คุณปู่เฉิน อย่างผมไม่ต้องหาหรอกครับ”
เอ้อร์เลิ่งพูดจบด้วยสีหน้าอึดอัด แล้วหยิบถุงยาที่เหลือจากการจ่ายยาให้เฉินเจียวั่งบนโต๊ะขึ้นมา แล้วเดินออกจากห้องไป
อาจารย์ของเขาไม่เคยแต่งงานตลอดชีวิต อุทิศทุกสิ่งทุกอย่างให้กับการแพทย์แผนจีนและคนไข้
ผู้เฒ่าเย่มองไปยังเอ้อร์เลิ่งที่ก้มหน้าก้าวออกจากประตูไป แล้วถอนหายใจ ก่อนจะหันไปพูดกับผู้เฒ่าเฉินว่า “ถ้ามีคนที่เหมาะสมก็ช่วยแนะนำให้ทีเถอะ ฉันแค่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา เขาก็ไม่ยอมพูดอะไร เอาแต่หลบเลี่ยงเรื่อยไป”
“ครั้งก่อนที่เหล่าเซี่ยมา ฉันก็ให้เหล่าเซี่ยแนะนำคนให้ ตอนนั้นเขาก็แนะนำสาวคนหนึ่งมา แต่เจ้าเด็กนี่มันไม่เปิดใจเอาซะเลย ยังไม่ได้พูดคุยกับสาวคนนั้นสักคำ เฮ้อ”
ผู้เฒ่าเฉินฟังผู้เฒ่าเย่พูดแล้วมองออกไปนอกประตู ก่อนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
พวกเขาทั้งสองเคยได้ยินเรื่องราวของเอ้อร์เลิ่งมาแล้ว แม้ว่าเด็กคนนี้จะกลับมามีสติสัมปชัญญะเป็นปกติ แต่เกรงว่าเขาอาจจะยังไม่สามารถก้าวข้ามเงาของความรักในอดีตได้
บาดแผลที่ได้รับในวัยเยาว์ อาจจะติดตามเขาไปตลอดชีวิต
เมื่อเห็นคนแก่ทั้งสองถอนหายใจ เฉินเจียวั่งจึงเอ่ยปากแก้สถานการณ์ “ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเถอะครับ บางทีพี่จั่นเผิงอาจจะยังไม่เจอคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรงและอยากอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตก็ได้”
“คงต้องอธิบายแบบนี้แหละ” ผู้เฒ่าเฉินกล่าว “รอให้เจียเหอกับเซี่ยเซี่ยมีเวลา แล้วให้พวกเขาช่วยแนะนำคนให้จั่นเผิงหน่อย เขาน่าจะฟังคำพูดของเจียเหอ”
“ใช่ ให้พวกเด็กๆ ไปแนะนำกันเถอะ พวกเราแก่แล้ว ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรแล้ว”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
คิดแล้วก็เศร้าอยู่นะคะ พอนึกขึ้นได้ว่าคนที่เรารักอาจจะมีเวลาอยู่กับเราได้อีกไม่นาน แล้วหลังจากนั้นเราก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไป
ไหหม่า(海馬)
………………..