บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 995 จดหมายจากจางเหมย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
  4. ตอนที่ 995 จดหมายจากจางเหมย
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 995 จดหมายจากจางเหมย

………………..

ตอนที่ 995 จดหมายจากจางเหมย

ในวันต่อๆ มา ชีวิตเป็นอยู่ของทุกคนก็เข้าสู่ภาวะปกติ พริบตาก็เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว

เฉินเจียเหอจะต้องไปทำธุระที่เมืองหลานเฉิงในอีกไม่กี่วัน และจะไปอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งเดือน หลินเซี่ยจึงตั้งใจจะซื้อเสื้อผ้าฤดูหนาวให้เขา และถือโอกาสซื้อเสื้อผ้าให้เด็กๆ ด้วย

เธอพาเสี่ยวหู่และหู่จือไปห้างสรรพสินค้าพร้อมกับหลิวกุ้ยอิง

ปกติแล้วเด็กๆ มักจะได้เสื้อผ้าใหม่จากคนนั้นคนนี้ ทำให้ทั้งบ้านเต็มไปด้วยเสื้อผ้า จนหลินเซี่ยแทบไม่ได้พาพวกเขาออกไปซื้อเสื้อผ้าใหม่เลย

วันนี้พาออกมาเดินเที่ยวรอบหนึ่ง ซื้อเสื้อผ้าใหม่และรองเท้าใหม่ หู่จือดีใจเป็นพิเศษ ทั้งยังช่วยถือของหลายอย่างอย่างเอาใจใส่อีกด้วย

เขาเองก็สนุกกับช่วงเวลาดี ๆ ที่ได้เดินห้างสรรพสินค้ากับคุณย่าและแม่เช่นกัน

หลินเซี่ยซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้แม่ของเธอด้วย

พวกเขากลับมาจากการช็อปปิ้งในตอนบ่าย ทุกคนถือถุงใหญ่น้อยเต็มมือ

หู่จือถามอย่างสงสัย “แม่ครับ ใครเป็นคนเขียนจดหมายถึงแม่หรือครับ?”

“แม่ก็ไม่รู้จ้ะ ไปกันเถอะ กลับขึ้นบ้านก่อนแล้วค่อยดู” หลินเซี่ยตอนนี้มือไม่ว่าง เธอจึงเก็บจดหมายใส่กระเป๋าแล้วเดินขึ้นบ้าน

เมื่อกลับถึงบ้าน เสี่ยวหู่ก็ง่วงนอน หลิวกุ้ยอิงจึงพาเขาเข้าห้องนอน ส่วนหลินเซี่ยวางของลงแล้วนั่งลงบนโซฟาเปิดซองจดหมาย

หู่จือเข้ามานั่งใกล้ๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น อยากดูว่าใครเป็นคนเขียนจดหมายถึงแม่ของเขา

หู่จือเรียนชั้นประถมปีที่สองแล้ว รู้จักตัวอักษรมากมาย เขาในตอนนี้จึงชอบอ่านหนังสือพิมพ์หรือหนังสือ อะไรก็ตามที่มีตัวอักษรเขาล้วนสนใจหมด

หลินเซี่ยไม่ได้หลบหู่จือ เพราะมันเป็นแค่จดหมายฉบับหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ความลับอะไร

แต่เมื่อมองเห็นชื่อผู้ส่งบนจดหมายอย่างชัดเจน สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

เธอเก็บจดหมายแล้วพูดกับหู่จือว่า “หู่จือ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ในห้องแล้วออกมาให้แม่ดูหน่อย”

“ได้ครับ” หู่จือลุกขึ้นจากโซฟาแล้ววิ่งกลับเข้าห้องไป

หลินเซี่ยแกะซองจดหมายออก อ่านเนื้อหาในจดหมายและดูจำนวนเงินห้าร้อยหยวนบนใบสั่งจ่ายด้วยความรู้สึกสับสน

ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกโล่งอกด้วย

ขอให้จางเหมยปลอดภัยก็พอ

ตลอดหนึ่งปีนี้ไม่มีข่าวคราวใด ๆ ของหล่อนเลย และหล่อนก็ไม่ได้มาเยี่ยมหู่จือด้วย ซึ่งทำให้หลินเซี่ยอดคิดฟุ้งซ่านไม่ได้ นึกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับหล่อน

แต่ก่อนหล่อนมาเยี่ยมหู่จือตามกำหนดทุกเดือน ทุกครั้งที่มาก็จะพยายามบอกความจริงกับหู่จือแบบอ้อมๆ

จู่ ๆ หล่อนก็หายเงียบไป ทำให้เธอรู้สึกกังวลมาก

ถึงอย่างไรหล่อนก็เป็นแม่แท้ๆ ของหู่จือ

ก่อนหน้านี้เธอก็เคยสอบถามเซี่ยไห่กับเฉินเจียเหอ พวกเขาที่มีอคติต่อจางเหมย ต่างพูดว่าที่จางเหมยมาเยี่ยมหู่จือก่อนหน้านี้คงเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบและความรู้สึกผิด ก่อนจะหายไปอีกครั้ง คงเจอผู้ชายถูกใจแล้วหนีตามไป

เพราะจางเหมยมีประวัติแบบนี้มาก่อน เมื่อเซี่ยไห่อธิบายเช่นนี้ หลินเซี่ยก็เชื่อ

หลังจากนั้นทุกคนก็รู้กาลเทศะ ไม่พูดถึงชื่อจางเหมยอีก

เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีในพริบตา จึงได้รับข่าวคราวของหล่อนอีกครั้ง

หล่อนเขียนในจดหมายว่าตนเองได้ไปหางานทำที่ต่างถิ่น และต่อไปนี้จะไม่มารบกวนชีวิตของหู่จืออีก จะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเขาเด็ดขาด

ก่อนหน้านี้หล่อนเห็นแก่ตัวเกินไป คิดไม่รอบคอบ คำนึงถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง จึงอยากจะมาพบลูกชาย อยากให้หู่จือรู้ว่าหล่อนคือแม่แท้ ๆ ของเขา

หลังจากที่เซี่ยไห่ไปคุยกับหล่อน หล่อนก็คิดได้และมีมุมมองต่อโลกที่กว้างขวางขึ้น

ตั้งแต่ตอนที่ทิ้งหู่จือให้เฉินเจียเหอเลี้ยง หล่อนก็ทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถให้อภัยได้

ตอนนี้หู่จือเริ่มรู้ความแล้ว การที่หล่อนโผล่มาก็นับว่าไม่เหมาะสม

ถ้าตอนนี้หล่อนเปิดเผยความจริงกับลูก มันจะทำลายชีวิตของเขาทั้งชีวิต

หล่อนไม่สามารถมอบสภาพแวดล้อมการใช้ชีวิตที่ดีแก่หู่จือได้ และพาเขาไปด้วยไม่ได้ ถ้าหู่จือรู้ความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตัวเอง เขาก็จะอยู่ในบ้านตระกูลเฉินอย่างอึดอัดใจ

ดังนั้นต่อไปนี้หล่อนจะไม่มารบกวนเขาอีก จะออกไปหาเงินให้มากๆ แล้วพยายามส่งเงินก้อนหนึ่งให้ลูกชายทุกปี

แม้เงินห้าร้อยหยวนนี้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพวกหลินเซี่ย แต่มันก็เป็นเงินที่หล่อนทำงานหนักและประหยัดอดออมเพื่อจะให้กับลูกชาย

หลินเซี่ยอ่านจดหมายจบแล้วเก็บกระดาษจดหมายใส่ซองพร้อมกับธนาณัติ

เธอถอนหายใจยาว

การที่จางเหมยสามารถตัดสินใจเช่นนี้ได้ แสดงว่าหล่อนยังไม่เห็นแก่ตัวมากเกินไป

ผลลัพธ์แบบนี้ดีสำหรับทุกคนแล้ว

อย่างน้อยก่อนที่หู่จือจะบรรลุนิติภาวะ ทุกคนก็ไม่ต้องกังวลใจ ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะรู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดแล้วได้รับบาดแผลทางใจ

หู่จือสวมแจ็คเก็ตหนังหนาและกางเกงยีนส์ที่ซื้อมาใหม่วันนี้เดินออกมา เขายกแขนขึ้นแล้วหมุนตัวรอบหนึ่ง “แม่ครับ ดูดีไหมครับ?”

“ดูดีสิจ๊ะ หู่จือของแม่ใส่อะไรก็หล่อทั้งนั้น” หลินเซี่ยจัดปกขนสัตว์บนแจ็คเก็ตหนังให้เขาพลางพูดยิ้มๆ ว่า “หู่จือ ลูกโตเร็วจังเลยนะ ดูสิ ตอนนี้สูงถึงรักแร้แม่แล้ว อีกไม่กี่ปีก็จะสูงกว่าแม่แล้ว”

หู่จือเงยหน้ามองหลินเซี่ย พูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ “แม่ครับ รอให้ผมโตกว่านี้อีกหน่อย ผมจะปกป้องแม่เองครับ”

“ตกลง”

หลินเซี่ยกอดเขาไว้ด้วยความรู้สึกสับสนปนเป

หลินเซี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่ง ในที่สุดเธอก็ไม่ได้ปิดบัง แต่เลือกที่จะบอกอย่างตรงไปตรงมา “เป็นน้าจางเหมยของลูกน่ะ”

“หา?” หู่จือแปลกใจ “น้าจางเหมย?”

ชื่อนี้สำหรับหู่จือแล้ว มันช่างห่างไกลเหลือเกิน

อย่างไรก็ตาม เด็กๆ มักลืมง่าย แม้เขาจะยังจำคนที่ปรากฏตัวเมื่อปีที่แล้วได้ แต่รูปลักษณ์ของอีกฝ่ายก็เริ่มเลือนรางไปจากความทรงจำแล้ว

“หล่อนไปทำงานต่างถิ่น แต่ก็ยังคิดถึงลูกกับเสี่ยวหู่ บอกว่าอากาศเย็นลงแล้วจะซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้พวกลูกทั้งสองคน ถือเป็นน้ำใจจากหล่อน”

เพื่อไม่ให้ดูมีพิรุธเกินไป หลินเซี่ยจึงอธิบายเรื่องธนาณัติแบบรวมเสี่ยวหู่เข้าไปด้วย

“อ๋อ น้าจางเหมยไปทำงานต่างถิ่นเหรอครับ?” หู่จือถามหลินเซี่ยอย่างสงสัย “แม่ครับ แล้วน้าจางเหมยหาลูกของหล่อนเจอหรือยังครับ?”

“หืม?”

หลินเซี่ยงงงันไปสองสามวินาที ก่อนจะเข้าใจคำพูดของหู่จือ

นี่เป็นข้ออ้างที่เฉินเจียเหอเคยหาให้เธอโดยเจตนา

เมื่อหู่จือได้ยินว่าน้าจางเหมยยังหาลูกตัวเองไม่เจอ แต่ก็ยังมีน้ำใจส่งเงินมาให้พวกเขาซื้อเสื้อผ้าใหม่ เขาจึงรู้สึกซาบซึ้งใจมาก พูดกับหลินเซี่ยว่า “แม่ครับ พวกเราควรเขียนจดหมายตอบน้าจางเหมยไหมครับ? ควรขอบคุณหล่อนนะ”

“เรื่องนี้แม่จะจัดการเอง ลูกไม่ต้องกังวลหรอก”

ตอนกลางคืน เมื่อเฉินเจียเหอกลับมา หลินเซี่ยก็มอบจดหมายและธนาณัติของจางเหมยให้เขา

เฉินเจียเหอดูเนื้อหาในจดหมายคร่าวๆ แล้วก็วางมันลงบนโต๊ะอีกครั้ง พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “ถ้าหล่อนคิดได้แบบนี้ก็ดีแล้ว”

“คงเป็นเพราะปีที่แล้วอารองไปคุยกับหล่อน ทำให้หล่อนรู้สึกตัว”

ในฐานะแม่คนหนึ่ง การตัดสินใจแบบนี้คงเป็นเรื่องยากลำบากมาก

“ถ้าหล่อนไม่ได้แต่งงานใหม่แล้วถูกหย่าเพราะไม่สามารถมีลูกได้ หล่อนจะนึกถึงหู่จือได้ยังไง?”

คำพูดของเฉินเจียเหอทำให้หลินเซี่ยพูดไม่ออก

จริงอยู่ ถ้าจางเหมยแต่งงานใหม่แล้วมีลูกอีกคน หล่อนคงไม่ค่อยนึกถึงหู่จือเท่าใด

เพราะไม่ได้คลอดลูก ความรักของแม่จึงไม่มีที่ระบาย หล่อนถึงได้นึกถึงหู่จือ บางทีอาจเป็นเพราะคิดถึงชีวิตของตัวเองในอนาคตด้วย

ดังนั้นหล่อนจึงอยากจะยอมรับหู่จือ

อยากจะตามหาลูกที่หล่อนทิ้งไปด้วยมือของตัวเอง

หลินเซี่ยรู้สึกเห็นใจจางเหมย แต่ก็กลัวว่าหล่อนจะปรากฏตัวขึ้นมาอีก

โดยสรุปแล้ว ความรู้สึกของคนเรานั้นช่างขัดแย้งและซับซ้อนเหลือเกิน

“หวังว่าครั้งนี้หล่อนจะเข้าใจอย่างแท้จริง อย่าได้มารบกวนชีวิตปกติของหู่จืออีกเลย รอให้เด็กโตเป็นผู้ใหญ่ก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

“ตกลง เมื่อเขาอายุครบ 18 ปี เราก็ค่อยบอกความจริงกับเขา”

เฉินเจียเหอพูดถึงหัวข้อนี้ด้วยน้ำเสียงหนักอึ้งและเศร้าสร้อย เขาพลิกดูปฏิทินแบบฉีก คำนวณเวลา “อีกหนึ่งเดือนก็จะถึงวันครบรอบการเสียชีวิตของผู้บัญชาการแล้ว หวังว่าผมจะกลับมาทันเวลา”

ทุกปีในวันครบรอบการเสียชีวิตของพ่อแท้ๆ ของหู่จือ พวกเขาซึ่งเป็นเพื่อนทหารจะพาหู่จือไปเยี่ยมหลุมศพของเขา

และพวกเขาก็จะไปไหว้หลุมศพของเขาในเทศกาลเชงเม้งด้วย

แม้หู่จือจะไม่รู้ความเป็นมาของตัวเอง แต่พวกเขาไม่เคยปล่อยให้หู่จือขาดตกบกพร่องในเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อแท้ๆ ของเขาเลย

“ฉันซื้อเสื้อผ้าใหม่มาให้คุณสองตัว ลองดูสิ” หลินเซี่ยหยิบแจ็คเก็ตหนังที่ซื้อมาให้เฉินเจียเหอ “หู่จือยืนกรานจะใส่ชุดพ่อลูกกับคุณ ฉันเลยซื้อแจ็คเก็ตหนังมาให้คนละตัว แล้วยังซื้อเสื้อกันหนาวให้คุณอีกตัว เอาใส่กระเป๋าเดินทางไปด้วย อีกไม่กี่วันก็จะหนาวแล้ว อย่าลืมเอาออกมาใส่นะ”

“แค่เดือนเดียวก็กลับมาแล้ว ไม่ต้องเอาไปเยอะหรอก ปกติก็ไม่ได้ใส่ มีชุดทำงานอยู่แล้ว”

“เอาไปใส่ตอนไปกลับที่ทำงานก็ได้”

หลินเซี่ยจัดกระเป๋าเดินทางให้เขา ใส่ของหลายอย่างที่เฉินเจียเหอคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้

แต่เพราะไม่กล้าขัดคำสั่งของภรรยา จึงต้องยอมให้เธอใส่ของทั้งหมดเข้าไป

เมื่อเขาเห็นลูกอมที่หลินเซี่ยยัดเข้าไปในกระเป๋า มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย “เซี่ยเซี่ย นี่มันขนมของเด็ก ๆ ไม่ใช่เหรอ?”

“เอาไปด้วยสิ ต่อไปเวลาไปทำงาน ให้ใส่ลูกอมไว้ในกระเป๋าสักสองสามเม็ด พวกคุณทำงานจนลืมกินลืมนอน กินลูกอมสักเม็ดจะได้ป้องกันน้ำตาลในเลือดต่ำ”

หลินเซี่ยแกะลูกอมเม็ดหนึ่งยัดเข้าปากเขาทันที “อย่าทำร้ายร่างกายตัวเอง รักษาร่างกายให้แข็งแรงไว้ ถึงจะมีพลังทำงานใหญ่ได้”

เฉินเจียเหออมลูกอม มองภรรยาที่กำลังจัดกระเป๋าให้ลูก ในปากหวาน ในใจยิ่งหวานล้ำ “ได้ งั้นเอาไปด้วย”

เฉินเจียเหอลูบหัวเธอ พูดเสียงนุ่มนวลว่า “วางใจเถอะ ผมจะดูแลตัวเองให้ดี ผมยังมีภรรยาและลูกต้องเลี้ยงดู จะไม่เอาร่างกายตัวเองไปเสี่ยง คุณรอผมกลับมาอย่างสบายใจเถอะ”

…………………………………………………………………………………………………………………………

สารจากผู้แปล

ถือว่าจางเหมยยังคิดได้ วิธีนี้แหละดีต่อทุกฝ่ายแล้ว ความรักคือการเสียสละ ปล่อยมือให้คนที่เรารักได้เจอสิ่งที่ดีกว่านะ

ไหหม่า(海馬)

………………..

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 995 จดหมายจากจางเหมย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน