ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 994 ผู้อำนวยการเฉินพยายามโน้มน้าวผู้จัดการโรงงานเจียง
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
- ตอนที่ 994 ผู้อำนวยการเฉินพยายามโน้มน้าวผู้จัดการโรงงานเจียง
ตอนที่ 994 ผู้อำนวยการเฉินพยายามโน้มน้าวผู้จัดการโรงงานเจียง
………………..
ตอนที่ 994 ผู้อำนวยการเฉินพยายามโน้มน้าวผู้จัดการโรงงานเจียง
หลังจากที่เจียงอวี่เฟยคุยกับเจียงกั๋วเซิ่งเสร็จ เจียงกั๋วเซิ่งกลับไม่แสดงท่าทีอะไร
เขาไม่พูดอะไรเลย แล้วเดินกลับเข้าห้องไปด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน
เจียงอวี่เฟยมองแผ่นหลังของพ่อ หัวใจของหล่อนเย็นวาบลงครึ่งหนึ่ง
คิดว่าพ่อคงจะไม่ยอมให้หล่อนไปเรียนต่อที่ไกลขนาดนั้น
พูดตามตรง แม้ว่าพ่อของหล่อนจะเป็นผู้จัดการโรงงาน แต่ในใจแล้วเขาเป็นคนดื้อรั้นและหัวโบราณมาก อีกทั้งยังค่อนข้างปิดกั้นตัวเอง เขาไม่เพียงแต่ไม่สนใจสิ่งต่างๆ จากต่างประเทศ แต่ยังรังเกียจอีกด้วย
ปกติเวลาที่หล่อนฟังเพลงต่างประเทศ พ่อของหล่อนก็จะบอกว่าหล่อนหลงใหลวัฒนธรรมตะวันตก
หวังซิ่วฟางพูดว่า “อวี่เฟย เธออย่าเพิ่งร้อนใจ ฉันจะลองคุยกับพ่อของเธออีกครั้ง บางทีตอนนี้เขาอาจจะยังคิดไม่ออก ไม่อยากให้เธอไปไกลถึงขนาดนั้น เธอไม่เคยออกจากบ้านมาก่อนเลย เขาเป็นห่วงน่ะ”
เจียงอวี่เฟยพยักหน้า “ป้าหวัง ถ้าอย่างนั้นช่วยพูดให้พ่อเข้าใจหน่อยนะคะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันก็คงไม่มีความคิดที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศหรอก แต่ตอนนี้บ้านเรามีป้ากับเสี่ยวฮวาอยู่ไม่ใช่เหรอคะ? มีป้าอยู่เป็นเพื่อนพ่อ เขาก็ไม่ได้อยู่คนเดียว ฉันก็จะได้ไปเรียนอย่างสบายใจ”
หวังซิ่วฟางพูดจบแล้วก็กลับไปที่ห้องนอนเพื่อไปคุยกับเจียงกั๋วเซิ่ง
แม้ว่าหวังซิ่วฟางจะพยายามโน้มน้าวใจ แต่เจียงกั๋วเซิ่งก็ยังไม่ได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าเห็นด้วย
เจียงอวี่เฟยก็ไม่กล้าเร่งรัดถามมากเกินไป
หลังจากเรื่องนี้ถูกเลื่อนออกไปสักระยะหนึ่ง ตระกูลเฉินก็เริ่มทนไม่ไหวแล้ว
เพราะว่าสภาพการเรียนของเฉินเจียวั่งแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงนี้
หากเจียงอวี่เฟยไม่ไปกับเขา การที่เขาไปเรียนต่อต่างประเทศเพียงลำพังก็คงไม่มีความหมาย
การไล่ตามความฝันและศึกษาต่อนั้นสำคัญแน่นอน
แต่บางคนเมื่อพลาดโอกาสไปแล้ว อาจจะเป็นการพลาดไปตลอดชีวิต
เขาไม่มั่นใจเลยว่าหากต้องคบกับเจียงอวี่เฟยแบบความสัมพันธ์ทางไกลข้ามประเทศเป็นเวลาหลายปี พวกเขาจะยังคงซื่อสัตย์และรอคอยกันและกันได้
นอกจากนี้ ทางครอบครัวเฉินก็กังวลเกี่ยวกับสภาพร่างกายของเขาด้วย
คุณหมอเย่เน้นย้ำเสมอว่าอารมณ์ของเฉินเจียวั่งต้องมั่นคง ครอบครัวต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและสงบให้เขา
ในฐานะผู้ใหญ่ พวกเขาหวังให้ลูกประสบความสำเร็จ เป็นความภาคภูมิใจของพวกเขา
แต่สิ่งที่พวกเขาหวังมากกว่านั้นคือให้เขามีสุขภาพดีและปลอดภัย
เมื่อเทียบกับสภาพก่อนหน้านี้ที่เฉินเจียวั่งแทบจะเรียนไม่ไหว สถานการณ์ตอนนี้ถือว่าโชคดีมากแล้ว
สำหรับสถานการณ์ของเฉินเจียวั่ง การไปเรียนต่างประเทศก็มีความเสี่ยงอยู่พอสมควร
แต่เขาได้รับรางวัลใหญ่จากการประกวดสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติ ได้รับการยอมรับจากนักออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขามีพรสวรรค์ด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม
ถ้าจะให้ยอมแพ้ไปเฉยๆ แบบนี้ก็น่าเสียดายมาก
เฉินเจิ้นเจียงตั้งใจว่าจะไปคุยกับเจียงกั๋วเซิ่งให้ดีๆ
ฟังความเห็นและความกังวลของเจียงกั๋วเซิ่ง
เฉินเจิ้นเจียงได้เบอร์โทรศัพท์ของเจียงกั๋วเซิ่งจากเฉินเจียวั่ง และนัดเจอกันที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง
“ผอ.เฉิน ผมก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้หล่อนไปนะ ผมแค่…” เจียงกั๋วเซิ่งพูดพลางดื่มน้ำชาแล้วถอนหายใจอย่างหนัก “คุณไม่รู้หรอกว่าครอบครัวของผมเป็นยังไง ผมเลี้ยงดูหล่อนมาตั้งแต่เด็ก ยี่สิบกว่าปีที่เราเป็นพ่อกับลูกไม่เคยแยกกัน อยู่ๆ จะให้หล่อนไปต่างประเทศ หัวใจของผมก็รู้สึกว่างเปล่า ที่สำคัญคือผมกังวลว่าต่างประเทศจะไม่ปลอดภัย”
“ผอ.เจียง ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณอย่างเต็มที่ คุณเป็นพ่อที่ยิ่งใหญ่ที่เลี้ยงดูลูกสาวคนเดียวมาตลอดหลายปี” เฉินเจิ้นเจียงกล่าว “ในยุคนี้ที่สังคมพัฒนาดีขึ้น พวกเราก็มีโอกาสส่งลูกๆ ไปดูโลกภายนอก เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อนำกลับมาพัฒนาประเทศของเรา ผมคิดว่าในฐานะที่เราเป็นผู้ปกครอง ควรสนับสนุนพวกเขาในการเปิดโลกทัศน์ ถึงแม้ว่าจะลำบากใจแต่ในบางครั้งก็ต้องปล่อยพวกเขาไป”
“เจียวั่งกับอวี่เฟยไปด้วยกัน พวกเขาจะดูแลกันและกัน ไม่มีปัญหาอะไรหรอก”
แม้ว่าเฉินเจิ้นเจียงจะพูดถูกต้องทุกประโยค แต่เจียงกั๋วเซิ่งก็ยังคงลังเลไม่ยอมตกลง
เฉินเจียวั่งไปเรียนต่างประเทศกลับมาสามารถทำประโยชน์ให้กับการพัฒนาประเทศได้ แต่ลูกสาวของเขาออกไปก็จะเป็นนางแบบ ในต่างประเทศไม่มีใครควบคุมหล่อนได้ หล่อนจะต้องปล่อยตัวเองอย่างแน่นอน กล้าที่จะสวมชุดว่ายน้ำเดินแบบอย่างไม่กลัวอะไร
ก่อนหน้านี้ที่สวมใส่แบบนั้นในสถานีโทรทัศน์ในประเทศก็แล้วไป ตอนนี้ยังจะไปบนเวทีใหญ่ของโลก หลังจากออกไปแล้วจะต้องเปิดเผยมากขึ้นแน่นอน เจียงกั๋วเซิ่งคิดถึงสิ่งเหล่านี้แล้วก็ยอมรับไม่ได้เลย
เขาจิบชาแล้วมองเฉินเจิ้นเจียง ถามอย่างระมัดระวัง “ผอ.เฉิน ถ้าอวี่เฟยลูกสาวของผมจะเป็นนางแบบอะไรนั่นในอนาคต พวกคุณมีความเห็นอย่างไรบ้าง?”
เฉินเจิ้นเจียงตอบอย่างไม่ลังเลด้วยน้ำเสียงจริงใจ “เราเคารพความฝันและความมุ่งมั่นของเด็กๆ พวกเขาอยากทำอาชีพอะไรก็ได้ทั้งนั้น ขอเพียงแค่ไม่ผิดกฎหมาย ภายใต้เงื่อนไขที่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบ พวกเราก็เคารพทั้งหมด”
ในอดีต เฉินเจิ้นเจียงก็ไม่เข้าใจพฤติกรรมที่เปิดกว้างในสังคมบางอย่าง แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้นำ สังคมมีความหลากหลาย ถ้าต้องการพัฒนา ขั้นแรกต้องปลดปล่อยความคิดและเปิดใจกว้าง ดังนั้นในฐานะผู้ใหญ่ พวกเราควรขยายมุมมองให้กว้างขึ้น ตราบใดที่เด็กๆ มีใจให้กัน พวกเขาก็ไม่ควรไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของเด็กๆ มากนัก
เฉินเจิ้นเจียงนัดเจียงกั่วเซิ่งออกมาเพื่อพูดคุยหาข้อสรุป “เหล่าเจียง ผมยังยืนยันคำเดิม เด็กๆ โตแล้ว พวกเราควรปล่อยมือ ให้พวกเขาได้ควบคุมชีวิตที่เป็นของพวกเขาเอง”
“ด้านการเงิน คุณไม่ต้องกังวล ผมจะหาข้อมูลเรื่องโรงเรียนให้อวี่เฟย และเมื่อพวกเขาไปเรียน เดี๋ยวบ้านเราจะออกค่าเล่าเรียนให้เอง”
เจียงกั่วเซิ่งยิ้ม “ผอ.เฉิน ดูคำพูดของท่านสิ อวี่เฟยกับเจียวั่งเป็นแค่แฟนกัน ยังไม่ได้แต่งงานเป็นคนในครอบครัวของคุณ ถ้าอวี่เฟยจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ค่าเล่าเรียนก็ต้องเป็นผมที่จัดการสิ”
เฉินเจิ้นเจียงเติมชาในถ้วยของเขาแล้วเอ่ยขึ้นว่า “งั้นผมจะสอบถามเรื่องการเรียนให้ท่านช่วยตรวจสอบก่อน แต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับความพยายามของพวกเด็กๆ เอง ทางด้านอวี่เฟยยังไม่ได้ตัดสินใจ ส่วนเจียวั่งช่วงนี้สภาพการเรียนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เขาใส่ใจอวี่เฟยมาก ผมคิดว่าถ้าอวี่เฟยไม่ไปด้วย เขาอาจพิจารณาที่จะยกเลิกด้วย”
“ผอ.เฉิน คุณพูดแบบนี้ ถ้าเกิดเฉินเจียวั่งไม่ได้ไปเรียนต่างประเทศแล้วมีผลกระทบต่ออนาคตในภายหน้า ผมก็ต้องรับผิดชอบสินะ?”
เฉินเจิ้นเจียงยิ้มพลางปฏิเสธ “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ อย่าเข้าใจผิด ผมแค่อยากคุยกับท่านเกี่ยวกับสภาพจริงของเด็กๆ เจียวั่งรักอวี่เฟยมาก ผมเห็นได้ว่าอวี่เฟยก็มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเจียวั่งเช่นกัน พวกเราในฐานะผู้ปกครอง ควรพยายามให้พวกเขาประสบความสำเร็จทั้งในด้านอาชีพและความรัก จะดีแค่ไหนถ้าได้ทั้งสองอย่าง?”
เฉินเจิ้นเจียงแสดงท่าทีจริงใจ ถึงขนาดพูดว่าจะออกค่าเล่าเรียนให้เจียงอวี่เฟย เจียงกั๋วเซิ่งเองก็กังวลมากในช่วงไม่กี่วันนี้ กลัวว่าลูกสาวจะไปเป็นนางแบบอีกหลังจากไปเรียนต่างประเทศ เขารู้สึกลำบากใจ
ในเมื่อเฉินเจิ้นเจียงพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว หากเขายังไม่เห็นด้วย คงจะทำให้คนอื่นรำคาญได้
เหมือนตอนที่ลูกสาวของเขาเข้าร่วมการประกวดนางแบบ เขาไม่เห็นด้วย แต่หล่อนก็แอบไปเข้าร่วม
ไม่ได้ยอมเลิกล้มเพียงเพราะเขาคัดค้าน
ตอนนี้ก็เป็นสถานการณ์เดียวกัน ถ้าเขาคัดค้าน แล้วพวกเขาแอบไปต่างประเทศล่ะ จะทำอย่างไร?
เขาเห็นชัดเจนเช่นกันว่าลูกสาวของเขามีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเฉินเจียวั่ง
สุดท้ายเจียงกั๋วเซิ่งก็ยอมอ่อนข้อ “ตกลง เราลองคัดเลือกโรงเรียนมาดูกันก่อน”
“เหล่าเจียง ผมรู้ว่าคุณเป็นคนมีเหตุผล” เฉินเจิ้นเจียงจับมือกับเขา “ต่อไปนี้เราสองคนก็เป็นญาติกันแล้ว แลกเบอร์ติดต่อกันไว้ เจอกันบ่อยๆ เรื่องของเด็กๆ เราต้องช่วยกันดูแล”
“ได้ ติดต่อกันบ่อยๆ นะ”
เฉินเจิ้นเจียงสามารถโน้มน้าวเจียงกั๋วเซิ่งได้สำเร็จ และยังนัดกับเจียงกั๋วเซิ่งว่าจะไปเล่นหมากรุกด้วยกันในวันหยุดสุดสัปดาห์
หลังจากเฉินเจิ้นเจียงกลับบ้านและบอกข่าวนี้กับเฉินเจียวั่ง เฉินเจียวั่งที่ปกติเป็นคนเก็บตัวและเย็นชาก็ตื่นเต้นจนกอดเฉินเจิ้นเจียงแน่น “ขอบคุณครับพ่อ”
แต่ตอนนี้เฉินเจียวั่งจู่ๆ ก็พุ่งเข้ามากอดเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว เฉินเจิ้นเจียงรู้สึกตกใจกับความรักที่ได้รับ เขาตัวแข็งค้างไปสองสามวินาที ก่อนจะยกมือขึ้นกอดลูกชายและตบหลังเบาๆ สายตาของเขาพลันทอแววอ่อนโยน
“พอแล้ว ตั้งใจทบทวนบทเรียนเถอะ ส่วนเรื่องอื่นๆ ลูกไม่ต้องกังวล”
เฉินเจียวั่งไม่อาจซ่อนความดีใจไว้ได้ เขารีบวิ่งกลับห้องเพื่อโทรหาเจียงอวี่เฟย ทันที
เจียงอวี่เฟยที่เพิ่งเลิกเรียน เมื่อได้ยินข่าวนี้ก็ถามย้ำหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าพ่อของหล่อนถูกพ่อของเฉินเจียวั่งโน้มน้าวใจได้จริง ๆ จากนั้นก็กรีดร้องด้วยความดีใจ “เยี่ยมมาก พ่อของฉันนับว่ายังฉลาด ฉันรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องยอมรับแน่นอน”
เฉินเจียวั่งพูดว่า “เดี๋ยวเรานัดเจอกันนะ”
“ได้ นายมารับฉันนะ”
เฉินเจียวั่งฮัมเพลงขณะสระผมและแต่งตัว เตรียมตัวไปนัดกับแฟนสาว คุณย่าเฉินเห็นหลานชายคนเล็กแต่งตัวเรียบร้อย จึงถามด้วยรอยยิ้ม “เจียวั่ง แต่งตัวหล่อเชียว จะออกไปไหนหรือ?”
เฉินเจียวั่งแปลงร่างเป็นหนุ่มร่าเริงสดใส ตอบอย่างเปิดเผย “คุณย่าครับ วันนี้ผมไม่กินข้าวที่บ้านนะครับ ผมจะไปนัดกับแฟน”
“ดีๆ รีบไปเร็วเข้า พาอวี่เฟยไปกินอะไรดีๆ หน่อยนะ” คุณย่าเฉินถามเสียงเบา “มีเงินติดตัวไหม? ถ้าไม่มี ย่าจะหยิบให้”
เฉินเจียวั่งไปรอรับเจียงอวี่เฟยที่หน้าวิทยาลัยนาฏศิลป์ แล้วพาหล่อนไปกินอาหารมื้อใหญ่เลี้ยงฉลอง
ตอนกลางคืนทั้งสองคนเดินจับมือกันเล่นที่ถนนริมแม่น้ำ เฉินเจียวั่งรู้สึกหวานชื่นในใจอย่างบอกไม่ถูก “ฉันคิดว่าเธอจะไม่มากับฉัน ฉันคิดจะยอมแพ้แล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ดวงตาของเจียงอวี่เฟยฉายแววตื่นเต้น หล่อนหัวเราะเบาๆ “ที่แท้ฉันก็สำคัญกับนายขนาดนี้เลยเหรอ?”
ตลอดมา หล่อนคิดว่าตัวเองรักเฉินเจียวั่งมากกว่าที่เฉินเจียวั่งรักหล่อนเสียอีก
พอทราบว่าเฉินเจียวั่งต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศ หล่อนก็เตรียมใจรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว
แม้ว่าหล่อนจะไม่สามารถไปกับเขาได้ เขาก็คงไม่ยอมสละอนาคตของตัวเองเพื่อหล่อนแน่นอน
หากทั้งสองคนต้องอยู่ห่างไกลกันเป็นเวลานาน ถึงแม้หล่อนจะพยายามรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้สักเพียงใด ก็อาจจะไม่มีผลลัพธ์ที่ดี
ในตอนนี้ คำพูดของเฉินเจียวั่งทำให้หล่อนรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง และมีความมั่นใจในความรักครั้งนี้มากขึ้น
เฉินเจียวั่งเข้ามาใกล้หล่อนอย่างกะทันหัน แล้วจูบที่แก้มของหล่อนทีหนึ่ง “แน่นอนว่าสำคัญ”
เจียงอวี่เฟยที่ถูกจูบอย่างไม่ทันตั้งตัวรู้สึกทั้งหวานซึ้งและเขินอาย รีบมองไปรอบๆ “มีคนอยู่นะ นายระวังหน่อย”
………
ในวันต่อๆ มา ทั้งสองคนก็เริ่มเตรียมตัวสำหรับการไปเรียนต่อต่างประเทศในปีหน้า
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ลูกเลี้ยงได้แต่ตัวจริงๆ ค่ะ สักวันเขาก็ต้องออกจากอ้อมอกไปเติบโต ทำได้ดีที่สุดคือสนับสนุนเขากับคอยดึงสติไม่ให้ออกจากศีลธรรมน่ะแหละ
ไหหม่า(海馬)
………………..