ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 985 โดนสังคมให้บทเรียน
ตอนที่ 985 โดนสังคมให้บทเรียน
………………..
ตอนที่ 985 โดนสังคมให้บทเรียน
ในที่สุด วิทยาลัยเทคโนโลยีความงามและทรงผมเซี่ยเทียนก็เปิดเทอมตามที่ทุกคนรอคอย
เซี่ยอวี่ตั้งใจกลับมาจากกองถ่ายเพื่อมาสนับสนุนโรงเรียนของน้องชายและหลานสาว นอกจากนี้ยังมีผู้นำจากรัฐบาลเมืองและแผนกแรงงานของเมืองไห่เฉิงมาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง ตระกูลเฉินก็ออกมากันทั้งครอบครัว
แน่นอนว่ายกเว้นเฉินเจียซิ่ง
พิธีเปิดการศึกษาจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ หลินเซี่ยในฐานะอธิการบดีขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ เน้นย้ำถึงแนวโน้มการพัฒนาในอนาคตของโรงเรียน ทิศทางการจ้างงานของนักเรียน และแนะนำคณาจารย์ที่รับเข้ามาใหม่อย่างเป็นทางการ
แม้ว่าปัจจุบันโรงเรียนนี้จะมีเพียงสาขาวิชาความงามและการทำผมเท่านั้น และในภาคเรียนแรกมีนักเรียนเพียงร้อยกว่าคน แต่ทุกคนต่างมีความกระตือรือร้นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังต่ออนาคตการพัฒนาของโรงเรียน
หลินเซี่ยเองก็มีแผนการที่ลึกซึ้งกว่านั้น
ในอนาคตเธอจะไม่จำกัดอยู่แค่การเปิดสอนเพียงสาขาวิชาเดียว เมื่อมีการขยายอาคารเรียนในภายหลัง เธอจะเพิ่มสาขาวิชาอื่น ๆ ด้วย
ผู้นำเมืองได้ให้การสนับสนุนและยืนยันในการทำงานของพวกเขา นักข่าวจากสถานีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์เมืองไห่เฉิงก็ได้มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดภาคเรียนทั้งหมด
เฉินเจียซิ่งนั่งดูข่าวกลางวันในร้านถ่ายรูปเล็ก ๆ มองดูคนคุ้นเคยมากมายปรากฏตัวอย่างสง่างามบนหน้าจอโทรทัศน์…
เขามองดูหลินเซี่ยในชุดสูทสีขาว ผมยาวถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อย มือถือกระดาษบทพูด ยืนอยู่บนเวทีกล่าวสุนทรพจน์ด้วยเสียงที่ดังกังวานและชัดเจน
เซี่ยไห่และเซี่ยอวี่ยืนอยู่ข้างๆ เธอ รวมถึงพ่อของเขาและผู้นำเมืองก็กำลังปรบมือ
เฉินเจียซิ่งรู้สึกอึดอัดในใจ
เขารู้แค่ว่ารู้สึกเสียใจมาก เสียใจที่ไม่รู้จักประมาณตน คิดว่าเรียนรู้เทคนิคเพียงเล็กน้อยแล้วจะสามารถออกไปผจญภัยได้
ต้องยอมรับว่าเขาก้าวพลาดอีกครั้ง
เขาไม่เข้าใจว่าทำไม ทั้งๆ ที่ตัวเองมีความกระตือรือร้นเต็มเปี่ยม มีพลังในการทำงานอย่างเต็มที่ และมีความทะเยอทะยานอย่างมาก แต่ผลลัพธ์กลับทำให้เขาผิดหวังอยู่เสมอ
เขาเห็นเพื่อนร่วมงานจากสำนักข่าวที่เขาเคยสมัครงานเมื่อไม่นานมานี้ปรากฏตัวทางโทรทัศน์ กำลังถ่ายภาพและสัมภาษณ์อยู่ที่หน้างาน
เขาอดคิดไม่ได้ว่า หากเขาไม่ถูกสำนักข่าวไล่ออกอย่างไม่มีเหตุผล ถ้าเขายังทำงานอยู่ที่นั่น และบอกว่าผู้อำนวยการโรงเรียนที่เปิดใหม่นี้คือพี่สะใภ้ของเขา บางทีสำนักข่าวอาจจะมอบหมายงานถ่ายภาพสำคัญครั้งนี้ให้เขาก็ได้
เขาก็จะสามารถใช้ความสัมพันธ์ของตัวเองกับหลินเซี่ยเพื่อขอโอกาสสัมภาษณ์เธออย่างใกล้ชิด
หากเขาปรากฏตัวในฐานะช่างภาพของสำนักข่าวในพิธีเปิดภาคเรียน ทุกคนในครอบครัวรวมถึงหลินเซี่ยคงจะมองเขาด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป
น่าเสียดาย…
เขาโชคร้าย!
“เสี่ยวเฉิน กำลังเหม่ออะไรอยู่? มีลูกค้าเข้ามาแล้ว รีบไปต้อนรับสิ”
เฉินเจียซิ่งถูกเสียงของเจ้านายดึงกลับมาสู่ความเป็นจริง เขาเช็ดหน้าแล้วลุกขึ้น
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเพียงความฝันอันเลื่อนลอยของเขาเท่านั้น
สังคมนี้โหดร้ายยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
แม้ว่าเขาจะเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น อยากจะสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ แต่ความเป็นจริงก็ได้สอนบทเรียนให้เขา โลกใบนี้ไม่ได้ดำเนินไปตามความปรารถนาและเส้นทางที่เขาคาดหวัง
เขาไม่สามารถควบคุมความคิดและพฤติกรรมของผู้อื่นได้ เพราะว่าเขาไม่มีสิทธิ์มีเสียง!
เขาปรับสภาพจิตใจให้พร้อม ยิ้มต้อนรับลูกค้าที่เข้ามา สอบถามความต้องการในการถ่ายภาพ และนำตัวอย่างภาพถ่ายของร้านมาให้พวกเขาดู
มีเพียงช่วงเวลาที่กำลังถ่ายภาพให้ลูกค้า จับภาพรอยยิ้มของพวกเขา เขาถึงจะลืมสถานการณ์อันลำบากที่กำลังเผชิญอยู่ได้ชั่วคราว และจิตใจของเขาจึงจะได้รับความสงบสุขเพียงชั่วขณะ
………………………..
หลังจากโรงเรียนเปิดเทอม โจวลี่หรงก็ไปทำงานที่โรงเรียนพร้อมกับหลินเซี่ย
เพิ่งเปิดเทอม ค่าเล่าเรียนที่นักเรียนจ่าย รวมถึงใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็กองรวมกันอยู่
โจวลี่หรงเพิ่งเริ่มงานก็ยุ่งมาก ต้องจัดการลงทะเบียนบัญชีต่างๆ
หลินเซี่ยก็เช่นกัน ไม่มีเวลาดูแลบ้าน
แม่สามีลูกสะใภ้ทั้งสองคนเลิกงานก็ดึกมาก พวกเธอกินข้าวกันเล็กน้อยที่โรงอาหารของโรงเรียน
หลินเซี่ยบอกว่าจะไปเยี่ยมลูกที่บ้านเกิด และบอกให้โจวลี่หรงกลับบ้านเร็วๆ
เธอเรียกแท็กซี่ให้โจวลี่หรง และบอกให้โจวลี่หรงกลับไปพักผ่อน
แม้ว่าโรงเรียนเพิ่งเปิดเทอมและมีงานมากมาย อีกทั้งยังมีหลายอย่างที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ทุกคนก็ร่วมแรงร่วมใจมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คุณครูทุกคนก็ตั้งใจสอนอย่างจริงจัง
โดยรวมแล้วทุกอย่างกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดี
หลินเยี่ยนเคยพูดไว้ก่อนที่จะจากไปว่าตัวเองไม่ถนัดในการเป็นครูสอนหนังสือ ดังนั้น หลินเซี่ยจึงไม่ได้วางแผนให้หล่อนอยู่ในทีมครูผู้สอน
เธอตั้งใจว่าจะให้หยางหงเสียดูแลเรื่องร้านเช่าชุดแต่งงานหลังจากที่กลับมา
หลังจากที่โรงเรียนดำเนินไปอย่างมั่นคงและเป็นระเบียบแล้ว เธอจะเริ่มขยายกิจการของร้านถ่ายภาพชุดแต่งงาน
ชุนฟางกับหลินเยี่ยนจำเป็นต้องเป็นครูสอนวิชาปฏิบัติในโรงเรียน
เมื่อวันที่พวกหล่อนจะกลับมาใกล้เข้ามา โจวลี่หรงก็เริ่มมีเรื่องให้กังวลใจมากขึ้น หล่อนไม่รู้ว่าหยางหงเสียกลับมาแล้วจะรู้สึกอย่างไรเมื่อทราบว่าเฉินเจียซิ่งลาออกจากงาน และยังไม่ได้หางานที่เหมาะสม หล่อนจะผิดหวังกับเฉินเจียซิ่งมากแค่ไหน
แม้กระทั่งโจวลี่หรงยังคิดถึงผลลัพธ์ที่แย่ที่สุด…
เฉินเจียซิ่งไม่สามารถหย่าได้สองครั้ง!
หยางหงเสียเป็นคนอ่อนโยนใจดี มั่นคงและจริงจัง การได้แต่งงานกับภรรยาที่ดีขนาดนั้นถือเป็นโชคของเฉินเจียซิ่ง ถ้าเขาไม่สามารถรักษาโชคนี้ไว้ได้ ชีวิตนี้ของเขาก็จะพังพินาศ
แม้ปากจะบอกว่าไม่อยากยุ่งกับเฉินเจียซิ่ง แต่โจวลี่หรงคิดถึงเรื่องนี้แล้วก็นั่งไม่ติด
จากนั้นก็พบเฉินเจียซิ่งที่ร้านถ่ายรูปเล็กๆ บนถนนชิงเนี่ยน เขากำลังนั่งกินข้าวกลางวันจากกล่องอะลูมิเนียม
เมื่อเห็นโจวลี่หรงปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เฉินเจียซิ่งก็ชะงักทันที รีบวางกล่องข้าวลง ลุกขึ้นยืน มองหล่อนด้วยความตกใจและหวาดกลัว เอ่ยเสียงอ่อน “แม่ครับ ทำไมแม่มาที่นี่ล่ะครับ?”
โจวลี่หรงไม่พูดอะไร สีหน้าของหล่อนดำมืด ยกมือขึ้นและตบหน้าเขาทันที
ข้าวที่ยังไม่ทันกลืนในปากของเฉินเจียซิ่งกระเด็นออกมา
หล่อนกวาดตามองรอบร้านถ่ายรูป แล้วถามอย่างเคร่งเครียด “นี่คืองานที่สำนักข่าวที่แกพูดถึงหรือ?”
“แม่ครับ ผมขอโทษ” เฉินเจียซิ่งก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด
“พูดขอโทษกับฉันแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร?” โจวลี่หรงมองเขาด้วยความผิดหวัง พูดเสียงเย็นชา “แกทำให้ความไว้วางใจที่ทุกคนมีให้แกต้องสูญเปล่า ทำให้หงเสียที่ตั้งใจใช้ชีวิตอย่างจริงจังกับแกต้องผิดหวัง”
“แม่ครับ อย่าโกรธเลยนะครับ ผมจะทำงานนี้อีกแค่สองวันแล้วก็จะไม่ทำที่นี่อีก ผมจะหางานใหม่ครับ”
โจวลี่หรงได้ยินว่าเขายังคงจะหางานใหม่ หล่อนก็รู้สึกปวดหัวจี๊ด “แกเปลี่ยนงานบ่อยมาก แกเสพติดการหางานหรือยังไง?”
“แม่ครับ นี่ไม่ใช่ความผิดของผมจริงๆ เจ้านายไปตรวจที่โรงพยาบาลวันนี้ บอกว่าแขนบาดเจ็บค่อนข้างรุนแรง จะถ่ายรูปไม่ได้เป็นเวลานาน เขาต้องกลับบ้านเกิดไปพักฟื้น จึงต้องปิดร้านถ่ายรูปชั่วคราว”
“ผมตกงานโดยไม่ได้ตั้งใจครับ” เฉินเจียซิ่งรีบอธิบายด้วยความกลัวว่าโจวลี่หรงจะโกรธ “ที่สำนักพิมพ์ผมก็ทำงานได้ดีอยู่แล้ว ใครจะไปรู้ว่าพอพวกเขารู้ว่าผมสนิทกับซานเหย่ พวกเขาก็ไล่ผมออกเลย แม่ครับ นี่ไม่ใช่ความผิดของผมจริงๆ นะ”
โจวลี่หรงไม่สนใจฟังคำอธิบายที่ฟังดูไร้สาระของเขา ถามตรงๆ “หงเสียกำลังจะกลับมาแล้วใช่ไหม? แกจะทำยังไงล่ะ? ถ้าหล่อนเห็นสภาพแกแบบนี้ หล่อนคงไม่ให้อภัยแกแน่”
เฉินเจียซิ่งก้มหน้าด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยาก พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “แม่ครับ ผมก็ไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี ผมหลงผิดลาออกจากงานคิดจะทำเรื่องใหญ่ พอโดนสังคมสั่งสอนอย่างหนักถึงได้รู้ว่าผมไม่มีความสามารถขนาดนั้น การออกไปเผชิญโลกภายนอก แค่มีความกระตือรือร้นอย่างเดียวมันไม่พอ ต้องมีความสามารถจริงๆ ถึงจะประสบความสำเร็จได้ บางครั้งมีความสามารถก็ยังไม่พอ ยังต้องอาศัยโอกาสด้วย ตอนนี้ผมก็แค่คนมีความสามารถแต่ไม่มีโอกาส ชะตาชีวิตไม่ดี ไปไหนก็เจอแต่อุปสรรค”
โจวลี่หรง “!!!”
…………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
หาวิธีเอาตัวให้รอดนะเจียซิ่ง โดนสังคมให้บทเรียนแล้วก็ลองเปลี่ยนความคิด ตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดอย่าวอกแวก
ไหหม่า(海馬)
………………..