ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 984 การเตรียมพิธีเปิดภาคเรียน ....................
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
- ตอนที่ 984 การเตรียมพิธีเปิดภาคเรียน ....................
ตอนที่ 984 การเตรียมพิธีเปิดภาคเรียน
………………..
ตอนที่ 984 การเตรียมพิธีเปิดภาคเรียน
หลินเซี่ย โจวลี่หรง และหลิวกุ้ยอิงต่างจ้องมองไปที่หลินจินซานพร้อมกัน หลินจินซานรู้สึกอึดอัดจึงหันหน้าหนีไป
คุณแม่เซี่ยยิ้มแล้วเอ่ยว่า “นี่คือน้าโจวของเธอเอง ไม่ใช่คนนอก มีอะไรก็พูดออกมาสิ ทำไมถึงกลัวขนาดนี้ล่ะ?”
“ใช่แล้ว มีอะไรก็พูดออกมาเถอะ อย่ามัวแต่อ้ำอึ้งแบบนั้น อย่าคิดว่าน้าโจวของลูกเป็นคนนอกสิ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น”
หลิวกุ้ยอิงกลัวว่าโจวลี่หรงจะรู้สึกอึดอัดเพราะท่าทีของหลินจินซาน จึงยืนกรานให้หลินจินซานพูดสิ่งที่ยังไม่ได้พูดออกมา
ส่วนหลินเซี่ยสังเกตเห็นสีหน้าของหลินจินซานแล้วก็ดูเหมือนจะเดาอะไรบางอย่างได้ คนที่เขาเห็นนั้นต้องเกี่ยวข้องกับโจวลี่หรงแน่นอน
หลินจินซานแต่เดิมเมื่อเห็นโจวลี่หรงอยู่ที่นี่อย่างไม่คาดคิด ก็ตั้งใจจะหลบเลี่ยงประเด็น แต่เขาทนไม่ไหวที่แม่ของเขาคอยเร่งเร้าอยู่ตลอด อีกทั้งยังส่งสัญญาณทางสายตาให้เขา บอกให้ปฏิบัติกับโจวลี่หรงเหมือนคนในครอบครัว และพูดตรงๆ
หลินจินซานจึงจำใจต้องเอ่ยปาก
“ได้ ผมจะพูดละนะ”
ตัวเขาเองก็เป็นคนที่เก็บความลับไม่อยู่อยู่แล้ว พอคิดอีกที ก็ไม่มีอะไรที่พูดไม่ได้
เขากระแอมเบาๆ แล้วพูดว่า “ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก…แค่เห็นเฉินเจียซิ่งน่ะ”
พอหลินจินซานพูดจบ โจวลี่หรงก็เงยหน้าขึ้นมองเขาทันที แล้วถามว่า “จินซาน เธอเห็นเขาที่ไหน?”
หลังจากที่เฉินเจิ้นเจียงเตะเฉินเจียซิ่งสองที และกำชับทุกคนในบ้านไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องงานของเฉินเจียซิ่ง เฉินเจียซิ่งก็ปิดประตูดังสนั่นแล้วจากไป ตลอดหลายวันมานี้ก็ไม่ได้กลับบ้านเลย
พวกเขาไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับเฉินเจียซิ่งจริงๆ
โจวลี่หรงใช้เวลาช่วงนี้ทุ่มเทกับการทบทวนความรู้ด้านบัญชี แน่นอนว่าหล่อนก็ขี้เกียจที่จะดูแลเขาอีกต่อไป ลูกชายคนโตแต่งงานและย้ายออกไปแล้ว ในเมื่อเขาตัดสินใจลาออกและหางานใหม่ได้แล้ว พวกเขาก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งอีก ปล่อยให้เขาทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ
มีเพียงคนแก่สองคนในบ้านที่ยังคงเป็นห่วงเขาอยู่เสมอ พูดบ่นกังวลเรื่องของเขาทั้งวัน แม้กระทั่งไปที่บ้านของเฉินเจียซิ่งเพื่อไปดูเขา แต่ผลปรากฏว่าเฉินเจียซิ่งไม่อยู่บ้าน
ต่อมาคนแก่โทรหาเฉินเจียซิ่ง เขาบอกว่างานใหม่ค่อนข้างยุ่ง อีกสักพักจะกลับบ้านมาเยี่ยม
เมื่อได้ยินเฉินเจียซิ่งพูดทางโทรศัพท์ว่าที่ทำงานใหม่ให้ความสำคัญกับเขามาก ทุกวันยุ่งจนแทบไม่มีเวลาว่าง คนแก่ก็รู้สึกสบายใจขึ้น ไม่ว่าเขาจะลาออกหรือเปลี่ยนงานก็ตาม ขอเพียงแค่สามารถหางานใหม่ได้ ไม่ใช่เกียจคร้านเดินเตร่อยู่บนถนน นั่นก็ถือว่ากำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีแล้ว
หลินจินซานสบตากับโจวลี่หรง แล้วตอบว่า “น้าโจว ผมเห็นเขาที่ร้านถ่ายรูปเล็กๆ แถวถนนชิงเนี่ยน ดูเหมือนว่าเขากำลังช่วยถ่ายรูปให้ลูกค้าอยู่ในร้านนั้น”
“ร้านถ่ายรูปเหรอ? เขาไม่ได้ทำงานที่สำนักหนังสือพิมพ์หรือ? ทำไมถึงไปอยู่ที่ร้านถ่ายรูปล่ะ” หลินเซี่ยได้ยินข่าวนี้ก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน “พี่แน่ใจนะว่าไม่ได้มองผิด?”
“ไม่ได้มองผิดหรอก ฉันยังเข้าไปหาเขาด้วย เขากำลังช่วยถ่ายรูปให้ลูกค้าอยู่พอดี”
หลินจินซานอธิบาย “ได้ยินมาว่าเจ้าของร้านถ่ายรูปนั้นมือบาดเจ็บ ถือกล้องไม่ได้ เลยจ้างเฉินเจียซิ่งเป็นการชั่วคราว ถือว่าเป็นลูกจ้างชั่วคราวน่ะ”
“แล้วงานที่สำนักหนังสือพิมพ์ของเขาเป็นยังไงบ้าง? ยังทำอยู่หรือเปล่า?” หลินเซี่ยถามต่อ
หลินจินซานยักไหล่และส่ายหน้าอย่างไร้คำพูด “โดนไล่ออกแล้ว”
หลินเซี่ย “….”
โจวลี่หรงได้ยินข่าวเช่นนั้น สีหน้าหล่อนเปลี่ยนเป็นไม่สู้ดีอย่างเห็นได้ชัด มองหลินจินซานแล้วถามว่า “จินซาน เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอช่วยเล่ารายละเอียดให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม”
“ผมได้ยินเขาบอกมาคร่าวๆ ว่าการที่เขาถูกสำนักข่าวไล่ออกไม่ใช่ความผิดของเขา ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับจางซ่วน ผู้บริหารสำนักข่าวได้ยินมาว่าเขาเคยเป็นลูกศิษย์ของจางซ่วน ก็เลยไม่ยอมรับเขาเข้าทำงาน น่าจะเป็นเพราะจางซ่วนมีปัญหากับสำนักข่าว”
แต่หลินเซี่ยกลับไม่ได้แสดงความคิดเห็นคัดค้านใดๆ
จางซ่วนออกจากสำนักข่าวเมื่อปีที่แล้ว จริงๆ แล้วเป็นเพราะมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานหรือผู้บริหารที่นั่น ได้ยินเย่เชี่ยนเล่าว่าเพราะแนวคิดในการถ่ายภาพที่แตกต่างกัน ทำให้เขาเข้ากันไม่ได้กับช่างภาพอีกคนหนึ่ง จนเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง สุดท้ายเขาก็ถูกบีบให้ออกไป ไม่คิดว่าเฉินเจียซิ่งจะโชคร้ายถึงเพียงนี้
อย่างไรก็ตาม มาคิดดูก็น่าจะเป็นเพราะเขาปากโป้งเอง อวดโม้ว่าตัวเองเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ซานเหย่
โจวลี่หรงแม้จะพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองอย่างสุดความสามารถ ไม่อยากทำตัวไม่เหมาะสมต่อหน้าครอบครัวเซี่ย แต่อารมณ์ของหล่อนก็ยังได้รับผลกระทบอยู่ดี
หลินจินซานพูดแทนเฉินเจียซิ่งอย่างที่ไม่ค่อยเคยทำ “ผมรู้สึกว่าจริงๆ แล้วเจียซิ่งเป็นคนที่มีความคิดดีนะ พวกเราคุยกันมาเยอะ ฟังคำอธิบายของเขาแล้ว ผมก็เข้าใจการกระทำของเขา ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ก็เพราะเขามีความรับผิดชอบต่อครอบครัว อยากแบกรับภาระหนักในฐานะผู้ชาย เขาถึงได้อยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น แค่ความเป็นจริงมันไม่เป็นไปตามที่เขาหวังเท่านั้นเอง”
หลินจินซานบังเอิญเห็นเฉินเจียซิ่งทำงานชั่วคราวถ่ายรูปอยู่ในร้านถ่ายรูปเล็กๆ อันคับแคบ เขาจึงเยาะเย้ยอย่างไม่ไว้หน้า แต่ครั้งนี้เฉินเจียซิ่งไม่ได้โมโหฉุนเฉียว กลับเล่าความในใจให้หลินจินซานฟัง ทำให้หลินจินซานไม่เย้ยหยันเขาอีก
“พอเถอะ เราไม่พูดถึงเขาแล้ว พวกคุณก็ไม่ต้องกังวลมากนะ ผมคิดว่าการที่เขาไปถ่ายรูปที่ร้านนั่นก็ดีแล้ว สามารถฝึกฝนทักษะการถ่ายภาพได้ เรื่องนี้อย่าเพิ่งบอกภรรยาเขาก่อน รอให้หงเสียกลับมา ให้เจียซิ่งเล่าเองกับหล่อนดีกว่า”
พูดตามตรง หล่อนก็เหนื่อยใจ ไม่อยากกังวลเรื่องนี้อีก ไม่ว่าจะเป็นสำนักข่าวหรือร้านถ่ายรูปเล็กๆ ก็ล้วนเป็นทางเลือกของเขาเอง ในฐานะพ่อแม่ พวกเขาไม่มีกำลังจะไปแทรกแซงเขาอีกแล้ว
หลินเซี่ยก็ไม่คิดว่าเฉินเจียซิ่งจะลาออกจากร้านเช่าชุดแต่งงานอย่างมั่นอกมั่นใจ สาบานว่าจะสร้างกิจการให้ยิ่งใหญ่ แต่กลับต้องล้มเลิกเร็วขนาดนี้
สถานการณ์ของเฉินเจียซิ่งไม่ค่อยสู้ดีนัก ถ้าเขาหน้าด้านกลับมาอยากทำงานที่ร้านเช่าชุดแต่งงานต่อ เธอจะไม่ยอมเด็ดขาด
ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ เธอจะไม่เกรงใจเอาใบสัญญานั้นฟาดหน้าเขาทันที
“จินซานพูดถูก เรื่องนี้อย่าเพิ่งบอกหงเสียก่อน”
แม้ลูกชายของตัวเองจะไม่เอาไหน แต่โจวลี่หรงก็ยังเป็นห่วงในใจว่าถ้าหยางหงเสียที่อยู่ไกลถึงเซี่ยงไฮ้รู้เรื่องที่เฉินเจียซิ่งลาออก จะโกรธ และจะผิดหวังในตัวเฉินเจียซิ่งอย่างสิ้นเชิง
อาจถึงขั้นเรียนจบแล้วไม่ยอมกลับมาด้วยซ้ำ
“แม่ อย่ากังวลเลย นี่เป็นเรื่องของเฉินเจียซิ่งเอง ฉันไม่ใช่คนปากโป้งขนาดนั้นหรอก”
เมื่อโจวลี่หรงกลับถึงบ้าน หล่อนก็รู้กาลเทศะไม่กล้าพูดถึงเรื่องที่งานที่หนังสือพิมพ์ของเฉินเจียซิ่งล่มไปต่อหน้าเฉินเจิ้นเจียง
ทุกคนในครอบครัวอาจจะผิดหวังกับเฉินเจียซิ่งมากเกินไป นอกจากบ่นถึงลูกชายคนรองเป็นครั้งคราว คนอื่นๆ ก็เหมือนตกลงกันว่าจะไม่พูดถึงเขาเลย
แน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่มีเวลาและพลังงานมาใส่ใจเรื่องนี้ เฉินเจิ้นเจียง โจวลี่หรง และเฉินเจียวั่ง นอกจากจะยุ่งในงานของตัวเองแล้ว พวกเขาก็ยุ่งกับการช่วยหลินเซี่ยเตรียมตัวเปิดโรงเรียน
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ได้งานแม้จะชั่วคราวก็ดีกว่าเตะฝุ่นละนะ ถือว่านายเลือกเองนะเจียซิ่ง
ไหหม่า(海馬)
………………..