ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 979 เข้าใจในสารรูปของตัวเองอย่างถ่องแท้
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
- ตอนที่ 979 เข้าใจในสารรูปของตัวเองอย่างถ่องแท้
ตอนที่ 979 เข้าใจในสารรูปของตัวเองอย่างถ่องแท้
………………..
ตอนที่ 979 เข้าใจในสารรูปของตัวเองอย่างถ่องแท้
คุณแม่เซี่ยได้ยินเสียงของหลานสาวแล้วอารมณ์ดีขึ้นในที่สุด หลี่เหม่ยเฟิ่งและเย่เจิ้งหัวก็คุยกับนางสองสามประโยค อธิบายสถานการณ์ทางฝั่งพวกเขา เย่เจิ้งหัวบอกว่ารออีกไม่กี่วันเซี่ยอวี่ก็จะถ่ายทำเสร็จแล้ว และจะได้กลับบ้านพักผ่อนสักพัก
คุณแม่เซี่ยฟังคำอธิบายของพวกเขาจบ อารมณ์ก็เริ่มดีขึ้นบ้าง กำชับเย่เจิ้งหัวกับหลี่เหม่ยเฟิ่งให้ดูแลสุขภาพของเซี่ยอวี่ให้ดี ให้ระวังเรื่องอาหารการกินด้วย เพราะหล่อนเพิ่งคลอดลูกไม่นาน อย่าให้ร่างกายทรุดโทรมเพราะการทำงาน
เย่เจิ้งหัวและหลี่เหม่ยเฟิ่งก็รับปากทันที บอกว่าจะทำอาหารบำรุงให้เซี่ยอวี่ทุกวัน ขอให้แม่ยายวางใจ
หลี่เหม่ยเฟิ่งชวนให้แม่ยายคุยกับเซี่ยอวี่อีกสักพัก แต่คุณแม่เซี่ยกลับบอกว่าขี้เกียจคุยด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อหลินเซี่ยเห็นคนแก่พูดประโยคนี้ ดวงตาของนางก็เริ่มมีน้ำตาคลอ เสียงเริ่มสั่นเครือ
คุณย่าคิดถึงลูกสาวมาก แต่ไม่อยากให้เซี่ยอวี่รู้ จึงได้แต่แข็งกร้าวไม่ยอมพูดคุยกับเธอ
หลินเซี่ยเห็นว่าท่าทางของหญิงชราดูไม่ค่อยดีแล้ว จึงรับโทรศัพท์มา และคุยกับเซี่ยอวี่เรื่องงานสองสามประโยค ก่อนจะวางสาย
หลินเซี่ยไม่ได้กลับบ้านในคืนนั้น เซี่ยไห่ก็ไม่ได้กลับมาเช่นกัน มีเพียงเฉินเจียเหอที่โทรมาถามว่าต้องการให้ไปหาหรือไม่ หลินเซี่ยก็บอกกลับว่าคืนนี้จะพักที่บ้านเกิดไม่กลับบ้านแล้ว
เธอได้ยินเสียงของเฉินเจียเหอที่ฟังดูเมามายเล็กน้อย คงจะดื่มไปไม่น้อยเหมือนกัน
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเซี่ยจัดการดูแลเด็กๆ เรียบร้อยแต่เช้าตรู่ แล้วก็ออกจากบ้านไป
ตอนเช้าเธอตั้งใจจะแวะไปที่โรงเรียน จึงถือโอกาสกลับบ้านด้วย อยากดูว่าเฉินเจียเหอสร่างเมาแล้วหรือยัง
พอเข้าประตูบ้านมา ก็เห็นเฉินเจียเหอกำลังถือผ้าขี้ริ้วกำลังทำความสะอาดบ้าน บนโต๊ะกาแฟยังมีขวดเหล้าตั้งอยู่ ทั้งยังมีเปลือกเมล็ดแตง ก้นบุหรี่ กระจายรอบๆ โต๊ะเป็นวงกลม
จานอาหารบนโต๊ะยังวางระเกะระกะ ในห้องยังมีกลิ่นเหล้าที่ยังไม่จางหาย หลินเซี่ยที่ได้กลิ่นฉุนถึงกับต้องยกมือขึ้นมาโบกไล่กลิ่นโดยไม่รู้ตัว
“เซี่ยเซี่ย คุณกลับมาแล้วเหรอ ผม…ผมยังเก็บกวาดไม่เสร็จเลย”
เฉินเจียเหอได้ยินเสียงประตูเปิดแล้วตกใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเห็นภรรยาเดินเข้ามา สีหน้าของเขาก็ดูตึงเครียดเล็กน้อย ราวกับกลัวว่าเธอจะโกรธ เขามองเธออย่างระมัดระวังพลางอธิบาย
ท้ายที่สุดตอนนี้ก็ใกล้จะ 8 โมงเช้าแล้ว แต่สภาพบ้านยังคงเละเทะไปหมด
หลินเซี่ยรู้สึกขบขันเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของเฉินเจียเหอ
เธอมองชายหนุ่มที่ไม่กล้าสบตาเธอ กำลังรีบเก็บจานชามอย่างรวดเร็ว มุมปากของเธอกระตุกเล็กน้อย
ปกติแล้วเธอก็เป็นคนมีเหตุผลและรู้กาลเทศะนะ แค่เขาดื่มเหล้ามื้อเดียวจำเป็นต้องกลัวขนาดนี้เลยหรือ?
เพื่อแสดงว่าตัวเองไม่ได้โกรธ หลินเซี่ยจึงหยิบไม้กวาดขึ้นมา มองไปทางเขาแล้วถามว่า “ไม่เป็นไร ฉันจะช่วยคุณกวาดบ้านด้วย เมื่อคืนพวกเขากลับกันดึกใช่ไหม?”
“อืม…”
เฉินเจียเหอมองไปที่ห้องของหู่จือแวบหนึ่งแล้วตอบว่า “พี่เป่ากับเจิ้งอวี่กลับไปแล้ว อารองยังไม่กลับ เขาพักอยู่ที่นี่”
“พักที่นี่เหรอ?” หลินเซี่ยฟังคำพูดของเฉินเจียเหอแล้วทำสีหน้าแปลกๆ อารองช่างไม่ถือว่าตัวเองเป็นคนนอกจริงๆ
“พี่เป่าและคนอื่นๆ กลับไปตอนเช้ามืด พอคุณโทรมาบอกว่าไม่กลับบ้าน อารองก็เลยไปพักที่ห้องของหู่จือ ผมเป็นห่วงหากเขายังต้องกลับไปที่ห้องเต้นรำในสภาพแบบนั้น แต่ถ้ากลับบ้านเขาเอง ผมก็กลัวว่าเขาจะรบกวนการพักผ่อนของพวกคุณ”
เฉินเจียเหอไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เมื่อคืนเซี่ยไห่ดื่มหนักมากจนสุดท้ายยืนไม่อยู่และเดินไม่ไหว
ฟางจิ้นเป่าและลู่เจิ้งอวี่ก็ดื่มไม่น้อย เขาจึงโทรหาหลินจินซาน ให้หลินจินซานขับรถของเซี่ยไห่ไปส่งพวกเขากลับบ้าน
เซี่ยไห่ตอนนั้นมีอารมณ์ค่อนข้างฮึกเหิม ไม่ยอมไปไหนทั้งสิ้น บอกว่าจะดื่มกับเขาอีกสองแก้ว สุดท้ายเหล้าที่เหลือครึ่งขวดก็ถูกเขากับเซี่ยไห่ดื่มจนหมด เซี่ยไห่ดึงตัวเขาไว้ ทั้งคุยถึงอดีตและฝันถึงอนาคต สรุปคือเมื่อเซี่ยไห่ดื่มมาก เขาก็มีเรื่องมากมาย พูดจาไม่หยุด ซึ่งคนทั่วไปรับมือไม่ไหวแน่นอน
สุดท้าย เซี่ยไห่ก็นอนลง ก่อนนอนเขาตั้งนาฬิกาปลุกให้ตัวเอง ผลคือเพิ่งจะลุกขึ้นมาทำความสะอาด หลินเซี่ยก็กลับมาพอดี
หลินเซี่ยคุยกับเฉินเจียเหอเสียงดังไปหน่อย จึงปลุกเซี่ยไห่ให้ตื่นขึ้น
พอเขาได้ยินเสียงหลานสาว ก็รู้ทันทีว่าควรรีบลุกขึ้น
เซี่ยไห่ในสภาพผมยุ่งเหยิงเหมือนรังนกหาวหวอดขณะเดินออกมาจากห้องของหู่จือ ขยี้ตาแล้วถามว่า “ตอนนี้กี่โมงแล้ว? เซี่ยเซี่ยกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
หลินเซี่ยเพิ่งเก็บของเสร็จ กำลังจะทิ้งขวดเหล้า เห็นสภาพน่าสังเวชของเซี่ยไห่ แล้วจึงเอ่ยปากว่า “อารอง ตอนนี้เกือบแปดโมงแล้ว คุณนี่ไม่เกรงใจคนอื่นเลยนะ ดื่มหนักจนเมาพับหลับไม่รู้เรื่อง ดูสิหน้าคุณบวมไปหมดแล้ว คุณอายุมากแล้วควรดื่มให้น้อยลงหน่อย ตอนนี้อัตราการเผาผลาญของคุณช้าลงแล้ว ดื่มครั้งนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองวันถึงจะฟื้นตัว”
เมื่อได้ยินหลินเซี่ยบอกว่าหน้าของเขาบวม เซี่ยไห่ก็ตกใจ ไม่พูดอะไรมาก รีบวิ่งไปที่ห้องน้ำเพื่อส่องกระจก
พอได้เห็น เขาก็ตกใจกับสภาพของตัวเอง
ร้องอุทานว่า “พระเจ้า หน้าฉันทำไมบวมขนาดนี้? เส้นเลือดในตาก็แดงน่ากลัวมาก วันนี้ฉันนัดกับลินดาว่าจะไปเยี่ยมกองถ่ายและเอาของไปให้พวกเขา แต่สภาพฉันเป็นแบบนี้จะออกไปข้างนอกได้ยังไง?”
ไม่เพียงแต่ใบหน้าจะบวม ทรงผมของเขาก็ยุ่งเหยิง ปกติแล้วเขาเป็นคนมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเองมาก และค่อนข้างหลงตัวเอง คิดว่าแม้จะถึงวัยกลางคนก็ยังเป็นคุณลุงผู้หล่อเหลา แต่ตอนนี้เมื่อมองดูสภาพที่ย่ำแย่มากในกระจก เขาต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้าย
คำพูดที่ว่า “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” นั้นมีเหตุผลอย่างยิ่ง
ภาพลักษณ์ปกติของเขาย่อมมีการแต่งเติมบ้าง
ถ้าเขาไม่ใช่เจ้านายผู้มีเงินและเวลาว่าง แต่ต้องทำงานหนักเหมือนคนทั่วไป ด้วยหน้าตาแบบนี้ของเขาก็ไม่ถือว่าเป็นหนุ่มหล่อหรือผู้ชายหน้าตาดีอะไรเลย
เซี่ยไห่ก็ไม่เกรงใจ อาบน้ำเป่าผมเสียที่นี่ แล้วโทรหาหลินจินซาน ให้เขาขับรถซานทาน่ามาให้โดยตรง
เมื่อจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย รอจนกระทั่งตัวเองดูสดใสเปล่งปลั่งอีกครั้ง เซี่ยไห่จึงลูบผมของตัวเองอย่างพอใจ แล้วเตรียมตัวจะออกไป “ฉันไปละ ฉันต้องไปซื้อของไปส่งที่กองถ่าย ถ้าช้าไปอีกนิด วันนี้ฉันตายแน่”
เขาจำเป็นต้องไปจัดหาของตามรายการช็อปปิ้งที่ลินดาเขียนให้ ถ้าไปช้า ไม่เพียงแต่จะผ่านด่านลินดาไม่ได้ พี่สาวของเขาก็จะไม่ปล่อยเขาไปด้วย
หลินเซี่ยส่งเขาถึงหน้าประตู กำชับด้วยความห่วงใย
“อารอง ค่อยๆ นะ คุณเวียนหัวไหม? ไม่งั้นให้พี่ชายฉันขับรถไปส่งคุณดีกว่าไหม”
เขาดื่มจนถึงตี 4 ถึงได้เข้านอน พูดตามตรงก็คือฤทธิ์แอลกอฮอล์ยังไม่หมดไปเสียทีเดียว เขาไม่กล้าขับรถคนเดียวจริงๆ
พอเซี่ยไห่ไป เฉินเจียเหอก็พูดกับหลินเซี่ยว่า “เซี่ยเซี่ย คุณอย่าโกรธนะ ต่อไปจะไม่มีการมั่วสุมแบบนี้ที่บ้านอีก เมื่อคืนอาจเป็นเพราะทุกคนอารมณ์ค่อนข้างเปลี่ยนแปลง ก็เลยปล่อยตัวไปหน่อย”
เฉินเจียเหอถูพื้น มือยังถือไม้ถูพื้นอยู่ เขามองภรรยาแล้วอธิบายอีกครั้ง
“ฉันเข้าใจค่ะ เห็นได้ชัดว่าพวกพี่เป่ากับเจิ้งอวี่ต่างภูมิใจในตัวคุณมาก พวกเขาสละเวลามาร่วมฉลองให้คุณด้วยตัวเอง ฉันก็รู้สึกซาบซึ้งมากแล้ว การมีสหายพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวกันแบบนี้ถือเป็นโชคของคุณ ฉันรู้ว่าพวกคุณมีความสัมพันธ์แบบพร้อมแลกด้วยชีวิต จะเป็นไปได้อย่างไรที่ฉันจะโกรธเพียงเพราะพวกคุณดื่มเหล้าที่บ้าน? ถ้าอย่างนั้นคุณก็ดูถูกฉันเกินไปแล้ว และยังไม่รู้จักฉันเลย”
หลินเซี่ยพูดจบก็แกล้งทำโกรธ ห่อปากจ้องเขา
“ผมรู้แล้วว่าภรรยาผมเป็นคนว่านอนสอนง่ายและใจกว้างมาก” เฉินเจียเหอรู้สึกโล่งใจขึ้นในที่สุด เขาลูบหัวเธอเบาๆ แล้วพูดเสียงนุ่มนวลว่า “นั่งพักก่อนนะ ผมจะทำความสะอาดให้เสร็จเดี๋ยวนี้ ถ้าคุณจะไปโรงเรียนเดี๋ยวผมจะไปด้วย”
หลินเซี่ยได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจแล้วพูดว่า “โอ้ ในที่สุดก็มีคนไปเป็นเพื่อนแล้ว ดีใจจัง”
แม้ว่าปกติเธอจะมีเพื่อนร่วมงานมากมายในที่ทำงาน และมักจะอยู่กับเซี่ยไห่บ่อยๆ เพื่อปรึกษาหารือกัน แต่ความรู้สึกที่มีเฉินเจียเหออยู่เคียงข้างเธอนั้นแตกต่างออกไปเสมอ
เฉินเจียเหอพักผ่อนเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ช่วงเวลาแบบนี้หาได้ยากมาก หลังจากผ่านไปไม่กี่วันนี้เขาก็จะต้องทุ่มเทให้กับงานใหม่อีกครั้ง ตอนนั้นก็จะเป็นการออกจากบ้านแต่เช้าและกลับดึก ไม่ได้เจอใครทั้งวัน
เฉินเจียเหอไปเดินดูรอบโรงเรียนกับเธอ พอเห็นรายละเอียดบางอย่างที่ต้องปรับปรุง ทั้งสองคนก็จดลงในสมุดบันทึก วางแผนที่จะเพิ่มเติมและจัดการในภายหลัง
อาคารเรียนได้รับการปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กำลังทำการจัดภูมิทัศน์และปรับพื้นถนนในบริเวณโรงเรียน
หลินเซี่ยบอกว่าต้องการจ้างผู้ดูแลหอพักและพนักงานทำความสะอาด เธอกำลังลังเลว่าจะหาคนรู้จักหรือไปประกาศรับสมัครจากภายนอก
ข้อเสนอของเฉินเจียเหอคือ สำหรับพนักงานทำความสะอาดอาจจะลองดูที่บริษัทแม่บ้าน ส่วนผู้ดูแลหอพักควรหาคนรู้จักที่รู้ที่มาที่ไปดีจะดีที่สุด
บุคลิก อารมณ์ และคุณธรรมต้องเชื่อถือได้ ไม่เช่นนั้นในภายหลังถ้าผู้ดูแลหอพักเผด็จการเกินไป จะไม่เป็นผลดีต่อการอยู่ร่วมกับนักเรียน
หลินเซี่ยเห็นด้วยกับคำพูดของเฉินเจียเหอ เธอลูบคางครุ่นคิดอย่างหนัก จะไปหาผู้ดูแลหอพักที่รู้จักกันดีได้จากที่ไหน?
สำหรับผู้ดูแลหอพักชาย เธอตั้งใจจะให้เซี่ยไห่ไปหา ส่วนฝั่งหอพักหญิงเธอต้องมองหาเอง
เฉินเจียเหอจูงมือเธอออกมาจากโรงเรียน จู่ๆ ก็นึกถึงคนหนึ่งขึ้นมาได้ “เซี่ยเซี่ย ผมคิดว่าพี่หลิวน่าจะเหมาะกับตำแหน่งผู้ดูแลหอพักนะ”
“พี่หลิว?” หลินเซี่ยได้ยินคำพูดของเขา สีหน้าก็กระจ่างขึ้นเล็กน้อย “ใช่แล้ว พี่หลิวเกษียณก่อนกำหนดแล้ว ตอนนี้หล่อนอยู่บ้านว่างๆ พวกเราไปถามหล่อนกัน ถ้าหล่อนยินดีรับงานนี้ พวกเราก็จ้างหล่อนได้”
พี่สาวหลิวมีอายุราวห้าสิบปี เป็นคนมีน้ำใจ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้าน เป็นผู้หญิงที่มีจิตใจดี
หลินเซี่ยก็ยินดีเชิญหล่อนมาด้วยเช่นกัน
เฉินเจียเหอพูดว่า “ได้ ส่วนแม่บ้านเราไปดูที่บริษัทจัดหางานกัน เราจ้างมาสักสองคน”
“ดี งั้นตอนนี้เราไปกันเลย”
พวกเขาสืบทราบมาว่าในเมืองไห่เฉิงมีบริษัทจัดหางานแห่งหนึ่งที่มีขนาดใหญ่พอสมควร ที่นี่มีคนให้เลือกนับร้อย มีทั้งสาวจากชนบทที่เข้ามาทำงานในเมืองเป็นแม่บ้าน และผู้หญิงวัยกลางคนที่เรียบง่าย
ครั้นได้ยินว่าโรงเรียนกำลังรับสมัครพนักงานทำความสะอาด หลายคนต่างก็คาดหวังอย่างมากที่จะได้งานนี้ สุดท้ายหลินเซี่ยก็เลือกผู้หญิงวัยกลางคนสองคนที่อายุประมาณสี่สิบปี
เมื่อได้ทำสัญญากับบริษัทแม่บ้านแล้ว สัปดาห์หน้าก็จะสามารถเข้าทำงานได้ โดยจะมาทำความสะอาดล่วงหน้า
ยุ่งวุ่นวายจนถึงช่วงบ่าย ทุกอย่างก็เรียบร้อยพร้อมแล้ว
หลินเซี่ยบอกว่าจะไปดูที่ร้านเช่าชุดแต่งงาน พรุ่งนี้มีคู่บ่าวสาวคู่หนึ่งจะแต่งงาน ตอนเช้าจะมาแต่งหน้า เธอต้องไปจัดการล่วงหน้าให้ช่างแต่งหน้าสาวสองคนในร้าน เตรียมอุปกรณ์แต่งหน้าและชุดแต่งงานที่ต้องใช้ให้พร้อม เพื่อไม่ให้เสียเวลาในตอนเช้า
ถ้าเป็นหลินเยี่ยนกับหยางหงเสีย เธอไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องพวกนี้เลย แต่ตอนนี้ในร้านมีเพียงลูกมือที่เพิ่งจบการฝึกงาน ยังขาดประสบการณ์ เธอในฐานะเจ้าของร้านจำเป็นต้องลงมือทำเองและควบคุมทุกรายละเอียดอย่างใกล้ชิด
พวกเขาเพิ่งเข้ามา ก็พบว่าเฉินเจียซิ่งอยู่ที่นั่นด้วย
วันนี้เขามีนัดถ่ายภาพพรีเวดดิ้งให้กับคู่บ่าวสาวคู่หนึ่ง ตอนนี้ถ่ายภาพเสร็จแล้ว แต่ดูเหมือนจะมีปัญหาในการสื่อสารกับอีกฝ่ายและมีความเห็นที่ขัดแย้งกัน ในตอนนี้ทั้งเฉินเจียซิ่งและคู่บ่าวสาวจึงมีสีหน้าที่ดูไม่ดีเลย
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
พี่ไห่ยมมาก พาจินซานไปด้วยเถอะค่ะ สภาพพี่ดูไม่ไหวแล้วนะถ้าต้องทำอะไรคนเดียว
เจียซิ่งทะเลาะอะไรกับลูกค้าอีกล่ะไหหม่า(海馬)
………………..