ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 977 ในที่สุดก็ถึงคราวที่หล่อนจะได้ดูแลหลานชายบ้าง
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
- ตอนที่ 977 ในที่สุดก็ถึงคราวที่หล่อนจะได้ดูแลหลานชายบ้าง
ตอนที่ 977 ในที่สุดก็ถึงคราวที่หล่อนจะได้ดูแลหลานชายบ้าง
………………..
ตอนที่ 977 ในที่สุดก็ถึงคราวที่หล่อนจะได้ดูแลหลานชายบ้าง
เซี่ยเหลยรู้สึกสงสัยว่าโจวลี่หรงเป็นมืออาชีพหรือเป็นแค่มือสมัครเล่น
ถ้าเป็นมือสมัครเล่น เขาก็ตั้งใจจะเกลี้ยกล่อมหลินเซี่ย ให้เธอคำนึงถึงภาพรวมเป็นสำคัญ
โรงเรียนเพิ่งเปิดใหม่ ไม่ควรรับคนเข้ามาทำงานแบบสุ่มสี่สุ่มห้าเพียงเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว
หลินเซี่ยอธิบายว่า “คุณพ่อคะ ฉันเองก็เพิ่งรู้เมื่อวานนี้เองว่าแม่สามีฉันเคยทำงานเป็นนักบัญชีมาก่อน หล่อนมีประสบการณ์ด้านบัญชีมาหลายปี หากให้จัดการบัญชีง่ายๆ ของโรงเรียนเราก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ
“ตอนนี้ฉันยังหาคนที่เชื่อถือได้ไม่เจอ ก็เลยคิดว่าจะให้แม่สามีมาช่วยก่อน ส่วนฉันจะค่อยๆ มองหาคนที่เหมาะสมและไว้ใจได้ แล้วค่อยส่งมอบงานให้กับแม่สามีในภายหลัง แม่สามีก็เต็มใจรับงานนี้มาก หล่อนทำงานละเอียดรอบคอบและมีประสบการณ์ ฉันคิดว่าในช่วงเตรียมงานนี้ คนในครอบครัวน่าจะไว้ใจได้มากกว่า”
“ดีแล้วล่ะ ในเมื่อแม่สามีลูกเคยทำงานใหญ่มาก่อน หล่อนก็ดูน่าเชื่อถือกว่าคนนอกที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยมากทีเดียว ให้หล่อนทำไปก่อนแล้วกัน ลูกไม่ต้องกังวลเรื่องเสี่ยวหู แค่มอบให้แม่กับย่าช่วยดูแลก็พอ ดูสิ ตอนนี้พวกหล่อนทั้งสองคนไม่มีอะไรทำก็เหงาพอสมควร มีเด็กอยู่ด้วยน่าจะครึกครื้นขึ้นหน่อย”
เซี่ยเหลยให้หลิวกุ้ยอิงออกจากร้านอาหาร ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้หล่อนได้พักผ่อนอยู่บ้านและอยู่เป็นเพื่อนคุณย่า
“ใช่แล้ว แม่กับย่าอยู่บ้านเฉยๆ ทั้งวันไม่รู้จะทำอะไร พ่อของลูกก็ไม่ให้แม่ไปร้านอาหาร เมื่อวานแม่กับย่าตั้งใจจะไปเยี่ยมอาหญิงกับเสี่ยวเย่จือ แต่ได้ยินว่าครอบครัวอาเขยพาเสี่ยวเย่จือไปอยู่ที่กองถ่ายของอาหญิงแล้ว พวกเรากลัวจะไปรบกวนการถ่ายทำปกติของอาหญิง ก็เลยไม่ได้ไป ไม่ได้เจอกันหลายวันก็คิดถึงพวกเขาจริงๆ คุณย่าอยู่บ้านทั้งวันคงเบื่อแย่แล้ว”
เมื่อก่อนคุณแม่เซี่ยกังวลเรื่องการแต่งงานของลูกๆ กลัวว่าลูกสาวจะแต่งงานไม่ออก และยังกังวลว่าเสี่ยวอวี่จะไม่สามารถมีลูกได้
ตอนนี้ลูกสาวแต่งงานแล้วและมีลูกน้อย เนื่องจากงานค่อนข้างยุ่ง จึงกลับบ้านเกิดแบบนับครั้งได้ ตอนนี้คุณย่าแทบจะไม่ได้เจอหน้าลูกสาวและหลานสาวเลย อยู่บ้านทั้งวันก็รู้สึกเศร้าใจ
ทุกวันถอนหายใจด้วยความเสียดาย เริ่มคิดถึงช่วงเวลาที่ลูกสาวยังไม่ได้แต่งงานออกไป
เมื่อก่อนเสี่ยวอวี่เสร็จงานเมื่อใด อย่างน้อยจะกลับมาบ้านของตัวเอง
ตอนนี้คุณแม่เซี่ยก็หวังว่าเสี่ยวไห่กับลินดาจะแต่งงานเร็วๆ และให้กำเนิดหลานชายคนโต นางเข้าใจแล้วว่าคำพูดที่ว่า “ลูกสาวที่แต่งงานออกไปก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป” นั้นไม่ได้ไร้เหตุผล เด็กๆ ล้วนเป็นของครอบครัวอื่น
คุณปู่คุณย่าของคนอื่นยังหนุ่มสาว พวกเขาสามารถดูแลเด็กๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่จำเป็นต้องให้เธอผู้เป็นกระดูกแก่มาช่วยเลย
แน่นอนว่าหลิวกุ้ยอิงเองก็รู้สึกเบื่อหน่าย หล่อนอยากเจอหลานชาย แต่เด็กอยู่ที่บ้านตระกูลเฉิน หล่อนก็ไม่สะดวกที่จะไปเยี่ยมบ่อยๆ
วันนี้หลินเซี่ยในที่สุดก็บอกว่าจะให้หล่อนช่วยดูแลเด็กทั้งสองคน หลิวกุ้ยอิงรู้สึกสบายใจขึ้นในทันที
หลินเซี่ยพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “แม่คะ หู่จือปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว ฉันวางแผนว่าจะพาพวกเขากลับไปพักที่บ้านเราสักสองสามวันในวันนี้หรือพรุ่งนี้ ตอนกลางวันฉันต้องออกไปทำงาน แม่กับหู่จือลองอยู่ด้วยกันตามลำพังก่อน ให้เขาปรับตัวสักสองสามวัน”
หลิวกุ้ยอิงดีใจขึ้นมาทันที “ได้เลย งั้นแม่จะไปทำความสะอาดห้องให้พวกเธอก่อน”
คุณแม่เซี่ยได้ยินข่าวนี้ก็ดีใจไม่แพ้กัน พอหลิวกุ้ยอิงทำความสะอาดห้องเสร็จ นางก็จะลากหลิวกุ้ยอิงไปที่ร้านค้าเพื่อซื้อขนมและของเล่นให้เด็กๆ
นอกจากนี้ยังซื้อชุดนอนหมีน้อยสุดเท่ให้กับหลานชายสุดที่รักทั้งสองคนคนละหนึ่งชุด
เฉินเจียเหอได้พักผ่อนประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้วก็ต้องทุ่มเทให้กับงานใหม่อีกครั้ง รถไฟด่วนพิเศษรุ่นใหม่เริ่มให้บริการแล้ว พวกเขายังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ร่วมมือกับแผนกรถไฟเพื่อตรวจสอบว่าการทำงานของระบบต่างๆ ของรถไฟเป็นปกติหรือไม่
เขาและเพื่อนร่วมงานต้องผลัดกันไปเข้าเวรตรวจสอบบนรถไฟ
ฟางจิ้นเป่ารับผิดชอบการซ่อมบำรุงรถไฟในแผนกรถไฟ พวกเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลรักษารถไฟรุ่นใหม่ เขาตื่นเต้นและดีใจมากกว่าใครๆ เพราะนี่คือรถไฟที่สหายน้องชายของเขารับผิดชอบในการวิจัยและผลิต
ทีมช่างซ่อมบำรุงของพวกเขาถูกส่งไปที่โรงงานรถไฟในเมืองไห่เฉิง เพื่อทำความคุ้นเคยกับโครงสร้างและการบำรุงรักษารถไฟรุ่นใหม่
ฟางจิ้นเป่าเฝ้ารอทุกวันที่จะได้กลับมาฉลองกับสหายน้องชาย ในที่สุดเขาก็ได้โอกาสนี้ หลังจากเลิกเรียนที่โรงงานรถไฟ เขาก็รีบซื้อเหล้ามาแล้วรีบไปที่บ้านของเฉินเจียเหอทันที อีกทั้งยังใส่ใจไปซื้ออาหารมาหลายอย่างจากร้านอาหารเพื่อกินแกล้มเหล้า
“สหายน้องชายของฉัน นายทำให้ฉันภูมิใจจริงๆ”
ฟางจิ้นเป่าส่งเสียงดัง เฉินเจียเหอถูกเขากอดไว้ไม่ยอมปล่อย ประกอบกับอากาศร้อนจัด ทำให้เฉินเจียเหอร้อนจนหายใจไม่ออก
“พี่เป่า เชิญนั่งเถอะครับ”
“ดูสิ ฉันเอาเหล้ามาด้วย วันนี้ฉันจะดื่มกับนายให้ได้ จะขอดื่มอวยพรนายสักแก้ว”
เฉินเจียเหอสังเกตเห็นขวดเหล้าสองขวดและอาหารแกล้มเหล้าที่ห่อมาในมือของฟางจิ้นเป่า เขาก็รู้สึกไม่พอใจ
“พี่ฟางมาบ้านผมนะ แถมยังนำเหล้าและอาหารมาเองอีก นี่มันดูถูกผมเกินไปแล้ว”
“ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อแสดงความเคารพนายไม่ใช่หรือ?”
ฟางจิ้นเป่าพูดกับเฉินเจียเหอว่า “น้องสะใภ้คงยุ่ง ฉันเลยห่ออาหารมาด้วย จะได้ไม่ต้องให้หล่อนเข้าครัวในวันที่อากาศร้อนจัดแบบนี้”
หลินเซี่ยออกมาจากห้องนอน เห็นฟางจิ้นเป่าก็ทักทาย รีบรับถุงอาหารแกล้มเหล้าจากมือเขาแล้วเข้าครัวไป
“รีบโทรหาพวกเหล่าเซี่ยกับเสี่ยวลู่สิ ตอนนี้น่าจะว่างกันทั้งนั้นแหละ พวกเรามาก๊งเหล้ากันสักมื้อดีกว่า”
เฉินเจียเหอโทรหาเซี่ยไห่ เมื่อเซี่ยไห่ได้ยินว่าฟางจิ้นเป่ามา เขาก็รีบมาทันที พร้อมกับลู่เจิ้งอวี่ที่มาด้วยกัน
เฉินเจียเหอเห็นลู่เจิ้งอวี่ที่ไม่ได้เจอกันนาน ก็ตกใจ “ทำไมนายก็กลับมาด้วยล่ะ?”
ลู่เจิ้งอวี่ตอบว่า “พี่เฉิน พวกเราได้ยินว่ารถไฟรุ่นใหม่ที่พี่วิจัยและผลิตได้เปิดใช้งานแล้วก็ดีใจมาก ไม่กี่วันก่อนผมก็อยากกลับมา แต่ติดงานที่เมืองหนานเฉิงเลยยังไปไหนไม่ได้ ตอนนี้ผมเพิ่งเสร็จงานที่นั่น แล้วพี่เป่าบอกว่าจะมาดูงานที่โรงงานรถของพวกคุณ ผมก็เลยรีบกลับมาด้วย”
ได้ยินว่าลู่เจิ้งอวี่ตั้งใจมาเพื่อตัวเอง เฉินเจียเหอรู้สึกซาบซึ้งใจ “ขอบใจนะ!”
“พี่เฉิน พวกเราจะเกรงใจอะไรกัน ในฐานะสหายพี่น้อง พวกเราภูมิใจในตัวพี่มาก พี่เฉิน พวกคุณเก่งมากๆ” ลู่เจิ้งอวี่มองเฉินเจียเหอด้วยสายตาเหมือนแฟนคลับตัวน้อย
พวกเขาในฐานะเพื่อนสนิทของเฉินเจียเหอรู้สึกภูมิใจและดีใจจากก้นบึ้งของหัวใจ
“เจิ้งอวี่ ทำไมนายถึงไปทำงานที่เมืองหนานเฉิงล่ะ?” ฟางจิ้นเป่าถามเขา “เกิดอะไรขึ้นกับนายน่ะ? ไปเมืองหนานเฉิงแล้วเรื่องแฟนจะทำยังไง?”
เขามองไปทางห้องครัว แล้วเข้าไปใกล้ลู่เจิ้งอวี่ ถามเสียงเบา “แล้วคุณหลินเยี่ยนล่ะ? พวกนายสองคนเลิกกันแล้วเหรอ? นายไปเมืองหนานเฉิงก็ต้องอยู่ห่างกันไม่ใช่เหรอ? ถึงจะมีไฟรักอยู่บ้าง พอแยกกันก็คงดับไปแล้วสิ”
น้ำเสียงของฟางจิ้นเป่าแฝงไปด้วยความน้อยใจ เซี่ยไห่มองหน้าหยาบกร้านที่มีเคราเฟิ้มของเขาแล้วพูดเสียงเรียบ “ถ้านายรู้สึกผิดขนาดนั้น ก็ไปหาคนอื่นแนะนำให้เขาสิ เขาตามนายไปทำงานรถไฟมาหลายปีแล้วก็ยังไม่มีแฟนเหมือนกันไม่ใช่หรือ?”
ฟางจิ้นเป่าระเบิดอารมณ์ “นั่นมันปัญหาของฉันเหรอ นั่นมันปัญหาของสภาพแวดล้อมต่างหาก จะมาโทษฉันทำไม ก่อนหน้านี้ฉันก็เป็นห่วงเรื่องส่วนตัวของเขาจนแทบบ้า ถ้าไม่ใช่เพราะเขาหาเมียไม่ได้บนรถไฟ เขาจะมาหานายเหรอ”
“พี่เป่า อย่าตะโกนใส่พี่ไห่เลยครับ” ลู่เจิ้งอวี่รีบอธิบาย “เสี่ยวเยี่ยนไปฝึกอบรมที่เซี่ยงไฮ้แล้ว ไม่ได้อยู่ที่เมืองไห่เฉิง”
“การเข้าอบรม?” ฟางจิ้นเป่าประหลาดใจ “ช่างแต่งหน้าก็ต้องเข้าอบรมด้วยหรือ?”
ลู่เจิ้งอวี่อธิบายให้เขาฟัง “แน่นอนสิครับ ทำอะไรก็ต้องเข้าอบรมเรียนรู้ทั้งนั้น เหมือนกับพวกคุณนั่นแหละ รุ่นของรถไฟมีการอัพเดทเปลี่ยนแปลง พวกคุณในฐานะช่างซ่อมบำรุงก็ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับสมรรถนะและโครงสร้างของรถไฟ ช่างแต่งหน้าก็เหมือนกัน การแต่งหน้าและทรงผมก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย มีความรู้ลึกซึ้งอยู่ในนั้นเยอะเลยนะ”
“จริงหรือ? งั้นฉันคงความรู้น้อยไปหน่อย”
หลินเซี่ยเดินออกมาจากห้องครัว ฟางจิ้นเป่ามองไปที่เธอ ตาเป็นประกาย แล้วถามอย่างจริงจัง
“น้องสะใภ้ วันนี้ผมผ่านมาทางโรงงานรถไฟ ได้ยินมาว่าตึกใหญ่โตหรูหราหลังนั้นเป็นโรงเรียนที่เธอสร้างขึ้นมา นี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?”
ถึงตอนนี้ฟางจิ้นเป่าก็ยังไม่อยากเชื่อว่า เพียงแค่ไม่ได้พบกันครึ่งปี หลินเซี่ยก็สร้างโรงเรียนขึ้นมาได้
นี่มันเก่งเกินไปแล้ว
“พี่เป่า มันเป็นโรงเรียนที่ฉันกับอารองร่วมกันเปิดน่ะค่ะ” หลินเซี่ยไม่ลืมที่จะประชาสัมพันธ์โฆษณา “ถ้าคุณมีคนรู้จักที่เป็นคนหนุ่มสาวอยากเรียนเกี่ยวกับความงามและการทำผม สามารถแนะนำให้มาเรียนเทคนิคที่โรงเรียนของพวกเราได้นะคะ”
ฟางจิ้นเป่าตอบรับอย่างกระตือรือร้น “ได้เลย เดี๋ยวฉันจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้”
หลินเซี่ยนำกับแกล้มมาวางบนโต๊ะ และผัดอาหารร้อนอีกสองจาน
“เจียเหอ พวกคุณดื่มกันไปเถอะ ฉันจะกลับไปดูลูกๆ หน่อย ฉันกลัวว่าแม่กับย่าจะดูแลเจ้าตัวป่วนสองคนนั้นไม่ไหว”
เฉินเจียเหอเดินเข้ามาใกล้ พูดเสียงนุ่มนวลว่า “ผมจะไปส่งคุณ”
“ไม่ต้องหรอก ฉันขี่มอเตอร์ไซค์ไปเอง เหล่าสหายพี่ชายมาเพื่อฉลองให้คุณโดยเฉพาะ คุณควรมีน้ำใจหน่อย”
เซี่ยไห่กินอาหารไปพลางถอนหายใจ “รีบไปเถอะ ถ้าไม่รีบไปจัดการพวกเขา เจ้าหนูสองคนนั้นคงรื้อบ้านพังแน่”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ลูกชายทั้งคู่อยู่ในวัยกำลังซนพอดีเลย ทางบ้านแม่มีสีสันมากแน่ๆ
ไหหม่า(海馬)