บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 1010 คนคุ้นเคยปรากฏตัว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
  4. ตอนที่ 1010 คนคุ้นเคยปรากฏตัว
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 1010 คนคุ้นเคยปรากฏตัว

………………..

ตอนที่ 1010 คนคุ้นเคยปรากฏตัว

เมื่อพวกเขามาถึงคลินิกแพทย์แผนจีน เอ้อร์เลิ่งกำลังขนของและจัดเรียงสมุนไพรอยู่ในลานบ้าน

สมุนไพรที่เพิ่งส่งมาวันนี้ต้องจัดเก็บเข้าตู้ยา หลังจากที่คลินิกขยายกิจการ คนไข้ก็มีมากขึ้น เอ้อร์เลิ่งจึงต้องตั้งใจเรียนแพทย์ ดังนั้นทางคลินิกแพทย์แผนจีนจึงรับลูกมือมาช่วยจ่ายยาอีกคน

หลังจากสมุนไพรมาถึง เอ้อร์เลิ่งก็ยังคงตรวจสอบด้วยตัวเองอย่างละเอียด ถ้าไม่ยุ่ง เขาจะจัดเรียงด้วยตัวเองจึงจะวางใจ

เอ้อร์เลิ่งทำงานอย่างจริงจังและตั้งใจ แต่ตอนนี้เมื่อเขาเห็นเฉินเจียเหอกับหลินเซี่ย ใบหน้าของเขาก็เปล่งรอยยิ้มสดใสทันที เอ่ยปากด้วยความยินดี “ต้าเหอ พี่สะใภ้ ทำไมพวกคุณถึงมาล่ะ?”

“วันนี้ฉันหยุด พวกเราเลยมาเยี่ยมนายกับคุณปู่เย่”

“ฉันกำลังจะทำงานเสร็จพอดี เชิญเข้ามาเลย”

เอ้อร์เลิ่งสั่งงานลูกมือเสร็จแล้ว ก็พาเฉินเจียเหอกับหลินเซี่ยเข้าไปในห้องโถงอย่างร่าเริง

คุณปู่เย่เพิ่งตื่นจากงีบกลางวัน เมื่อเห็นเฉินเจียเหอกับหลินเซี่ยที่ไม่ได้พบกันนาน ก็รู้สึกดีใจมาก

ทุกครั้งที่พวกเขามา จะนำชามาฝากคุณปู่เย่ และทุกครั้งที่เปลี่ยนฤดู หลินเซี่ยก็จะตัดเสื้อผ้าให้คุณปู่เย่ หรือไม่ก็ซื้อเสื้อผ้าใหม่มาให้

นั่งอยู่ครึ่งค่อนวันแล้ว คุณปู่เย่ก็ไม่เห็นหลินเซี่ยเอาเสื้อผ้าใหม่มาให้เสียที จึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เซี่ยเซี่ย คราวนี้เธอไม่ได้ทำเสื้อผ้าใหม่ให้ฉันเหรอ? ดูสิ ปลายแขนเสื้อของฉันขาดหมดแล้ว”

เมื่อได้ยินคำพูดของคุณปู่เย่ หลินเซี่ยก็รู้สึกเขินอาย รีบอธิบายว่า “คุณปู่เย่คะ ความจริงฉันทำเสื้อกันหนาวใหม่ให้คุณปู่แล้วนะคะ แต่วันนี้พวกเรามาดูแลอาสะใภ้รองขณะออกจากโรงพยาบาล เลยไม่ได้เอามา อีกไม่กี่วันฉันจะเอามาให้คุณปู่นะคะ”

“งั้นก็ได้”

คนแก่ก็เหมือนเด็กน้อย

หลินเซี่ยรู้ว่าสิ่งที่คุณปู่เย่ขาดไม่ใช่เสื้อผ้า แต่เป็นความรักและความเอาใจใส่

ผู้เฒ่าล้วนต้องการความเอาใจใส่และให้ความสำคัญจากคนรุ่นหลัง

ครั้งนี้เธอมาเยี่ยมโดยไม่ได้นำเสื้อผ้ามาให้ ทำให้ผู้เฒ่ารู้สึกว่าเธอไม่ให้ความสำคัญกับเขาในฐานะผู้สูงอายุอีกต่อไป

ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามเธอ

คุณปู่เย่พูดกับเฉินเจียเหอว่าเอ้อร์เลิ่งเรียนแพทย์อย่างจริงจังและขยันมาก ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางก็ตื่นมาท่องตำราแพทย์แล้ว ตำรับยาที่ต้องจำก็ท่องจนคล่อง ตอนนี้ไม่มีอะไรที่จะทำให้เขาสอบตกได้เลย

คุณปู่เย่พอใจในผลงานของเอ้อร์เลิ่งมาก และยืนยันถึงความพยายามของเขาด้วย

“เอ้อร์เลิ่งตอนนี้ยุ่งมากขนาดนี้ ไม่มีเวลาคบหาแฟนหรือครับ?” เฉินเจียเหอมองเอ้อร์เลิ่งแล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม

คุณปู่เย่เอ่ยปากขึ้นว่า “จะไม่มีเวลาได้ยังไง? ฉันไม่ใช่นายทุนเอาเปรียบคนหรอกนะ พวกเราก็ไม่ได้มีคนไข้ฉุกเฉินที่ต้องช่วยชีวิตมากมายขนาดนั้น ปกติแล้วเขามีเวลาว่างค่อนข้างมากนะ”

แต่เอ้อร์เลิ่งที่ไม่มีแฟนไม่มีครอบครัวกลับเอาเวลาว่างทั้งหมดไปอ่านตำราแพทย์และศึกษาวิชาแพทย์แทน

คุณปู่เย่นึกอะไรบางอย่างได้ ดวงตาก็สว่างวาบขึ้น “เจียเหอ ทำไมเธอถามอย่างนั้นล่ะ? หรือว่าเธอเจอหญิงสาวที่เหมาะสมกับเอ้อร์เลิ่งแล้ว?”

เฉินเจียเหอเบนสายตาไปทางหลินเซี่ยเป็นเชิงให้เธอพูดแทน

หลินเซี่ยยิ้มและเอ่ยกับเอ้อร์เลิ่ง “เอ้อร์เลิ่ง ฉันเจอผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง พวกเราคิดว่าผู้หญิงคนนั้นเหมาะสมกับนายมากเลย ถ้านายมีเวลาก็มาเจอกับหล่อนสักวันหนึ่งเถอะ ไปช็อปปิ้งไปดูหนังด้วยกันอะไรแบบนี้”

เมื่อเอ้อร์เลิ่งเห็นว่าหลินเซี่ยกำลังแนะนำแฟนให้เขา เขาก็เกาหัวอย่างอึดอัดใจและพูดว่า “พี่สะใภ้ ช่วงนี้ผมยุ่งมาก คงไม่มีเวลา เรื่องนี้ไว้ค่อยพูดกันทีหลังนะ”

หลินเซี่ยไม่เชื่อคำแก้ตัวของเขาักนิด “คุณปู่เย่บอกแล้วว่านายก็ไม่ได้ยุ่งจนไม่มีเวลาชีวิตส่วนตัว นายก็แค่หาเวลาไปเจอกัน ถ้ารู้สึกถูกใจก็ว่ากันอีกที”

“ผม…” เอ้อร์เลิ่งทำหน้าลังเลและลำบากใจ

“เธอจะอะไรอีก?” คุณปู่เย่มองด้วยสายตาเคร่งขรึมและดุว่า “เซี่ยเซี่ยแนะนำแฟนให้เธอถือว่าเป็นเรื่องดีมากเลยนะ หมายความว่าไง? ไม่เต็มใจเหรอ? ฝ่ายหญิงตกลงจะชอบเธอหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย ยังมาวางท่ากันอยู่ได้”

เอ้อร์เลิ่งก้มหน้าต่ำ “อาจารย์ ผมไม่ได้วางท่าอะไร ผมแค่ยังไม่อยากพิจารณาเรื่องอื่น ตอนนี้ผมอยากตั้งใจเรียนแพทย์ก่อน”

คุณปู่เย่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เธอก็อายุสามสิบแล้วนะ ตอนนี้ยังไม่คิด แล้วตอนที่อดคิดไม่ได้ มันอาจจะไม่มีที่เหมาะสมแล้วเข้าใจไหม? บางคนพลาดแล้วก็คือพลาดตลอดชีวิต เธออยากจะเหมือนฉันที่ต้องอยู่อย่างเดียวดายจนบั้นปลายชีวิตเหรอ?”

ตอนที่คุณปู่เย่พูดนั้น แววตาเศร้าสร้อยเผยออกมาอย่างเห็นได้ชัด

แต่เอ้อร์เลิ่งกลับไม่เข้าใจความหวังดีของผู้ใหญ่ เขาพึมพำ “อาจารย์ ผมคิดว่าถ้าเหมือนท่านก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายนี่ นั่นก็ไม่เลวเลยไม่ใช่เหรอ?”

คุณปู่เย่มองชายหนุ่มหัวทื่อราวท่อนไม้แล้วก็เอ็ดจริงจังว่า “ถ้าเธอยังไม่รู้จักคิดอีก ฉันจะไล่เธอออกจากสำนัก”

เมื่อได้ยินดังนั้น เอ้อร์เลิ่งก็ตกใจจนตัวสั่นและยอมแพ้ทันที “ได้ครับ พี่สะใภ้ ช่วงนี้คลินิกเรามีคนไข้เยอะ ขอผมผ่านช่วงนี้ไปก่อนแล้วจะไปพบได้ไหมครับ?”

หลินเซี่ยยิ้มพลางตอบ “ได้สิ ขอแค่นายยอมเจอ จะเจอช้าหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก”

“ถ้าเขาไม่ยอม ฉันจะจับเขาไปส่งเอง”

หลังคุณปู่เย่ได้กล่าวคำพูดขึ้น หลินเซี่ยก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้น

เฉินเจียเหอพยายามโน้มน้าวและให้คำแนะนำกับเอ้อร์เลิ่ง หวังว่าเขาจะมีชีวิตที่มีความสุขเป็นของตนเอง ไม่ใช่แค่หมกมุ่นกับการเรียนแพทย์ ต้องมีทั้งการงานและครอบครัว จึงจะถือว่าประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

ตามที่คุณปู่เย่ว่าไว้ บางคนพลาดไปหมายถึงพลาดไปตลอดชีวิต

ถึงอย่างไรก็ควรคว้าโอกาสไว้

เฉินเจียเหอยังพูดถึงพ่อแม่ของเอ้อร์เลิ่ง หวังว่าเขาจะคิดถึงพ่อแม่ที่อายุมากแล้ว อย่าให้พวกท่านต้องกังวลมากนัก

เอ้อร์เลิ่งดูเหมือนจะคล้อยตามคำพูดของเฉินเจียเหอ เขาพยักหน้าอย่างจริงใจ “ต้าเหอ ฉันเข้าใจแล้ว รอให้ฉันว่างก่อนแล้วจะไปเจอกัน”

ในที่สุดก็ทำให้เอ้อร์เลิ่งเปลี่ยนความคิดได้ หลินเซี่ยกับเฉินเจียเหอจึงบอกลากลับบ้าน

พรุ่งนี้เฉินเจียเหอต้องไปเดินทางไกล ไปครั้งนี้ก็เป็นเวลาหนึ่งเดือน คราวนี้พวกเขาไปไกลกว่าปกติ เป็นการจัดการของหน่วยงานที่ต้องไปตรวจสอบและประเมินเส้นทางรถไฟที่เพิ่งสร้างเสร็จในพื้นที่ห่างไกลในประเทศ

สองคนกลับบ้านแต่หัวค่ำเพื่อจัดกระเป๋าเดินทางให้เฉินเจียเหอ เนื่องจากฤดูหนาวอากาศหนาวเย็น การออกไปข้างนอกต้องเตรียมเสื้อผ้าหนาๆ จึงต้องบรรจุของใส่กระเป๋าเดินทางให้เต็ม หลินเซี่ยถึงจะวางใจได้

ส่วนที่คลินิกแพทย์แผนจีน ตั้งแต่เอ้อร์เลิ่งถูกคุณปู่เย่และคนอื่นๆ สั่งให้ไปดูตัว เขาก็กลายเป็นคนที่มีเรื่องกังวลใจมากมาย

เขาจัดสรรเวลาของตัวเองอย่างแน่นขนัดทุกวัน แม้แต่ตอนที่ไม่มีอะไรทำ ก็จะกวาดพื้นรดน้ำในลานบ้าน ไม่หยุดพักเลยแม้แต่นาทีเดียว

บนใบหน้าของเขาก็ไม่มีความยินดีเหมือนคนหนุ่มสาวคนอื่นๆ ที่กำลังจะได้มีคู่และมีความรัก

คุณปู่เย่เห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา แต่ก็ไม่ได้สนใจเขา

คนที่คุ้นเคยกับเอ้อร์เลิ่งต่างก็รู้ว่าเขาเคยผ่านอะไรมาบ้าง

บางทีแม้จะผ่านไปสิบปีแล้ว ความเจ็บปวดในใจของเขาก็ยังไม่ได้รับการเยียวยา

แม้ว่าเขาจะเคยเป็นบ้าไปครั้งหนึ่งจนตอนนี้กลับมามีสติสัมปชัญญะเป็นปกติอีกครั้ง แต่บาดแผลที่ฝังลึกในใจนั้นยังคงซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ ไม่เคยลืมเลยแม้แต่วินาทีเดียว

คุณปู่เย่ก็รู้ว่าในใจของเขาอาจจะยังซ่อนหญิงสาวที่ชื่อเสี่ยวเจินคนนั้นอยู่

แม้ว่าหล่อนจะทรยศเขาก็ตาม

นั่นคือคนรักคนแรกของเขา และเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขาเคยรักมาจนถึงทุกวันนี้

ไม่ว่าจะรักหรือเกลียด หัวใจของเขาก็ยังคงมีผู้หญิงคนนั้นอยู่เสมอ

เมื่อนับเวลาดู ลูกของผู้หญิงที่ชื่อเสี่ยวเจินคนนั้นก็น่าจะมีอายุไล่เลี่ยกับหู่จือแล้ว

น่าเศร้าที่เอ้อร์เลิ่งยังไม่สามารถปล่อยวางได้

หรือพูดอีกอย่างก็คือ เขาไม่ใช่ว่าไม่ได้ปล่อยวาง แต่เพราะถูกทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง จนไม่สามารถรักใครอีกต่อไป

เขากลัวที่จะเผชิญหน้ากับความรู้สึกใหม่อีกครั้ง กลัวที่จะถูกทำร้ายอีก

คนไข้ที่คลินิกมีมาไม่ขาดสาย ทุกวันจะมีคนไข้ใหม่มาที่คลินิก

เมื่อชื่อเสียงของคลินิกแพทย์แผนจีนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็มักจะมีคนไข้จากต่างถิ่นมาด้วยชื่อเสียงของคลินิก

วันนี้ คุณปู่เย่เดินทางไปเยี่ยมเหลนสาวที่บ้าน ซึ่งที่คลินิกก็มีเอ้อร์เลิ่งกับลูกมือที่เรียนรู้การปรุงยา

ผู้เฒ่าเย่มอบอำนาจให้เอ้อร์เลิ่ง หากมีคนไข้มา สามารถให้เอ้อร์เลิ่งตรวจดูก่อนได้ ถ้าเอ้อร์เลิ่งไม่แน่ใจ เขาจึงจะออกมาดูเอง

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เอ้อร์เลิ่งวินิจฉัยและสั่งยาให้คนไข้แล้ว จำเป็นต้องให้เขาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

ดังนั้นวันนี้ที่ผู้เฒ่าเย่ไม่อยู่ เอ้อร์เลิ่งจึงต้องทำหน้าที่ตรวจรักษา

เขารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะมีคนไข้มาตรวจ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกกังวลด้วย

ตอนเช้ามีเพียงคนไข้เก่าไม่กี่คนมารับยา พอถึงเที่ยง ขณะที่เอ้อร์เลิ่งกำลังอ่านตำราแพทย์อยู่ในห้อง ลูกศิษย์ก็เข้ามาเรียกเขา บอกว่ามีคนไข้มาตรวจ ให้เอ้อร์เลิ่งออกไปดู

เอ้อร์เลิ่งวางตำราแพทย์ลง สวมรองเท้าและเดินออกจากห้อง

เมื่อมาถึงลานบ้าน เขาก็เห็นหญิงวัยกลางคนแต่งตัวเรียบง่าย ผมมัดหางม้า กำลังเข็นรถเข็นชายร่างผอมแห้งที่ดูแข็งทื่อไปมาในลานบ้าน

เอ้อร์เลิ่งมองดูหญิงที่เข็นรถเข็น รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

“หมอเฉินของพวกเรามาแล้วครับ” ลูกศิษย์แนะนำพวกเขา

“หมอเฉิน? พวกเรามาหาหมอเฒ่าเย่นะ” หญิงคนนั้นพูดภาษากลางสำเนียงมาตรฐาน เมื่อเห็นหมอหนุ่มที่ออกมา ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวังของเธอก็ฉายแววผิดหวังขึ้นมา

เอ้อร์เลิ่งแนะนำตัว “ผมเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เย่”

“ข้างนอกหนาว เข้าบ้านกันก่อนเถอะ เราค่อยๆ ดูกัน”

เนื่องจากคนไข้ที่มาตรวจส่วนใหญ่มีปัญหาในการเคลื่อนไหว ดังนั้นทางเข้าห้องตรวจจึงถูกออกแบบให้ไร้สิ่งกีดขวาง เพื่อให้รถเข็นสามารถเข็นเข้าไปได้อย่างสะดวก

ลูกมือช่วยถือห่อของที่อยู่ในมือของหญิงคนนั้น ส่วนเอ้อร์เลิ่งก็ช่วยเข็นรถเข็นอย่างกระตือรือร้น

หญิงคนนี้พันผ้าพันคอปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งไว้ แต่ดวงตาคู่นั้นดูเหนื่อยล้า ราวกับว่าเดินทางมาไกลมาก

เพียงแต่ เมื่อเอ้อร์เลิ่งรับรถเข็นจากมือของหล่อน สายตาของเขาบังเอิญสบกับดวงตาของหล่อนโดยไม่ตั้งใจ ทำให้สีหน้าของเขาชะงักไปเล็กน้อย

อารมณ์ของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างผิดปกติอย่างยิ่ง

แต่เขาก็พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง แล้วเข็นรถเข็นเข้าไปในห้องตรวจ

จากนั้นเขาก็มองหญิงคนนั้นอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว

ตอนนี้หญิงคนนั้นได้ถอดหมวกบนศีรษะออกแล้ว เผยให้เห็นใบหน้าทั้งหมด

เมื่อเอ้อร์เลิ่งมองเห็นใบหน้าของหล่อนอย่างชัดเจน มือที่เขากำลังจะใช้จับชีพจรของชายคนนั้นก็สั่นโดยไม่สามารถควบคุมได้

ทั้งร่างของเขาราวกับกลายเป็นหินยืนอยู่ตรงนั้น ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

………………………………………………………………………………………………………………………

สารจากผู้แปล

เอ้อร์เลิ่งเจอคนรักเก่าหรือเปล่านะ จะผ่านกำแพงด่านนี้ไปได้ไหม

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1010 คนคุ้นเคยปรากฏตัว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน