ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 1007 ตระกูลหลิวเริ่มกัดกันเอง
ตอนที่ 1007 ตระกูลหลิวเริ่มกัดกันเอง
………………..
ตอนที่ 1007 ตระกูลหลิวเริ่มกัดกันเอง
เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้โหยหวนของแม่หลิวจื้อหมิง ก็ไม่มีใครอยากจะขึ้นไปห้ามทะเลาะ
แต่กลับมีคนยืนอยู่ชั้นล่างชี้นิ้วไปทางบ้านของพวกเขาด้วยความสะใจ
ด่าว่าคนตระกูลหลิวไม่ใช่คน
ครอบครัวนี้สามารถขายหลานของตัวเองได้ ช่างไร้ความเมตตาเสียจริง
เด็กเล็ก ๆ จะไม่มีทางโกหกอย่างแน่นอน การที่หนีออกมาและวิ่งมาที่หมู่บ้านเพื่อแจ้งข่าวให้หวังกุ้ยเฟิน ก็แน่นอนว่าต้องได้ยินคำพูดของพวกค้ามนุษย์มา
เด็กยังเล็กอยู่ ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ไม่รู้ว่าการมาที่นี่อาจเป็นอันตราย แต่กลับยังวิ่งมาแจ้งข่าวให้หวังกุ้ยเฟินเพื่อช่วยน้องสาวของตัวเอง
เสิ่นเสี่ยวอวี้มองเห็นร่างสูงใหญ่กำยำในฝูงชน เธอวิ่งตรงไปหาเขาทันที
จากนั้นก็กอดขาของชายคนนั้นไว้แน่น
“คุณปู่คะ ขอถามหน่อยได้ไหมคะ คุณช่วยหนูได้ไหม? มีลุงตำรวจคนหนึ่งบอกว่าถ้ามีเรื่องอะไรให้ตามหาพวกเขา แต่หนูไม่รู้ว่าจะตามหายังไง คุณช่วยให้ลุงตำรวจมาช่วยน้องสาวของหนูได้ไหมคะ อย่าให้น้องสาวของหนูถูกย่ากับพ่อขายเหมือนหนูเลยนะคะ”
เจียงกั๋วเซิ่งกับหวังซิ่วฟางเพิ่งกลับมาถึงหมู่บ้านที่พักอาศัยก็เจอกับเหตุการณ์นี้เข้าพอดี พวกเขายังไม่ทันได้ตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ถูกเด็กหญิงตัวน้อยเข้ามากอดขาร้องไห้ขอร้องให้ช่วยตามหาตำรวจ
เจียงกั๋วเซิ่งเงยหน้ามองไปยังเพื่อนบ้านที่กำลังมุงดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ
มีคนเห็นว่าเจียงกั๋วเซิ่งมีสีหน้างุนงง จึงมีน้ำใจอธิบายให้เจียงกั๋วเซิ่งฟังถึงตัวตนของเสิ่นเสี่ยวอวี้
เจียงกั๋วเซิ่งกับหวังซิ่วฟางได้ยินคำพูดของเพื่อนบ้านแล้วก็ตกตะลึง ก้มมองเด็กหญิงที่กอดขาตัวเองอยู่ แล้วเอ่ยปากอย่างไม่อยากเชื่อว่า “หนูเป็นลูกสาวของเสิ่นอวี้อิ๋งหรือ? คือเด็กทารกที่เซี่ยหลานอุ้มมาเมื่อหลายปีก่อนน่ะหรือ?”
เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เซี่ยหลานอุ้มเด็กหญิงคนนี้มาส่งที่บ้านตระกูลหลิวในหมู่บ้านที่พักอาศัย ก็เป็นภาพเหตุการณ์แบบเดียวกับวันนี้เพื่อนบ้านจำนวนมากมารวมตัวกันดูเหตุการณ์อย่างสนุกสนาน
หวังกุ้ยเฟินก็เลยทะเลาะวิวาทกับครอบครัวหลิวเพราะเรื่องนี้
เวลาผ่านไปเกือบห้าปี เด็กคนนี้กลับมาหาถึงที่บ้านด้วยตัวเอง
ที่แท้หล่อนก็ถูกครอบครัวหลิวขายไป
ครอบครัวนี้ช่างไร้มนุษยธรรมจริงๆ
เจียงกั๋วเซิ่งรีบหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาทันที โทรไปที่แผนกรักษาความปลอดภัยของโรงงานเครื่องจักร ให้พวกเขาไปแจ้งความที่สถานีตำรวจข้างโรงงาน
เจียงกั๋วเซิ่งก้มตัวลง แกะมือเล็กๆ อันเย็นชืดของเสิ่นเสี่ยวอวี้ที่กอดขาของเขาแน่น พูดว่า “หนูน้อย ไม่ต้องกลัวนะ ตำรวจจะมาเร็วๆ นี้แล้ว เดี๋ยวมีอะไรก็บอกตำรวจนะ”
ส่วนทางด้านแม่หลิวก็หลุดพ้นจากเงื้อมมือของลูกสะใภ้ผู้ดุร้าย หล่อนวิ่งลงบันไดพร้อมกับร้องไห้ตะโกน
“ช่วยด้วย มีคนทำร้าย ฉันกำลังจะถูกตีตาย!”
ผมเผ้าหล่อนยุ่งเหยิง บนใบหน้ามีรอยข่วนหลายแห่ง ดูท่าทางอเนจอนาถ
หวังกุ้ยเฟินอุ้มลูกสาวที่ร้องไห้ตกใจตามลงมาด้านหลัง ปากก็ด่าทอไม่หยุด ท่าทางยังไม่หายแค้น
พอแม่ของหลิวจื้อหมิงมาอยู่ตรงหน้าเพื่อนบ้าน หล่อนก็เริ่มร้องไห้กล่าวโทษการกระทำชั่วร้ายของหวังกุ้ยเฟิน
แต่ก็ไม่มีใครสนใจหล่อนเลย ทุกคนต่างมีท่าทีสนใจแค่อยากดูเรื่องวุ่นวาย
เสิ่นเสี่ยวอวี้เห็นแม่หลิวแล้ว ก็รีบกอดขาของเจียงกั๋วเซิ่งอีกครั้ง กลัวว่าตัวเองจะถูกพาไป
เจียงกั๋วเซิ่งรู้สึกถึงความหวาดกลัวของเสิ่นเสี่ยวอวี้ เขาจึงพูดว่า “หนู อย่ากลัวนะ ตำรวจจะมาถึงในไม่ช้า จะมีคนมาปกป้องเธอเอง”
แม่หลิวตั้งใจจะไปที่ที่ทำงานของหลิวจื้อหมิงเพื่อไปฟ้องเขา แต่หวังกุ้ยเฟินขวางไว้ไม่ให้หล่อนไป
หวังกุ้ยเฟินไม่ยอมให้แม่หลิวไปฟ้องหลิวจื้อหมิงเด็ดขาด ยายแก่คนนี้ทุกครั้งที่มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็จะไปฟ้องลูกชาย หลิวจื้อหมิงไม่แยกแยะถูกผิด ฟังแต่คำพูดของแม่ พอกลับมาก็ทะเลาะกับหล่อน
วันนี้หล่อนจะไม่ยอมให้ยายแก่ไปพูดจาเหลวไหลเด็ดขาด
หวังกุ้ยเฟินโทรไปที่สำนักงานที่ทำงานของหลิวจื้อหมิง พูดด้วยน้ำเสียงโมโหว่าที่บ้านมีเรื่องด่วน ให้เขากลับบ้านภายในสิบนาที
ก่อนหน้านี้หล่อนเคยทำงานในหน่วยงานเดียวกันกับหลิวจื้อหมิง และยังเป็นหัวหน้าของหลิวจื้อหมิงด้วย
หล่อนรู้ดีถึงจุดประสงค์ของหลิวจื้อหมิงที่แต่งงานกับหล่อน แต่ก็ไม่สนใจ
หล่อนมีคุณค่าพอที่จะให้หนุ่มที่อายุน้อยกว่าใช้ประโยชน์ได้ และนั่นก็เป็นความสามารถของหล่อนเช่นกัน
พวกเขาอยู่ด้วยกันก็เพื่อตอบสนองความต้องการของกันและกันอยู่แล้ว
เมื่อสองปีก่อนตอนที่หล่อนตั้งครรภ์และคลอดลูก ทีมผู้บริหารในโรงงานมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง งานที่ผิดระเบียบบางส่วนที่หล่อนทำตอนอยู่ในตำแหน่งถูกตรวจพบ ดังนั้นหล่อนจึงถูกปลดออกจากตำแหน่ง
หลิวจื้อหมิงที่เคยอาศัยร่มเงาของหล่อนก็ต้องตกงานไปด้วยเป็นธรรมดา
ตอนนี้หลิวจื้อหมิงทำงานอยู่ที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง ห่างจากหมู่บ้านที่พักอาศัยไปสองร้อยเมตร
ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้สนิทสนมเหมือนตอนที่เพิ่งคบกันใหม่ๆ อีกแล้ว
ประกอบกับที่หล่อนคลอดลูกออกมาเป็นผู้หญิง แม่สามีก็แสดงท่าทีรังเกียจหล่อนสารพัด พูดจาประชดประชัน บ่นว่าหล่อนอายุมากแล้ว คงไม่สามารถให้กำเนิดลูกชายได้
หลิวจื้อหมิงก็ฟังคำพูดของแม่เขา มักจะทำหน้าบึ้งใส่หล่อนอยู่บ่อยๆ
ดังนั้นหวังกุ้ยเฟินจึงเกลียดแม่สามีคนนี้เข้าไปถึงกระดูกดำ
คำพูดของเสิ่นเสี่ยวอวี้วันนี้เหมือนเป็นชนวนที่ทำให้หล่อนระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง จนถึงขั้นลงมือทำร้ายแม่สามี
เมื่อหลิวจื้อหมิงขี่จักรยานกลับมาถึง ก็พอดีกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงเช่นกัน
พอหลิวจื้อหมิงเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สวมหมวกปีกกว้าง ร่างกายของเขาก็สั่นเทิ้ม เกือบจะหันหลังกลับ
แต่เจียงกั๋วเซิ่งผู้มีสายตาเฉียบคมได้ตะโกนเรียกเขาไว้
“จื้อหมิง กลับมาพอดีเลย ตำรวจสองนายนี้มาสืบคดีของหลี่เหวินเจียว นี่เป็นลูกสาวของนายใช่ไหม ได้ยินว่าถูกขายให้พวกค้ามนุษย์ เด็กหนีกลับมาจากในป่า นายเห็นลูกแล้วทำไมยังจะวิ่งหนีอีกล่ะ?”
“ดูก็รู้ว่ารู้สึกผิดน่ะสิ”
“เขาเป็นพ่อของเด็ก ถ้าเขาไม่ยอมปล่อย คนอื่นใครจะกล้าขายลูกสาวเขาล่ะ?”
“ใช่แล้ว ไอ้หมอนี่มันเต็มไปด้วยความคิดชั่วร้ายมาหลายปีแล้ว แต่ก่อนมันก็ติดตามเสิ่นเถี่ยจวินมา จะเป็นคนดีได้ยังไง”
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคน สีหน้าของหลิวจื้อหมิงก็ดูย่ำแย่มาก รู้สึกละอายใจอย่างที่สุด
ในตอนนั้น เสิ่นเสี่ยวอวี้หลบเลี่ยงหลิวจื้อหมิงอย่างขลาดกลัว เข้าไปใกล้ตำรวจสองนาย ทำท่าทางกลัวมาก “คุณลุงตำรวจคะ คุณต้องช่วยน้องสาวของหนูนะคะ หนูเคยถูกย่ากับพ่อขายไปครั้งหนึ่งแล้ว อย่าให้พวกเขาขายน้องสาวของหนูอีกเลยค่ะ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดว่า “หนูน้อย เธอได้ยินเรื่องนี้มาจากไหน อย่าพูดเล่นนะ”
“ตอนที่หนูอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน หนูได้ยินคนที่ขายฉันพูด บอกว่าหนูยังมีน้องสาวอีกคน แต่ที่บ้านไม่ชอบลูกสาว พวกเขาอยากได้ลูกชาย เลยวางแผนจะขายน้องสาวด้วย ตอนนี้กำลังหาคนซื้ออยู่ค่ะ”
หลิวจื้อหมิงได้ยินคำพูดของเสิ่นเสี่ยวอวี้แล้วโกรธ “เธออย่าพูดเหลวไหลนะ เด็กบ้านี่มาจากไหนกัน มาที่นี่เพื่อใส่ร้ายพวกเราหรือ?”
เสิ่นเสี่ยวอวี้ตกใจจนต้องเข้าไปใกล้ลุงตำรวจอีกสองสามเซนติเมตร เงยหน้ามองหลิวจื้อหมิงแล้วถามอย่างระมัดระวัง “คุณคือพ่อของหนูใช่ไหม? คุณคือหลิวจื้อหมิงใช่ไหม? เป็นพ่อแท้ๆ ของหนูหรือเปล่า? ได้ยินมาว่าคุณกับแม่ไม่ได้แต่งงานกันแต่มีหนู ดังนั้นพวกคุณเลยไม่ชอบหนู จึงขายหนูไปในป่าเขา หนูใช้ชีวิตที่นั่นลำบากมาก เกือบถูกพวกเขาตีตาย ต้องแอบฟังพวกเขาพูดกันอย่างยากลำบากถึงได้หนีออกมาได้ คุณอย่าขายหนูอีกเลยได้ไหม?”
หวังกุ้ยเฟินได้ยินเสิ่นเสี่ยวอวี้พูดอย่างมีเหตุผล หล่อนก็เชื่อเป็นธรรมดา
หล่อนตบหน้าหลิวจื้อหมิงทันที “หลิวจื้อหมิง พวกคุณทั้งครอบครัวช่างไม่ใช่คนเอาเสียเลย ยังคิดจะขายลูกสาวของฉันอีก พวกคุณคงยากจนจนเสียสติไปแล้ว แค่นี้ยังจะเรียกตัวเองว่าลูกผู้ชายอีกหรือ ไอ้ขี้ขลาด ช่างเลวร้ายเหลือเกิน ฉันบอกให้นะ ตราบใดที่ฉันยังอยู่ ใครก็อย่าคิดจะแตะต้องลูกสาวของฉันแม้แต่เส้นผมเดียว”
หวังกุ้ยเฟินก้าวออกมา มองไปยังตำรวจทั้งสองนาย “คุณตำรวจ ฉันขอเป็นพยาน เด็กที่ชื่อเสิ่นเสี่ยวอวี้คนนี้ถูกหลิวจื้อหมิงกับแม่ของเขาตัดสินใจขายไป พวกเขาแม่ลูกสนับสนุนให้หวังเป่าจวินคนรักของหลิวลี่ลี่ไปหาผู้ซื้อ ครอบครัวนี้ไม่มีใครเป็นคนดีเลย ไม่มีความสามารถอะไร หาเงินไม่ได้แม้แต่แดงเดียว มีแต่เดินทางผิดๆ”
หวังกุ้ยเฟินแสดงท่าทีแข็งกร้าว “ฉันบอกพวกคุณนะ เรื่องอื่นๆ ฉันอาจจะหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่งได้ แต่ถ้าคุณคิดจะทำอะไรกับลูกสาวฉัน ฉันก็จะสู้กับพวกคุณจนตายไปด้วยกัน”
แม่หลิวโดนหวังกุ้ยเฟินทำร้ายจนหน้าตาบวมช้ำเกลียดหวังกุ้ยเฟินเป็นทุนเดิม พอได้ยินคำพูดของหล่อน ก็โพล่งออกมาด้วยความโกรธโดยไม่คิดอะไร “เธอคิดว่าตัวเองเป็นคนดีงั้นเหรอ? ตอนที่เสี่ยวอวี้ถูกขายไปก็เป็นเพราะเธอกดดันจื้อหมิง พวกเราไม่มีทางเลือก ถึงได้ต้องขายเด็กไป…”
หลิวจื้อหมิงได้ยินคำพูดของแม่ตัวเอง ก็ตกใจจนหน้าซีด รีบตะโกนด้วยความโกรธ “แม่ แม่พูดอะไรน่ะ?”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
หาทางเอาตัวรอดกันใหญ่เลย ได้รู้ธาตุแท้ของกันและกันก็ตอนนี้แหละ
ไหหม่า(海馬)